How to
ชี้เป้าแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพเยี่ยมที่เชียงใหม่ แม่ตอนหลวง อ.ดอยสะเก็ด มีการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ไม่ทำลายพื้นที่เดิมที่เคยเป็นไร่ชามาก่อน ไม้บังร่มยังสร้างคาแร็กเตอร์กาแฟได้ชัดเจน บางเมล็ดหอมคล้ายดอกไม้ป่า คล้ายมีกลิ่นผลไม้แทรกผสม 2. เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด ปลูกใต้ร่มเงาต้นไม้ในป่าต้นน้ำที่ความสูงระดับ 1,100 – 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความหอมของดอกไม้ป่าเป็นเอกลักษณ์ รสชาติและกลิ่นแตกต่างจากกาแฟแหล่งอื่น 3. แม่กำปอง อ.แม่ออน หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งนี้ปลูกกาแฟ แบบธรรมชาติและปลอดสารพิษทำให้ผลผลิตมีคุณภาพล้ำเลิศทั้งในด้านรสชาติ และความหอมหวาน 4. ขุนช่างเคี่ยน อ.เมือง เกษตรกรเปลี่ยนจากสวนลิ้นจี่เชิงเดี่ยว มาเป็นสวนลิ้นจี่ผสมกับกาแฟ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลิ่นที่ไม่เหมือนใคร 5.แม่วิน อ.แม่วาง นอกจากคุณภาพแล้วกาแฟจากแม่วินโดดเด่นจากแหล่งอื่น เพราะมีการรวมกลุ่มกันพัฒนารวมทั้งการช่วยเหลือกันในชุมชน 6. หนองหล่ม อ.จอมทอง เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทอดพระเนตรต้นกาแฟบนดอยอินทนนท์ ต่อมามีการนำเมล็ดจากกาแฟต้นดังกล่าวไปต่อยอดเป็นจุดแรกเริ่มของกาแฟในเชียงใหม่ 7. ขุนแตะ อ.
ติดอันดับแหล่งปลูกกาแฟดีมีคุณภาพที่จังหวัดเชียงใหม่ แถมได้เครื่องหมายทะเบียน GI (Geographical Indication) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สำหรับกาแฟไทย แบรนด์ “เทพเสด็จ” ผลผลิตกาแฟจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอน ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด ที่ได้รวมตัวกันสร้างแบรนด์กาแฟไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เลียนแบบไม่ได้ทั้งกลิ่นและรสชาติ คุณสุวรรณ เทโวขัติ หรือ คุณโขง ประธานกลุ่มวิสาหกิจกาแฟสดเทพเสด็จ วัย 41 ปี เล่าว่า ชื่อกาแฟเทพเสด็จ มาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยม โครงการหลวงป่าเมี่ยงในปี พ.ศ. 2534 ทั้ง 2 พระองค์เสด็จฯ มาถึง 2 ครั้ง จึงขอพระราชทานนามชื่อตำบลเทพเสด็จ เลยเป็นที่มาของชื่อกาแฟเทพเสด็จ ปลูกในตำบลเทพเสด็จ สำหรับกาแฟเทพเสด็จ เป็นกาแฟอาราบิก้า สายพันธุ์ “คาติมอร์” (CatiMor) ค่อนข้างทนทานต่อโรค ปลูกอยู่บนพื้นที่สูง 1,100 – 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นทั้งปี เฉลี่ย 10 – 28 องศาเซลเซียส ปลอดภัยไร้สารพิษ ปลูกในป่า มีดอกไม้ป่า หรือเรียกว่า “ดอกก่อ” มีสีเหลือง ประกอบกับในพื้นที่มีผึ้งโก๋น หรือผึ้งโพรง เวลาผึ้งโพรงไปตอมเกสรจากดอ
