Featured
อาชีพเลี้ยงไก่อยู่คู่คนไทยมาแต่โบราณ ปัจจุบันยังมีให้เห็น ทั้งเลี้ยงไก่เนื้อไว้ขาย เลี้ยงไก่บ้านเพื่อการกีฬายังคงอยู่ แม้ไก่จะไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจชนิดเดียวในไทย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันสามารถสร้างรายได้ให้กับคนประเทศเราไม่น้อย “เส้นทางเศรษฐี” มีโอกาสลงพื้นที่สำรวจฟาร์มที่จังหวัดนครราชสีมา กับโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์รูปแบบ Contract Farming ที่เรียกว่า ระบบฟาร์มข้อตกลง หรือ ระบบฟาร์มสัญญา ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำเข้ามาใช้งานกว่า 40 ปีแล้ว คุณคะนองเดช พินิจด่านกลาง วัย 40 ปี หนึ่งในเกษตรกรระบบคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง เจ้าของคะนองเดชฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ 225 หมู่ 2 ตำบลแหลมทอง อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่า แต่เดิมเป็นเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังและอ้อย กับพ่อแม่ มีรายได้เพียงปีละครั้ง ผลผลิตขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ราคาขายก็ไม่แน่นอน กระทั่งซีพีเอฟขยายโครงการเลี้ยงไก่เนื้อมาในเขตพื้นที่ ตนมองว่าเป็นระบบที่ดี มีมาตรฐาน และวงจรการผลิตอยู่ในโซนเดียวกัน อีกทั้งเป็นโอกาสดีในการประกอบอาชีพ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมกับบริษัท ปี 2549 รวมระยะเวลา 12 ปีแล้ว คุณคะ
ขณะที่หลายอาชีพกำลังเผชิญปัญหา “คนล้นงาน” และ “เสี่ยงตกงาน” ได้ทุกเวลา แต่อาชีพ “นักบิน” ดูเหมือนไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งยังมีข่าวด้วยว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่กำลัง “ขาดแคลน” และเป็นปัญหาของสายการบินหลายแห่งในโลก กระทั่งทำให้ นายวูยานี จารานา ผู้บริหารคนใหม่ของสายการบินเซาท์แอฟริกัน แอร์เวย์ส (South African Airways) หรือ เอสเอเอ (SAA) ที่ประสบปัญหาขาดทุนหนักในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กระทั่งมีหนี้ท่วมถึง 680 ล้านดอลลาร์ หรือราว 22,576 ล้านบาท มองเห็น “ทางรอด” ที่อาจเป็นโอกาสช่วยให้สายการบินเอสเอเอยังสามารถอยู่รอดต่อไปได้ ด้วยการสร้างรายได้จากการ “ให้เช่านักบินและลูกเรือ” แก่สายการบินต่างชาติที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนนักบินและลูกเรือ “เวลานี้พวกเราต่างเป็นห่วงความอยู่รอดของสายการบินเรา” ทัลลิ ทัลลิ โฆษกสายการบินเอสเอเอ บอกกับสื่อ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า เฉพาะปี 2560-2561 สายการบินเอสเอเอ ขาดทุนถึง 420 ล้านดอลลาร์ (ราว 13,944 ล้านบาท) ดังนั้น เป้าหมายหลักของนายจารานา ยามนี้ก็คือ พยายามลดปัญหาการขาดทุน ขณะเดียวกันก็พยายามสร้างผลประกอบการให้เป็นบวก โดยไม่ต้องปลดพนักงาน ซึ่งทางออกนี้ยังสามารถช่วยสายการบินใหญ่
