แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
จากเด็กส่งแป้ง สู่ เจ้าของ ซีรีน ข้าวเกรียบปลา No.1 แดนใต้ ทำรายได้กว่า หลักแสนต่อเดือน! ที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี มีพื้นที่ติดชายทะเล อุดมสมบูรณ์ทั้งปลาและอาหารทะเลนานาชนิด โดยชาวบ้านมีอาชีพประมงพื้นบ้าน แปรรูปอาหารทะเลและปลาเป็นส่วนใหญ่ โดย ข้าวเกรียบปลา ถือเป็นเป็นขนมขบเคี้ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก และนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย โดย ซีรีน คือ หนึ่งในผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่คนยะหริ่งภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก คุณนี-นิรุสนีย์ ยูนุ๊ เจ้าของกิจการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซีรีน โปรดักซ์ ปัตตานี ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวเกรียบปลา ซีรีน เล่าถึงที่มาให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ในวัยเด็ก คุณพ่อและคุณแม่ ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ด้วยความที่คุณนีเป็นพี่สาวคนโต และกลายเป็นเด็กกำพร้าในวัย 15 ปี ต้องดูแลน้องๆ อีก 4 คน ทำให้คุณนีวนเวียนทำงานเป็นเด็กส่งแป้งในโรงงานผลิตข้าวเกรียบ และซื้อข้าวเกรีบแผ่นดิบมาทอดขายบรรจุเป็นถุง ฝากขายตามร้านน้ำชา ร้านขายของชำ และหิ้วไปขายที่โรงเรียน ได้กำไรมาเลี้ยงตัวเองและน้องๆ ได้ จนกระทั่งเรียนจบ “หลังจากพ่อแม่เสีย พี่ก็วนเวียนเป็นเด็กส่งแป้งข้าวเ
หยิบผลไม้ฤดูร้อน มาทำ ชีสพายมะยงชิด สร้างรายได้เข้ากระเป๋า ไม่ต้องง้อเตาอบ ใกล้เข้าสู่หน้าร้อนแบบนี้ หลายคนรอที่จะได้ไปเที่ยวทะเล ส่วนแอดก็รอกิน มะยงชิด ผลไม้ที่นานน้านทีจะได้กิน แต่จะกินแค่ มะยงชิด เฉยๆ ก็ดูจะธรรมดาไป แอดเลยนำเอาสูตร ชีสพายมะยงชิด จาก คุณเบิร์ด-สงวนศักดิ์ ราภิยะ เจ้าของร้าน Deer Bunny มาฝาก วัตถุดิบและวิธีการทำ ดังนี้ อดีตนักเทคนิคการแพทย์ ลาออกทำ เบเกอรี่ เปิดคอร์ส-แจกสูตร ช่วยคนสร้างอาชีพ สูตรฐานพาย – บิสกิต/แครกเกอร์ 200 กรัม – เนยจืด 100 กรัม วิธีทำ 1. บดแครกเกอร์ให้ละเอียด 2. อุ่นเนยให้ละลาย แล้วนำมาผสมลงไปในแครกเกอร์ คลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน 3. นำไปใส่ในภาชนะ หรือถ้วยพลาสติกใส ถ้วยละ 30 กรัม ได้ประมาณ 10 ถ้วย 4. ใช้ช้อนงอ กดเบาๆ ให้แครกเกอร์เรียบเป็นแนวเดียวกัน แล้วนำไปแช่ตู้เย็นประมาน 5-10 นาที สูตรซอสมะยงชิด (ส่วนผสม) – น้ำตาลทราย 45 กรัม – มะยงชิดปั่น 300 กรัม – เจลาตินแผ่น 1 + ½ แผ่น *แช่น้ำเย็นก่อนนำมาใช้ หรือเจลาตินผง 2 กรัม (1 ช้อนชา) แช่น้ำ 30 มิลลิลิตร ให้พองตัวก่อน – สีเหลืองไข่ (กรณีต้องการสีเหลืองส้ม) 2-3 หยด ***
ปลาร้า มาจากไหน ตามไปดูวัฒนธรรมการเรียกชื่อ ปลาร้า ในประเทศอาเซียนกัน ปลาร้า มาจากไหน – วัฒนธรรมปลาร้า นั้น เดิมเป็นของชาวมอญและเขมร ประเทศที่กินปลาร้าย่อมหมายถึง เคยเป็นทางผ่านของอารยธรรมทั้งสองนี้ และเรากินปลาร้ากันมาแต่โบราณ ในประเทศไทยอย่างช้าที่สุด ก็ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ (Du Royaume de Siam) มีตอนหนึ่งได้กล่าวถึงการทำปลาร้าในสยาม แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมปลาร้าน้ันมีมานานแล้ว ปลาร้า ได้จากการหมักปลากับเกลือ ข้าวคั่ว และรำข้าว นิยมนำปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาชะโด ปลาดุก ปลานิล ปลากระดี่ และปลาสร้อยมาหมัก ลาวเรียกว่า “ปาแดก” ปลาร้าเขมร คือ “ปราฮ็อก” ฟิลิปปินส์เรียกว่า “บากูง” เวียดนาม เรียกว่า “มั้ม” มาเลเซีย เรียกว่า “เปกาซัม” อินโดนีเซีย เรียกว่า “บากาแซ็ง” พม่า เรียกว่า “งาปิ“ ที่มา หนังสือโอชาอาเซียน รู้จักเพื่อนบ้านผ่าน 45 อาหารจานเด็ดแห่งครัวอาเซียน หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 29 ก.ย. 2020
