แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
แจกสูตร ส้มตำไทย รสแซ่บ ไว้ตำกินเอง อร่อยเหมือนแม่ค้าตำเอง อยากกินอะไรแซ่บๆ ต้องกิน “ส้มตำ” ถ้าไม่สะดวกออกไปซื้อหน้าร้าน ลองมาฝึกทำกันดูบ้าง ไม่ยากเลยสักนิด โดยเพจสมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตร ส้มตำไทย ไว้อย่างเข้าใจง่าย มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย ส่วนผสม มะละกอดิบ 2 ถ้วย กระเทียม 6 กลีบ พริกขี้หนู 5 เม็ด มะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ถั่วฝักยาว 1/2 ถ้วย ถั่วลิสง 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศสีดา 1 ถ้วย วิธีทำ 1. นำมะละกอดิบมาปอกเปลือกแล้วล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นขูดหรือสับให้เป็นเส้นเล็กๆ 2. ใส่กระเทียมและพริกขี้หนูลงในครก ใช้สากตำให้พอแหลก แล้วใส่ถั่วฝักยาว มะเขือเทศสีดา ตำเบาๆ อีกครั้งจนถั่วฝักยาวและมะเขือเทศบุบ 3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลปี๊บละลาย 4. ใส่กุ้งแห้ง ถั่วลิสง มะละกอขูดเส้นลงไป ตำเบาๆ อีกครั้งพร้อมใช้ทัพพีคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟ ข้อมูลจาก เพจสมุนไพรอภัยภูเบศร ตำรับอาหารเพื่อลำไส้แข็งแรง (Foods for Healthy Gut)
เปิดสูตร ช็อกบอล พาสเทล เมนูจากเนื้อเค้กเหลือทิ้ง นำกลับมาทำขายใหม่ สร้างรายได้ปังๆ ใครที่เป็นมือใหม่หัดทำเบเกอรี่ขาย มักประสบปัญหากับเรื่อง เนื้อเค้กที่อบไม่สวย หรือเนื้อเค้กเหลือทิ้ง ทำให้เสียทั้งเงิน เสียทั้งวัตถุดิบไปฟรีๆ แต่วันนี้ไม่ต้องสิ้นเปลืองอีกต่อไป เพราะ คุณเบิร์ด-สงวนศักดิ์ ราภิยะ เจ้าของร้าน Deer Bunny ที่เคยลงสัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มาแจกสูตรการนำเอา เนื้อเค้กที่อบไม่สวย หรือเนื้อเค้กเหลือทิ้ง ที่ไม่ต้องทิ้งหรือโยนให้น้องปลากินอีกต่อไป นำมาทำเป็น ช็อกบอล เมนูที่ทำง่ายๆ ขายดี แถมอร่อยมาฝาก ดังนี้ อดีตนักเทคนิคการแพทย์ ลาออกทำ เบเกอรี่ เปิดคอร์ส-แจกสูตร ช่วยคนสร้างอาชีพ ส่วนผสมช็อกบอล : – เนื้อเค้ก 140 กรัม – ผงโกโก้ 30 กรัม – Dark Chocolate คอมพาวด์ 80 กรัม – นมข้นหวาน 30 กรัม – วิปปิ้งครีม 20 กรัม – อัลมอนด์ นำไปอบ 30 กรัม (สามารถเปลี่ยนเป็นถั่วแบบอื่นได้ครับหรือถ้าประหยัดต้นทุนไม่ต้องใส่ครับ) ขั้นตอนการปั้นช็อกบอล : 1. ผสมเนื้อเค้กกับผงโกโก้ ขยำคลุกเคล้าให้เข้ากัน 2. นำ Dark Chocolate ผสมกับวิปปิ้งครีมและนมข้นหวาน นำไปอุ่