หมูทอดธรรมดาๆ ก็กลายเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ ตัวอย่างมีให้เห็นไม่มาก ร้านหมูทอดเฮียวงศ์ ชื่อร้านง่ายๆ ตั้งตามชื่อคนขาย ถูกขนานนามว่าเป็นหมูทอดแมสเซนเจอร์ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหนุ่มแมสเซนเจอร์แทบจะทั้งหมด เปิดขายมาร่วม 10 ปี เฮียวงศ์ อายุ 40 ปี หนุ่มต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ยังหนุ่ม จนวันนี้กลายเป็นเจ้าของร้านหมูทอดสูตรเด็ดมื้อเที่ยงขวัญใจแมสเซนเจอร์ เฮียวงศ์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำอาชีพเซลส์ เป็นอาชีพที่ดีแต่ใช่ว่าเป็นเซลส์จะขายของได้ตลอดเวลา เงินเดือนน้อยต่างจากค่าครองชีพที่สูงลิ่ว อดถึงขนาดที่ต้องเดินวนชิมของตามห้างอิ่มท้องแล้วไปต่อ หรือไม่ก็ซื้ออาหารลดราคาในห้างราคา 10 บาท ซื้อข้าวสวยจากข้างทางประทังชีวิต “คิดว่าออกมาหาอะไรทำดีกว่า ที่พอจะเป็นอาชีพให้กับเราได้ ตอนนั้นคิดแค่นี้ ลองทำดูจะยังไงก็ช่าง เลือกขายอาหารเพราะยังไงขายอาหารไม่มีทางอดตายอยู่แล้ว” เฮียวงศ์ เล่าต่อ เมื่อคิดได้ หยิบยืมเงินจากเพื่อนมาเปิดร้านขายหมูเล็กๆ เป็นห้องสังกะสีให้เช่า 2 ห้อง จ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน เดือนละประมาณ 5,000 บาท ห้องแรกเอาไว้ทอดหมู รับออร์เดอร์ ส่วนอีกห้อง มีเก้าอี้ 1 ตัวให้นั่งกินกันแบ
คนกรุงเทพฯ ที่เป็นสาวกอาหารเหนือมาทางนี้ เพราะคนเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย นำสารพัดเมนูและวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารเหนือรสชาติเหนือออริจินอลแท้ๆ มาเสิร์ฟคนกรุงในราคาประหยัด ที่ร้าน “ม่วนใจ๋ ”ร้านอาหารเหนือบรรยากาศสบาย เจ้าของร้านต้อนรับด้วยตัวเอง ตั้งอยู่ถนนนครชัยศรี เขตดุสิต เมนูที่ต้องห้ามพลาด ไส้อั่ว ยำยอดใบชา แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว ตำขนุน ขนมจีนน้ำเงี๊ยว คุณวิภาพร นดูก้า หรือคุณต่าย สาวเชียงรายวัย 40 ปี เท้าความว่า ก่อนจะเปิดร้านอาหารทำธุรกิจส่งออกรองเท้า เฉลี่ยเดือนละ 60,000 คู่ กระทั่งปี 2557 ยอดขายรองเท้าลดลงเหลือเพียง 10,000 คู่/เดือน เลยอยากหารายได้เสริม ประกอบกับโดยส่วนตัวชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ เลยใช้โอกาสนี้เดินตามฝัน เปิดร้านอาหารเหนือที่คุ้นเคยเป็นรายได้เสริม ถามว่าทำไมต้องเป็นอาหารหนือ หญิงสาว บอกว่า เป็นคนเชียงราย ที่บ้านมีสูตรการทำอาหารเหนือ อีกทั้งทำทานกันในครอบครัวอยู่บ่อยๆ เลยใช้ต้นทุนทางความรู้และ ความชอบที่มีอยู่เปิดร้านใช้ชื่อว่า “ม่วนใจ๋” ตั้งใจให้เป็นรสชาติดั้งเดิม “ดิฉันใช้เวลาตัดสินใจกว่าจะเปิดร้าน 1 ปี ลงทุนประมาณ 5 แสนบาท เลือกทำเลในเมืองชั้นใน แถวเ