อดีตนักขาย สานต่อกิจการครอบครัว พลิกโฉม พรนภัส ขนมเปี๊ยะกล่องแดงรุ่นอากง สู่ ขนมเปี๊ยะเงินแสน! คุณจิรายุ อรุณวิสุทธ์ หนุ่มวัย 35 ปี ผู้สานต่อกิจการร้านขนมเปี๊ยะกล่องแดง “พรนภัส” มรดกตกทอดรุ่นสู่รุ่นจากอากงมาถึงรุ่นลูกคือคุณแม่ และจากคุณแม่มาถึงรุ่นหลาน คือ “จิรายุ” คนหนุ่มรุ่นใหม่ ที่เรียนจบด้านศิลปกรรม ใช้ชีวิตทำงานในเมืองกรุง กว่า 10 ปี กับอาชีพ ครีเอทีฟ บริษัทโฆษณา และบรรณารักษ์ ที่หอศิลป์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะพลิกผันอาชีพมาเป็นพ่อค้าขนมเปี๊ยะขึ้นชื่อของจังหวัดนครราชสีมา อย่างเต็มตัว คุณจิรายุ เล่าว่า เมื่อคุณพ่อเสีย คุณแม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ตนจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำกลับบ้านที่นครราชสีมา เพื่อมาช่วยคุณแม่ดูแลกิจการร้านขนมเปี๊ยะ สานต่อธุรกิจขนมของครอบครัวด้วยความเต็มใจ เพราะตัวเองมีใจรักด้านศิลปะการทำอาหารอยู่แล้ว ความที่คลุกคลีอยู่กับขนมมาตั้งแต่เด็ก จนเป็นที่เคยชินและชื่นชอบการทำขนม เมื่อกลับมาช่วยงานที่บ้านก็ได้พยายามฝึกฝนทำขนมทุกชนิดตามสูตรของคุณแม่ ที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยอากง ทั้ง ขนมเปี๊ยะใหญ่ ขนมเปี๊ยะจิ๋ว ขนมเปี๊ยะไส้หมูแดง บ๊ะจ่าง ขนมจีบ ซาลาเปา ติ่มซำ ใช้เ
ผู้ประกอบการไทย เจ๋ง! ผุด แป้ง Low Carb นวัตกรรมเพื่ออาหาร ตอบโจทย์สายเฮลตี้ ที่รักขนมปัง แม้ว่าในปัจจุบัน จะมีนวัตกรรมด้านอาหารถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพ มากขึ้น แต่บางครั้ง รสสัมผัส ก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องพัฒนากันอีกมาก บริษัท เทสเต็ด เบ็ตเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้นำเสนอ นวัตกรรมอาหารเพื่ออนาคต โดยใช้ เทคโนโลยี เพื่อลดคาร์โบไฮเดรต ปราศจากสารเคมี ผ่านการทดลอง และทดสอบความเป็นไปได้กว่า 100 แบบ เพื่อสร้างแป้งเสมือนขึ้น โดยยึดหลัก อาหารถูกปากเป็นสำคัญ ด้วยผลิตภัณฑ์พร้อมทานและชนิดผงที่แตกต่าง อย่างแบรนด์ Dancing with a Baker นอกจากการพัฒนาแป้งคาร์โบไฮเดรตต่ำ GI ต่ำ และไม่มีน้ำตาล ทางบริษัทยังมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มขนมปังที่ผลิตจากแป้งคาร์โบไฮเดรตต่ำออกจำหน่าย ซึ่งเป็นแป้งสาลีชนิดพิเศษในรูปแบบ Modtfy Non Starch ที่อยู่ระหว่างการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ให้คาร์โบไฮเดรตต่ำ 100 กรัม อยู่ที่ 0-14% ซึ่งแป้งสาลีทั่วไป มีคาร์โบไฮเดรต อยู่ประมาณ 60% และมีค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ที่ 1.1-1.4 ต่อชิ้น จึงเหมาะกับผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ลดน้ำหนักที่เลี่ยงการบริโภคแป้ง หรือคา
