Featured
“ข้าวตังแม่บ้านยี่ล้น” ร่วม “เทสโก้ สำรับไทย” ยกมาตรฐานเอสเอ็มอีไทย จากโลคอลสู่โกลบอล เมื่อพูดถึงอาหารไทยในเวทีโลก มักจะมีชื่อติดโผ ว่าเป็นอาหารที่ถูกปากชาวโลกจนขึ้นอันดับอาหารแนะนำอยู่บ่อยครั้ง นอกจากอาหารจานเด่น อย่างต้มยำกุ้ง มัสมั่น ส้มตำ หรือผัดไทย อันเป็นที่เชิดหน้าชูตาแล้ว แต่ละท้องถิ่นของไทย ยังมีอาหารคาวหวานเลื่องชื่อประจำถิ่นมากมาย ซึ่งเอกลักษณ์ต่างออกไปตามแต่พื้นที่ ตามแต่วัตถุดิบประจำถิ่นนั้นๆ ที่นำมาพัฒนา แปรรูปเป็นอาหารสารพัด กลุ่มแม่บ้านยี่ล้น อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หนึ่งในกลุ่มแม่บ้านที่ร่วมกันผลิตแผ่นข้าวตังดิบ มาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มจากปลายข้าวหอมมะลิที่ไม่ได้มาตรฐานและถูกคัดทิ้ง ไม่ให้สูญค่าเปล่า สร้างรายได้ให้งอกเงย จากต้นทุนปลายข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ 17 บาท เมื่อแปรรูปมาเป็นแผ่นข้าวตังดิบสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 75 บาท หลังเริ่มเป็นที่รู้จักจากสื่อ ได้ร่วมออกงานแสดงสินค้ามายาวนาน กลุ่มแม่บ้านยี่ล้น ได้รับการติดต่อจากเทสโก้ โลตัส ให้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ “เทสโก้ สำรับ
ส่องไอเดีย “ขายหมูปิ้ง” ห่อแพ็กเกจจิ้งใบตอง กินคู่ข้าวเหนียวก่ำ จนลูกค้ายกให้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ “หมูปิ้ง-ข้าวเหนียวก่ำ มานีกับชูใจ” ไม้ใหญ่ๆ ห่อด้วยใบตองสีเขียวสดโดนใจปิ้งขายได้ 1 ปีกว่า โดยคุณคิม– วิวิศน์ สิริโรจน์โสภณ วัย 40 ปี เป็นเจ้าของ คุณคิม เล่าให้ฟังว่า ตนดำเนินกิจการหลายอย่างทั้งร้านอาหาร และรถยนต์มือสอง กระทั่งเกิดไอเดียอยากทำธุรกิจแฟรนไชส์ แต่ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะทำอะไร จนเริ่มสังเกตพฤติกรรมคนรอบตัวส่วนใหญ่ชอบทานข้าวเหนียวหมูปิ้ง บางครั้งไปซื้อทานอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง ข้าวเหนียวแข็งไป ใส่มันเยอะไป “ยังหาที่ถูกปากไม่ได้ ทำไมไม่ทำเองซะเลยล่ะ อีกอย่างถ้าพูดถึงข้าวเหนียวหมูปิ้งยังไม่มีเจ้าตลาดชัดเจน ถามว่านึกถึงข้าวเหนียวหมูปิ้งแล้วนึกถึงใคร ไม่มีใครตอบได้ ตรงนี้เป็นช่องว่างให้เราทำได้” ลองผิดลองถูก 6 เดือน ได้หมูปิ้งเพื่อสุขภาพ หลังได้ไอเดียคุณคิมใช้เวลาลองผิดลองถูกกว่า 6 เดือนค้นหาสูตร และวิธีการเพื่อแข่งขันกับหมูปิ้งเจ้าอื่นๆ ในท้องตลาด หากทำตามสูตรตามใจฉันคงสู้ไม่ได้ ณ ตอนนี้มองว่าเทรนด์สุขภาพมาแรง จึงเลือกทำหมูปิ้งเพื่อสุขภาพเจ้าแรกของไทย หมูปิ้งเ