การได้เล่นของเล่นที่ผลิตจากไม้ อย่างโดมิโน, ลูโด้, หมากฮอส, แบกคาม่อนหรือแม้แต่บันไดงู มิใช่เพียงสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เล่นทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงไปด้วยการเสริมสร้างทักษะ ความคิด การแก้ปัญหา การสร้างสมาธิ ฝึกความอดทน และที่สำคัญของเล่นไม้มีความปลอดภัยมากกว่าของเล่นที่ผลิตจากพลาสติก เป็นที่น่าเสียดายว่าในปัจจุบันของเล่นที่ผลิตจากไม้เหล่านั้นได้รับความสนใจน้อยมากหรือบางคนอาจไม่รู้จักด้วยซ้ำ เพราะทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างหันไปเสพความสนุกสนานเอาจริงเอาจังกับเกมในออนไลน์เสียมากกว่า จนลืมคุณค่าจากของเล่นไม้เหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดาย ที่บ้านห้วยเกี๋ยง ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีชาวบ้านรวมกลุ่มกันตั้งเป็นชมรมหัตถกรรมพื้นบ้านขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตของเล่นไม้ที่ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศมายาวนาน เป็นของเล่นที่ผลิตตามมาตรฐาน พร้อมกับได้รับการรับรองเพื่อจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ คุณวรรณภา ไชยโย หรือคุณเปิ้ล คุณวรรณภา ไชยโย หรือ คุณเปิ้ล ทายาทคนรุ่นใหม่ดีกรีปริญญาตรีทางด้านการบริหารจัดการสำนักงาน ที่มาช่วยครอบครัวดูแลธุรกิจผลิตของเล่นไม้ได้เกือบ 10 ปี ด้วย
อดีตวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กัดฟันสู้ชีวิตทำทุกอย่างหาเลี้ยงปากท้อง วันหนึ่งบังเอิญไปเป็นลูกจ้างส่ง ‘เต้าหู้นมสด’ ของพ่อค้ารายหนึ่ง จากนั้นลองผิดลองถูก หาสูตรทำเอง วันนึงผันตัวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ ไม่นานทะยานสู่เถ้าแก่ร้อยล้านด้วยกิจการ ‘เต้าหู้นมสด เลิศรส’ เสิร์ฟคุณภาพคับแก้ว บุกตลาดต่างประเทศได้แล้ว เต้าหู้นมสด คือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำนม วุ้นหรือเจลาตินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือผสมกัน กับน้ำตาลแล้วอาจเติมส่วนประกอบอื่นเพื่อปรุงแต่งกลิ่นรส เช่น กาแฟ วานิลลา ชาเขียว หรือส่วนประกอบอื่น เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช แล้วควรต้องมีกลิ่นรสที่ดีตามธรรมชาติของส่วนประกอบที่ใช้ โดยปราศจากกลิ่นรสอื่นที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้เนื้อวุ้นต้องนุ่มและเนียน อาจทานเป็นของว่างหรือทานจริงก็ได้ เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ “เลิศรส” เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เต้าหู้นมสดที่ได้รับรองมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย ของสินค้าจากกระทรวงสาธารณสุข ถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยความคิดที่ไม่หยุดนิ่งและนโยบายหลักที่คำนึงถึงเรื่องของ รสชาติ ความอร่อย ความสด สะอาด และหลากหลาย กระทั่งนำมาปรับปรุงเต้าหู้นมสดให้ตรงตามความต้องการของตลาด
