How to
ไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ เเต่เป็นเด็กเลี้ยงแพะ ที่เลือกเข้ามาฝึกงานกับฟาร์มเลี้ยงแพะที่สระบุรี หรือ “ฟาร์มคุณสุข” เพราะสถานที่นี้การันตีว่า นักศึกษาทุกคนที่เข้ามาเรียนรู้งานจากสถานที่แห่งนี้ จะได้รับความรู้และประสบการณ์เลี้ยงเเพะเป็นอาชีพได้เลย การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน ถือว่าเป็นบทเรียนที่มีค่า ไม่อาจพรรณนาได้ เมื่อเทียบกับประสบการณ์จากการเรียนรู้ในห้องเรียน จากหนังสือเชิงวิชาการ หรือการฝึกประสบการณ์ภายในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อถึงช่วงเวลาฝึกประสบการณ์วิชาชีพตามหน่วยกิตที่นักศึกษาต้องเรียน ล้วนแต่เป็นโอกาสทองของนักศึกษาที่ศึกษามาในแต่ละสาขาวิชาชีพทั้งนั้น เพราะเป็นช่วงที่จะได้นำวิชาความรู้ที่เรียนมา ไปใช้จริงในสถานที่จริง เป็นการทดลองตนเองว่าสามารถทำงานในวิชาชีพนั้นได้หรือไม่ ทั้งยังเป็นประสบการณ์จริงนอกห้องเรียนที่ไม่สามารถหาได้อีก หากการเลือกสถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพนั้นไม่ตอบสนองความต้องการมากพอ งานชั่ง ตวง วัด ต้องมา สำหรับนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสัตวศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ สัตวศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารสัตว์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ใกล้เคียง ที่มีหลักส
เมื่อพูดถึง “ถ่าน” หลายคนคุ้นกับชิ้นไม้สีดำที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการหุงต้มมากันยาวนาน ความจริงแล้วประโยชน์ของถ่านยังช่วยดูดซับกลิ่นเหม็นอับไม่พึงประสงค์ในจุดต่างๆ ได้อีก จนกระทั่งในปัจจุบันพบว่าถ่านที่เกิดจากการนำไผ่มาเผา มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ในการเป็นเชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากกว่าถ่านทั่วไป พร้อมกับยังถูกนำไปแปรรูปใช้ในวงการอุตสาหกรรมอื่นๆ สร้างมูลค่าได้มหาศาล คุณองอาจ ประจันทะศรี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 7 บ้านโนนสำราญ ตำบลอินทร์แปลง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร นำลำไผ่อ่อนที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อมาสร้างมูลค่าด้วยการเผาแล้วรับซื้อจากชาวบ้าน แล้วนำไปเข้ากระบวนการผลิตถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพสูง เหมาะกับร้านอาหาร ช่วยให้ประหยัดเวลา และประหยัดต้นทุน “แนวคิดผลิตถ่านไผ่เกิดจากการนำต้นไผ่อ่อนที่ถูกตัดทิ้งเพื่อมาใช้ทำต้นกล้าเพาะขายที่เกิดขึ้นถึงปีละกว่า 4-5 หมื่นต้น มาเผาเป็นถ่านหุงต้ม ซึ่งโดยปกติทั่วไปนิยมใช้ไผ่แก่มาเผาทำให้ได้ถ่านที่มีคุณภาพความร้อนสูง แต่ภายหลังจากทดลองนำลำไผ่อ่อนมาเผาแล้วปรับวิธีจนได้คุณภาพมาตรฐานพลังงานเทียบเท่าหรือมากกว่าถ่านจากไผ่แก่หรือจ
