Featured
บ้านนาพิพาน ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นหนึ่งในทำเลทองของการปลูกกระจับพืชเศรษฐกิจสำคัญของท้องถิ่น ช่วงใดที่อากาศดี ฝนตกต่อเนื่อง ยิ่งช่วยให้ต้นกระจับที่ปลูกเจริญงอกงามและให้ผลผลิตสูง นายสุวพิษ ศรีวงษ์ เกษตรกรวัย 60 ปี ปลูกกระจับในสระน้ำ พื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ บอกว่า กระจับ เป็นพืชที่ปลูกกันมานาน หลังจากที่ตนสูบน้ำออกจากสระแล้ว จึงได้คิดจะปลูก เนื่องจากเห็นว่าที่ตลาดสดที่ตนไปขายผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่น ไม่มีกระจับขายในตลาด จึงได้ไปหาพันธุ์กระจับมาปลูก กระจับพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นกระจับเขาควายแบบเขาสั้น ซึ่งเป็นกระจับที่นิยมปลูกกันในสมัยโบราณ และเป็นที่นิยมมากกว่าแบบเขายาว เนื่องจากมีรสชาติอร่อย รับประทานสดได้ และนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด จังหวัดหนองคาย มีคนปลูกกระจับไม่มาก ผลผลิตมีเท่าไรก็ขายได้หมด ลูกค้ามีทั้งมาซื้อถึงที่และนำไปขายที่ตลาดสด หากได้จำนวนมากๆ คือ ตั้งแต่ 50 กก. ขึ้นไป ก็ติดต่อลูกค้าชาวลาวให้มารับถึงที่เลย ขายปลีกในราคาตลาด อยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท ราคาหน้าสวน อยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท ในแต่ละวันจะเก็บได้ 20-50 กก. ก็ขายได้ทั้งหมด กระจับ เป็นพืชที่ปลูกง่าย มีโ
ในวัย 21 ปี เราทำอะไรกันอยู่บ้าง คำตอบคงคล้ายกันหมด เป็นไปตามสเต็ปชีวิต นั่นคือ เรียนจบ ต่อด้วยทำงาน แต่งานที่ทำนั้นคงต่างกันไป บางคนไม่ได้ทำงานที่ถนัด เพราะยังไม่รู้ตัวว่าชอบอะไร แต่กับบางคนนั้นช่วงวัยนี้คือจุดสตาร์ตทำตามความฝันไปเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับ คุณครีม-นฤภร กิจฉลอง วัย 23 ปี เธอเป็นสาวน้อยผู้หลงรักในการทำงานอาหารมาตั้งแต่เด็ก ซึมซับมาจากธุรกิจโรงงานขนมหวานของพ่อแม่ เรียกว่าเกิดมาก็รู้แล้วว่าชอบอะไร คุณครีมเลือกต่อยอดความฝัน ฝึกฝีมือที่สถาบันอาหารชื่อดัง ‘เลอ กอร์ดอง เบลอ’ และเข้าสั่งสมประสบการณ์ที่โรงแรมเลอบัวอีก 4 เดือน และด้วยแรงสนับสนุนจากทางครอบครัวอย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้คุณครีมสามารถเปิดร้านอาหารที่เจ้าตัวควบตำแหน่งเจ้าของร้านและเชฟประจำร้านได้ตั้งแต่อายุ 21 ปี โดยอาหารร้านนี้เป็นแบบฟิวชั่น นำเสนอความหลากหลายของอาหาร มีครบทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน ตั้งอยู่ย่านพุทธมณฑล สาย 7 ชื่อร้าน ‘Sumalee Pastry Cream’ ในช่วงปีแรกที่เปิด คุณครีม บอกว่า ประสบการณ์ทำงานยังน้อยมาก แต่โชคดีที่ได้พ่อกับแม่มาช่วยสอนเรื่องการบริหาร ทั้งสต๊อกของ บัญชี รวมถึงรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ จนมีค
ตั้งแต่ต้นศักราชใหม่เป็นต้นมา พบข้อมูลวิเคราะห์จากบรรดา “กูรู” ทางเศรษฐกิจของไทย หลายต่อหลายท่าน ต่าง “ฟันธง” ไปในทางเดียวกันว่า ปี 2561 น่าจะเป็นปีที่ SMEs ไทย ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และอาจถึงขั้น “อยู่ยาก” ด้วยภาพรวมของประเทศมีความผันผวนสูงมาก อันเกิดจากปัจจัยประกอบหลายด้าน อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ราคาพลังงานมีแนวโน้มขาขึ้น ปัจจัยเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ อัตราเงินเฟ้อที่ไม่แน่นอน มีความผันผวน ผนวกกับหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการ เป็นต้น และถึงแม้ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยหลายหน่วยงาน จะพยายามออกนโยบายและกลยุทธ์มากมาย โดยเฉพาะมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ด้วยเล็งเห็นว่าผู้ประกอบการ SMEs ไทย นั้น เป็น “ฟันเฟือง” ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 3 ล้านราย มีภาคแรงงานกระจายอยู่กว่า 11 ล้านคน และนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากแต่ความพยายามดังกล่าวนั้น หลายฝ่ายต่างลงความเห็น ยังไม่ทำให้สถานการณ์ของเหล่า SMEs ไทย ดีขึ้นมากนัก ดังเห็นได้จากตัวอย่างในหลายธุรกิจ ที่ต่
คุณจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเติบโตของธุรกิจร้าน อาหารและโรงแรมของไทยว่ายังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่คาดว่าตลอดทั้งปีจะสูงถึง 30 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับประเทศถึง 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึง 13.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวชาวจีน ยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30% หรือจาก 3.5 ล้านคน เป็น 4.6 ล้านคน ซึ่งการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยยังได้ส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาเซียนด้วย โดยล่าสุดในการประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียน ได้มีการตกลงร่วมกันที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน เพื่อผลักดันให้อาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางเดียวกันด้านการท่องเที่ยว และยังมีการเสนอให้ใช้ระบบ วีซ่าใบเดียว (Single Visa) เพื่อการท่องเที่ยวร่วมกันอีกด้วย ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะส่งผลดีอย่างมากต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ มักจะใช้ไทยเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวและต่อไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค คุณจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศ
คุณนัด ธนิษฐ์ กับ คุณบอส อิทธิศักดิ์ เป็นคนตลก ชอบเล่นมุข เรียนวาดรูปมาก่อน เลยเลือกวาดการ์ตูนนำเสนอบนเพจ “นัดเป็ด” ซึ่งมีที่มาจากชื่อตัวและชื่อคุณพ่อของเพื่อน ปัจจุบันเป็นเพจดังมียอดไลก์หลักล้าน คุณนัด เล่าให้ฟัง ถึงแรงบันดาลใจในการสร้างมุขบนเพจ “นัดเป็ด” ที่ตัวเขาเป็นหนึ่งในแอดมินว่า ต้องดูกลุ่มเป้าหมาย เป็นหลัก คือ นักศึกษาอายุ 18-24 ปี เขาต้องจำลองตัวเองเป็นนักศึกษาว่า วันหนึ่งๆ นักศึกษาทำอะไร เรื่องความรัก การเรียน เรื่องเที่ยว นำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลในการวาดมุข และถ้าให้ลึกต้องรู้ถึงขั้นว่า ณ เวลานั้น กลุ่มเป้าหมายทำอะไรอยู่ เช่น รู้ว่าช่วงนี้นักศึกษาสอบ ก่อนสอบอาจจะทำโพสต์ให้กำลังใจ หลังสอบเสร็จ โพสต์เกี่ยวกับเรื่องการสอบ รู้ว่าศุกร์เย็นนักศึกษาชอบเที่ยวจะทำเรื่องเที่ยว เขาพยายามเสิร์ฟ Content ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในเวลาที่เหมาะสม นัด กับ บอส แอดมินเพจ “นัดเป็ด” สำหรับตัวการ์ตูนคาแร็กเตอร์หลัก ในเพจ “นัดเป็ด” นั้น มี 6 ตัว พระเอก นางเอก เพื่อนพระเอก เพื่อนนางเอก หมอ กับแม่ค้า แต่ละตัวเลือกใช้ตามบริบทของมุข แต่ละตัวไม่มีชื่อ อยากให้ทุกคนอ่านแล้วสมมติว่าเป็นใคร
