Exclusive Featured SMEs

จากสิงคโปร์สู่กรุงเทพฯ เปิดเบื้องหลัง “Canton Paradise” อาหารจีนสไตล์ฮ่องกงแท้ๆ เจาะกลุ่มครอบครัว ขยายสาขาสองย่านฝั่งธนฯ

ในยุคที่มีร้านอาหารต่างชาติบุกตลาดไทยกันอย่างคึกคัก โดยการที่จะนำแบรนด์มาเปิดนั้นต้องอาศัยความเข้าใจในวัฒนธรรมของอาหาร ความพิถีพิถัน และการปรับตัวให้เข้ากับผู้บริโภคท้องถิ่น

หนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่พาแบรนด์ต่างชาติเข้ามาในไทยได้อย่างประสบความสำเร็จ นั่นคือ คุณพล-พลสิทธิ์ อาหุนัย และ คุณพี-พีรพล อาหุนัย ผู้นำร้าน Canton Paradise (แคนตัน พาราไดซ์) เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย 

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับคุณพล ถึงเบื้องหลังการนำแบรนด์ เข้ามาเปิดในไทย โดยเขาเล่าว่า แบรนด์ Canton Paradise เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ทำยาก เนื่องจากมีเมนูจำนวนมาก และมีหลายแผนกในร้านเดียว จึงต้องอาศัยทีมงานที่เข้าใจในด้านอาหารจีนเป็นอย่างดี โดยจะมีคุณพีผู้เป็นน้องชายและมีความเชี่ยวชาญด้านอาหาร มาช่วยดูจุดเด่นและควบคุมคุณภาพของการทำร้านอาหาร

แม้จะเป็นแบรนด์จากสิงคโปร์ แต่สูตรอาหารจะเป็นสไตล์ฮ่องกงแท้ๆ ซึ่งความท้าทายของการนำแฟรนไชส์มาเปิด นั่นคือ การรักษามาตรฐานรสชาติให้ใกล้เคียงกับต้นตำรับมากที่สุด แต่ก็มีการปรับสูตรเล็กน้อยเพื่อให้ถูกปากคนไทย

คุณพล เล่าว่า “ทางทีมต้องใช้เวลาในการปรับสูตรค่อนข้างนาน และมีข้อกำหนดว่าเชฟจะต้องเป็นชาวจีน เพราะเขาจะรู้ว่ารสชาติอาหารจีนแท้ๆ เป็นยังไง ทั้งยังเป็นการควบคุมไม่ให้รสชาติอาหารเปลี่ยนอีกด้วย

แต่เมื่อได้มาทำในไทยจริงๆ แล้ว ก็ยังต้องปรับ เพราะแม้แต่ซีอิ๊วยี่ห้อเดียวกันแต่รสชาติความเค็มจะไม่เหมือนกันระหว่างของไทยกับสิงคโปร์ ทำให้ใช้เวลาปรับอยู่หลายเดือน จนกระทั่งผ่านการตรวจสอบจากทางทีมสิงคโปร์ว่าถูกต้องตามคอนเซ็ปต์ จึงจะสามารถเปิดได้”

“เนื่องจากเราอยู่เมืองไทย เราจะรู้ตลาด รู้พฤติกรรมของคนไทย ทำให้ทางมาสเตอร์แฟรนไชส์เขาค่อนข้างที่จะเปิดโอกาสให้กับเรา เพราะคนแต่ละประเทศจะมีรสชาติในการกินไม่เหมือนกัน เราเลยเสริมความเป็นไทยเข้าไป เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาทาน”

ทำไมถึงเลือกเปิดร้านอาหารจีน?

“อาหารจีนไม่ได้เป็นอาหารที่ไวรัลหลายๆ อย่างที่บูมขึ้นมา แต่เป็นอาหารที่เป็นคอมฟอร์ตฟู้ด มันอยู่ได้ยาว”

โดยสาขาแรกจะอยู่ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ และดำเนินการมาเกือบ 3 ปี เป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งผลตอบรับดีจนสามารถขยายสาขาที่ 2 ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า แต่จะมีพื้นที่เล็กกว่า จึงเลือกทำเป็น Noodle Congee House เน้นเป็นเมนูจำพวก บะหมี่ โจ๊ก และติ่มซำ 

เมนูซิกเนเจอร์

  • โจ๊กสไตล์ฮ่องกง มีการผสมผสานข้าวหลายสายพันธุ์
  • บะหมี่หมูแดง ใช้บะหมี่นำเข้าจากฮ่องกง
  • เมนูติ่มซำ อาทิ ฮะเก๋า, ซาลาเปาอบไส้หมูแดง, ซาลาเปาน้องหมู, ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้กุ้ง ฯลฯ

กลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่

ทางทีมมีการใช้ข้อมูลจากระบบ CRM วิเคราะห์ว่าใครคือลูกค้าหลัก และส่วนใหญ่นิยมทานเมนูใด นอกจากนี้ยังมีการทำเมนูใหม่อย่าง ปลาต้มผักกาดดอง เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งผลตอบรับดีมาก ยอดขายได้วันละหลายร้อยชาม พร้อมกับมีการเสิร์ฟกากหมูฟรีให้กับลูกค้าอีกด้วย

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 13 ส.ค. 68

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน