How to
เปิด 4 จิตวิทยา กระตุ้นยอด SMEs ขายของอย่างไร ให้ลูกค้ารู้สึก คุ้ม! นอกจากปัจจัยเรื่อง ราคา และ โปรโมชั่น ที่ทำให้ลูกค้ายอมควักเงินซื้อสินค้าหรือบริการแล้ว ผู้ประกอบการรู้หรือไม่ว่า จิตวิทยา ก็สามารถช่วยกระตุ้นยอดขายให้ลูกค้าเต็มใจที่จะนำเงินมาซื้อของของเราด้วยเหมือนกัน โดย เพจ K SME ได้แชร์ เคล็ดลับกระตุ้นยอดขายด้วยจิตวิทยา ที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จะซื้อสินค้าหรือบริการของเรา และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เอาไว้ดังนี้ 1. การสร้างแนวระดับราคา การที่ร้านกาแฟดังสีเขียว มีแก้วหลายไซซ์ให้เลือก นับเป็นวิธีการเปรียบเทียบราคาให้ลูกค้าเห็นว่า หากเพิ่มเงินอีกเพียงเล็กน้อยก็สามารถซื้อเครื่องดื่มแก้วใหญ่ได้ ความรู้สึกคุ้มค่านี้จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น หรือร้านบุฟเฟ่ต์ที่มีหลายราคาให้เลือก ก็นับเป็นกลยุทธ์ที่เพิ่มโอกาสในการขายอย่างหนึ่งเหมือนกัน 2. ทำโปรโมชั่นเฉพาะช่วงเวลา เพราะเวลาที่กำหนดไว้มีจำกัด เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าต้องรีบตัดสินใจซื้อ โดยร้านสามารถเลือกจัดโปรโมชั่นในช่วงเวลาที่มีลูกค้าไม่มาก ยกตัวอย่าง ร้านสลัดเจ้าดัง ที่ลดราคาบุฟเฟ่ต์สลัดจาก 199 บาท เหลือแค่ 139 บาท
เพราะอยากช่วยที่บ้านหาเงิน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย คุณหน้าต่าง-ธีรดา เอี่ยมประเสริฐ วัย 37 ปี เริ่มทำงานตั้งแต่สมัยเรียน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน งานแรก คือพาร์ตไทม์ร้านไอศกรีมดัง ได้เงินชั่วโมงละ 28 บาท ต่อมาคืองาน PC หรืองานชงชิมตามห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่นานได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้ทำงานพิธีกร หรือ MC “งานชงชิมมีคนรู้จักชวนไป ทำได้ 2 งาน ได้รับการบอกต่อจากเพื่อนให้ลองไปทำงาน พิธีกร หรือ MC สมัยนั้นต้องถือโปรไฟล์ รูปถ่าย บอกคุณสมบัติตัวเองทิ้งไว้ที่บริษัทออร์แกไนซ์ เบอร์โทรยังขึ้นต้น 02 อยู่เลย มีงานเมื่อไหร่เขาจะโทรมาเรียก ช่วงหลังพัฒนาส่งอีเมล ส่งบีบี ปัจจุบันคือส่งไลน์ แคสติ้งจากรูปถ่ายไม่แคสจากตัวจริงแล้ว” คุณหน้าต่าง บอกว่า ตอนทำงาน MC ตรงกับช่วงเรียนปี 2 ซึ่งรามคำแหงไม่ต้องเข้าเรียนเป็นประจำ จึงสามารถรับงานได้ไม่ติดปัญหาอะไร หากช่วงสอบจะไม่รับงานเพื่อหยุดอ่านหนังสือ “ไม่อายที่ต้องทำเพราะได้เงิน จ่ายค่าหอ ซื้อของ สบายใจมากขึ้นด้วยซ้ำที่ขอเงินจากทางบ้านน้อยลง พอหลังๆ มาเริ่มจะไม่ขอเลย ดูแลตัวเองได้จนเรียนจบ” คุณหน้าต่าง บอกย้ำด้วยความภูมิใจ จา
ทำพาร์ตไทม์ไม่ไหว! หนุ่มป่วยไต เปิดช่องยูทูบ หาเงินรักษาตัว เพราะป่วยเป็นโรคไตมาตั้งแต่เด็ก ทำให้คุณหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่กับยาย ต้องเข้มแข็ง ปัจจุบันเขาสามารถดูแลตัวเองได้ดี แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย การเปิดช่องยูทูบ อัพเดตเรื่องราวชีวิต และให้ประสบการณ์ในฐานะผู้ป่วย จึงเป็นช่องทางที่เขาหวังไว้หาเงินรักษาตัว คุณหนึ่ง-ดนัย นันตะกาฬ วัย 24 ปี นิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ป่วยเป็นโรคไตตั้งแต่อายุ 13 ปี เข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ด้วยสิทธิบัตรทอง พักอาศัยอยู่บ้านเช่ากับยาย อายุ 73 ปี สองคน เพราะสูญเสียคุณแม่ไปตั้งแต่เรียนมัธยม ส่วนพ่อแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่ ในเรื่องการเรียน ได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัย จึงพอแบ่งเบาภาระเรื่องเงินไปได้บ้าง “ผมโชคดีได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัย ระหว่างเรียน ผมต้องย้ายเข้ามาอยู่หอใน ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ส่วนยายเป็นคนหาเงิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ตัวผมทำงานพาร์ตไทม์ และสอนพิเศษ ช่วยด้วยอีกแรง” หลังเรียนจบระหว่างรอรับปริญญา ราวๆ ปี 62 คุณหนึ่ง ย้ายมาอยู่หอนอก เข้าทำงานที่สมุทรปราการ และย้ายสิทธิรักษามาประกันสังคม จนมีอาการโรคไตกำเริบ ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน “หายใจไ
ใจสู้ ไม่ยอมแพ้! นักศึกษาหนุ่ม ขายขนมนำเข้า เก็บหอมรอมริบ เปิดร้านน้ำเต้าหู้ สู้โควิด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณเจมส์-ธีรพล ตันติกูล นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วัย 21 ปี เจ้าของร้าน น้ำเต้าหู้โทฟุเจมส์ ในซอยรังสิตภิรมณ์ ที่เพิ่งเปิดท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด และสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แต่ก็ประคับประคองตัวเองมาได้กว่า 2 เดือนแล้ว คุณเจมส์ เล่าให้ฟังว่า พื้นเพที่บ้านมีฐานะทางการเงินไม่ได้ดีมากนัก บ้านที่อาศัยอยู่ตอนนี้เป็นแฟลตทหาร ซึ่งครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่ชั้น 5 ที่ไม่มีลิฟต์ พ่อแม่ซึ่งอายุมากขึ้นแล้ว ต้องเดินขึ้นลงบันไดทุกวัน อีกทั้งยายที่ไม่สามารถไปไหนได้เพราะมีปัญหาเรื่องการเดิน ทำให้หนึ่งในความฝันสูงสุดของคุณเจมส์ คือการซื้อบ้านให้คนในครอบครัวได้อยู่กันอย่างสบาย เขาจึงอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเองสักอย่าง จึงตั้งใจที่จะเปิดร้าน ที่เกี่ยวกับอาหารขึ้น “ผมเริ่มคิดทำธุรกิจเป็นของตัวเองจริงๆ จังๆ ตอนเรียนอยู่ ปี 1 เทอม 2 ครับ แต่เนื่องจากที่บ้านไม่มีเงินมากนัก การตัดสินใจจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง มันเลยเป็นสิ่งที่ผมกลัว เพราะถ้าล้ม เหมือนเราล้มบนพื