ข้าวราดแกง ใจป้ำ ไม่สนยุคของแพง ทุบราคาเสิร์ฟทุกเมนู 10 บาท ไม่ขาดทุน แถมหมดเกลี้ยงทุกวัน ในยุคข้าวของราคาแพง ขึ้นๆ ลงๆ ตามภาวะเศรษฐกิจ การได้ซื้อของกินของใช้ราคาประหยัด ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าเราได้ไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังสบายใจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งร้านที่ขายราคาประหยัดก็มีให้พบเห็นอยู่มากมาย เช่นร้าน “เจ๊แต แกง 10 บาท” ข้าวราดแกงสไตล์ไทยที่เสิร์ฟความอร่อยทุกเมนูเพียง 10 บาท ด้วยความตั้งใจของ เจ๊แต-ฐานิดา เหล่าประชา ผู้เป็นเจ้าของร้านที่บอกว่า “ถึงรายได้น้อยแต่ปากท้องต้องอิ่ม” เจ๊แต เจ้าของร้านวัย 36 ปี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ได้ไอเดียเปิดร้านข้าวแกง 10 บาท มาจากช่วงโควิด-19 ระบาด หลายๆ คนต้องล้มทั้งยืน บางคนรายได้ลดลง หรือบางคนไม่มีรายได้เลย เช่น คนรับจ้างรายวัน ที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ อีกทั้งยังมีรายจ่ายเท่าเดิมแต่รายรับกลับลดลง เมื่อเห็นแบบนี้แล้วทำให้อยากคิดหาทางช่วย “เจ๊อยากช่วยสังคมด้วยสิ่งที่เราถนัด นั่นคือการขายอาหาร และโจทย์ที่ตั้งไว้คือ ทุกคนต้องเข้าถึงได้ จึงเป็นที่มาของร้านเจ๊แต แกง 10 บาท ว่ากันง่ายๆ เลย คุณก
“มณีแดง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น” ที่สุดของคนรักเนื้อ หนึ่งเดียวแห่งซอยอารีย์ ด้วยน้ำซุปจากส่วนผสมที่ลงตัวของเครื่องเทศ เคี่ยวได้ที่จนได้รสชาติความอร่อยกลมกล่อม จับคู่กับพระเอกก็คือเนื้อวัวคุณภาพ คัดสรรเฉพาะส่วนอย่างพิถีพิถัน กลายมาเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้คนรักก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่หากได้มีโอกาสชิม ‘มณีแดง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น’ แล้วก็จะต้องติดอกติดใจ จนต้องแวะเวียนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า คุณชาตโยดม ปรีชาเลิศพิริยะ ซึ่งเป็นเจ้าของที่มาของสูตรเด็ด ‘นึกถึงเนื้อตุ๋น นึกถึงมณีแดง’ เล่าให้ฟังว่า เขาเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ประกอบอาชีพร้านก๋วยเตี๋ยวหมู ทำให้ชอบกินอาหารประเภทนี้ตั้งแต่เด็กๆ “แรกเริ่มทำธุรกิจจำหน่ายเครื่องดื่มมาก่อน แต่พอมีสถานการณ์โควิดก็เลยชะงัก จึงมีความคิดว่า น่าจะต่อยอดธุรกิจครอบครัว แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบกินเนื้อวัว มีโอกาสชิมก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวสารพัดร้านดังทั้งในเมืองไทยรวมถึงเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น ก็จะตระเวนชิมตลอด จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจอยากทำร้านก๋วยเตี๋ยวสไตล์เนื้อตุ๋น” ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นมณีแดงเปิดสาขาแรกที่เมเจอร์รัชโยธิน เมื่อปี 2564 ช่วงนั้นยั
“เหี้ย” เดียวที่เคยกิน คือ “ขนมไข่เหี้ย” แจกสูตรขนมโบราณ ทำกินเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน นี่ไม่ใช่หนังปลากรอบ นี่ไม่ใช่ลูกชิ้นปลา แต่เป็น ขนมไข่เหี้ย ขนมไทยโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 โดยจุดเริ่มต้นของขนมไข่เหี้ย เกิดจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเสวยไข่เหี้ยกับมังคุด แต่ไม่มีใครสามารถหาไข่เหี้ยมาถวายได้ เนื่องจากไม่ใช่ฤดูกาลวางไข่ของเหี้ย เจ้าจอมแว่นสนมเอกของรัชกาลที่ 1 จึงได้ประดิษฐ์ “ขนมไข่เหี้ย” ขึ้นมาแทน และภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 4 