แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
สะดวกกิน กิมจิผักกาดขาวแบบหั่น ทุกขั้นตอนต้องสะอาด สมเป็น Super Food เครื่องเคียงหลักของชาวเกาหลี ที่ขาดกันไม่ได้แม้แต่มื้อเดียว ขาดเธอเหมือนขาดใจ ไม่เชื่อก็ลองดูสิคะถ้ามื้อใดไม่มี กิมจิ เสิร์ฟ ชาวเกาหลีจะต้องเรียกหามาให้ได้แน่ๆ ค่ะ กิมจิ นั้น มีมาตั้งแต่สมัยสามราชอาณาจักรเกาหลี อันได้แก่ จักรวรรดิโคกูรยอ แพ็กเจ และชิลลา ไม่ช้าไม่นานราว 2,000 ปีเท่านั้นเอง กิมจิในสมัยแรกๆ ยังไม่ใส่พริก เพราะพริก เพิ่งเข้ามายังคาบสมุทรเกาหลีในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ผักที่ใช้ทำกิมจิในยุคแรกก็เป็นผักป่า ผักไร่ ผักที่ชาวเกาหลีนำมาทำกิมจินั้นมีร้อยกว่าชนิด จนเมื่อผักกาดขาวจากจีน เข้ามาในเกาหลี ผักกาดขาว เลยเป็นผักที่นิยมทำกิมจิมากที่สุด ทุกฤดูใบไม้ร่วง จะเป็นเทศกาลทำกิมจิ เรียกว่า “กิมจัง” 김장 ชาวเกาหลีในหมู่บ้าน จะมารวมตัวกันช่วยกันทำกิมจิแล้วจึงแบ่งกันไปหมักในไห เพื่อให้มีผักรับประทานตลอดฤดูหนาวอันหนาวเหน็บอย่างที่เราเห็นในซีรีย์ ซึ่งกว่าจะได้ทำก็ต้องเตรียมตัวกันตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ ดองกุ้ง ดองน้ำปลา ฤดูร้อนไปหาซื้อเกลือทะเล ปลายฤดูร้อนตากพริกบดพริกเตรียมไว้ พอถึงฤดูใบไม้ร่วงจึงเริ่มทำ สมัยนี้เดินเข้าซูเปอร์
กล้วยสุก กินไม่ทัน ทำไงดี? มาเปลี่ยนเป็น ขนมกล้วย ขายสร้างรายได้สิ กล้วย ถือเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานกันมาก ในประเทศไทยนั้นมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ เมื่อเวลาซื้อกิน หลายคนจึงมักจะนิยมซื้อกันเป็นหวีเพื่อให้ได้ราคาถูก ซึ่งบางทีซื้อมาก็ทำให้เกิดปัญหา สุกกินไม่ทัน หลวงพี่ไอซ์ – พระใบฎีกานพรัตน์ ขนฺติจารี สกุล ภาคพิธเจริญ ผู้ผุดโครงการ หลวงพี่ไอซ์ไขอาชีพ ได้เผยสูตรการทำ ขนมกล้วย ไว้ให้ทำรับประทานหรือจะทำขายก็ได้ โดยสูตรของหลวงพี่ไอซ์ มีวัตถุดิบและอุปกรณ์ ดังนี้ วัตถุดิบ 1. กล้วยน้ำว้าสุกงอม 2. มะพร้าวทึนทึกขูดขาว (มือแมว) 3. หัวกะทิ 4. แป้งข้าวเจ้า 5. แป้งมัน 6. แป้งเท้ายายม่อม 7. น้ำตาลทราย 8. เกลือป่น วิธีทำ 1. ปอกกล้วยแล้วล้างน้ำเกลือ เพื่อทำให้กล้วยไม่โดนลมจนเกิดเป็นสีดำ ไม่น่าทาน 2. แล้วขยำหรือบี้ให้เละ (หลวงพี่บอกว่า วิธีขยำหรือบี้ จะทำให้ได้เท็กซ์เจอร์ดีกว่าการนำกล้วยไปปั่น) 3. นำมะพร้าวลงไปคลุกในกล้วยที่ขยำหรือบี้แล้วเรียบร้อย 4. ใส่แป้งในอัตราส่วน แป้งมัน 4 ส่วน ต่อ แป้งเท้ายายม่อม 2 ส่วน ต่อ แป้งข้าวเจ้า 2 ส่วน นำมานวดรวมกัน เติมหัวกะทิข้นๆ ให้พอเหลว 5. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแล
