เป็นอีกรีวิวน่ารักในโลกออนไลน์ สำหรับคอชอบทานก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารตามสั่ง หลังได้มีแฟนเพจ “แพร่ รีวิว” ได้นำเสนอร้านอาหารร้านหนึ่งใน จ.แพร่ โดยระบุข้อความว่า “ผมมากินก๋วยเตี๋ยวกันจริงๆนะครับ ร้านนี้แม่ก้างามบ่ะเห้ยยยยย ร้านอิ่มแพร่ ก๋วยเตี๋ยวในหลืบ พิกัด บ้านหัวฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่”
โดยเป็นภาพแม่ค้่าคนหนึ่งในวัยใส กำลังทำก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้า หลังจากที่สเตตัสดังกล่าวถูกเผยออกไป ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ถึงความน่ารักของแม่ค้าร้านนี้ ขณะที่หลายท่านเปรยวาสจะมาลิ้มลองรสชาติของอาการร้านนี้เช่นกัน
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.671792589611302.1073741952.392079630915934&type=3
Latest Posts
“ป้าบุญคาเฟ่” ร้านอาหารที่สร้างปรากฏการณ์ลูกค้าแห่เข้าใช้บริการจนล้นทะลัก สร้างกระแสบอกต่อถึงบรรยากาศร่มรื่น สวยงาม เครื่องเล่นจัดเต็มสำหรับน้องๆ หนูๆ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มีเบื่อ อาหารอร่อย สะอาด และบริการประทับใจที่เป็นเสน่ห์ที่ใครก็ตาม เมื่อมาเยือนต่างตกหลุมรัก ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ เกิดจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ “เอาใจเขา มาใส่ใจเรา” เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ มีแต่ความสุข และอยากใช้เวลาอยู่ให้นานที่สุด คุณอำพล ยุติศรี เจ้าของธุรกิจ “ป้าบุญคาเฟ่” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เวลานั้น รับราชการอยู่เมืองพัทยา ทำหน้าที่ดูแลวางระบบจัดสวนสาธารณะครบวงจรในพื้นที่เมืองพัทยาและอยากจะหารายได้เสริมจากงานประจำ ทำให้ริเริ่มเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในพื้นที่ของ “ป้าบุญ” ตั้งอยู่ในเมืองพัทยา ใช้ชื่อร้านว่า “ครัวบ้านป้าบุญ” เพื่อให้เกียรติเจ้าของสถานที่ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อนเลย แต่สิ่งสำคัญที่คุณอำพลใช้เป็นแกนหลักในการสร้างร้านอาหารตามความฝัน คือต้องการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองเคยประสบเมื่อไปใช้บริการร้านอาหารต่างๆ ด้
ย้อนรู้จักผู้ก่อตั้ง Happy Munchy แบรนด์เล็กๆ ที่เริ่มต้นจาก 3 แม่คนดัง สู่ดราม่าโลกออนไลน์ ‘ออมุก’ ในเซเว่นฯ จากเรื่องราวของ ‘Happy Munchy (แฮปปี้มันช์ชี่)’ แบรนด์ไทยเจ้าของสินค้าตัวดังอย่าง ‘ออมุก’ สไตล์เกาหลี ที่กำลังเป็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียล รู้หรือไม่ แบรนด์นี้เป็นธุรกิจ SMEs จากความร่วมมือของ 3 คุณแม่คนดัง ตุ๊ก-นิรัตน์ชญา การุณวงศ์วัฒน์ แห่งเพจเลี้ยงลูกชื่อดัง Little Monster, นิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์ นักแสดง พิธีกร ผู้ประกาศข่าว และแตน-ธันยวดี วะสีนนท์ นักธุรกิจหญิงผู้คร่ำหวอดในธุรกิจอาหาร ที่มีจุดเริ่มต้นง่ายๆ อย่างการแก้ปัญหา “ลูกทานยาก” จนเกิดเป็นสินค้าอาหารสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน เดินหน้าแตกไลน์สินค้าและขยายตลาดสู่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กับสินค้า “ออมุก” สไตล์เกาหลี อาหารง่ายๆ ที่เพียบด้วยคุณประโยชน์ เหมาะกับคนทุกวัย ก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน เส้นทางของ Happy Munchy เริ่มต้นจากปัญหาของ ตุ๊ก นิรัตน์ชญา ที่พบปัญหาลูกสาวไม่ยอมทานอะไรเลย นอกจากหมูฝอย เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการตามช่วงวัย เมื่อได้คุยกับ แตน ธันยวดี และน
สายหวยต้องรู้! สลากกินแบ่งรัฐบาล-สลากการกุศล ดูยังไง ซื้อแบบไหนคุ้มกว่า วันที่ 21 พ.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Monica Natchanan โพสต์เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมาถึงวิธีการดูสลากกินแบ่งรัฐบาล-สลากการกุศล ไว้ว่า “ข้อมูลใหม่ เผื่อใครยังไม่รู้ ใครรู้แล้วก็อ่านผ่านไป เพราะคนยังไม่รู้ก็มี เดี๋ยวนี้สลากกินแบ่งรัฐบาล เขาออกมา สองแบบนะ คือ สลากกินแบ่งรัฐบาล และ สลากการกุศล แตกต่างกันยังไง แบบสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าเราถูก แล้วไปขึ้นเงิน เราจะถูกหักอยู่ที่ 0.5 บาท แต่สลากการกุศลจะถูกหักที่ 1 บาท แต่โดยทั่วไปคนถูกเลขท้ายตามต่างจังหวัด ก็คงไม่มีใครไปขึ้นเงินที่กองสลากหรอก จริงมั้ย ก็จะโดนหักแบบ สลากกินแบ่งรัฐบาล 2 บาท สลากการกุศล จะโดน 3 บาท ประมาณนี้ เวลาซื้อควรดูดีๆ เพราะใบคู่ พวกใบหลังเขาจะชอบหนีบสลากการกุศลพ่วงมา ถามว่า เยอะไปมั้ย งกเหรอ กับการกุศล คือก็ไม่หรอก แต่การจะทำบุญใดๆ ควรเกิดจากความเต็มใจ อยากให้ อยากทำ รับรู้ และได้รู้ถึงผู้รับ ว่าคืออะไร คือใคร เงินตรงนี้ หักจากราคาหน้าสลากที่ 80 ใช่มั้ย ไม่ใช่ถูกแล้ว มาหักคอเราว่าต้องบริจาคนะ บังคับไปในตัว แต่โดนสอดไส้มาแบบนี้ มันไม่ใช
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