หลังจากที่ประกาศเลิกกิจการโรงแรม เป็นข่าวใหญ่ไปเมื่อปลายปี 2559 ตอนนี้ นายเลิศ กรุ๊ป เจ้าของโรงแรมปาร์คนายเลิศ กำลังจะสร้างโรงแรมใหม่ บนที่ดิน “ปาร์คนายเลิศ” ผืนเดียวกันกับโรงแรมเดิม ซึ่งก่อนหน้าที่จะขายโรงแรมปาร์คนายเลิศ ที่ดิน “ปาร์คนายเลิศ” มีอาณาบริเวณตั้งแต่ริมคลองแสนแสบไปจนจดรั้วสถานทูตอังกฤษ รวม 35 ไร่ ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่อายุเก่าแก่ที่อยู่มาคู่กับชื่อปาร์คนายเลิศ หลังจากขายโรงแรมและที่ดินไป 15 ไร่ ปัจจุบันยังเหลือ 20 ไร่ เพียงพอให้ทายาททำอะไรต่อยอดได้อีกเยอะ ประชาชาติธุรกิจ ได้คุยกับ เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมบัติเลิศ จำกัด บริษัทในเครือนายเลิศ กรุ๊ป อัพเดตธุรกิจที่เธอทำในนามผู้บริหารปาร์คนายเลิศ รวมถึงมุมมอง ความคิด การทำงาน และเรื่องส่วนตัวอีกจิปาถะ ณพาภรณ์ให้ข้อมูลว่า ธุรกิจที่ทำอยู่ในปัจจุบันประกอบด้วย ร้านอาหารไทย มา เมซอง (Ma Maison), ร้านอาหารตะวันตก เลดี้ แอล การ์เดน บิสโทร (Lady L Garden Bistro), ธุรกิจจัดเลี้ยง ไวท์บัส เคเทอริ่ง (White Bus Catering), บ้านปาร์คนายเลิศ เรือนไม้สักอายุกว่า 100 ปีของพระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) ที่เปิดเ
ร้าน Cake Pound หนึ่งร้านเบเกอรี่ที่ใช้ช่องทางออนไลน์ เป็นสื่อในการขาย โดยคุณแม่คนเก่ง คุณปอน-อำพร จันทร์ปาน อายุ 38 ปี ก่อนหน้านี้แม่ปอนทำงานเป็นพนักงานของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังมีลูกคนที่สาม จึงลาออกมาเลี้ยงลูกแบบเต็มตัว แม้จะเป็นคุณแม่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน แต่แม่ปอนไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงนำความชอบมายึดเป็นอาชีพสร้างรายได้ ด้วยการทำเบเกอรี่ขาย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวรวมทั้งทำส่งร้านกาแฟในจังหวัดมาร่วม 1 ปีแล้ว “ทำแรกๆ ยังไม่มีเตาอบ เลยทำแบบนึ่งกับเตาแก๊ส ช่วงหลังมีอุปกรณ์ครบ ก็เริ่มทำเต็มตัว ลงเรียนคอร์สออนไลน์ เข้ากลุ่มทำเค้ก เพื่อไว้อัพเดตสูตร และรูปแบบเค้กต่างๆ เป็นประจำ” มีเบเกอรี่เด่นๆ หลายอย่าง ตอนนี้คือคุกกี้ไส้สับปะรด ดีไซน์การ์ตูนน่ารัก เช่น ซุปเปอร์ฮีโร่ เจ้าหญิงดิสนีย์ ตามด้วยเค้กส้มที่เป็นลูกส้ม พร้อมด้วยบราวนี่นูเทลล่า ก็ขายดีไม่แพ้กัน ราคาขาย คุกกี้สับปะรด กล่องละ 169 บาท 12 ชิ้น เค้ก เฉลี่ยปอนด์ละ 250-300 บาท แล้วแต่รูปแบบและความยาก บราวนี่ ขายเป็นถาด ตัดได้ 25 ชิ้น ถาดละ 550 บาท หลายคนสงสัยว่าแบ่งเวลาอย่างไร เพราะเห็นเบเกอรี่มีหลายรายการ แม่ปอน