สีสันตรุษจีน! ขนมเข่งปลาคาร์พ โพสต์ขายไม่กี่วัน ออร์เดอร์ปังมาก สีสันตรุษจีนปีนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีไอเดีย “ขนมเข่งปลาคาร์พ” ขนมมงคลไหว้เจ้าวันตรุษจีน ของสองสาวเมืองจันท์มาฝาก โดย คุณเจนจิรา ลิขิตเลิศ อายุ 38 ปี และคุณไอริน แซ่โก อายุ 37 ปี ช่วยกันคิดช่วยกันทำ คุณเจนจิรา เล่าว่า ยึดอาชีพขายเบเกอรี่ ขนมไทย วุ้น ฯลฯ มานาน 5-6 ปี สำหรับไอเดียขนมเข่งปลาคาร์พ มีจุดเริ่มต้นมาจากเทศกาลตรุษจีน มีคนทำขนมเข่งขายจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่คือขนมเข่งใส่ใบตองธรรมดา จึงช่วยกันคิดกับเพื่อนหาไอเดียแปลกใหม่ ที่สุดแล้วได้ขนมเข่งปลาคาร์พออกขาย ซึ่งปลาคาร์พนั้นมีความหมายสื่อถึงความเป็นสิริมงคล “เราสองคนทำขนมขายอยู่แล้ว ทำให้มีอุปกรณ์ในการทำขนมอย่างพิมพ์วุ้นอยู่ เมื่อได้ไอเดีย เลยสามารถทำขายได้ทันที” คุณเจนจิรา เล่าต่อว่า ทดลองทำอยู่นาน แรกๆ ทำแป้งเหนียวติดพิมพ์แกะไม่ออก หรือเอาสีมาทาแล้วเลอะเทอะไปหมด จึงต้องลองปรับวิธีอยู่หลายครั้งจนสำเร็จ “วิธีการทำคร่าวๆ คือ เอาน้ำกับน้ำตาลทรายมาผสมกัน ตั้งไฟแล้วคนให้ละลาย จากนั้นปิดเตาพักไว้ให้เย็นสนิท แล้วผสมแป้งข้าวเหนียวลงไป นวดให้เข้าก
เคยกินยัง? ขนมเข่งลูกส้ม ที่ไม่ใช่ส้ม แต่ทำมาจากแคร์รอต! ส้ม ผลไม้ยอดฮิตตลอดกาล จัดเป็นผลไม้ตระกูล Citrus ให้รสชาติเปรี้ยวหวาน ที่ยังอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งชาวจีนมีความเชื่อกันว่า ส้ม ผลไม้มงคลแห่งทองคำ และมีรูปทรงกลมเหมือนเงิน และทองก้อนของจีน ดังนั้นส้มจึงถูกยกให้เป็นผลไม้แห่งความรุ่งเรืองและร่ำรวย จึงไม่แปลกที่ชาวจีนนิยมไหว้เทพไหว้บรรพบุรุษด้วยส้ม เพจ ห้องขนมครูนิด ได้แจกสูตร ขนมเข่งลูกส้ม หรือขนมลูกส้ม ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวและแคร์รอต ไว้ทำ ทานเล่นวันหยุด หรือจะทำเป็นของฝาก ขายในช่วงเทศกาลก็ได้เหมือนกัน โดยสูตรและวิธีทำ มีดังนี้ ส่วนผสม – แป้งข้าวเหนียวอย่างดี 200 กรัม – เนื้อแคร์รอตต้มสุก บดละเอียด 200 กรัม – น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม (ความหวานลดเพิ่มตามชอบ) – น้ำเปล่า 150 กรัม -เกลือ 1/4 ช้อนชา -กลิ่นใบเตย 1 ช้อนชา -สีผสมอาหารสีส้ม วิธีทำ 1. นำแป้งข้าวเหนียวลงในชามผสม เติมน้ำตาล เกลือ เนื้อแคร์รอต นวดให้เข้ากัน 2. เติมน้ำเปล่าคนให้เข้ากัน กรองด้วยกระชอน สังเกตสีของแคร์รอตที่ผสมแป้งแล้วว่า ได้สีส้มตามต้องการหรือไม่ ถ