ยำทวาย เป็นอาหารที่คนรุ่นเก่าๆ เท่านั้นถึงจะรู้จัก กลางเก่าหน่อยยังไม่ค่อยรู้จักเลย บางคนตั้งชื่อเล่นให้ยำนี้ว่า “ยำคนแก่” เพราะมันคือยำที่ใช้ผักต้มจนนิ่มเป็นหลัก ราดด้วยน้ำยำที่ทำจากน้ำพริกแกงผัดกับกะทิ แต่ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวนำ ไม่เค็มนำเหมือนแกงเผ็ด ที่แกล้งเรียกอย่างนั้น เนื่องจากคนแก่ (ที่ไม่มีฟัน) ใช้เหงือกเคี้ยวผักนิ่มๆ ได้ โดยไม่ต้องอาศัยฟัน จริงๆ ใครที่เคยได้กินยำทวายแล้วจะบอกว่า “อร่อยมาก เสียดายไม่เคยรู้จักมาก่อนหน้านี้” นักเรียนของโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย น้อยคนนักที่จะเคยกินยำทวาย พอได้กินชอบทุกคน ยกเว้นเด็กๆ ที่ไม่กินผัก เลยสุดวิสัยจะบังคับให้กิน ในบทความจาก “พระนครบันทึก : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก – ประไพวิริยะพันธุ์ ฉบับที่ ๙๔ (เม.ย.-มิ.ย. ๒๕๕๕)” (http://lek-prapai.org/home/view.php?id=752) ได้ไปสัมภาษณ์ คุณจินดา เมตตาจิตต์ ซึ่งเป็นลูกหลานเชื้อสายทวายแต่อดีตในสมัยกรุงธนบุรี ชาวทวาย เข้ามาอาศัยอยู่แถวยานนาวาในปัจจุบัน สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ได้ชื่อว่า บ้านทวาย คุณจินดา บอกว่า คนทวายไม่ใช่มอญและก็ไม่ใช่พม่า แต่เป็นอีกเชื้อชาติหนึ่ง ผู้หญิงแต่งกายคล้ายสาวพม่า ผมมวยเกล้ากลม
เรื่องราวชีวิตของแม่ใจสู้ ค้าขายมาสารพัด หวังเพียงให้ลูกๆ ได้เรียนหนังสือสูงๆ แม้ปัจจุบันสังขารเริ่มจะอ่อนแรงไปตามวัย แต่ยังตั้งหน้าตั้งตาหารายได้ ความขยันขันแข็ง หวังส่งต่ออาชีพทำ “บ๊ะจ่าง” ให้ลูกหลาน มีช่องทางสร้างรายได้เลี้ยงตัวอีกทาง เจ้าของเรื่องราวนี้ คนเก่าแก่ในเมืองมหาชัย-สมุทรสาคร หลายท่านอาจรู้จักกันดีที่ชื่อ “เจ๊ม้วยนี้” หรือ คุณมณี ปราณีธยาศัย อายุ 70 ปี ท่านเป็นลูกหลานชาวจีน ที่บรรพบุรุษข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองซัวเถา มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองไทย โดยมาตั้งรกรากที่ ตำบลท่าฉลอม เมืองสาครบุรี ชื่อสมัยก่อน หรือจังหวัดสมุทรสาคร ในปัจจุบัน ในวัยเด็ก คุณมณี ต้องทำงานหนักเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว โดยมีแม่เป็นต้นแบบที่ฝึกให้ทุกอย่าง โดยเฉพาะการทำอาหารเลี้ยงคนในบ้านที่มีอยู่หลายคน ซึ่งรวมถึงการทำบ๊ะจ่าง ที่ต้องช่วยกันทำเมื่อใกล้เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ที่จะไหว้กันในวันที่ 5 เดือน 5 “สมัยก่อนต้องช่วยทำกันทั้งบ้าน ทำเป็นกันหมดล่ะ พี่น้อง 4 คน เป็นผู้หญิงหมด ทำอาหารเก่งหมด ดูแม่ทำแล้วก็ทำได้ทั้งนั้นคาวหวาน แป๊ฉ่าย ขนมเทียน ขนมเข่ง บ๊ะจ่าง” คุณมณี เคยว่าไว้อย่างนั้น เมื่อแยกครอบค
วันนี้อิ่มอร่อยพาไปบ้าน ท่าห้วย ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล ไปกินของดีราคาถูก แม้สินค้าบางอย่างราคาแพงหูฉี่ แต่ของดี ของถูกยังมีอยู่จริง อย่างก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกชามละ 10 บาท ข้าวมันไก่ 10 บาท ราดหน้า 10 บาท งานนี้เล่นเอาลูกค้าเด็กเล็ก เด็กโตพากันมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย ชนิดที่พบว่าหลายคนเป็นลูกค้าติดต่อกันมาตั้งแต่เรียนประถมจนเรียนมัธยมก็ยังแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนร้านนี้ จนหลายคนเรียกกันติดปากว่า ร้านก๋วยเตี๋ยว 10 บาทท่าห้วย เพราะก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูขึ้นชื่อสุดของร้าน และตั้งอยู่บ้านท่าห้วย หมู่ที่ 2 ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล เจ้าของร้านคือ คุณดารุณี และคุณอุสมาน หลงเจ๊ะ อายุ 36 และ 38 ปี สองสามีภรรยาที่ตัดสินใจเลิกทำอาชีพสวนยางพารามาเปิดร้านขายของชำ แต่ด้วยภรรยา มีฝีมือในการทำก๋วยเตี๋ยวขายเมื่อเป็นสาวๆ จึงมาเปิดขายคู่ร้านของชำ แต่ขายไปขายมา ต้องตัดสินใจยกเลิกกิจการขายของชำ เนื่องจากบริการลูกค้าไม่ทัน เลยยกกิจการขายของชำให้พี่สาวขายแทน ส่วนตัวเองก็ตั้งหน้าตั้งตาลุยขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาทเป็นต้นมาถึงวันนี้ก็ร่วม 4 ปีแล้ว เหตุผลที่ขายก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกชามละ 10 บาทเพราะต้องการให้นักเรียน นักศึกษาที่มีเงิ
