Featured
ผู้เขียน ธนดล มีชัยมาตร์ ในงาน LINE MAN Wongnai AI Accelerator ทางแบรนด์ชานมไข่มุกอย่าง BEARHOUSE ได้เปิดตัว “Pista Pillow” เมนูใหม่ที่นำ น้ำมะพร้าวไทย มาจับคู่กับ วิปสมูทพิสตาชิโอ แต่ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีการพูดถึงอีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจของแบรนด์ นั่นคือ BEARHOUSE ไม่ได้มองว่าเครื่องดื่มที่ดีจะต้องอร่อยที่สุดจน “แสงออกปาก” หากแต่เป็นรสชาติที่อร่อยในแบบที่สามารถดื่มได้ทุกวัน และทำให้ลูกค้าอยากกลับมากินซ้ำ แนวคิดนี้สอดคล้องกับ Mission ของ คุณซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ คุณกานต์ – อรรถกร รัตนารมย์ เจ้าของแบรนด์ BEARHOUSE และ แบรนด์ SUNSU ที่ต้องการทำของอร่อยภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความสุขที่ไม่รู้สึกผิด” โดยมองว่าของอร่อยควรเป็นสิ่งที่วันนี้กินแล้ว พรุ่งนี้ยังสามารถกินต่อได้ จากจุดเริ่มต้นของร้านเพียงไม่กี่ปี BEARHOUSE เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 ทำรายได้ราว 520 ล้านบาท ปัจจุบันมีมากกว่า 80 สาขาทั่วประเทศ และขายได้มากกว่า 4 ล้านแก้วในปี 2025 ขณะที่ SANSU สามารถทำรายได้ในปีที่ผ่านมาเกือบ 2,000 ล้านบาท พร้อมแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ออกมาหลากหลาย โดยหนึ่งในสินค้าที่
หากย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก ภาพของขนมขบเคี้ยวซองละ 5 บาทที่แถมของเล่นชิ้นเล็กๆ ถือเป็นความสุขที่หาได้ง่ายที่สุดของเด็กยุค 90s และหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดนี้ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็คือ Big One Group แต่การเดินทางของแบรนด์ขนมในตำนานไม่ได้หยุดอยู่แค่ความทรงจำในอดีต ท่ามกลางวิกฤต การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณหมิว – ปวิตรา ทัศวิชัย CEO ของ Big One Group ที่เข้ามาบริหารและพาบริษัทก้าวผ่านจุดที่ท้าทายที่สุด จนสามารถสร้างยอดขายทะลุพันล้านบาท จากขนมแถมของเล่นซอง 5 บาท “โปรดักต์แรกและแบรนด์แรกของ Big One Group จริงๆ คือ ข้าวโพดอบกรอบ Bigga ที่เป็นซองสีน้ำตาล แล้วก็ขนมช็อกโกแลตเป็นรูปข้อ อันนั้นเป็นออริจินัล ที่ทุกวันนี้ยังขายอยู่” คุณหมิวเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ ในรุ่นของคุณพ่อซึ่งเป็นรุ่นแรก ซึ่งถือเป็นยุคที่สร้างชื่อเสียงให้ Big One อย่างมาก ยุคนั้นคือยุคของขนมซอง 5 บาท ที่แถมของเล่นเล็กๆ 1 ชิ้น ซึ่ง Big One ก็เป็นหนึ่งในเจ้าแรกๆ ที่ทำธุรกิจลักษณะนี้ คุณหมิวเล่า “เมื่อก่อนขนม 5 บาท ได้ฟิกเกอร์เป็นตัวเลย ตอ
ยุคนี้เทรนด์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เป็นเหมือนลูกกลายเป็นกระแสที่มองไปทางไหนก็เจอ แต่เบื้องหลังความน่ารัก ภาพความจริงกลับตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งค่าอาหาร ค่าวัคซีน ค่าของใช้จิปาถะ ซึ่งตกเดือนละ 1,500-3,000 บาทเป็นอย่างต่ำ ยังไม่รวมถึงข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่พักอาศัย ความนิยมในการเลี้ยงสัตว์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังสะท้อนผ่านภาพรวม ตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2569 ที่คาดการณ์มูลค่าสูงถึงประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.96 หมื่นล้านบาท) เติบโตขึ้น 5-6% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงตระหนักถึงกำลังซื้อที่มหาศาลของผู้บริโภค