แจกสูตร ‘ไทรเฟิล’ ขนมหวานสไตล์อังกฤษ ใส่ครีมคัสตาร์ด และผลไม้สดสุดฟิน หนึ่งในของหวานของเทศกาลฮาโลวีน คือ ขนมไทรเฟิล(Trifle) เป็นของหวานที่สลับชั้นระหว่างผลไม้สด ครีมคัสตาร์ดวานิลาและเค้กเนย ผลไม้เลือกได้ตามชอบ ถ้ามีเวลาน้อยสามารถซื้อเค้กเนยที่ขายเป็นกล่องมาหั่นใส่ได้เลยค่ะ ประหยัดเวลาดี แต่จะให้สูตรเค้กเนยไว้ด้วยนะคะ ส่วนผสม บัตเตอร์ เค้ก แป้งเค้ก 11/3 ถ้วย ไข่ไก่ 4 ฟอง เนยจืดละลาย 3 ชต น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย เกลือป่น 1/8 ชช คัสตาร์ดวานิลา แป้งข้าวโพด 3 ชต นมจืด 3 ถ้วย ไข่แดง 6 ฟอง น้ำตาลทราย 3 ชต กลิ่นวานิลา 1 ชต ผลไม้ สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ตามชอบ วิธีทำ บัตเตอร์เค้ก อุ่นเตาอบ 180 องศาเซลเซียส เตรียมพิมพ์ขนาด 9*5*4 นิ้ว โรยแป้งบางๆ ร่อนแป้งกับเกลือพักไว้ ตีไข่กับน้ำตาลให้ขึ้นฟู ใส่แป้ง ตะล่อมเบาๆด้วยพายยางหรือตะกร้อมือตามถนัด ค่อยๆ เทเนยละลายอุ่นๆ ลงไป ผสมให้เข้ากัน อบ 180’ นาน 10 นาทีหรือจนสุก เค้กสุก คว่ำบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออก พักให้หายร้อน หั่นเค้กเป็นชิ้นเล็กๆ วิธีทำคัสตาร์ดวานิลา ใส่นมในหม้อเล็ก อุ่นด้วยไฟอ่อน-กลาง ตีไข่แดง ให้แตกด้วยตะก
“ปิ้ง ย่าง ทอด ถาดยักษ์” ของกินขายดี ถูกใจวัยรุ่น แชร์กันกิน แชร์กันจ่าย สมัยนี้ของกินขายดีต้องยักษ์ๆ ใหญ่ๆ ไล่มาตั้งแต่ ส้มตำถาดยักษ์ พิซซ่ายักษ์ แฮมเบอร์เกอร์ยักษ์ ซีฟู้ดถาดยักษ์ ก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ล่าสุดเห็นมีขนมโตเกียวยักษ์ ของยักษ์ๆ ถูกจริตวัยรุ่น ไปกันหลายคน แชร์กันกิน แชร์กันหาร เลยสุดคุ้ม และเป็นความท้าทายคนกินที่ต้องกำจัดให้หมด และเป็นจุดขายของหลายร้าน ถ้ากินหมดได้กินฟรี กินไม่หมดต้องจ่ายตังค์ ตามงานแสดงอาหาร มักจะมีการปรุงอาหารกระทะยักษ์ ให้มาช่วยกันทำหลายๆ คน มีทั้งงานในประเทศและนอกประเทศ เช่น ข้าวผัดกระทะยักษ์ ไข่เจียวยักษ์ เมื่อปี 2536 กว่า 25 ปีมาแล้ว อาจารย์พลศรี คชาชีวะ แห่งโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวอยู่ มีแรงอยากจะทำงานมหกรรมอาหารขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เลยไปหาท่านเสรี วังส์ไพจิตร ซึ่งหล่อและหนุ่มกว่าอาจารย์พลศรี ตอนนั้นท่านเป็นรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นดีด้วย พอมีผู้สนับสนุนเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย งานเลยเป็นรูปเป็นร่าง แม่บ้านทันสมัยยังจับมือกับบริษัทน้ำมันพืชมรกตในยุคนั้นมี คุณศุภลักษณ์ อัศวานนท์ เป็นผู้บริหาร