คุณวรรณา วรรณชาติ วัย 64 ปี เจ้าของร้านขนมเบื้องโบราณรัตนะ มีหน้าร้าน อยู่ที่ หน้าสำนักงานเขตหลักสี่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คุณวรรณา เล่าให้ฟังว่า ช่วยแม่ขายขนมเบื้องมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งก่อนหน้านั้น แม่ก็ช่วยยายมาก่อน รุ่นต่อรุ่น จึงนับว่าเป็นขนมสูตรโบราณอย่างแท้จริง ขนมเบื้องโบราณนี้ ไม่ใส่ครีมขาวๆ แบบที่เห็นทั่วไป แต่น้ำตาลทาหน้าขนมเบื้อง ทำจากน้ำตาลโตนด และไข่แดง ถ้าเป็นครีมขาวๆ จะใส่น้ำตาลทราย และไข่ขาว ที่คุณวรรณ ว่า “ขนมเบื้องไส้ครีม เขาจะทำกลับด้าน กับของเรา” นอกจากนี้ตัวแป้งยังทำจากถั่วทอง ไม่ใช่ถั่วเขียวผ่าซีก และโม่เอง ทำให้ตัวแป้งกรอบ และกรอบนาน เก็บในตู้เย็นได้นาน 1 สัปดาห์โดยที่ยังกรอบอยู่ ส่วนไส้ มีหลักๆ อยู่ 3 ไส้คือ ไส้หวาน ไส้เค็ม และไส้ธัญพืช ที่เพิ่งมาประยุกต์เพิ่มในตอนหลัง เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ไส้หวานมีฝอยทองเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนไส้เค็มมีกุ้งผัด มะพร้าว พริกไทยดำ และผักชี ขายชิ้นละ 12 บาท คุณวรรณา เผยว่า วันหนึ่งขายได้พันกว่าชิ้น ส่วนถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ ก็เพิ่มป็นสองเท่า คุณวรรณา ทำขนมเบื้องมากว่า 50 ปีสิ่งที่ทำให้อยู่ได้คือความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ใช้วัตถุด
เป็นอีกหนึ่งสีสันวันแม่ปีนี้ “มาลัยข้าวตอก” สื่อแทนใจมอบให้แม่ สวยงามความหมายดี ซึ่งการทำข้าวตอกนั้นเป็นประเพณีที่ชาวอีสานสืบต่อๆ กันมานาน คุณฟลุค-เขมิกา ชัญโต อายุ 25 ปี เจ้าของร้าน มาลัยข้าวตอก บ้านฟ้าหยาด เล่าว่า มาลัยข้าวตอกมีความหมายดี รุ่งเรือง เฟื่องฟูเหมือนดั่งข้าวตอก และเก็บได้นาน 6 เดือนถึง 3 ปี โดยตนทำขายมาตั้งแต่วันแม่ปีที่แล้ว สำหรับในปีนี้ได้เริ่มเปิดรับออร์เดอร์ไปเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา กระแสตอบรับดีมาก ทำแทบไม่ทัน โดยออร์เดอร์ล่าสุดอยู่ที่ 60 พวง ราคาขายพวงละ 250 บาท หากห่อกล่องของขวัญด้วยราคาอยู่ที่ 299 บาท ขอบคุณรูปภาพจาก เฟซบุ๊ก มาลัยข้าวตอก บ้านฟ้าหยาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลได้แชร์ภาพเล่าตำนานขนมปังปิ้งเมืองราชบุรี ที่ไม่มีใครไม่รู้จักกับหญิงชราวัย 80 ปี นั่งขายขนมปังปิ้งบนรถเข็นคันเก่าบริเวณริมทางถนนแม้นรำลึก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยบางคนกล่าวถึงว่าทานมาตั้งแต่ยังเด็ก อุดหนุนยายตั้งแต่ยังเรียนตอนนี้ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัดแต่ก็ยังจำได้ รู้สึกมีความสุข ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบและพูดคุยกับหญิงชราคนดังกล่าว ซึ่งเป็นร้านแบบรถเข็นคันเล็กมีสภาพเก่า ล้อยางแบน ไม่หรูหรือตกแต่งร้าน เมื่อได้พูดคุยสอบถามกับหญิงชราเจ้าของร้านดังกล่าว