เบอร์เกอร์กุยช่าย ขายดีจนงง แป้งในแป้ง เน้นจุก ไม่เน้นสุขภาพ “ต้องปรับตัว พัฒนาต่อยอด สถานการณ์เป็นแบบนี้ ถ้าไม่ขยับทำอะไร คงนั่งดูยอดขายตกลงไปเรื่อยๆ” คุณท็อป-กิตติศักดิ์ ไกรบำรุง อายุ 26 ปี เจ้าของกิจการ กุยช่ายสะพานหัน ร้านอาหารว่างสไตล์จีน ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยร่าเริง เป็นกันเอง เริ่มต้นบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนย้อนประวัติกิจการซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่น เหล่าม่า (แม่ของอากง) นับรวมระยะเวลาก็ 50 ปีเห็นจะได้ “เริ่มต้นจากรถเข็นคันเล็กๆ ขายน้ำลำไย เหล่าม่า เข็นขายกับอาม่าไปขายแถวสะพานหัน-สำเพ็ง ส่วนขนมกุยช่ายมาเสริมทีหลัง ทำแค่ไส้เดียว แต่ลูกค้าชอบ อยากกินไส้อื่น เลยทำ หน่อไม่ มันแกว มาเสริม” คุณท็อป เล่าอดีต ก่อนคุยให้ฟังต่อ พอต้องทำขนมเยอะขึ้น จึงเข็นรถไม่ไหว เหล่าม่าเลยไปเช่าที่ตรงสะพานหัน อยู่ริมคลองตรงคอสะพานเลย เปิดเป็นเพิงเล็กๆ ขายกุยช่าย มีสองสามโต๊ะ ทำไม่นาน ลูกค้าชอบบอกกันปากต่อปาก ร้านของครอบครัวเขาจึงกลายเป็นแลนด์มาร์ก ใครมาสะพานหันต้องมาทานกุยช่าย คนเลยเรียกกันติดปากว่า กุยช่ายสะพานหัน ต่อยอดกิจการ อาหารยังไงก็ขายได้ ตัดกลับมาที่เรื่องราวของตัวเขา คุณ
ผันตัวเข้าครัว หยิบ สุกี้ เมนูทำกินในบ้าน สู้วิกฤตตกงาน กำไรเฉลี่ยสุดปัง หลักแสน ต่อ เดือน เป็นเวลากว่าหลายปีแล้ว ที่เราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ธุรกิจหลายเจ้า ล้มหายตายจากกันไปทำให้มีคนตกงานฟ้าผ่ามากมาย ซึ่ง คุณนิ้ง–กนกอร ชุณหชัย วัย 38 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เธอก็หันมาเอาดีทางด้านขายอาหาร ซึ่งก็ถือว่าไปได้ดีเลยทีเดียวในตอนนี้ โดยคุณนิ้ง เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เดิมเธอทำอาชีพเป็นพนักงานออฟฟิศ ควบคู่กับทำงานเสริมอย่างการเป็นวิทยากรไปด้วย การทำงานถือว่าสนุกสนานผ่านไปวันแล้ววันเล่า กระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หน้าที่การงานของเธอได้รับผลกระทบมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นตกงานฟ้าผ่า “โควิดรอบแรกก็โดนลดเงินเดือนค่ะ ส่วนงานเสริมก็ไม่มีงานเข้ามาเลย เราก็เข้าใจค่ะว่า บริษัทก็พยายามจนถึงที่สุดแล้ว แต่มันก็ไม่ไหว เลยต้องให้เราออก ก็โดนออกตอนประมาณช่วงปีใหม่เลยค่ะ แต่เราก็รู้ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว 1 เดือน ก็คือช่วงธันวา ก็ประมาณช่วงการระบาดระลอก 2 พอดี ก็โดนออกตอนนั้น” คุณนิ้ง เล่า เมื่อโดนให้ออกจากงาน คุณนิ้ง บอกว่า ตอนนั้นก็รู้สึกเคว้งคว้า