เปิดสูตร บ้าบิ่นโบราณ ขนมประจำเทศกาลสงกรานต์ สูตรหลวงพี่ไอซ์ไขอาชีพ หากใครยังจำได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของพระสอนอาชีพช่วยคน อย่าง หลวงพี่ไอซ์ (อ่านเพิ่มเติม คลิก) ช่วงเทศกาลแบบนี้ หลวงพี่ไอซ์จึงมีสูตรขนมประจำเทศกาล อย่าง บ้าบิ่นโบราณ หรือ ขนมปิ้งสูตรหลวงพี่ มาฝากให้ได้ทำกินทำขายกัน โดยวัตถุดิบ สามารถทำได้ประมาณ 5 ถาดกลม ขนาด 15 เซนติเมตร อย่างตื้น 1. แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม 2. แป้งข้าวเจ้า 1 ขีด 3. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1.5 กิโลกรัม 4. น้ำตาลมะพร้าวอย่างดี 9 ขีด 5. ไข่เป็ด 5 ฟอง 6. น้ำมันพืช+ไข่แดง 2 ฟอง ตีให้เข้ากัน วิธีทำ 1. นำแป้งมาผสมกับมะพร้าวน้ำตาล ไข่ ไม่ต้องใส่น้ำเลย ค่อยๆ นวดให้เข้ากัน 2. เอาน้ำมันตีกับไข่แดงแล้วทาที่ถาดให้ทั่ว นำเนื้อขนมเทใส่ให้เต็ม แล้วเอาน้ำมันทาที่ผสมไข่ด้านบนอีกครั้ง 3. นำไปอบด้วยไฟบนล่าง ใช้ไฟค่อนข้างอ่อน โดยด้านล่างใช้ไฟถ่าน ไฟบนใช้กาบมะพร้าวอบ แบบเดียวกับขนมหม้อแกง แต่ไฟต้องเบากว่า ระหว่างอบต้องเปิดดู หมั่นเอาน้ำมันที่ผสมไข่ทาบ่อยๆ ขนมสุกจะเหลืองสวย อบจนสุกดีแซะออกวางบนใบตอง จะทำให้มีกลิ่นหอม ดูให้สุกทั่วแผ่นค่อยๆ ปิ้ง ใจเย็นๆ เป็นอั
วิจัยการตลาด สำคัญไฉน ทำไมคนทำธุรกิจถึงต้องให้ความสำคัญ? สำหรับคนทำธุรกิจมานาน หรือธุรกิจใหญ่ๆ มักให้ความสำคัญในการจัดทำ วิจัยการตลาด เพราะช่วยให้เจ้าของกิจการเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค ซึ่งการวิจัยตลาด เป็นกระบวนการที่มีระบบและมีวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูลสำคัญๆ เพื่อใช้กำหนดทิศทางของธุรกิจ เสาะหาโอกาสทางการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่การวิจัยตลาดจะจัดทำขึ้นสำหรับกิจการที่ผลิต-จำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งผู้ประกอบการหน้าใหม่หรือรายเล็กๆ ก็ควรทำวิจัยทางการตลาดเช่นเดียวกัน เพราะ 1. ทำให้เห็นโอกาสใหม่ๆ : หากทำวิจัยทางการตลาด ผู้ประกอบการและทีมอาจเห็นลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่อาจไม่เคยรู้ อีกทั้งทำให้เข้าใจลูกค้าว่า ชอบซื้อสินค้าใดพร้อมกันบ้าง ทำให้นำข้อมูลมาวางแผนทำการตลาด ออกโปรโมชั่นได้ตรงจุดมากขึ้น และที่ยิ่งไปกว่านั่น อาจทำให้เห็นโอกาสพาร์ตเนอร์กับธุรกิจที่มีลูกค้าร่วมกันได้ด้วย 2. ลดความเสี่ยง การทำวิจัยการตลาด สามารถลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้ เพราะผู้ประกอบการจะได้ทดสอบสินค้าที่ออกมาใหม่ ก่อนออกวางจำหน่ายอย่างจริงจัง และสามารถหาสาเหตุที่สินค้ายอดขายตกได้เช่นกัน 3. เอาชนะคู
ไม่ต้องไปถึงร้าน ก็ทำกินได้ เปิดสูตรเมนูฮิต มาม่าโอโห้ จากร้านเจ๊โอว แม้จะเปิดร้านมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่เจ๊โอว หรือ คุณหมวย แซ่ฉั่ว บอกว่า ต้องคอยปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเมนู มาม่าโอ้โห เกิดจากลูกชายทำกินกับเพื่อนๆ ตอนดูบอล กระทั่งลองทำขาย หนักเครื่อง ใส่หมูสับ หมูกรอบ กรรเชียงปู กุ้ง ปลาหมึกชิ้นโตเนื้อฉ่ำ แต่ละคืนเสิร์ฟไม่ต่ำกว่า 100 หม้อ ใช้เส้นมาม่าราว 700 ห่อ สร้างชื่อเสียงกระฉ่อน ลูกค้าต่างชาติข้ามน้ำข้ามทะเลมากิน อีกทั้งทางร้านเคยได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าให้ใช้ฟรี แต่ทว่าเลือกที่จะปฏิเสธ เพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณ สำหรับทีเด็ดของเมนูมาม่าโอ้โหอยู่ที่เครื่อง และน้ำซุปต้มยำ เสิร์ฟมาในหม้อชาบู มีหลายหน้าทั้งหมูสับธรรมดา หน้าทะเล และหน้ารวม อัดแน่นมาก ราคาตั้งแต่ 120 – 800 บาท เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบ และกรรมวิธีการทำ “ขั้นตอนแรก รองก้นหม้อด้วย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด น้ำพริกเผาเข้มข้น เติมน้ำซุป จากนั้นตั้งหม้อบนเตาไฟ ต้มให้เดือดพล่าน ปรุงรสด้วย มะนาว พริกขี้หนู น้ำปลา ใส่เส้นมาม่า ตามด้วยไข่ขาวต้มจนสุก ก่อนยกลงจากเต
ข้อควรระวัง บริหารกิจการช่วงขาลง ถ้าไม่อยากพัง อย่าทำสิ่งนี้! หากคุณกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงขาลง การลดต้นทุนเป็นวิธีการแรกที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและยังคงทำกำไรได้ แต่สิ่งที่คุณคิด อาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องก็ได้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เผยแพร่ข้อมูลที่น่าสนใจ ในการบริหารธุรกิจในสภาวะตึงเครียดเช่นนี้ไว้ว่า 1. ลดพนักงานหรือไล่ออก : เป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงนี้ความต้องการสินค้าหรือบริการของผู้บริโภคลดลง ทำให้ผู้ประกอบการหลายท่าน คิดแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายโดยการ ลดจำนวนคนออก แต่รู้หรือไม่ว่า พนักงานที่ฝึกมานั้น เป็นทรัพยากรที่มีค่า หากออกไปแล้ว กลับมาทำงานกับคุณอีกเมื่อเศรษฐกิจฟื้นหรือไม่ คุณอาจเสียคนเก่งๆ ไปเลยก็ได้ ดังนั้น การลดชั่วโมงทำงาน หรือ ลดค่าจ้างลง น่าจะเป็นวิธีที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยที่สุด เพื่อให้พนักงานที่มีความสามารถและมีความกระตือรือร้นยังทำงานอยู่กับคุณ 2. ไม่ทำการตลาด : นอกจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะกระทบต่อการทำธุรกิจ ด้านลูกค้าหรือผู้บริโภค ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นเดียวกัน ดังนั้น ต้องดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการไว้ให้มากยิ่งกว่าเดิม โดยการทำการตลาดใ
