How to
หากพูดถึงธุรกิจสเต๊กเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในฝันของหลายๆ คน ด้วยความที่สเต๊กเป็นอาหารที่ติดอันดับความนิยมในอันดับต้นๆ เราจึงเห็นร้านสเต๊กเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ร้านริมทางไปจนถึงร้านสเต๊กหรู หลากหลายแบรนด์แจ้งเกิดและเติบโตในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีจุดแข็งเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ของตัวเอง วันนี้เส้นทางเศรษฐี จะพาไปรู้จักสเต๊กอีกแบรนด์ที่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ด้วยการเปิดสอนสูตรสเต๊กให้กับคนที่สนใจจะเปิดร้านสเต๊ก สานฝันคนที่อยากเปิดร้านสเต๊กโดยไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์ราคาแพง ก็สามารถมีร้านสเต๊กเป็นของตัวเองได้ แถมยังเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์โดยการร่วมเป็นสาขาโดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ระยะเวลาเพียงไม่ถึงปี THE ONE STEAK เติบโตและสร้างสาขาให้เกิดขึ้นได้มากกว่า 27 สาขาแล้ว ไปติดตามความน่าสนใจของแบรนด์นี้กัน THE ONE STEAK…เกิดขึ้นจากความต้องการแบ่งปันอาชีพด้วยการเปิดสอน สู่การสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสาขา คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง เจ้าของแบรนด์ THE ONE STEAK เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู
ทอดมันกุ้ง สูตรนี้เป็นสูตรแบบอาหารจีน คือ ใส่กุ้งโขลกกับมันหมูแล้วปรุงรส เติมปลาหมึกสดเข้าไป รับประทานกับน้ำจิ้มเกี้ยมบ๊วย ต่างจากทอดมันไทยที่ใช้ปลากราย ซึ่งจะใส่น้ำพริกแดง ถั่วฝักยาวหรือถั่วพู รับประทานกับอาจาด ลองทำตามสูตรที่บอกว่าใส่มันหมูปริมาณเท่ากับกุ้ง แต่ทำแล้วเหลวไป จึงเติมแป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ โดยใส่ทีละช้อนแล้วคนดูว่าข้นขึ้นพอหรือไม่ ซึ่งข้นขึ้นแต่ยังไม่ข้นพอที่จะปั้นก้อนได้ จึงแก้ปัญหาโดยเอาที่ตักไอศกรีมเข้ามาช่วย แต่ยังอยากได้ความกรอบ จึงโรยเกล็ดขนมปังลงบนที่ตักไอศกรีมก่อนจึงใส่ส่วนผสม โรยเกล็ดขนมปังอีกครั้งที่ด้านบน แล้วจึงกดส่วนผสมลงในน้ำมันร้อน แล้วใช้ตะหลิวกดให้ทอดมันแบนหน่อย เพราะถ้าหนาไป ข้างในอาจไม่สุกได้ ทอดมันนี้เวลาทอดน้ำมันจะกระเด็นพอสมควร จึงควรเตรียมที่กันน้ำมันกระเด็นไว้ปิดกระทะด้วยค่ะ ส่วนผสม กุ้ง 2 ขีด / ปลาหมึก 2 ขีด / มันหมู 1 ขีด สามเกลอ (รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกรวมกัน) 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส / น้ำมันงา 1/4 ช้อนชา / ไข่ไก่สำหรับผสม 1 ฟอง / แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ เกล็ดขนมปังแบบละเอียด วิธีทำ นำกุ้งกับมันหมูที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เข้าตู้เย็น 30 นาที
ส้มตำลืมผัว หนึ่งร้านส้มตำสุดครีเอต และมีทีเด็ดไม่เหมือนใคร ไม่ได้ยืนขายธรรมดาๆ แต่เจ้าของร้านเอ็นเตอร์เทนลูกค้าด้วยการแต่งคอสเพลย์ พร้อมโชว์ลีลาการตำสุดประทับใจ เรียกเสียงฮือฮาจากลูกค้าเกรียวกราว ส้มตำลืมผัว มีเจ้าของชื่อ คุณวินัย วงศ์ไธสง หรือ พี่นัย อายุ 44 ปี ครีเอทีฟรายการทีวี ร่วมด้วยเพื่อนอีก 2 คน คือ พี่เปิ้ล และพี่เยาว์ พี่นัย เล่าว่า พี่เปิ้ลและพี่เยาว์ ทั้ง 2 คนมีฝีมือการตำส้มตำอยู่แล้ว จึงชักชวนกันมาทำ ด้วยอยากหางานอดิเรกทำ ชื่อ “ส้มตำลืมผัว” พี่นัย บอกว่า ชอบชื่อนี้ ฟังแล้วโดนใจ แรกๆ ตั้งหลายชื่อมาก จนมาลงตัวที่ชื่อนี้ นอกเหนือจากส้มตำลืมผัวแล้ว ยังมี ‘โจ๊กลืมผัว’ ธุรกิจแรกก่อนขายส้มตำที่ใช้ชื่อเดียวกัน และขายดีไม่แพ้กัน โจ๊กลืมผัว ก่อนเปิดทำให้คนรู้จัก เพื่อนๆ พี่ๆ ทีมงาน ได้ชิมก่อน ทุกคนบอกอร่อย จึงเริ่มเปิดขาย จัดโปรโมชั่นสัปดาห์แรก ซื้อ 5 แถม 1 ขายดี ลูกค้าต่อคิวยาว กระทั่งทุกวันนี้ลูกค้ายังต่อคิวยาวเหมือนเดิม ส่วน ส้มตำลืมผัว แม้เปิดไม่นาน แต่ขายดีไม่แพ้กัน เริ่มต้นจากตำให้เพื่อน ให้พี่กินคล้ายโจ๊กลืมผัว คนชอบ “เคยตำส้มตำในงานงานหนึ่ง ตำตั้งแต่ 9 โมงถึง
จะมีสักกี่ครั้งที่เวลาเราไปกินข้าวนอกบ้านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้กินรสมือแม่ ในที่นี้คือ ความพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ หรือโภชนาการ ร้านแม่อวยพร Thai Fine Cuisine ที่ศรีสมานซอย 8 ดอนเมือง คือ หนึ่งในนั้น แม่อวยพร อมรศรีสกุล ร้านนี้ดัดแปลงรถเมล์สาย 145 มาเป็นร้านอาหารสุดเท่ ขึ้นป้ายว่า Tooney bus ภายในโอ่โถง มีที่นั่งราว 30 ที่ ตกแต่งด้วยเลโก้ลายการ์ตูนต่างๆ ติดแอร์ 2 ตัว ด้านหน้าหลังฉ่ำเย็นสบาย เมนูเด่นมี 2 อย่าง คือ ขนมจีนน้ำยาปู และปูผัดข้าว ขนมจีนน้ำยาปู รสชาตินั้นละมุน แถมอัดแน่นไปด้วยเนื้อกรรเชียงปูคำใหญ่ๆ แถมไข่ยางมะตูมให้อีกครึ่งซีก มีผักสดให้กินแกล้ม ส่วนใครกินเผ็ดใส่พริกได้ตามใจชอบ ขนมจีนจานนี้กินพอดีอิ่ม ในราคา 120 บาท ส่วนปูผัดข้าว คือ โปะกรรเชียงปูให้แบบเต็มๆ ข้าวใช้หอมมะลิคุณภาพ ผัดออกมาเรียงเม็ดสวย หอมกลิ่นกระทะไหม้ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรแซ่บ จานนี้ 120 บาท เหมือนกัน ไหนๆ ก็มาแล้ว เลยลองสั่งมาอีก 2-3 อย่าง คือ หมี่กะทิกุ้งหลน สูตรแม่อวยพร 65 บาท จานนี้เทคนิคต้องเอาหลนเทคลุกกับหมี่ให้เส้นดูดรสชาติของหลนที่เค็มหวานให้เข้ากันก่อน เรียกว่าเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี ต่
“โชค บูลกุล” ใช้สูตรวินัยการเงินส่วนตัว กับธุรกิจฟาร์มโชคชัย เราเคยได้ยินกันว่าคนมีต้นทุนดี เกิดมารวย ไม่ว่าจะทำอะไรก็ย่อมได้เปรียบคนที่ต้นทุนน้อยกว่า แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะบางครั้งคนที่มีต้นทุนดีก็อาจจะเจอวิกฤต เจอจุดพลิกผันในชีวิตหรือในธุรกิจ ซึ่งถ้าเป็นคนที่มีต้นทุนดี แต่ไม่มีภูมิคุ้มกันก็อาจจะพยุงตัวเองผ่านพ้นวิกฤตไม่ได้ มีตัวอย่างให้เห็นหลาย ๆ กรณีว่า หลายบริษัทหลายธุรกิจเจอวิกฤตแล้วล้ม พัง ลุกไม่ขึ้น …แต่ก็มีหลายบริษัท หลายคนที่เจอวิกฤตแล้วแค่เซ หาทางยืนต่อได้ อย่างเคสของนักธุรกิจมากความสามารถ โชค บูลกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย ที่เคยเจอวิกฤตเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน แต่เขาก็พยุงธุรกิจต่อมาได้ โชค บูลกุล เข้าร่วมงานเปิดโครงการ “ฉลาดคิด ฉลาดใช้” โดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และได้แชร์ประสบการณ์การพยุงธุรกิจผ่านวิกฤติและแชร์วินัยทางการเงินของเขาโดยเล่าย้อนไปถึงตอนที่ธุรกิจฟาร์มโชคชัยเจอวิกฤตการณ์ในปี 2553 ว่า ฟาร์มโชคชัยมีหนี้กว่า 400 ถึง 600 ล้านบาท ณ ตอนนั้นเขาต้องตั้งสติและกลับมานั่งวิเคราะห์ให้เข้าใจถึงจุดอ่อน จุดแข็ง และรอยรั่วในธุรกิจของตัวเอง ถอยกลับมาแยกแ