50 บาท ตักได้ไม่อั้น! แม่ค้าออนไลน์ หันขาย ก๋วยเตี๋ยวไก่บุฟเฟ่ต์ ขายดิบขายดี อย่างต่ำ 250 ชามต่อวัน ร้านอาหารในเมืองไทยนั้นมีมากมาย ยิ่งในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 คนก็หันมาจับทำธุรกิจอาหาร ทำให้ร้านใหม่ๆ มากหน้าหลายตาผุดขึ้นมาเยอะขึ้น ทำให้แต่ละร้านต้องคิดไอเดียการตลาดต่างๆ ขึ้นมา เพื่อดึงดูดลูกค้าเอาไว้ให้ได้ เช่นเดียวกับร้าน ก๋วยเตี๋ยวไก่น่า ซอยยย ที่นอกจากแม่ค้าจะสวยแซ่บแล้ว ก๋วยเตี๋ยวของที่ร้านยังให้เยอะ เลือกเติม-ตักเองได้ไม่อั้น แต่ขายเพียง 50 บาทเท่านั้น! คุณเบน-หัตถชา ภาคสุวรรณ วัย 29 ปี หนึ่งในเจ้าของร้าน เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวไก่แห่งนี้มาได้กว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นตนเป็นแม่ค้าไลฟ์ขายเสื้อผ้าและขายมอเตอร์ไซค์มือสองออนไลน์ แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ตลาดสินค้ามือสอง ทั้งเสื้อผ้าและมอเตอร์ไซค์เงียบเหงา เพราะลูกค้ามีความกังวลเกี่ยวกับของมือสอง อีกทั้งเสื้อผ้าคนขายเยอะ ส่วนมอเตอร์ไซค์ก็เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม จึงทำให้ยอดขายลดลง และด้วยความที่เธอและเพื่อนสนิท (คุณสายรุ้ง) ชอบทาน โดยเฉพาะเมนูเส้นอย่าง ก๋วยเตี๋ยว จึงคุยและปรึกษาก
หมี่ผัด อาหารตำรับราชสำนัก สมัย ร.5 ทำทานเองไม่ยาก ทำขายก็ดี! หมี่ผัด จัดเป็นอาหารที่มีการนำ เส้นหมี่สีขาวไปผัดกับซอสปรุงรสสีแดงทำจากเต้าหู้ยี้แล้วทำน้ำราด ซึ่งประกอบด้วย น้ำมะขาม กะทิ น้ำตาลปี๊บ ถือเป็นอาหารตำรับในราชสำนัก ซึ่งในปัจจุบันไม่แน่ชัดว่าอาหารมีหน้าตาหรือรสชาติอย่างไร หลวงพี่ไอซ์ หรือ พระใบฎีกานพรัตน์ ขนฺติจารี สกุล ภาคพิธเจริญ ผู้ผุดโครงการ หลวงพี่ไอซ์ไขอาชีพ ได้แจกสูตรวิธีการทำ หมี่ผัด หรือ ผัดหมี่ สูตรหลวงพี่ ที่สามารถนำไปทำทานเองหรือจะสร้างเป็นอาชีพหลวงพี่ก็ไม่หวง โดยวิธีการทำ ดังนี้ ส่วนน้ำปรุง ประกอบด้วย – น้ำมะขาม – น้ำตาลปี๊บ – น้ำปลา – เต้าเจี้ยว – หอมแดง – พริกไทย – หมูสามชั้น (ไม่ใส่ก็ได้) ถ้าใส่อร่อย – เต้าหู้แผ่น – ซอสเย็นตาโฟ ส่วนผัด ประกอบด้วย – เส้นหมี่แห้ง – น้ำมันพืช – ถั่วงอก – ต้นหอม ผักชี – ไข่เจียวหั่นฝอย วิธีการปรุง 1. เจียวหอมแดงกับพริกไทยจนหอมไม่ถึงกับเหลือง ใส่หมูสามชั้นลงไปผัดแล้วจึงใส่เต้าเจี้ยว 2. ผัดจนหอมดี ใส่มะขาม น้ำตาล น้ำปลา ปรุงให้ได้สามรส แล้วเคี่ยวไฟอ่อน