ปีนี้มะยงชิดดกและเป็นของฝากที่ซื้อฝากกันมาก บางครั้งทานกันไม่ทัน ต้องเอามาแปรรูป บ้างก็ลอยแก้ว บ้างก็นำมาทำพาย พายมะยงชิด สูตรนี้ส่วนผสมไม่เยอะค่ะ ครีมชีสทำแบบบลูเบอร์รี่พาย เพิ่มน้ำมะยงชิดปั่นเข้าไป จะต่างจากสูตรอื่นตรงที่ บ้างใส่วิปครีม บ้างใส่โยเกิร์ต ส่วนตัวคิดว่าทำแล้วชอบ สูตรนี้มือหนักหน่อยเพราะใส่ครีมชีส 2 ก้อน! เรียกว่าเข้มข้นแบบเน้นๆ และไม่ได้ใช้แครกเกอร์หรือขนมปังบุหรี่ แต่ใช้คุกกี้เนย ทำให้ฐานกรอบ ตัดกับความนุ่มของครีมชีสและมะยงชิด ส่วนผสม (10 ถ้วย) คุกกี้ 200 กรัม เนยเค็มละลาย 80 กรัม ครีมชีส 2 ก้อน (อุณหภูมิห้อง) นมข้น 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ มะยงชิดปั่น 100 กรัม มะยงชิด 2 ½ กก. (2 กก. สำหรับแต่ง ½ กก. สำหรับปั่น) วิธีทำ พายคุกกี้ นำคุกกี้ใส่ถุงซิปล็อก จะใช้ไม้บดหรือมือบี้ก็ได้ 2. เทเนยละลายคลุกให้เข้ากัน เหมือนทรายเปียก 3. ตักคุกกี้ใส่ในถ้วยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใช้ช้อนกาแฟเกลี่ยให้เรียบ ไม่ต้องกดแน่น 4. แช่ตู้เย็นอย่างน้อย 15 นาที มะยงชิดปั่น นำมะยงชิดที่คว้านแล้ว ปั่นให้เหลว (สูตรน
สต๊อกของ สำคัญอย่างไร SMEs ต้องสต๊อกแบบไหน ทุนไม่จม? เว็บไซต์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เผยแพร่ข้อมูลความรู้ที่น่าสนใจ สำหรับเหล่าผู้ประกอบการ SMEs ว่าด้วยเรื่อง ความสำคัญของการสต๊อกสินค้า โดยระบุว่า จุดประสงค์ของการสต๊อกสินค้าของเหล่าผู้ประกอบการนั้น สต๊อกเพื่อให้มีสินค้าเพียงพอต่อการขาย หากสินค้าชิ้นใดขายดีก็ควรจะมีการผลิตหรือหามาเก็บไว้ในปริมาณที่มากสักหน่อย ซึ่งการนำสินค้ามาสต๊อก ก็ควรพิจารณาให้รอบด้าน เช่น อายุการใช้งาน เวลาเก็บรักษา ความนิยมของสินค้าในแต่ละช่วง เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาสินค้าไว้ขายทั้งสิ้น แล้วจะสต๊อกอย่างไร ให้ทุนไม่จม ของไม่ขาด เรามีเทคนิคบริหารสต๊อกมาฝากกัน 1. ควรมีการบันทึกสินค้า เข้าออกทุกครั้งเมื่อมีการซื้อเข้ามาหรือขายออกไป 2. บันทึกสินค้าคงเหลือทุกครั้งหลังปิดการขายในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได่ว่า สินค้าใดบ้างจะต้องซื้อเพิ่ม และสินค้าใดบ้างจะต้องกระจายออก 3. กําหนดจํานวนขั้นตํ่าของสินค้าคงเหลือแต่ละชนิดว่า มียอดคงเหลือปริมาณเท่าไร จึงจะต้องสั่งซื้อเพิ่มเข้ามาไว้ในสต๊อก 4. สรุปยอดขายของสินค้าแต่ละชนิด เพื่อจะได้รู้ว่า สินค้าใดขาย