ต่อยอด ขนมไทยรสมือแม่ ใส่แก้วชานม พร้อมทาน สร้างยอดขายปัง 300 แก้วต่อวัน พูดถึง “ขนมไทย” มีหลายร้านอร่อยให้เลือกตามใจชอบ แต่สำหรับบางคน ไม่ต้องไปร้านไหนให้ไกลตัว เพราะรสมือแม่นี่แหละ อร่อยที่สุด…จากความทรงจำในวัยเด็ก และความคิดถึง ทำให้ คุณนาย-ยุวลักษณ์ พูลเสถียร อายุ 33 ปี นำขนมไทยสูตรเด็ด 25 ปีของแม่ มาต่อยอดสู่ “ร้านวลักษณ์ ขนมไทย” เน้นสูตรโบราณ ใช้วัตถุดิบชั้นดี พร้อมสร้างไอเดียใหม่ ใส่แก้วชานมไข่มุก สร้างยอดขายสุดปังวันละ 300 แก้ว คุณนาย เล่าให้ฟัง คุณแม่ยึดอาชีพขายขนมไทยรถเข็นในต่างจังหวัด ซึ่งขายดีมาก ไม่เกิน 2 ชั่วโมงหมดเกลี้ยง แต่หลังจากท่านขึ้นมาทำธุรกิจในกรุงเทพฯ เปิดร้านข้าวเหนียวมะม่วงเจ๊เตียง จึงไม่มีโอกาสได้ทานขนมรสมือแม่อีกเลย กระทั่งวันหนึ่งได้ร้องขอให้คุณแม่ทำขนมไทยให้ทานอีกครั้ง เพราะทนความคิดถึงไม่ไหว “แม่ทำให้ชิม 2-3 เมนู รสชาติยังอร่อยเหมือนเดิม ขนมแม่เราเริ่ดที่สุด หาซื้อที่ไหนไม่ได้ นั่งคุยกันเล่นๆ กับคนในครอบครัว เดี๋ยวนี้แก้วชานมไข่มุกมีไซซ์เล็ก ถ้าทำขนมไทยใส่แก้ว ต้องดีมากแน่ๆ ขนส่งสะดวกเพราะซีลฝาปิด แกะทานง่าย ไม่เป็นภาระล
เกาหลียังฟีเวอร์! เปิด 2 เมนูยอดฮิต ต๊อกบกกี-คิมบับ ใครอยากเปิดร้านอาหารเกาหลี ทำตามได้เลย ต๊อกบกกี หรือ เค้กข้าว-ผัด เป็นอาหารเกาหลียอดนิยมที่ทำจากแป้ง คาแรต็อก ขนาดเล็กซึ่งเรียกว่า ต๊อกมย็อน (เส้นแป้งข้าวเจ้า) นำไปผัด โดย ออมุก (ลูกชิ้นปลา), ไข่ต้ม และต้นหอม และปรุงรสด้วยซอสแบบเผ็ดที่ทำจาก โคชูจัง (น้ำพริก) หรือซอสแบบไม่เผ็ดที่ทำจาก คันจัง (ซอสถั่วเหลือง) ก็ได้ ในปัจจุบัน ต๊อกบกกีมีรูปแบบหลากหลาย รวมไปถึงต๊อกบกกีแกงกะหรี่, ต๊อกบกกีครีมซอส, ต๊อกบกกีชาจัง, ต๊อกบกกีซีฟู้ด, ต๊อกบกกีคัลบี และอื่นๆ การทำต๊อกบกกีรับประทานเองที่บ้าน หรือจะนำไปทำขายก็เพิ่มส่วนผสมเข้าไปได้ โดยใช้ส่วนผสมดังนี้ วัตถุดิบ 1. แป้งต๊อกสำเร็จรูป 250 กรัม 2. เนื้อสัตว์ ลูกชิ้นปลา เต้าหู้ทอด หรือ แฮม 3. หอมหัวใหญ่ 1 ลูก 4. แคร์รอต 5. ต้นหอมซอย 6. ซอสโคชูจัง (ซอสพริกเกาหลี) 3 ช้อนโต๊ะ 7. ซอสถั่วเหลืองเกาหลี หรือ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ 8. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา 9. พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ 10. น้ำมันงา 2 ช้อนชา 11. น้ำเปล่า 300 กรัม 12. น้ำส้มสายชูหมัก 2 ช้อนชา 13. กิมจิ หรือ กิมจิไชเท้า วิธีทำ ต๊อกบกกี 1. นำหอมหัวใหญ่และแคร์ร