“เส้นทางเศรษฐี” บังเอิญเห็นขนมเข่งหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโซเชียล โดยใช้ชื่อว่า “ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน ชุดห้าราชวงศ์” เป็นขนมเข่งที่มี 5 สีใน 1 กล่อง แหล่งผลิตอยู่ที่ “ร้านเจริญพร” ตลาดบางบัวทอง คุณนรินทร์ วัย 72 ปี และ คุณเงินยวง รัตนรงคาภรณ์ วัย 60 ปี ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการทำขนมเข่งสีสันแปลกตานี้ให้ฟังว่า ที่มาที่ไปเริ่มมาจาก “ทำไหว้ ทำกิน ทำแจก แล้วจึงมาทำขาย” ก่อนที่จะมาทำขนมเข่งขาย อาชีพหลักของคุณนรินทร์กับคุณเงินยวง คือการขายเสื้อผ้าและรองเท้านักเรียนมาก่อน ด้วยความเป็นครอบครัวเชื้อสายจีน เมื่อถึงเทศกาลไหว้เจ้า มักจะทำอาหารอย่าง ผัดหมี่ซั่ว บ๊ะจ่าง ขนมเข่ง ไหว้เจ้ากันเอง พอไหว้เสร็จก็นำไปแจกจ่ายให้คนรอบข้าง ให้ลูกชายนำของไหว้เจ้าไปแบ่งให้คนที่ทำงานบ้าง คนที่ทำงานชมว่าขนมเข่งอร่อย ให้ลองทำขายดู ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดทำขาย จนเมื่อปี 2554 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่หลายเดือน ผนวกกับเศรษฐกิจซบเซาและมีห้างร้านต่างๆ มากขึ้น จึงทยอยปิดกิจการร้านเสื้อผ้ารองเท้านักเรียนไป จนปี 2555 เริ่มหันมาทำขนมเข่งขาย กลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวมากว่า 7 ปีแล้ว โดยสูตรที่เริ่มทำออกมาขายในช่
ฤา “ข้าวเหนียวมะม่วง” จะสิ้นมนต์ขลัง!?! เปิดสูตรทำขาย ของหวานจานโปรดนานาชาติ กำลังเป็นที่ฮือฮา ว่ารัฐบาลไทย ทุ่มงบฯเกือบสิบล้าน นำ “ข้าวเหนียวมะม่วง” มาตกแต่ง-แจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน หวังเป็นตัวดึงดูดให้กลับมาเที่ยวเมืองไทย แต่สุดท้ายดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เพราะมีข่าวแว่วมา ขนมหวานดังว่า เหลือทิ้งแบะบานเลยทีเดียว ข่าวเกี่ยวข้อง : เปิดงบรัฐ เลี้ยงข้าวเหนียวมะม่วง นักท่องเที่ยวจีน หวังดึงกลับมาเที่ยวไทย ว่ากันว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง”นั้น เป็นจานโปรด ที่คนจีนชอบมากพอๆ กับทุเรียนเมืองไทย แต่แปลกเขายังกินข้าวเหนียวกับทุเรียนไม่เป็น กินแต่ทุเรียนเฉยๆ ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนยิ่งไม่รู้จักเลย ฝรั่งก็ชอบข้าวเหนียวมะม่วงมากเหมือนกัน อย่างที่อเมริกา เขาหุงข้าวเหนียวมูนไว้ แล้วแบ่งเป็นส่วนๆ พอดี 1 จาน ห่อด้วยพลาสติกแร็พเข้าช่องแข็งไว้ พอใครสั่ง ก็เอาออกมาเวฟทั้งอย่างนั้น แกะใส่จาน ราดหัวกะทิแช่เย็น กับมะม่วงของเม็กซิโกซึ่งไม่ช้ำง่ายแบบมะม่วงไทย จานหนึ่ง 200-300 บาท ที่จีนไม่รู้ว่าขายกี่บาท โอกาสนี้ จึงมีสูตร “ข้าวเหนียวมูน” ทำขาย มาฝากสำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ เริ่มต้นจ