ทราบถึงเรื่องราวและประวัติวิถีชีวิตกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ที่เข้าสู่วัย 80 ปี ไม่เคยสุขสบายกายแต่สุขสบายใจที่ได้ทำและเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 4 คนจนเติบใหญ่ต่างคนต่างมีงานทำและมีหน้าที่การงานที่ดี คุณยาย เฮียงไน้ จารุโชติวิจิตร วัย 80 ปี ชาวอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมาอยู่กับลูกหลานในตัวอำเภอเมืองราชบุรี ด้วยการยึดอาชีพขายขนมปังปิ้งที่ยาวนานกว่า 50 ปี ส่งเสียเลี้ยงดูลูกๆทั้ง 4 คน จนแต่ละคนมีหน้าที่การงานที่ดี คนโตรับราชการกรมที่ดิน ลูกคนที่ 2 อาชีพร.ป.ภ.เอกชน ลูกคนที่ 3 อาชีพรับจ้าง ทั่วไป และคนสุดท
คุณปลา-กัญภร สุขารมย์ เจ้าของกิจการร้านดอกไม้ปาหนัน อำเภอเมือง จังหวัดตาก ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงบรรยากาศการค้าขาย “พวงมาลัยมะลิ” รับเทศกาลวันแม่ในปีนี้ว่า ตามปกติพ่อค้าแม่ขายดอกไม้สดในพื้นที่จังหวัดตากส่วนใหญ่ จะรับมะลิสดมาจากเกษตรกรผู้ปลูกในจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีพ่อค้าคนกลาง ไปรวบรวมมะลิจากตามบ้านมาขายให้อีกต่อ โดยนอกจากจะมี “มะลิดอก” มาขายแล้ว ยังมีมะลิร้อยเป็นเส้นๆขายส่งมาด้วย คุณปลา ให้ข้อมูลอีกว่า ตามปกติ มะลิ จะออกดอกมากช่วงหน้าร้อนประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งช่วงนั้นราคาจะไม่แพง มะลิดอก ราคากิโลฯละประมาณ 150-200 บาท ซึ่งพอถึงเดือนสิงหาฯ จึงไม่ใช้หน้าของมัน ประกอบกับเดือนนี้ มีเทศกาล “วันแม่” ความต้องการซื้อมีมากเป็นพิเศษ ราคาดอกมะลิจึงแพสูงเป็นพิเศษ ล่าสุดเมื่อวันก่อน พ่อค้าคนกลาง ที่จะนำ มะลิ มาขายส่งให้ บอกปีนี้ “มะลิดดอก”กิโลกรัมละพันกว่าบาท แต่กว่าเท่าไหร่นั้น ตนไม่ได้ถาม เพราะพอได้ยินราคาขึ้นไปถึงหลักพันก็ไม่เอาแล้ว “ปกติที่ร้านจะสั่งมะลิมาร้อยมาลัยขายวันแม่ทุกปี แต่ปีนี้ไม่สั่งเลย เพราะคิดว่าน่าจะขายยากและต้องคอยอธิบายกับลูกค้าว่าทำไมพวงหนึ่งถึงต้องข
ที่จริง บาหลี เป็นเกาะที่มีเรื่องราวโดดเด่นน่าสนใจมากไปกว่าทะเลสวย ภูเขางาม เพราะเกาะนี้เป็นเกาะที่มีอิทธิพลฮินดู ในขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นของอินโดนีเซียเป็นมุสลิม นอกจากนั้นบาหลียังเป็นฮินดูที่เคร่งครัด ขณะที่นักท่องเที่ยวก็สามารถใช้ชีวิตเสรีได้ ในพื้นที่ริมทะเล แต่ในศาสนสถานต่างๆ นั้น ชาวบาหลียังคงเคร่งครัดกับธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติที่สืบเนื่องกันมายาวนาน และเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตาม เขาเคร่งครัดได้มากกว่าคนไทย อูบุด เป็นเมืองเล็กๆ หรือเรียกอีกอย่างว่าย่านเล็กๆ ของบาหลี และก็น่าจะเป็นย่านที่มีคนรู้จักมากที่สุดของบาหลี แม้จะไม่ติดทะเล แถมยังอยู่กลางเกาะ เหมือนจะไม่น่าสนใจ แต่อูบุด กลับเป็นเพชรเม็ดใหญ่ยอดมงกุฎ อูบุด (Ubud) เป็นคำที่มาจากคำว่า “อูบัด” ในภาษาบาหลี แปลว่า ยา เป็นคำเรียกพืชที่ขึ้นใกล้แม่น้ำจัมปูฮัน ซึ่งมีสรรพคุณรักษาโรค เมืองเล็กกลางเกาะบาหลีแห่งนี้ เป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางเสมอมา เป็นศูนย์กลางของแรงบันดาลใจ และวิถีชีวิตที่สุนทรี นอกจากอูบุด จะเป็นเมืองที่สวยงามด้วยวิวทิวทัศน์แล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมของเกาะ อูบุด ตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะ เป็น