ทว่าในมุมของผู้บริโภคเอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่เจอความเครียดรอบตัว สัตว์เลี้ยงที่เคยคิดว่าจะเป็นที่พักใจ กลับกลายเป็น “ภาระระยะยาว” ที่ไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ แต่ในเมื่อใจยังต้องการความน่ารักมาช่วยฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้า ทางออกสุดสร้างสรรค์จึงเกิดขึ้นจนกลายเป็นเทรนด์ฮิตบนโลกโซเชียลอย่าง “Pet Balloon” ทำความรู้จัก Pet Balloon สัตว์เลี้ยงลูกโป่ง Pet Balloon คือลูกโป่งฟอยล์รูปส
สร้างประวัติศาสตร์ “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว-รัตติกานต์ อำลอย เด็กไทยวัย 16 ปี ทำตามความฝันสำเร็จ คว้าแชมป์เวที America’s Got Talent ซีซั่น 21 มาครอง ก่อนถึงช่วงเวลาประกาศผล เนเน่ได้สร้างความประทับใจให้กรรมการและผู้ชมทั่วโลกอีกครั้ง ด้วยโชว์พิเศษร่วมกับวงร็อกระดับตำนานอย่าง Linkin Park ในเพลง The Emptiness Machine แบบสุดเดือด อย่างไรก็ตาม กว่าจะเดินทางมาถึงรอบไฟนอล เนเน่ต้องผ่านบททดสอบบนเวทีมามากมาย แต่เธอก็งัดความสามารถทางดนตรีออกมาให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็น แถมหยิบเพลงร็อกระดับตำนานมาโชว์จนได้ใจผู้ชม การเดินทางบนเวที America’s Got Talent เริ่มต้นขึ้นด้วยเพลง Zombie ของวง The Cranberries ที่สร้างความประทับใจให้ทั้งกรรมการและผู้ชม จนชื่อของเนเน่เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นในรอบ Judges’ Callbacks เธอเลือกเพลง Hysteria ของวง Muse มาถ่ายทอด ตามด้วย Black Hole Sun ของวง Soundgarden และ Seven Nation Army ของ The White Stripes ที่ทำให้กรรมการอย่างเมลบี ถึงกับเอ่ยปากว่า “รู้สึกตัดสินใจถูกมากที่กดปุ่มทองตอนนั้น เนเน่อยู่อันดับดีที่สุดของโลก โชว์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อายุแค่ 16
จากความชอบซื้อของที่ระลึกเวลาเดินทาง สู่ไอเดียอยากทำของฝากที่พาคนกลับไปรู้จักเสน่ห์ของแต่ละย่านในประเทศไทยมากขึ้น สองผู้ก่อตั้งจึงหยิบ “โปสการ์ด” ของที่ระลึกสุดคลาสสิก มาปรับให้สนุกและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ด้วยการเปลี่ยนจากการหยิบซื้อธรรมดาๆ เป็น “ตู้สุ่มมินิโปสการ์ด” วางตามย่านต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ลุ้นและสะสมโปสการ์ดที่วาดด้วยศิลปินไทยในลวดลายไม่ซ้ำกันในแต่ละย่าน ด้วยความตั้งใจอยากให้ย่านในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้น ให้นักท่องเที่ยวได้ของที่ระลึกกลับไปนอกจากแค่รูปภาพในโทรศัพท์ เรื่องราว AROUNDTOWN บอกเล่าโดยสองผู้ก่อตั้ง หม่อน-พจนินท์ อร่ามวัฒนกุล และ จีน-บัณฑิตา เงาศุภธน วัย 23 ปี จุดเริ่ม “ตู้สุ่มมินิโปสการ์ด” ทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวจีนและหม่อนจะชอบซื้อของที่ระลึก เช่น แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือโปสการ์ดกลับมาทุกครั้ง ทั้งสองจึงนำความชอบมาเป็นไอเดียธุรกิจ เพราะอยากให้ประเทศไทยมีของที่ระลึกน่ารักๆ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ซื้อกลับบ้าน พร้อมทั้งอยากนำเสนอมุมอื่นๆ ของไทยให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าไม่ได้มีเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แต่หากมองลึกลงไปตามย่านล้วนมีความพิเศษแล
เปิดเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนในช่วง Golden Week หรือวันหยุดยาวปีนี้ มีแนวโน้มวางแผนเดินทางเร็วขึ้นและเดินทางนานขึ้น โดยการลางานเพิ่มเพียง 3 วัน สามารถหยุดได้ถึง 13 วัน เมื่อรวมวันหยุด Golden Week เข้ากับเทศกาลไหว้พระจันทร์ และคาดว่ายอดการเดินทางออกนอกประเทศจะเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน โดยมีระยะเวลาการเดินทางเฉลี่ยมากกว่า 9 วัน จากข้อมูลของ Trip.com พบว่า ในปีนี้ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่โดดเด่น โดยเฉพาะภูเก็ตและเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวจีนเลือกเดินทางสู่ “ภูเก็ต” อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจองเที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 78% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วน “เชียงใหม่” ครองใจนักเที่ยวเจเนอเรชัน Z ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวไทยก็เลือกบินไปเที่ยว “มาเลเซีย” และ “เกาหลีใต้” สะท้อนให้เห็นว่าช่วง Golden Week มีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเอเชีย ทว่า ในภาพรวมทั่วโลก “โซล” ยังครองอันดับหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมในช่วง Golden Week ปีนี้ ด้วยยอดจองเที่ยวบินระหว่างประเทศเติบโต 91% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากข้อมูลยังพบว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ก่อนช่วงวันหยุด Golden
ในยุคที่ทุกอย่างถูกเร่งรีบและปรุงแต่ง ความแท้จริงของท้องถิ่นกำลังกลายเป็นสิ่งที่ถูกลืมเลือน เมื่อเมืองเปลี่ยนไป คำถามสำคัญคือเราจะตั้งรับความเปลี่ยนแปลงอย่างไรโดยไม่สูญเสียตัวตน? นั่นคือจุดเริ่มของ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ สื่อท้องถิ่นที่หวังอยากให้ทุกคนกลับมารู้จักคุณค่าที่แท้จริงของบ้านเกิด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณหนู–ภัทรพร อภิชิต จากสื่อท้องถิ่นที่เล่าเรื่องผ่านหน้ากระดาษ สู่การสวมบทบาทใหม่ในฐานะ ‘ร้านชำโชห่วย’ พื้นที่ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเมืองกับชนบทเข้าด้วยกัน โดยเอารสชาติที่แท้จริง อย่าง กะปิ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และของดีจากชุมชน มาเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของความตั้งใจ การต่อสู้ของผู้ผลิตรายย่อย และการพิทักษ์ลมหายใจของบ้านเกิดที่ไม่ยอมให้ตัวตนสูญหายไปตามกาลเวลา จุดเริ่มต้น ‘มนต์รักแม่กลอง’ ย้อนกลับไปเมื่อราว 18 ปีก่อน คุณหนู ได้พบกับ คุณโจ-วีรวุฒิ กังวานนวกุล จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่แม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม “พอไปอยู่แม่กลอง เราได้ไปเห็นบ้านเมืองที่มีทรัพยากร มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมาก ทำให้รู้สึกประทับใจว่ามันมีความเป็นตัวตนสูง”
การเดินทางบนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent ของ เนเน่ รอยัล ได้สร้างความประทับใจและจารึกความทรงจำครั้งสำคัญให้กับแฟนๆ ชาวไทยและแฟนคลับทั่วโลกไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่เธอฝ่าฟันอุปสรรคและโชว์ศักยภาพอันโดดเด่นจนทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ (Final) ได้สำเร็จ โดยเนเน่ได้ออกมาแสดงเป็นคนที่ 7 ซึ่งก่อนจะเริ่มการแสดงมีการเปิดตัวด้วยคลิปสั้นๆ ย้อนถึงการเดินทางมาสู่รอบไฟนอล โดยเนเน่กล่าวว่า “ตอนนี้ AGT