ทายาทรุ่น 3 รับช่วงต่อร้านผลไม้เก่าแก่ย่านเยาวราช นำเข้าสดๆ จาก ตปท. เปิดตลอด 24 ชั่วโมง บนถนนเยาวราชที่ไม่เคยหลับใหลเส้นนี้ เดินลัดเลาะไปบริเวณปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) ตรงข้ามตลาดเก่า เยาวราช มีร้านเก่าแก่กว่า 80 ปี เป็นร้านผลไม้สดนำเข้าจากต่างประเทศ เปิด 24 ชั่วโมง คุณเอ็กซ์-ธนกฤติ อังสุปาลี ทายาทรุ่นที่สามวัย 39 ปี เจ้าของร้านผลไม้ “เชี่ยงปู่” เล่าย้อนที่มาให้ฟังว่า ร้านเชี่ยงปู่ ขายในย่านเยาวราชมานานกว่า 80 ปี เป็นกิจการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากคำบอกเล่าของรุ่นพ่อแม่ กิจการนี้เริ่มจากรุ่นอากงชื่อเชียงจั๊วและเพื่อนชื่อย่งปู่ (รวมกันเป็นชื่อร้าน เชี่ยง แปลว่า ยาว ปู่ แปลว่า รวย) ทั้งคู่มาจากเมืองจีน ถือหาบไม้ใส่ขวดโหลแก้ว ข้างในมีผลไม้ เช่น สาลี่ แอปเปิ้ล ด้านหลังตะกร้า ใส่ถุงหิ้วกับกิโลตาชั่ง หาบขาย ขยับสู่ร้านแผงลอย กระทั่งได้ที่ทางเปิดร้านประจำอยู่ในบริเวณถนนเยาวราช จากนั้นย้ายมาอยู่ตรงปากซอยเยาวราช 6 ถึงปัจจุบัน “ผมเข้ามารับช่วงต่อรุ่นที่สามหลังเรียนจบนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไม่ได้ทำงานตรงสายกับสิ่งที่เรียนมา แต่การเรียนพีอาร์สามารถนำไปใช้ได้ท
เปิดไอเดีย “พวงกุญแจแฮนด์เมด” สุดน่ารัก ลูกค้าต่างชาติชอบมากถึงขั้นรับไปขายต่อ ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สังคมแห่งการลงทุนมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายและหลากหลายตามยุคสมัยแห่งโลกาภิวัตน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านอาหาร การท่องเที่ยว และอื่นๆ รวมไปถึงธุรกิจที่ผลผลิตสร้างสรรค์มาจากความตั้งใจและความสามารถอย่างสินค้า “แฮนด์เมด” หรือ “งานฝีมือ” เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสินค้าแฮนด์เมดเข้ามามีบทบาทในสังคมปัจจุบันอย่างแพร่หลายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยความน่าสนใจของประเภทสินค้าที่คุณค่าถูกสร้างขึ้นจากความประณีตบรรจงของผู้ผลิต จะเห็นว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าสินค้าปกติทั่วไป แต่ผู้คนยังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้ผู้เขียนจะพามารู้จักกับ คุณก้อย-กรรณ บรรณพงศ์ หญิงสาววัย 36 ปี จบการศึกษาจากสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าของธุรกิจพวงกุญแจและต่างหูแฮนด์เมด ภายใต้แบรนด์ “Goodday Handmade” (กู๊ดเดย์ แฮนด์เมด) ธุรกิจเล็กๆ ที่สร้างเม็ดเงินเข้ากระเป๋าจำนวนไม่น้อย พื้นเพแล้วคุณก้อยเป็นคนจังหวัดลำปาง แต่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ภาคอีสาน หลังจากจ