ถ้ามีใครถามว่า ตัวผมเองมีสูตรสำรับอะไรที่คิดขึ้นมาใหม่ๆ แปลกๆ แตกต่างจากที่เคยมีในตำรากับข้าวไทยสูตรมาตรฐานบ้างไหม ก็เห็นทีจะต้องตอบว่า คือ “ผัดส้มกุ้ง” นี่เองแหละครับ เอาง่ายๆ ก็คือมันเป็นแกงส้ม ที่ผมลองทำด้วยขั้นตอนของผัดเผ็ดเท่านั้นเอง คงพอนึกออกนะครับ คือเราแค่เอาพริกแกงส้มแบบภาคกลางลงผัดในน้ำมันร้อนๆ แล้วใส่เนื้อ ปลา กุ้ง ผัก อะไรที่อยากใส่ ปรุงรสเปรี้ยว เค็ม หวาน แบบเราปรุงแกงส้มนั่นแหละ ชั่วแต่ว่านี่มันเป็นแกงส้มที่ผัดในน้ำมันข้นๆ รสชาติจัดจ้านกว่าที่แกงในหม้อน้ำมากๆ เท่านั้น ไม่รู้ว่ามีใครเคยทำแบบนี้ไหม แต่ผมพบว่ามันอร่อยดีทีเดียว และเช่นเดียวกับเวลาเราแกงส้มนะครับ คือ “ส้ม” ที่จะใช้ ก็แล้วแต่เราหามาได้ มีตั้งแต่น้ำมะขามเปียก ตะลิงปลิง มะดัน มะยม มะนาว ใบมะขามอ่อน ใบชะมวง ฯลฯ พริกแกงส้มแบบภาคกลางมีแค่พริกแห้งเม็ดใหญ่ หอมแดง เกลือ กะปิ เราตำให้เข้ากันจนละเอียด ถ้าแกงกับปลา ก็อาจเพิ่มรากกระชายได้อีกหน่อย ที่จริงเราใช้ตามชอบได้เลยครับ จะเป็นพริกแกงแบบภาคกลางสีแดงๆ อย่างที่บอกมานี้ หรือจะผสมพริกแกงภาคใต้ ที่เรียกว่า “แกงเหลือง” บ้างสักหน่อยก็ได้ ส้มแขก วันนี้ ส้มที่ผมหาได้คือ “ส้มแ
อดีตหนุ่มออฟฟิศเลี้ยงไก่ต๊อกสุดรุ่ง ไก่พันธุ์นี้ราคาดี-ออกไข่เยอะ ตลาดออนไลน์ซื้อไม่อั้น คุณพณิชย์ สังหาร อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 6 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ต๊อกจนประสบผลสำเร็จ ทำให้เขาถึงกับลาออกจากงานออฟฟิศ มาหาความสุขกับการเลี้ยงไก่ต๊อกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณพณิชย์ ชายหน้าหวาน มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ต่อมาประมาณปี 2557 ได้นำไก่ต๊อกมาทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริม เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะผลปรากฏว่าไก่ต๊อกออกไข่และสามารถจำหน่ายลูกไก่ต๊อกเป็นรายได้พอได้เงินเป็นค่าใช้จ่าย จึงเริ่มเลี้ยงมาเรื่อยๆ พร้อมทั้งหาสัตว์ปีกชนิดอื่นมาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านอีกด้วย “ช่วงแรกผมเลี้ยงไก่ต๊อก ควบคู่ไปกับทำงานประจำ มาเลี้ยงสัตว์อย่างเต็มตัว ช่วงนั้นไก่ต๊อกผมหาซื้อมาเลี้ยงประมาณ 5 คู่ เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมก็เริ่มสนใจไก่ชนิดอื่นด้วยก็หาซื้อมาเลี้ยง พอทำแล้วเริ่มรู้สึกสนุก มันมีอิสระในการทำ ก็ลาออกจากงานออฟฟิศมาเลี้ยงไก่อยู่ที่บ้านอย่างเต็มตัว” คุณพณิชย์ เล่