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) และ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมดำเนินการกิจกรรมยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหาร ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต ปีงบประมาณ 2561 เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประกอบการให้เข้มแข็งยั่งยืน อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น โดยการบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เป็นความร่วมมือแบบพหุภาคี กล่าวคือ อย. ได้ดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการในด้าน Primary GMP ITAP เอานวัตกรรมมาช่วยในการทำ Product ใหม่ Central Lab ช่วยตรวจวิเคราะห์เพื่อช่วยให้ได้การรับรองมาตรฐาน สสว. เป็นส่วนเติมเต็มและต่อยอดให้ผู้ประกอบการแข็งแรงและมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น นอกจากเรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์แล้ว สสว. ยังให้ความสำคัญในด้านอื่นๆ เช่น
อาหารขึ้นชื่อลือชา เป็นหน้าเป็นตาของคนหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ อีกอย่าง คือ ขนมจีน หรือ ขนมเส้น ที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ทั้งพื้นที่อ.หล่มสัก และ อ.หล่มเก่า ฝีไม้ลายมือการทำเส้นสดไม่เป็นสองรองใคร และสูตรน้ำขนมจีนแบบท้องถิ่นหากินที่อื่นไม่มีเหมือน หากใครได้มาสองอำเภอนี้จะพบว่ามีร้านขนมจีนให้เลือกเพียบ แต่ที่ไว้ใจได้ กินเมื่อไหร่ก็อร่อยเมื่อนั้น ขออนุญาตแนะนำ ร้านขนมจีนเจสัน ตั้งอยู่ซอยวจี 13 ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ร้านนี้เปิดมาร่วม 20 ปีแล้ว อาหารมีการปรับปรุงมาตลอด อาทิ เส้นสดจากเส้นสีขาวทั่วไป ก็เติมสมุนไพรให้มีสีสันชวนรับประทานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัญชัน แก้วมังกร ใบเตย ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ส่วนน้ำขนมจีนมีทั้งน้ำยากะทิ น้ำพริก น้ำยาป่า และน้ำสมุนไพร ที่หากินได้ที่นี่เท่านั้น สำหรับขนมจีนนั้นขายเป็นชุดขนมจีนเล็ก-กลาง-ใหญ่ (ราคา 60-120-210 บาท) ผักสดฟรี ผักลวก-ผักกาดดอง หรือส้มผัก ให้ฟรี 1 ชุด สั่งเพิ่มชุดละ 5 บาท ส่วนน้ำยาตักฟรีตามใจชอบ ยังมี ลูกชิ้นปูทอด ราคา 25 บาท ก็เด็ดไม่แพ้กัน กรอบนอกนุ่มใน มาพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด และตบท้ายมื้อด้วย ขนมเทียนแก
ย้อนอดีตไปเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน บน “มาบุญครอง” ห้างสรรพสินค้าดังกลางกรุง มีกิจการชื่อไทยๆ “เจริญธรรม” เปิดจำหน่ายรองเท้าแฟชั่นทั่วไปของหญิงและชาย ว่ากันว่าเวลานั้นเป็นร้านที่ขายดีมาก ถึงขั้นเป็น “แม่เหล็ก” ตัวสำคัญ วันหนึ่งๆ สามารถช่วยเรียกลูกค้าเข้ามาจับจ่ายในห้างได้ไม่น้อย “เจริญธรรม เป็นกิจการรุ่นคุณพ่อ-คุณแม่ ช่วยกันเริ่มต้นมา ตอนนั้นผมยังเด็ก แต่พอจำได้ ร้านเราขายดี แต่ละวันมีลูกค้าเข้ามาเยอะมาก” คุณเม้ง-ธนพล มธุปายาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิลก สโตร์ จำกัด วัยยี่สิบปลาย