ขายหมดทุกวัน! “ขนมกัญญา” ร้านดังบ้านโป่ง ลูกค้าชมเรื่องใหญ่ กำไรเรื่องรอง ว่ากันว่า แต่ละพื้นที่ในประเทศไทย มักจะต้องมี “ของดี” ปรากฏอยู่ ยิ่งหากเป็น “ของดัง” ประจำท้องถิ่น ด้วยแล้วล่ะก็ แม้จะอยู่ตำบลไหน อำเภอใด ย่อมมีผู้คนเสาะหา ตามไปชม ตามไปชิม กันให้ได้สักครั้ง อย่าง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองหลวง มีหลายคนบอกต่อกันมา มี “ของดี ของดัง” ประจำอำเภอ เป็นร้านขนมไทยเก่าแก่ ขายมาตั้งแต่รุ่นคุณยาย ก่อนส่งต่อมารุ่นคุณแม่ และล่าสุด รุ่นคุณลูก เข้ามาสานต่อ นับเวลาแล้วราว 60 ปีเศษเห็นจะได้ ร้านขนมไทย ที่ว่ามานี้ แต่เดิมขายอยู่ในตลาดสด ก่อนขยับขยายมาขายหน้าบ้านซึ่งอยู่ติดถนน อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่สัญจรไปมาซื้อหากันได้ง่ายขึ้น และเมื่อมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง จึงต้องมีชื่อเรียกขาน เพื่อสร้างการจดจำ ซึ่งทุกคนในครอบครัวเห็นพ้องกัน ตั้งชื่อร้านว่า “ขนมกัญญา” ตามผู้สืบสาน คุณกัญญา แดนศิลป์ วัย 72 ปี เจ้าของกิจการ “ขนมกัญญา” กรุณาสละเวลามาพูดคุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ย้อนความทรงจำให้ฟัง เริ่มมาทำขนมตั้งแต่รุ่นคุณแม่ของเธอ ที่ทำอยู่ก่อนแล้ว โดย
เปิดสูตร! พิซซ่าชีสเยิ้ม อร่อยแถมต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับทำขาย ได้กำไรดีแน่นอน! วันหยุดอยู่บ้านสบายๆ แบบนี้ ถ้าได้กินพิซซ่าและนั่งดูหนังพักผ่อนชิลๆ คงฟินน่าดู แต่จะสั่งมากิน ไส้พิซซ่าอาจจะไม่จุใจ แซมมี่ Mmie Chotiros เจ้าของช่อง Sammie’s cooking ที่มีผู้ติดตามในยูทูบกว่า 9.19 พัน คน ใจดีอนุญาตให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำสูตรมาฝากกัน โดยแป้งพิซซ่าสูตรนี้ ไม่ไข่ ไม่นม แต่แป้งนุ่มนิ่มสุดๆ ถ้าใครชอบแบบแป้งกรอบให้รีดแป้งบางๆ ได้เลย ที่สำคัญ อร่อยแถมต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับทำขาย สร้างกำไรดีแน่นอน ส่วนผสม (ยีสต์) น้ำสะอาด 100 กรัม (อุ่น) น้ำตาล 4 กรัม ยีสต์แห้ง 2 กรัม ส่วนผสมหลัก แป้งขนมปัง 150 กรัม น้ำตาล 10 กรัม น้ำมันข้าวโพด 10 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา มอสซาเรลล่าชีส ซอสมะเขือเทศ วิธีทำ 1. นำ น้ำตาล 4 กรัม และ ยีสต์แห้ง 2 กรัม มาละลายในน้ำอุ่นด้วยการคนให้ละลายเข้ากัน แล้วจึงพัก 10 นาที เพื่อให้ยีสต์ทำงาน 2. นำแป้งขนมปัง 150 กรัม น้ำตาล 10 กรัม และ เกลือ 1/4 ช้อนชา มาเทรวมกัน แล้วจึงนำยีสต์ที่พักไว้ มาเทรวมกัน แล้วคนให้พอเข้ากัน 3. เติมน้ำมันข้าวโพดแล้วคลุกให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นนำแป้งออกมาน
