How to
เทือกเขานครศรีธรรมราชประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อน และมีเขาหลวงเป็นยอดเขาสูงสุด มีความสูงประมาณ 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเลซึ่งสูงที่สุดในภาคใต้ “เขาหลวง” ยังมีสภาพเป็นป่าดงดิบชื้นและป่าดิบเขา และยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ลำธาร สัตว์ป่าหายาก รวมทั้งพืชพรรณนานาชนิด พืชชนิดหนึ่งที่จะนำมาให้รู้จักในวันนี้คือ “เห็ดหลินจือ” ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเจริญงอกงามในสภาพป่าเขตร้อนอย่างภาคใต้ได้ เมื่อขับรถผ่านอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีซอยเล็กๆ หน้าการไฟฟ้าพรหมคีรีผ่านเป็นทางเข้าสวนที่ข้างทางรายล้อมไปด้วยต้นมังคุด ทุเรียน และผลไม้นานาชนิด ทางเข้าเล็กๆ แห่งนี้นำเรามาสู่โรงเพาะเห็ดนานาพันธุ์ชื่อ “หนานตาทองฟาร์ม” โดยมี “พี่เกรียง” ยืนรอเราอยู่หน้ากระท่อมที่แกเรียกว่า “บ้าน”เมื่อทักทายกันแล้วเราก็อยากจะทราบถึงความเป็นมาของฟาร์มเพาะเห็ดของที่นี่ พี่เกรียง หรือ คุณเกรียงศักดิ์ ชูประสูติ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของตนเองเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จึงทำการเกษตรมาตลอด โดยเริ่มทำฟาร์มเพาะเห็ดเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยเพาะทั้งเห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเป๋าฮื้อ ฯลฯ จนกระทั่งเริ่มเพาะเห็ดราคาแพงอย่าง
เป็นขนมที่คนไทยคุ้นเคย และรู้จักกันอย่างแพร่หลายสำหรับ “วุ้น” ซึ่งปัจจุบันถูกชายหนุ่มครีเอทแปลงโฉมขนมไทยชนิดนี้ให้มีความแปลกตาและรสชาติที่ไม่ซ้ำใครด้วยการสอดไส้ผลไม้ลงไป นับเป็นขนมที่ไม่ร้ายกาจต่อร่างกาย แถมโกยรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน คุณภัค เรืองกิจรัตนกุล หรือ คุณฮั้ว เจ้าของธุรกิจวุ้นสอดไส้ เล่าว่า ชอบทานขนม ทั้งขนมไทย และเบเกอรี่ มาตั้งแต่เด็ก กระทั่งวันหนึ่งอยากเปิดร้านขายขนมในสไตล์ของตัวเอง ประกอบกับได้ลองทานวุ้นที่มีไส้ข้างในฝีมือคุณน้า จึงเกิดไอเดียของธุรกิจ “วุ้นสอดไส้” “ผมไม่เคยเห็นวุ้นสอดไส้ที่ไหนมาก่อน ซึ่งเท่าที่เห็นวุ้นส่วนใหญ่จะเป็น วุ้นกะทิ วุ้นเป็ด วุ้นใบเตย ซึ่งมั่นใจว่าถ้าทำวุ้นสอดไส้ออกมาขาย ลูกค้าจะต้องชอบแน่ๆ ฉะนั้นจึงสร้างเอกลักษณ์ให้ชัดเจน ด้วยการทำวุ้นสอดไส้ผลไม้” สำหรับจุดเด่นของวุ้นสอดไส้ผลไม้ หน้าตาวุ้นจะเป็นดอกไม้ ด้านในเป็นไส้ผลไม้ และเพื่อให้ลูกค้าจำได้ว่าเป็นวุ้นร้านพฤกษ์ คุณฮั้ว บอกว่า กลิ่นขนมจะหอมกะทิใบเตย ชนิดว่าหอมฟุ้งอยู่ภายในปาก หวานน้อย รสชาติกลมกล่อม ไม่ใส่สารกันเสีย ในช่วงแรกของการเปิดร้าน เจ้าของร้าน บอกว่า ขายออนไลน์ผ่านช่องทาง Instagram แล