ในอดีตชาวอีสานนิยมปลูกข้าวเพื่อยังชีพ เลี้ยงสัตว์เป็นอาหาร ว่างเว้นจากทำนาทำไร่ ผู้หญิงจะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและเก็บดอกฝ้ายมาปั่นทำผ้าห่ม ทอผ้าพื้นสำหรับตัดเสื้อผ้า ทำที่นอน ทอผ้าขาวม้า และทอผ้าลายขิด คำว่า “ขิด” มาจากคำว่า สะกิดขึ้น สันนิษฐานว่ามาจากภาษาบาลี คำว่า ขจิด แปลว่า ทำให้งดงาม ในสมัยโบราณ ถือว่าผ้าขิดเป็นของสูง เพราะต้องใช้ฝีมือและความสามารถในการทอสูงกว่าผ้าชนิดอื่น นิยมใช้ผ้าขิดห่อพระไตรปิฎก หรือใช้งานพิธีมงคล ต่อมาชาวบ้านได้นำผ้าขิดมาทำเป็นหมอนสามเหลี่ยม (เดิมเรียกว่าหมอนหน้าม้า ตามลักษณะรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหน้าม้า) เพื่อถวายพระภิกษุสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ หรือมอบเป็นของขวัญแด่ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ บ้านศรีฐาน ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในเรื่องการทำหมอนขิดมาหลายชั่วคนแล้ว จนได้ชื่อว่า เป็นแหล่งผลิตหมอนขิดใหญ่ที่สุดในประเทศ พอว่างเว้นจากการทำนา ผู้หญิงในชุมชนแห่งนี้จะออกไปรับจ้างทำหมอนขิด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและเก็บไว้ให้ลูกเรียนหนังสือ แม่แย้ม จันใด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “แม่แย้มหมอนขิด” เล่าว่า เดิมแม่แย้มรับจ้างทำหมอนขิดมาตลอดจนกระทั่งปี 2542
ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา คนไทยเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นทุกปี มีหลักฐานชัดเจน จากตัวเลขปี 2560 สำนักงานท่องเที่ยวของญี่ปุ่นประจำประเทศไทยบอกว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากเป็นอันดับที่ 6 จำนวน 987,100 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 9.5% และ คาดว่าจะแตะถึง 1 ล้านคนในปี 2561 นี้ เหตุผลที่คนไทยโปรดปรานประเทศญี่ปุ่นขนาดนี้ นอกจากธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมที่เก่าแก่และทันสมัย แหล่งช้อปปิ้งเพียบ จนหลายคนเผลอไผลรูดบัตรเครดิตแทบสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ที่ดีงามไม่แพ้กันอีกอย่าง คือ การไปกิน กิน และ กิน อย่างโอซาก้า ศูนย์การค้า และ อุตสาหกรรมของภูมิภาคคันไซก็เป็นอีกจุดหมายปลายทางฮอตฮิตของคนไทยเรา มีของกินท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด คือ คุชิคัตสึ อาหารทอดเสียบไม้ ที่มีร้านค้าให้เลือกนับสิบร้านในย่านชินเซไก ย่านนี้มีหอคอยซึเท็นคาคุ (Tsutenkaku Tower) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ เป็นสัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของเมืองโอซาก้าในอดีต หอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากถูกทำลายไปเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากเดินวนเวียนอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็ตัดสินใจเข้าร้าน YAEKATSU สัญลักษณ์รูปตัวทานุกิ ด้วยเหตุ
จากสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างฟืดเคืองในปัจจุบัน ทำให้หลายๆ คนต้องคิดถึงการเสริมรายได้มากขึ้น เพราะด้วยรายรับเท่าเดิมแต่รายจ่ายกลับเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้เกิดแนวความคิดที่มองหาอาชีพเสริมเพื่อให้มีรายได้อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาชีพเสริมที่เลือกลงมือทำจะเป็นงานที่บางคนมีความใฝ่ฝันอยู่แล้ว แต่ด้วยต้องทำงานประจำที่ไม่ตรงกับที่ใฝ่ฝัน จึงถือโอกาสนี้ทำงานรองตามที่ตนเองใฝ่ฝันไว้ จึงเกิดทั้งรายได้และความสุขไปพร้อมๆ กัน คุณอรรถพล สุขใส อยู่บ้านเลขที่ 44/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ใช้เวลาว่างจากการค้าขาย มาทำอาชีพเสริมเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะ ซึ่งการเลี้ยงก็ใช้พื้นที่ไม่มาก เน้นให้แพะอยู่บริเวณที่จัดไว้ พร้อมทั้งหาอาหารแบบลดต้นทุนมาให้แพะกิน จึงทำให้การเลี้ยงแพะทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี การเลี้ยงแพะเกิดจากความชอบ คุณอรรถพล เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่ปัจจุบันเปิดร้านค้าขายของ แต่ในเรื่องของการทำปศุสัตว์นั้นเกิดจากความชื่นชอบที่อยู่ในใจมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสจึงได้นำแพะมาทดลองเลี้ยงในพื้นที่ว่างที่มีอยู่ ซึ่งในช่วงแรกปล่อยแบบให้เดินหาอาหาร
ขนมโตเกียว เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง คล้ายกับขนมโดรายากิของญี่ปุ่น คือเป็นแป้งแพนเค้กชิ้นบางๆ ทำให้ร้อนบนเตาขนาดเล็กที่มีหน้าเตาแบน แล้วม้วนห่อไส้ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายไส้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสูตรของคนขายแต่ละเจ้าว่าจะมีไส้อะไรบ้าง คุณธยศ ทองแจ้ง หรือ คุณแบงค์ วัย 39 ปี เจ้าของร้านขนมโตเกียวชาร์โคล เล่าว่า “เรียนจบเพียง ม.3 ไม่ชอบทำงานประจำ ไม่อยากอยู่ในกรอบระเบียบ เมื่อเรียนจบ ม.3 จึงไม่เรียนต่อ แต่หันมาทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง คิดอยากลองทำขนมขาย เลยมองไปที่ขนมโตเกียว เพราะเป็นขนมที่ทานง่าย คนรู้จักอยู่แล้ว ใครๆ ก็ซื้อทานได้ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ การมาเริ่มต้นลองทำขนมเพื่อขาย ใช้เวลานานพอสมควร ประมาณ 6 เดือนได้ ถึงจะคล่องและได้สูตรที่เราต้องการ” ขนมโตเกียว ที่คุณแบงค์เริ่มต้นทำและขายในช่วงแรก เป็นแบบแป้งธรรมดา ซึ่งก็เมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว แต่พอช่วงหลังราวปี 60 กระแสชาร์โคลมาแรง คุณแบงค์จึงได้นำเอามาปรับใช้ในสูตรของแป้งขนมโตเกียว ซึ่งเป็นที่มาของขนมโตเกียวชาร์โคล และยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุุ่มตระเวนขายไปตามตลาดและออกบู๊ธไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอทำเลที่ตลาดรวมทรัพย์ ย่านถนนอโศก กทม. เลยเริ่มข
จากเด็กผู้หญิงฐานะยากจน อาศัยเรียนภาคค่ำ แล้วทำงานรับจ้างเย็บเสื้อโหลและรับจ้างพิมพ์ดีดในช่วงหลังเลิกเรียน วันละ 70 บาทเพื่อจ่ายค่าเทอมเองตั้งแต่ ม. 2 ปัจจุบันผงาดกลายเป็นเจ้าของอาณาจักรเครื่องประดับจากเพชร “ไอยรา เจมส์” ร้านขายเพชรที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์เป็นลำดับต้นๆ ของเมืองไทย เจ้าของธุรกิจนี้ คือ คุณอิษยา พรหมมาลี ซีอีโอบริษัท ไอยรา เจมส์ จำกัด ต้นทุนต่ำ ต้องพยายามสูง มุ่งมั่น เป็นเจ้าของร้านเพชร คุณอิษยา หรือ คุณตูน ย้อนวันวานว่า ทำงานส่งเสียตัวเองเรียนด้วยการรับจ้างเย็บเสื้อโหลตั้งแต่ม.2 จนกระทั่งจบ ปวช. จากนั้นพักเรียนต่อ ออกไปหางานทำ 2 ปี แล้วกลับมาเรียนต่ออีกครั้งระดับปริญญาตรีภาคค่ำ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เรียกว่าทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ตอนเรียนปริญญาตรี คุณตูน เผยว่า เห็นเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งฐานะดี มีรถยนต์ขับ เรียนดี แต่งตัวสวย เลยยกให้เป็นไอดอลขณะนั้น และยิ่งได้รู้ว่าเพื่อนทำธุรกิจขายเพชรพลอย ก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ว่า อยากดำเนินรอยตามเพื่อนคนนี้ “หลังจากจบปริญญาตรีไปเรียนต่อด้านการดูอัญมณี 1 ปีที่สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งเอเซีย (AIGS) ต่อด้วยเรียนการออกแบบเคร