บุคลิกแคล่วคล่อง เป็นกันเอง ย้อนให้ฟังถึงธุรกิจเริ่มต้นของครอบครัว ก่อนเล่าต่อ กิจการดำเนินไปพักใหญ่ มีตัวแทนจำหน่ายของรองเท้ากีฬาหลายแบรนด์มาติดต่อ ขอวางขายรองเท้าประเภทกีฬา ทางคุณพ่อ-คุณแม่ของเขา จึงตัดสินใจไม่สั่งรองเท้าแฟชั่นมาขายเพิ่ม แต่ขอขายของเดิมให้หมด นับจากนั้นรองเท้ากีฬาสารพัดแบรนด์ ได้กลายเป็น “สินค้าหลัก” ในร้าน ตั้งแต่นั้นมา คุณเม้ง เจ้าของกิจการรุ่นสอง “ถ้าจำได้ มียุคหนึ่งหนุ่มสาวนิยมใส่รองเท้าใหญ่ๆ ความนิยมน่ามาจากการ์ตูนเกี่ยวกับบาสเกตบอล เรื่อง สแลมดังก์ ที่วัยรุ่นยุคนั้นชื่นชอบ ฉะนั้น สินค้าใ
มานะ-มานี-ปิติ-ชูใจ คือ ชื่อของตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในแบบเรียนภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมฯ1-6 ช่วงระหว่าง พ.ศ.2521-2537 และด้วยความ “คลาสสิค” ที่ถูกส่งต่อมาถึงปัจจุบัน ทำให้มีใครหลายคนหวนรำลึกถึงอดีตกันในหลายแบบ ทั้งในรูปของบทเพลง ละครเวที ปกนิตยสาร หรือแม้กระทั่งสินค้าและบริการต่างๆ “มานี มี กาแฟ” ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ขนาดสิบโต๊ะ บรรยากาศภายล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน นับเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่เริ่มต้นธุรกิจ จากความชื่นชมหลงใหลในประสบการณ์วัยเยาว์ ซึ่งมีสาวน้อยผูกแกละสองข้าง ชื่อว่า “มานี”เติบโตมาด้วยกัน ราวกับเพื่อนสนิท “เรียนทันยุคมานี มานะ ปิติ ชูใจ และเคยเป็นครูมาก่อน สมัยสอนที่โรงเรียน ผมเอาหนังสือพวกนี้ไปสอนเด็กบางครั้ง และทุกวันนี้ในร้านผม มีหนังสือ มานี มานะ ตั้งแต่ป.1 ถึง ป.6 ให้ยืมอ่านด้วย”คุณออส – กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ วัยสามสิเศษ เจ้าของกิจการ “มานี มี กาแฟ” ร้านอาหารบรรยากาศย้อนยุค ที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างมากในจังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงที่มาของชื่อร้าน ก่อนบอกต่อ กิจการของเขา ไม่มีความเกี่ยวข้องกับร้านชาบูชื่อดังที่นำชื่อ ของ
มันต้องมีบางวันนะครับ ที่เราอยากกินกับข้าวอะไรที่มันไปทิ่มแทง ทะลุทะลวงปากลิ้น หลอดอาหาร กระเพาะลำไส้ ชนิดที่ว่าสาสมแก่ใจ ตอบสนองอารมณ์ความอยากที่ท่วมท้นนั้นได้เต็มที่เมื่อนั้น อย่างน้อยถ้าไม่นึกถึงกับข้าวเสฉวนของจีน หรือกับข้าวปาดังของอินโดนีเซีย ก็ต้องเป็นกับข้าวไทยเรานี่เองแหละครับ กับข้าวไทยมีที่เผ็ดโดยใช้พริก (chillies) อยู่มาก ทั้งแกง ทั้งผัด ต้มยำรสจี๊ดๆ ไหนจะน้ำพริกนานาชนิดอีก แต่ใครที่กินเผ็ดเก่งๆ ก็ต้องนึกออก ว่ารสเผ็ดและอาการทางร่างกายที่ความเผ็ดกระทำของมนุษย์นั้นล้วนผิดแผกแตกต่างกันไป บางคนกินแกงป่าเผ็ดๆ ของเมืองกาญจนบุรีแล้วก็เผ็ดจี๊ดอยู่ครู่เดียวก็หาย กลายเป็นความโล่งสบายตัว แต่เมื่อมากินแกงป่าเผ็ดร้อนของภาคตะวันออกแถบจันทบุรี ตราด ที่เข้าหัวสมุนไพรสดหนักๆ แล้วก็พบว่าความเผ็ดนั้นติดปากติดคออยู่นาน ไม่หายไปง่ายๆ แถมรีดเหงื่อรีดน้ำลายไปมากกว่าแกงแบบอื่นๆ ในขณะที่หลายคน เมื่อกินแกงแบบฮินดูหรือมุสลิมที่เข้าเครื่องเทศแห้งรสฉุนร้อนแล้วก็รู้สึกมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าทวีคูณ เนื่องจากเครื่องเทศหลายตัว อย่างเช่น ดีปลี พริกไทย โดยเฉพาะกานพลูนั้นมีความร้อนแรงที่เสริมความเผ็ดของพริกให้มา