คนกรุงเทพฯ ที่เป็นสาวกอาหารเหนือมาทางนี้ เพราะคนเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย นำสารพัดเมนูและวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารเหนือรสชาติเหนือออริจินอลแท้ๆ มาเสิร์ฟคนกรุงในราคาประหยัด ที่ร้าน “ม่วนใจ๋ ”ร้านอาหารเหนือบรรยากาศสบาย เจ้าของร้านต้อนรับด้วยตัวเอง ตั้งอยู่ถนนนครชัยศรี เขตดุสิต เมนูที่ต้องห้ามพลาด ไส้อั่ว ยำยอดใบชา แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว ตำขนุน ขนมจีนน้ำเงี๊ยว คุณวิภาพร นดูก้า หรือคุณต่าย สาวเชียงรายวัย 40 ปี เท้าความว่า ก่อนจะเปิดร้านอาหารทำธุรกิจส่งออกรองเท้า เฉลี่ยเดือนละ 60,000 คู่ กระทั่งปี 2557 ยอดขายรองเท้าลดลงเหลือเพียง 10,000 คู่/เดือน เลยอยากหารายได้เสริม ประกอบกับโดยส่วนตัวชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ เลยใช้โอกาสนี้เดินตามฝัน เปิดร้านอาหารเหนือที่คุ้นเคยเป็นรายได้เสริม ถามว่าทำไมต้องเป็นอาหารหนือ หญิงสาว บอกว่า เป็นคนเชียงราย ที่บ้านมีสูตรการทำอาหารเหนือ อีกทั้งทำทานกันในครอบครัวอยู่บ่อยๆ เลยใช้ต้นทุนทางความรู้และ ความชอบที่มีอยู่เปิดร้านใช้ชื่อว่า “ม่วนใจ๋” ตั้งใจให้เป็นรสชาติดั้งเดิม “ดิฉันใช้เวลาตัดสินใจกว่าจะเปิดร้าน 1 ปี ลงทุนประมาณ 5 แสนบาท เลือกทำเลในเมืองชั้นใน แถวเ
ขนมทรงกลม ใหญ่กว่าฝ่ามือ แผ่นแป้งบางๆ หลากสี โรยด้วยน้ำตาลอ้อย หากมองผ่านๆ และเทียบกับขนมที่เคยกินแล้ว หลายๆ คนคงจะคิดว่ามันคล้ายกับข้าวเกรียบว่าวและขนมนางเล็ด มาผสมผสานกัน แต่ขนมชนิดนี้เป็นขนมโบราณของคนตำบลดอน อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ที่ใน 1 ปีจะได้ลิ้มรสเพียง 1 ครั้งเท่านั้น มีชื่อเรียกว่า.. “ขนมหูช้าง” เรื่องน่าใจหายก็คือนับวันคนที่ทำขนมหูช้างในชุมชนเริ่มเหลือน้อยลง เด็กยุคใหม่รุ่นลูกหลานรู้จักขนมหูช้างเพราะเคยเห็นเคยชิม แต่ถ้าถามถึงที่มาของขนมชนิดนี้รวมไปถึงขั้นตอนกระบวนการทำกลับไม่มีใครตอบได้ เพราะเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของการค้นหาเรื่องราวท้องถิ่นที่ซ่อนอยู่ในขนมหูช้าง น้องมีนา เด็กหญิงทิพาวดี วงศ์ไตรรัตนกุล เล่าว่า “พวกเราเป็นสมาชิกกลุ่มสภาเด็กและเยาวชนตำบลดอนค่ะ มีสมาชิกตั้งแต่พี่ๆ ชั้นมหาวิทยาลัย ถึงน้องๆ ชั้นประถมศึกษาชวนกันลงพื้นที่ไปดูของดี ไปคุยกับผู้ใหญ่ในชุมชน จนรู้ว่าชุมชนของเรายังมีเรื่องอะไรอีกหลายอย่างที่เด็กๆ อย่างพวกหนูไม่รู้จักค่ะ” พี่ๆ แกนนำรุ่นโตชักชวนน้องๆ เดินเข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้ ฟังเรื่องเล่าหาข้อมูลจากคนเฒ่าคนแก่หลายคนในชุมชน และรับรู้ว่า ในชุมชนมีส
ไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ เเต่เป็นเด็กเลี้ยงแพะ ที่เลือกเข้ามาฝึกงานกับฟาร์มเลี้ยงแพะที่สระบุรี หรือ “ฟาร์มคุณสุข” เพราะสถานที่นี้การันตีว่า นักศึกษาทุกคนที่เข้ามาเรียนรู้งานจากสถานที่แห่งนี้ จะได้รับความรู้และประสบการณ์เลี้ยงเเพะเป็นอาชีพได้เลย การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน ถือว่าเป็นบทเรียนที่มีค่า ไม่อาจพรรณนาได้ เมื่อเทียบกับประสบการณ์จากการเรียนรู้ในห้องเรียน จากหนังสือเชิงวิชาการ หรือการฝึกประสบการณ์ภายในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อถึงช่วงเวลาฝึกประสบการณ์วิชาชีพตามหน่วยกิตที่นักศึกษาต้องเรียน ล้วนแต่เป็นโอกาสทองของนักศึกษาที่ศึกษามาในแต่ละสาขาวิชาชีพทั้งนั้น เพราะเป็นช่วงที่จะได้นำวิชาความรู้ที่เรียนมา ไปใช้จริงในสถานที่จริง เป็นการทดลองตนเองว่าสามารถทำงานในวิชาชีพนั้นได้หรือไม่ ทั้งยังเป็นประสบการณ์จริงนอกห้องเรียนที่ไม่สามารถหาได้อีก หากการเลือกสถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพนั้นไม่ตอบสนองความต้องการมากพอ งานชั่ง ตวง วัด ต้องมา สำหรับนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสัตวศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ สัตวศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารสัตว์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ใกล้เคียง ที่มีหลักส
เมื่อพูดถึง “ถ่าน” หลายคนคุ้นกับชิ้นไม้สีดำที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการหุงต้มมากันยาวนาน ความจริงแล้วประโยชน์ของถ่านยังช่วยดูดซับกลิ่นเหม็นอับไม่พึงประสงค์ในจุดต่างๆ ได้อีก จนกระทั่งในปัจจุบันพบว่าถ่านที่เกิดจากการนำไผ่มาเผา มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ในการเป็นเชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากกว่าถ่านทั่วไป พร้อมกับยังถูกนำไปแปรรูปใช้ในวงการอุตสาหกรรมอื่นๆ สร้างมูลค่าได้มหาศาล คุณองอาจ ประจันทะศรี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 7 บ้านโนนสำราญ ตำบลอินทร์แปลง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร นำลำไผ่อ่อนที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อมาสร้างมูลค่าด้วยการเผาแล้วรับซื้อจากชาวบ้าน แล้วนำไปเข้ากระบวนการผลิตถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพสูง เหมาะกับร้านอาหาร ช่วยให้ประหยัดเวลา และประหยัดต้นทุน “แนวคิดผลิตถ่านไผ่เกิดจากการนำต้นไผ่อ่อนที่ถูกตัดทิ้งเพื่อมาใช้ทำต้นกล้าเพาะขายที่เกิดขึ้นถึงปีละกว่า 4-5 หมื่นต้น มาเผาเป็นถ่านหุงต้ม ซึ่งโดยปกติทั่วไปนิยมใช้ไผ่แก่มาเผาทำให้ได้ถ่านที่มีคุณภาพความร้อนสูง แต่ภายหลังจากทดลองนำลำไผ่อ่อนมาเผาแล้วปรับวิธีจนได้คุณภาพมาตรฐานพลังงานเทียบเท่าหรือมากกว่าถ่านจากไผ่แก่หรือจ