เครื่องปั้นดินเผาประเภทเซรามิก เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นๆ สอดรับไปกับความเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จำนวนร้านอาหาร ร้านกาแฟ สปา โรงแรมที่พัก ผุดขึ้นในทุกๆ จังหวัด และผลงานทำมืออย่างเซรามิก ก็กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่า ที่อาจได้มากกว่าเท่าตัว ดังกล่าวมานี้คือความจริงที่ คุณอุเทน ริมฟอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มเฮือนปฏิมาเซรามิก เล่าให้เราฟัง ปี 2 สร้างผลงาน ขายได้หลายหมื่น คงต้องกล่าวยกให้คุณอุเทน คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเซรามิก เพราะเขามีทั้งความรู้ร่ำเรียนเอกอุตสาหกรรมเซรามิก จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และยังจบศิลปกรรม เอกเครื่องปั้นดินเผา จากเทคโนโลยีราชมงคล ดีกรีเกียรตินิยม คุณอุเทน เริ่มต้นหารายได้จากความรู้ที่ได้ศึกษาตั้งแต่เริ่มอยู่ชั้นปี 2 โดยเขานำผลงานที่ทำส่งอาจารย์และผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือของตนเองซึ่งเก็บรวบรวมไว้ระหว่างเรียน ไปออกงานแสดงสินค้า เพียงวันแรกของการเริ่มต้นขายก็มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นเดินเข้ามาเหมายกร้าน รวมรายได้วันแรก 40,000 กว่าบาท และนี่คือจุดสร้างกำลังใจสำคัญ ที่ทำให้เขาเลือกเดินสู่เส้นทางสายผู้ผลิตจำหน่ายเซรามิกแบบเต็มตัว
“หมูทอด” เมนูพื้นๆ ดูเหมือนจะทำง่าย คนไทยทุกเพศทุกวัยทานได้ สร้างรายได้ให้พ่อค้าแม่ค้าชนิดว่าตั้งตัวได้เลยมาแล้วมากมาย เฉกเช่นคุณอนาริสา ศรีนวล หรือ อาน่า เจ้าของร้านหมูทอดเบรกแตก ที่เดิมทำงานประจำ แต่เมื่อเเต่งงานมีครอบครัว เลือกผันตัวจากงานประจำมาเปิดร้านขายหมูทอด สร้างรสชาติให้ถูกปากคนไทย ทุกวันนี้มีรายได้ต่อวันประมาณ 3-4 หมื่นบาท สำหรับรายละเอียดร้านหมูทอดเบรกแตกของคุณอาน่า เธอบอกว่า เปิดได้ 2 ปีแล้ว สาเหตุที่เปิดร้าน คือ หลังจากแต่งงาน ก็ลาออกจากงานประจำ ไปเรียนทำอาหารกับแม่สามีซึ่งเป็นอาจารย์สอนทำอาหาร ได้เรียนอาหารหลายเมนู อยากทำขายหลายอย่าง แต่สุดท้ายรู้สึกว่า การทำหลายอย่างพร้อมๆ จะเหนื่อยเกินไป และกลัวว่าจะออกมาไม่ได้ไม่ดี เลยตัดสินใจเลือกทำเมนูเดียว เป็นเมนูเดียวที่คิดว่าทำออกมาดีที่สุด เลยมาจบที่หมูทอด ทั้ง 2 ชนิด หมูทอดเบรกแตกที่เป็นไฮไลท์ และเมนูหมูเค็ม “หมูทอดเบรกแตกเปิดร้านครั้งแรกที่ตลาดลุงเพิ่ม หลังการบินไทย ราคาขายหน้าร้านกิโลกรัมละ 600 บาท ขีดละ 60 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว มาชวนไปเปิดร้าน เลยเป็นที่มาของการขยายสาขา เพิ่มที่ห