ไชโป๊ ตราชฎา ตำนานของดังราชบุรี เนื้อแน่น กรอบ อร่อยถูกปาก ขายมานานกว่า 64 ปี ไชโป๊ หรือ หัวไชโป๊ คือ ผักกาดหัวหรือหัวไชเท้าดอง เป็นวิธีถนอมอาหารอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องรีบ ขายหัวผักกาดสดให้แก่พ่อค้าไปในราคาถูก และยังสามารถเก็บไว้บริโภคได้นาน ทำอาหารได้หลายชนิด โดยตำบลเจ็ดเสมียน ในจังหวัดราชบุรี ถือเป็นถิ่นที่มีโรงงานไชโป๊อยู่หลายโรง แต่ละโรงก็มีชื่อเสียงเรื่องความอร่อยไม่น้อยหน้ากันเลย ซึ่ง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณว่าน-ธนพร หยู่เอี่ยม หนึ่งในเจ้าของโรงงาน ไชโป้วตราชฎา รุ่นที่ 3 ที่ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ไชโป๊ที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานกว่า 64 ปี คุณว่าน เล่าให้ฟังว่า โดยส่วนตัวแล้วเธอเรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วไปต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ กลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้ 2-3 ปี แล้วก็กลับมาทำงานที่บ้าน เพราะรู้สึกอิ่มตัวกับการทำงาน ซึ่งทางบ้านของคุณว่านนั้น ทำโรงงานไชโป้วตราชฎา มานานกว่า 64 ปีแล้ว โดยมีผู้ก่อตั้งคือ คุณน้อย หยู่เอี่ยม (อาม่าน้อย) ส่งต่อมายัง คุณกัล-กัลยาณี หยู่เอี่ยม วัย 60 ปี ผู้เป็นมารดา แล้วจึงมาอยู่ที่รุ่นลูกอย่างคุณหวาย (
เปิดสูตรสร้างรายได้ด้วย ถั่วแปบ ขนมไทยพื้นบ้าน อร่อย แถมอุดมด้วยประโยชน์ ขนมถั่วแปบ ขนมไทยพื้นบ้าน ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แถมให้พลังงานสูง ทั้งยังมีเส้นกากใยในตัว ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ อีกทั้งมีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อเส้นผม ที่ได้จากงา ทำให้ผมดำ ไม่หงอกขาวง่าย ถ้ารับประทานกันเป็นประจำ เพจ ห้องขนมครูนิด ได้แจกสูตรการทำขนมถั่วแปบอย่างละเอียด จะไว้ทำทานเอง หรือจะทำเพื่อสร้างอาชีพก็ทำได้ไม่ยาก โดยแบ่งการทำออกเป็น 2 อย่าง คือ สูตรถั่วแปบ และไส้ขนม โดยสูตรถั่วแปบ มีดังนี้ – แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง – แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ – น้ำตาล 2/3 ถ้วยตวง – เกลือ 1/2 ช้อนชา – กะทิ 1 ถ้วยตวง – น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง วิธีทำ ให้ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน นำส่วนผสมที่ได้ กรองด้วยกระชอนตาถี่ๆ ลงในกระทะ จากนั้นกวนด้วยไฟกลาง จนแป้งสุกใสเป็นก้อนกลิ้งในกระทะ สังเกตเนื้อแป้งจะฟูระอุ มีความมันวาวใสแตะไม่ติดมือ พักแป้งให้เย็น แบ่งแป้งเป็นก้อนขนาดตามต้องการ นอกจากนั้นมะพร้าวทึนทึกที่ใช้ให้ขูดฝอย คลุกเกลือให้มีรสเค