ได้เปลี่ยนชีวิตฉันไปแล้ว” พร้อมเริ่มโชว์สุดขนลุก ที่ทรงพลังเช่นเคย ในเพลง Seven Nation Army เป็นเพลงระดับตำนานของ The White Stripes เมื่อการแสดงจบลง ทำให้กรรมการอย่าง เมลบี ถึงกับเอ่ยปากว่า “รู้สึกตัดสินใจถูกมากที่กดปุ่มทองตอนนั้น เนเน่อยู่อันดับดีที่สุดของโลก โชว์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อายุแค่ 16 ถ้าเนเน่ไม่ชนะ จะเอาบ้านใหม่ฮาร์วีไปขาย” นอกจากนี้หลังจบการแสดง ฮาร์วีขึ้นไปกอดเนเน่กลางเวที หลังจบโชว์ พร้อมบอกว่า เธอสมควรได้รับ 1 ล้านเหรียญ การถ่ายทอดเสียงร้องและเสน่ห์เฉพาะตัวบนเวที AGT ไม่เพียงแต่มัดใจกรรมการ แต่ยังครองใจผู้ชมทางบ้านนับล้านคนที่คอยติดตามและส่งแรงใจเชียร์ตลอดการแข่งขัน การ
SILPIN (ซิลพิน) จัดงานเปิดตัวครั้งแรกในรอบ 9 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “From Local Legacy to Global Gastronomy” โดยนำนวัตกรรมเปลี่ยนวัตถุดิบเกษตรไทยเป็น Flavours ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Authentic Thai Flavours to the World” ขับเคลื่อน Agricultural Soft Power ของไทยสู่เวทีโลก แบรนด์ SILPIN (ซิลพิน) จัดงานเปิดตัวครั้งแรกในรอบ 9 ปีของการก่อตั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “From Local Legacy to Global Gastronomy” ณ เดอะแบมบู บาร์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเปลี่ยนวัตถุดิบเกษตรไทยให้เป็น “Flavours” พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ Gastronomy ทั้งอาหารคาว ของหวาน เครื่องดื่ม และเมนู Masterpiece ที่ได้แรงบันดาลใจจากรัชกาลที่ 5 มีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงาน อาทิ นันท์ สิริวัฒนภักดี พีชานนท์, ศุลีรัตน์ ลีนุตพงษ์, นลินี ทวีสิน, ยูกิ ศรีกาญจนา, ลักขณา นะวิโรจน์ และ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นายปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ CEO บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เปิดเผยว่า ตลอด 9 ปีนับจากก่อตั้งในปี 2559 SILPIN น้อมนำแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตีค
ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังรวมถึงยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะ “ธุรกิจร้านอาหาร” ที่ต้องรับมือกับทั้งการแข่งขัน พฤติกรรมผู้บริโภค และการบริหารจัดการที่ซับซ้อนขึ้น ล่าสุด LINE MAN Wongnai ได้เปิดตัว “Wongnai Genie” ผู้ช่วยร้านอาหาร ที่พัฒนาโดยคนไทยเพื่อคนไทย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวถึงความน่าสนใจของ “Wongnai Genie” ว่า ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยผู้จัดการร้านที่ให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่ การดูภาพรวมธุรกิจ รวบรวมข้อมูลยอดขาย วิเคราะห์ต้นทุน-กำไรจากทุกช่องทาง และดึงรายงานต่างๆ จากระบบมาแสดง เข้าใจลูกค้าและการขาย สามารถดูอินไซต์เมนูขายดี และช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้บริการสูงสุด วางแผนบริหารร้าน ช่วยจัดการพนักงานให้เหมาะกับยอดขาย เพิ่มยอดขายจะลดต้นทุน สามารถให้คำแนะนำด้านโปรโมชันและแนวทางบริหารต้นทุน ช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพช่วงอื่นได้ครบและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยกำลังพัฒนาให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลกับร้านประเภทเดียวกัน วิเคราะห์พฤติกร