วัฒนธรรมการตั้งชื่ออาหารไทยที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ เริ่มเมื่อไหร่? ถ้าให้เดาเท่าที่ข้อมูลมีตอนนี้ ผมคิดว่าคงเริ่มประมาณช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เล็กน้อย เพราะตำรากับข้าวในช่วงนั้นเริ่มปรากฏชื่อสำรับกับข้าวแนวๆ อย่างเช่น กระต่ายลอยน้ำ ไข่ฟูใจน้อย แย้หัวเราะ ฯลฯ ต่างจากช่วงก่อนหน้า ที่มักระบุวัตถุดิบและวิธีทำตรงๆ ไม่มีการประดิดประดอยโวหารให้ออกแนวโอชารมณ์เอาเลย หนึ่งในสำรับเหล่านั้น ที่ผมคิดว่าตั้งชื่อได้โรแมนติกมากๆ ก็คือ “แกงรัญจวน” ครับ หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เล่าที่มาที่ไปของสำรับนี้ไว้ในหนังสือตำรากับข้าวในวัง (พิมพ์ พ.ศ.2549) ที่ท่านเขียนขึ้นว่า เรื่องเกิดในห้องเครื่องวังสวนสุนันทา เมื่อเกิดมีผัดเนื้อวัวใส่หอมใหญ่และใบโหระพาเหลือจากคราวเลี้ยงอาหารคนทำดอกไม้ “..ท่านอา (หม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา) บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวคิดทำ ท่านนั่งเลือกเอาเนื้อออก นอกนั้นทิ้งหมด แล้วใส่หม้อเคี่ยวให้เปื่อย ตำน้ำพริกกะปินี่แหละละลายลงไป น้ำพริกก็เปรี้ยวเค็มหวานอยู่แล้ว ไม่ต้องชิมหรอก แล้วทิ้งใบโหระพาลงไปหน่อย หอมเชียวแกง มื้อค่ำไม่มีเหลือเลย..แกงรัญจวน” ถ้าว่าโดยวิธีการ นี่แทบ
ใครเบื่อเค้กวันเกิดแบบเลี่ยนๆ หรือ อยากจะเลี่ยงไขมันทรานส์จากมาการีนและเนยเทียมมาทางนี้ เส้นทางเศรษฐีมีไอเดียแม่ค้าหมูทอด แปลงโฉมเค้กวันเกิด หรือ เค้กปาร์ตี้ที่มีเพียงคาร์โบไฮเดรตและfatกินแล้วอ้วน ให้กลายเป็น “เค้กหมูทอด” กินง่าย คล่องคอสไตล์คนไทย ทุกเพศทุกวัยไปยันผู้สูงอายุที่หมอให้งดน้ำตาลก็ยังรับประทานได้ ชนิดว่าจัดงานวันเกิดทั้งที ได้ใจทั้งครอบครัว “คุณอนาริสา ศรีนวล” หรือ อาน่า เจ้าของร้านหมูทอดเบรกแตก เล่าว่า เค้กหมูทอด คือ เป็นการนำข้าวเหนียวมาขึ้นรูปเป็นก้อน เหมือนขนมเค้ก แบ่งเป็นชั้นๆ และตกแต่งด้านบนด้วยหมูทอด หน้าตาคล้ายเค้ก ซึ่งลูกค้าที่มาซื้อ ส่วนใหญ่เบื่อขนมเค้ก อยากเปลี่ยนมาเป็นเค้กหมูทอด “อนาริสา” เล่าว่า เริ่มทำเค้กหมูทอดเมื่อประมาณต้นเดือนมิถุนายน 2561จากนั้นลองโพสต์รูปลงเพจหมูทอดเบรกเตก ปรากฏลูกค้าให้การตอบรับดีมาก ขนาดเค้กหมูทอดที่ทางร้านทำขาย มีเพียงขนาดเดียว เป็นขนาดเค้ก 2 ปอนด์ สำหรับวิธีการทำเค้กหมูทอด เจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า ใช้ข้าวเหนียวสุก 1.5 กิโลกรัม ทำเป็นชั้น 3 ชั้น แต่ละชั้นตกแต่งด้วยหมูทอด หมูทอดที่ใช้ มี 2 แบบ คือ “หมูเค็ม” ทำจากหมูสามชั้นหมักด้วยเครื่
หากพูดถึงธุรกิจสเต๊กเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในฝันของหลายๆ คน ด้วยความที่สเต๊กเป็นอาหารที่ติดอันดับความนิยมในอันดับต้นๆ เราจึงเห็นร้านสเต๊กเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ร้านริมทางไปจนถึงร้านสเต๊กหรู หลากหลายแบรนด์แจ้งเกิดและเติบโตในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีจุดแข็งเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ของตัวเอง วันนี้เส้นทางเศรษฐี จะพาไปรู้จักสเต๊กอีกแบรนด์ที่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ด้วยการเปิดสอนสูตรสเต๊กให้กับคนที่สนใจจะเปิดร้านสเต๊ก สานฝันคนที่อยากเปิดร้านสเต๊กโดยไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์ราคาแพง ก็สามารถมีร้านสเต๊กเป็นของตัวเองได้ แถมยังเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์โดยการร่วมเป็นสาขาโดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ระยะเวลาเพียงไม่ถึงปี THE ONE STEAK เติบโตและสร้างสาขาให้เกิดขึ้นได้มากกว่า 27 สาขาแล้ว ไปติดตามความน่าสนใจของแบรนด์นี้กัน THE ONE STEAK…เกิดขึ้นจากความต้องการแบ่งปันอาชีพด้วยการเปิดสอน สู่การสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสาขา คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง เจ้าของแบรนด์ THE ONE STEAK เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู
ทอดมันกุ้ง สูตรนี้เป็นสูตรแบบอาหารจีน คือ ใส่กุ้งโขลกกับมันหมูแล้วปรุงรส เติมปลาหมึกสดเข้าไป รับประทานกับน้ำจิ้มเกี้ยมบ๊วย ต่างจากทอดมันไทยที่ใช้ปลากราย ซึ่งจะใส่น้ำพริกแดง ถั่วฝักยาวหรือถั่วพู รับประทานกับอาจาด ลองทำตามสูตรที่บอกว่าใส่มันหมูปริมาณเท่ากับกุ้ง แต่ทำแล้วเหลวไป จึงเติมแป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ โดยใส่ทีละช้อนแล้วคนดูว่าข้นขึ้นพอหรือไม่ ซึ่งข้นขึ้นแต่ยังไม่ข้นพอที่จะปั้นก้อนได้ จึงแก้ปัญหาโดยเอาที่ตักไอศกรีมเข้ามาช่วย แต่ยังอยากได้ความกรอบ จึงโรยเกล็ดขนมปังลงบนที่ตักไอศกรีมก่อนจึงใส่ส่วนผสม โรยเกล็ดขนมปังอีกครั้งที่ด้านบน แล้วจึงกดส่วนผสมลงในน้ำมันร้อน แล้วใช้ตะหลิวกดให้ทอดมันแบนหน่อย เพราะถ้าหนาไป ข้างในอาจไม่สุกได้ ทอดมันนี้เวลาทอดน้ำมันจะกระเด็นพอสมควร จึงควรเตรียมที่กันน้ำมันกระเด็นไว้ปิดกระทะด้วยค่ะ ส่วนผสม กุ้ง 2 ขีด / ปลาหมึก 2 ขีด / มันหมู 1 ขีด สามเกลอ (รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกรวมกัน) 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส / น้ำมันงา 1/4 ช้อนชา / ไข่ไก่สำหรับผสม 1 ฟอง / แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ เกล็ดขนมปังแบบละเอียด วิธีทำ นำกุ้งกับมันหมูที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เข้าตู้เย็น 30 นาที