แกะสูตรลับ ข้าวหน้ามหาสมุทร เมนูเงินแสน สร้างอาชีพ แจกสูตรวันนี้ ขอนำเสนอเมนู “ข้าวหน้ามหาสมุทร” สุดยอดไอเดียจาก คุณเฟิร์น-สุพรรษา นวลสะอาด วัย 37 ปี สาวใต้ที่พลิกวิกฤตช่วงว่างงาน นำวัตถุดิบอาหารทะเลมาใส่เข่ง เกิดเป็นข้าวหน้ามหาสมุทร ซึ่งมียอดขายสูงสุดเดือนละ 3,000 เข่ง วัตถุดิบหลัก – เนื้อปู ไข่ปู กั้ง ไข่กุ้ง มะม่วง หอมแดง พริก – เข่งไม้ไผ่ ใบตอง ข้าวหอมมะลิจากสุรินทร์ น้ำจิ้มซีฟู้ด วิธีทำ ข้าวหน้าปู+ไข่ปู ตักข้าว 300 กรัม ใส่เข่งไม้ไผ่ที่รองด้วยใบตอง วางเนื้อปู 35 กรัม ไข่ปู 35 กรัม ใส่น้ำจิ้มซีฟู้ด พริก หอมแดงหั่น มะม่วงซอย ข้าวหน้าปู+กั้ง ตักข้าว 300 กรัม ใส่เข่งไม้ไผ่ที่รองด้วยใบตอง วางเนื้อปู 35 กรัม กั้ง 30 กรัม หรือ 3-4 ตัว ใส่น้ำจิ้มซีฟู้ด พริก หอมแดงหั่น มะม่วงซอย เซตคอมโบ้ 2 ตักข้าว 300 กรัม ใส่เข่งที่รองด้วยใบตอง วางเนื้อปู 35 กรัม ไข่กุ้ง 15 กรัม ไข่ปู 35 กรัม กั้ง 2 ตัว (20 กรัม) ใส่น้ำจิ้มซีฟู้ด พริก หอมแดงหั่น มะม่วงซอย เคล็ด(ไม่)ลับ ใส่วัตถุดิบให้แน่นเข่งก่อนแพ็ก อย่าให้มีเนื้อที่หรือช่องว่างเหลือ จะทำให้เมนูตรงปก ไม่ขยับเขยื้อนระหว่างขนส่ง ต้นทุนวัตถุดิ
แจกฟรี! สูตร Beef Stroganoff อาหารชื่อแปลกของรัสเซีย ทำจากเนื้อนุ่มๆ Beef Stroganoff อาหารชื่อแปลกจานนี้ มีที่มาจากรัสเซียสมัยกลางศตวรรษที่ 19 เป็นเนื้อผัดเร็วๆ กับน้ำซุป ใส่เห็ด และครีมเปรี้ยว รสชาติอร่อย อมเปรี้ยวนิดๆ รับประทานกับเส้นเฟตตูชินี บางคนก็รับประทานกับข้าว เมื่อก่อนเมนูนี้จะอยู่ตามร้านอาหารฝรั่ง อยู่ๆ ก็หายไปจากเมนู จนวันก่อนรุ่นพี่พูดชื่อ Beef Stroganoff ขึ้นมา เลยนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้รับประทานนานมากแล้ว เลยค้นตำราขึ้นมาลองทำ เนื้อนุ่ม เค็มนิดๆ อมเปรี้ยวจาก Sour Cream ค่ะ ส่วนผสม เนื้อสันใน 500 กรัม น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ หอมใหญ่ 1 ลูก เห็ดแชมปิญอง 300 กรัม เนย 40 กรัม แป้งอเนกประสงค์หรือแป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำซุป 2 ถ้วย หรือ 500 มิลลิลิตร ดิจองมัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ Sour Cream 2/3 ถ้วย หรือ 150 มิลลิลิตร เกลือ พริกไทย เส้นเฟตตูชินี วิธีทำ 1. ตัดเนื้อเป็นเส้นยาวแล้วตัดครึ่งชิ้นขนาดนิ้วก้อย 2. โรยเกลือ พริกไทย เล็กน้อย 3. แบ่งเนื้อเป็น 2 ส่วน ผัดทีละครึ