เปาะเปี๊ยะเวียดนามแท้ ต้องเน้นมันแกวเป็นหลัก แถมสูตรน้ำจิ้มแบบเวียดๆ เพิ่มความเป๊ะในรสชาติ คนไทยเรารู้จักเปาะเปี๊ยะเวียดนาม 2 แบบคือ แบบแรก เป็นเปาะเปี๊ยะสดที่มีชื่อภาษาเวียดนามว่า “ก๋อยก๊วน” (Gỏi cuốn) อีกชนิดคือ เปาะเปี๊ยะทอดที่รู้จักในชื่อว่า “จ๋าหย่อ” (Chả giò) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้เขาไม่ได้เรียกว่าเปาะเปี๊ยะ แต่กลับมีอีกชนิดที่เขาเรียกว่า “บ่อเบี๊ย” (Bò bía) ซึ่งออกเสียงคล้ายกับคำว่าเปาะเปี๊ยะมากที่สุด บ่อเบี๊ยนี้ถือว่าเป็นอาหารคนยากของชาวเวียดนาม เพราะมักจะทำเป็นห่อเล็กๆ มีไส้เป็นผักเสียส่วนใหญ่ เน้นมันแกวเป็นหลัก ใส่กุนเชียง กุ้งแห้ง และไข่เจียวหั่นฝอย ขายกันถูกๆ กินเป็นอาหารว่าง จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เค็มๆ แม้ว่าจะมีราคาถูกแต่รสชาตินั้นเกินราคาไปไกล ชื่อที่ไทยเรียก “มันแกว” นี้สันนิษฐานได้ว่าเรารับมันชนิดนี้มาจากแกว หากสังเกตดูจะพบว่าเราไม่ใคร่ใช้มันแกวทำอาหารไทย นอกจากกินสดๆ จิ้มน้ำตาล สมัยก่อนรถผลไม้จะต้องมีมันแกวฝานเป็นแว่นใหญ่ๆ เสียบไม้ขายไม้ละบาท แต่เดี๋ยวนี้ไม่เห็นหรือว่าคนสมัยนี้กินไม่เป็นเสียแล้ว อีกอย่างที่เห็นคือใช้ทำทับทิมกรอบ ซึ่งก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นของไทย เพราะหลา
เปิดสูตร แกงเขียวหวาน สูตร หลวงพี่ไอซ์ ทำทานคู่ขนมจีน อร่อยเหาะอย่าบอกใคร หากพูดถึง แกงเขียวหวาน ถือเป็นเมนูแกงกะทิเมนูหนึ่ง ที่คนไทยนิยมรับประทาน และเป็นที่ชื่นชอบของคนต่างชาติ เป็นอาหารไทยโบราณที่มีรสชาติจัดจ้าน ไม่ว่าจะทานกับข้าวสวย หรือเส้นขนมจีนก็ลงตัว ซึ่งเครื่องแกงต่างๆ ส่วนใหญ่ทำมาจากสมุนไพรไทยทั้งสิ้น (ข้อมูลจาก COCO CHAOPHRAYA) โครงการหลวงพี่ไอซ์ไขอาชีพ โดย หลวงพี่ไอซ์-พระใบฎีกานพรัตน์ ขนฺติจารี สกุล ภาคพิธเจริญ ได้ใจดี แจกสูตร แกงเขียวหวาน เพื่อให้ประชาชนได้นำมาพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้ชุมชน และเพื่อแบ่งปันความรู้ที่มีไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา โดยสูตรวิธีการทำ มีดังนี้ วัตถุดิบ 1. พริกแกงเขียวหวาน 2. กะทิแยกหัว หาง 3. หมู/ไก่/เนื้อ/ปลาขูด (แล้วแต่เลย) 4. ผัก (มะเขือพวง/มะเขือเปราะ/หน่อไม้/ยอดมะพร้าว) แล้วแต่ชอบ 5. พริกชี้ฟ้าแดง/โหระพา/ใบมะกรูด 6. น้ำปลา/น้ำตาลปี๊บ/เกลือ วิธีทำ 1. ปรุงน้ำพริกแกง ประกอบด้วย ผิวมะกรูด/ข่า/ตะไคร้/กระเทียม/หอมแดง/พริกไทย/พริกขี้หนูสวน/ผักชี/กระชาย/เกลือแกง/กะปิ โขลกรวมกันหรือจะปั่นกับกะทิก็ได้ตามสะดวกแต่โขลกหอมกว่าแน่นอน พริกแกงเขียวหวาน (แกงปลา