ส้มตำลืมผัว หนึ่งร้านส้มตำสุดครีเอต และมีทีเด็ดไม่เหมือนใคร ไม่ได้ยืนขายธรรมดาๆ แต่เจ้าของร้านเอ็นเตอร์เทนลูกค้าด้วยการแต่งคอสเพลย์ พร้อมโชว์ลีลาการตำสุดประทับใจ เรียกเสียงฮือฮาจากลูกค้าเกรียวกราว ส้มตำลืมผัว มีเจ้าของชื่อ คุณวินัย วงศ์ไธสง หรือ พี่นัย อายุ 44 ปี ครีเอทีฟรายการทีวี ร่วมด้วยเพื่อนอีก 2 คน คือ พี่เปิ้ล และพี่เยาว์ พี่นัย เล่าว่า พี่เปิ้ลและพี่เยาว์ ทั้ง 2 คนมีฝีมือการตำส้มตำอยู่แล้ว จึงชักชวนกันมาทำ ด้วยอยากหางานอดิเรกทำ ชื่อ “ส้มตำลืมผัว” พี่นัย บอกว่า ชอบชื่อนี้ ฟังแล้วโดนใจ แรกๆ ตั้งหลายชื่อมาก จนมาลงตัวที่ชื่อนี้ นอกเหนือจากส้มตำลืมผัวแล้ว ยังมี ‘โจ๊กลืมผัว’ ธุรกิจแรกก่อนขายส้มตำที่ใช้ชื่อเดียวกัน และขายดีไม่แพ้กัน โจ๊กลืมผัว ก่อนเปิดทำให้คนรู้จัก เพื่อนๆ พี่ๆ ทีมงาน ได้ชิมก่อน ทุกคนบอกอร่อย จึงเริ่มเปิดขาย จัดโปรโมชั่นสัปดาห์แรก ซื้อ 5 แถม 1 ขายดี ลูกค้าต่อคิวยาว กระทั่งทุกวันนี้ลูกค้ายังต่อคิวยาวเหมือนเดิม ส่วน ส้มตำลืมผัว แม้เปิดไม่นาน แต่ขายดีไม่แพ้กัน เริ่มต้นจากตำให้เพื่อน ให้พี่กินคล้ายโจ๊กลืมผัว คนชอบ “เคยตำส้มตำในงานงานหนึ่ง ตำตั้งแต่ 9 โมงถึง
จะมีสักกี่ครั้งที่เวลาเราไปกินข้าวนอกบ้านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้กินรสมือแม่ ในที่นี้คือ ความพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ หรือโภชนาการ ร้านแม่อวยพร Thai Fine Cuisine ที่ศรีสมานซอย 8 ดอนเมือง คือ หนึ่งในนั้น แม่อวยพร อมรศรีสกุล ร้านนี้ดัดแปลงรถเมล์สาย 145 มาเป็นร้านอาหารสุดเท่ ขึ้นป้ายว่า Tooney bus ภายในโอ่โถง มีที่นั่งราว 30 ที่ ตกแต่งด้วยเลโก้ลายการ์ตูนต่างๆ ติดแอร์ 2 ตัว ด้านหน้าหลังฉ่ำเย็นสบาย เมนูเด่นมี 2 อย่าง คือ ขนมจีนน้ำยาปู และปูผัดข้าว ขนมจีนน้ำยาปู รสชาตินั้นละมุน แถมอัดแน่นไปด้วยเนื้อกรรเชียงปูคำใหญ่ๆ แถมไข่ยางมะตูมให้อีกครึ่งซีก มีผักสดให้กินแกล้ม ส่วนใครกินเผ็ดใส่พริกได้ตามใจชอบ ขนมจีนจานนี้กินพอดีอิ่ม ในราคา 120 บาท ส่วนปูผัดข้าว คือ โปะกรรเชียงปูให้แบบเต็มๆ ข้าวใช้หอมมะลิคุณภาพ ผัดออกมาเรียงเม็ดสวย หอมกลิ่นกระทะไหม้ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรแซ่บ จานนี้ 120 บาท เหมือนกัน ไหนๆ ก็มาแล้ว เลยลองสั่งมาอีก 2-3 อย่าง คือ หมี่กะทิกุ้งหลน สูตรแม่อวยพร 65 บาท จานนี้เทคนิคต้องเอาหลนเทคลุกกับหมี่ให้เส้นดูดรสชาติของหลนที่เค็มหวานให้เข้ากันก่อน เรียกว่าเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี ต่