ขนมไข่เหี้ยก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ขนมไข่หงส์” แทน ถึงกระนั้น ไข่เหี้ย ก็ยังเป็นอาหารโบราณ โดยมีวิธีการทำคือ นำไข่เหี้ยมาต้มสุกให้ไข่ขาวยังพอเหลว ใช้เข็มเจาะรูให้พรุนไปแช่ในน้ำผสมเกลือ หลังจากนั้นก็นำไปย่างไฟต่อเพื่อประกอบอาหาร รสชาติจะออกเค็มๆ มันๆ อีกทั้งยังเป็นที่มาของคำพังเพยที่ว่า “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” มาอ่านสูตรขนมไข่เหี้ย ที่เรากินมาตั้งแต่เด็กๆ กันได้เลย เตรียมวัตถุดิบ * ปริมาณนี้สามารถทำขนมไข่หงส์ได้ประมาณ 100 กว่าลูก เเป้งข้าวเหนียว 1 กก. แป้งข้าวเจ้า ขีดกว่าๆ น้ำตาลทราย 2 กก. น้ำมันบัว 3 กก. ถั่วซีก 1 กก. กร
หวานมันทะลุกระบอก จากแผงงานวัด สู่ ข้าวหลามอินเตอร์ รายได้หลักล้านต่อเดือน จากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ตั้งแผงขายข้าวหลามตามงานวัด วันนี้ ร้านข้าวหลามเจ๊สองพี่น้อง กลายเป็นข้าวหลามเงินล้านได้สำเร็จ เพราะได้ความร่วมมือร่วมใจของทายาทช่วยกันสานต่อ ถึงวันนี้อยู่ในการดูแลของทายาทรุ่น 3 คุณพรชนก เหลืองรุ่งทรัพย์ หรือ กุ๊ก วัย 29 ปี เจ้าของร้านข้าวหลามเจ๊สองพี่น้อง เล่าให้ฟังว่า เข้ามารับช่วงดูแลธุรกิจต่อจากคุณแม่ซึ่งขายข้าวหลามในตลาดสี่มุมเมืองมานานกว่า 20 ปี โดยธุรกิจนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณตาคุณยาย ที่เมื่อก่อนนั้น ตั้งแผงขายข้าวหลามตามงานวัด “ครอบครัวขายข้าวหลามมาตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย แต่เป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ สมัยนั้นคุณตาคุณยายจะไปตั้งแผงขายตามงานวัด จากขายได้วันละไม่กี่กระบอกก็เริ่มขายดีขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจจึงค่อยๆ เติบโต” เมื่อธุรกิจเจริญรุ่งเรืองถึงคราวต้องหาลู่ทางขยับขยาย ทายาทรุ่น 3 เล่าต่อว่า ทางบ้านได้เริ่มมองหาทำเลเพื่อขยับขยายกิจการ โดยมีโอกาสมาเปิดร้านที่ตลาดสี่มุมเมือง จากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ในวันนั้นจึงได้กลายมาเป็นธุรกิจที่สร้างอาชีพและรายได้มั่นคงให้กับครอบครัว จนปร
จากเมนูกระแส สู่อาชีพหลัก! อดีตเซลส์ ขายชีสบอร์ดออนไลน์ ต่อยอดสู่ ชีสคัพ สร้างรายได้รวมหลักแสนต่อเดือน จากพนักงานเงินเดือนประจำ วันหนึ่งต้องลาออกด้วยเหตุจำเป็นมาขายแค็กตัส แต่รายได้ก็ไม่ดีเท่าที่ควร จนได้เห็นกระแสฮิตของ ชีสบอร์ด หรือ Charcuterie คุณแบ๊งค์-ทวีศักดิ์ ฮวดวิเศษ จึงลองซื้อวัตถุดิบมาทำกิน พร้อมทำขาย โดยตั้งชื่อร้านว่า “ฉันท์ชีส” เพียงแค่วันแรกสามารถทำยอดขายได้เกือบหมื่นบาท ความโดดเด่นของ ฉันท์ชีส คือรูปแบบการขายที่แตกต่าง โดยทำชีสคัพ เพื่อตอบโจทย์สำหรับคนเริ่มต้นทาน ในราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึง ชุดละ 100 บาท อีกทั้ง ชีสบอร์ดแบบจัดเซตหากขาดผลไม้ 4 อย่างไป คุณแบ๊งค์จะไม่เปิดรับออร์เดอร์เด็ดขาด และเชื่อไหมว่า แม้จะเปิดร้านอยู่บางแสน แต่ลูกค้าสั่งออนไลน์กลุ่มหลักคือ คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดเริ่มต้นของ ฉันท์ชีส เป็นมาอย่างไร สามารถติดตามได้ในบทสัมภาษณ์นี้ จากกระแสฮิต สู่การขาย วันแรกได้เงินหลักหมื่น คุณแบ๊งค์ วัย 28 ปี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นเซลส์ขายเครื่องมือช่าง และทำงานกราฟิกควบคู่กัน กระทั่งกลางปี 2021 บริษัทเกิดปัญหาจึงสมัครใจลาออก จากนั้นได้หันม