วิถีชีวิตเรียบง่าย ‘ตลาดเช้าหลวงพระบาง’ ปลาสดๆ ไก่เป็นๆ ยังมีขาย สมกับเป็นเมืองที่องค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก “หลวงพระบาง” อยู่ไม่ไกลนักจากประเทศไทย หากอยากเดินทางมาชมความงามของเมืองนี้ หนทางที่สะดวกที่สุดคือการโดยสารด้วยเครื่องบิน ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งแลนดิ้งถึงหลวงพระบางทันที เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง ท่านจะพบกับความเรียบง่ายในวิถีชีวิตของชาวบ้าน พบวัฒนธรรมที่น่ารัก ผู้คนยิ้มแย้ม พูดคุยคนละภาษาแต่ฟังกันรู้เรื่อง ข้อสำคัญของการมาเมืองหลวงพระบางคือ ห้ามนำรถบัสคันใหญ่ 25 ที่นั่งเข้าตัวเมือง เพราะจะทำให้ถนนหนทางหรือบ้านเรือนที่บางหลังมีอายุหลายสิบปีชำรุดเสียหาย นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องใช้สกายแลบ หรือรถตู้ปรับอากาศแทน ไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพราะทุกบ้านมีมอเตอร์ไซค์กันหมด ในทุกๆ เช้าของเมืองหลวงพระบาง ยอมตื่นเช้าสักนิด บรรยากาศดีมาก อาบน้ำใส่ชุดประจำชาติ แวะมาทำกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียว ที่มีพระเดินบินฑบาตมากถึง 200 องค์จาก 13 วัด เสร็จแล้วแวะเดินตลาดเช้ากันต่อ ชมวิถีชีวิตเรียบง่าย ของคนทำมาค้าขายที่นี่ คล้ายคลึงกับตลาดนัดช่วงเช้าตามต่างจังหวัดของไทย ของขายที่ยกให้เป
เจาะลึก ธุรกิจ ‘คาเฟ่อเมซอน’ บริการอย่างไรให้ประทับใจลูกค้า จนขายดีวันละ 400 แก้ว จากความชอบและคำแนะนำของเพื่อนบ้านผู้มีประสบการณ์เปิดร้านคาเฟ่อเมซอนมาก่อนหลายสิบสาขา ทำให้ คุณสมยศ ลือคำ นักธุรกิจรุ่นใหญ่ท่าทางใจดีวัย 48 ปี ตัดสินใจลงทุนวางเงินเก็บก้อนใหญ่ราว 3 ล้านบาท เปิดร้านคาเฟ่อเมซอน (Café Amazon) สาขาแรกของตัวเอง ที่ปัจจุบันให้บริการมาแล้วกว่า 5 ปี นักธุรกิจรุ่นใหญ่ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า ตนไม่ได้เรียนจบสูง ด้วยความมุมานะ อาศัยผลักดันและพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ทำกิจการค้าขาย แบบซื้อมาขายไป จนนำมาสู่การเปิดร้านคาเฟ่อเมซอนในที่สุด “ผมเลือกทำธุรกิจร้านกาแฟเพราะชอบดื่มกาแฟ พอดีมีเพื่อนบ้านใกล้กันเปิดร้านคาเฟ่อเมซอนมาแล้วหลายสิบสาขามาให้คำปรึกษา เขาทำมาก่อนแล้ว ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยตัดสินใจลงทุนทันที” เมื่อคิดแล้วว่าอยากเปิดร้านคาเฟ่อเมซอน คุณสมยศไม่รอช้า นำเงินก้อนที่สะสมเมื่อครั้งทำกิจการค้าขายราว 3 ล้านบาท ลงทุนเปิดร้าน ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองย่านสีลม บนศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 4 เนื้อที่ 53 ตารางเมตร ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปเป็นที่ตั้งร้าน “เ