เครื่องปั้นดินเผาประเภทเซรามิก เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นๆ สอดรับไปกับความเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จำนวนร้านอาหาร ร้านกาแฟ สปา โรงแรมที่พัก ผุดขึ้นในทุกๆ จังหวัด และผลงานทำมืออย่างเซรามิก ก็กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่า ที่อาจได้มากกว่าเท่าตัว ดังกล่าวมานี้คือความจริงที่ คุณอุเทน ริมฟอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มเฮือนปฏิมาเซรามิก เล่าให้เราฟัง ปี 2 สร้างผลงาน ขายได้หลายหมื่น คงต้องกล่าวยกให้คุณอุเทน คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเซรามิก เพราะเขามีทั้งความรู้ร่ำเรียนเอกอุตสาหกรรมเซรามิก จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และยังจบศิลปกรรม เอกเครื่องปั้นดินเผา จากเทคโนโลยีราชมงคล ดีกรีเกียรตินิยม คุณอุเทน เริ่มต้นหารายได้จากความรู้ที่ได้ศึกษาตั้งแต่เริ่มอยู่ชั้นปี 2 โดยเขานำผลงานที่ทำส่งอาจารย์และผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือของตนเองซึ่งเก็บรวบรวมไว้ระหว่างเรียน ไปออกงานแสดงสินค้า เพียงวันแรกของการเริ่มต้นขายก็มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นเดินเข้ามาเหมายกร้าน รวมรายได้วันแรก 40,000 กว่าบาท และนี่คือจุดสร้างกำลังใจสำคัญ ที่ทำให้เขาเลือกเดินสู่เส้นทางสายผู้ผลิตจำหน่ายเซรามิกแบบเต็มตัว
“หมูทอด” เมนูพื้นๆ ดูเหมือนจะทำง่าย คนไทยทุกเพศทุกวัยทานได้ สร้างรายได้ให้พ่อค้าแม่ค้าชนิดว่าตั้งตัวได้เลยมาแล้วมากมาย เฉกเช่นคุณอนาริสา ศรีนวล หรือ อาน่า เจ้าของร้านหมูทอดเบรกแตก ที่เดิมทำงานประจำ แต่เมื่อเเต่งงานมีครอบครัว เลือกผันตัวจากงานประจำมาเปิดร้านขายหมูทอด สร้างรสชาติให้ถูกปากคนไทย ทุกวันนี้มีรายได้ต่อวันประมาณ 3-4 หมื่นบาท สำหรับรายละเอียดร้านหมูทอดเบรกแตกของคุณอาน่า เธอบอกว่า เปิดได้ 2 ปีแล้ว สาเหตุที่เปิดร้าน คือ หลังจากแต่งงาน ก็ลาออกจากงานประจำ ไปเรียนทำอาหารกับแม่สามีซึ่งเป็นอาจารย์สอนทำอาหาร ได้เรียนอาหารหลายเมนู อยากทำขายหลายอย่าง แต่สุดท้ายรู้สึกว่า การทำหลายอย่างพร้อมๆ จะเหนื่อยเกินไป และกลัวว่าจะออกมาไม่ได้ไม่ดี เลยตัดสินใจเลือกทำเมนูเดียว เป็นเมนูเดียวที่คิดว่าทำออกมาดีที่สุด เลยมาจบที่หมูทอด ทั้ง 2 ชนิด หมูทอดเบรกแตกที่เป็นไฮไลท์ และเมนูหมูเค็ม “หมูทอดเบรกแตกเปิดร้านครั้งแรกที่ตลาดลุงเพิ่ม หลังการบินไทย ราคาขายหน้าร้านกิโลกรัมละ 600 บาท ขีดละ 60 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว มาชวนไปเปิดร้าน เลยเป็นที่มาของการขยายสาขา เพิ่มที่ห
วัฒนธรรมการตั้งชื่ออาหารไทยที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ เริ่มเมื่อไหร่? ถ้าให้เดาเท่าที่ข้อมูลมีตอนนี้ ผมคิดว่าคงเริ่มประมาณช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เล็กน้อย เพราะตำรากับข้าวในช่วงนั้นเริ่มปรากฏชื่อสำรับกับข้าวแนวๆ อย่างเช่น กระต่ายลอยน้ำ ไข่ฟูใจน้อย แย้หัวเราะ ฯลฯ ต่างจากช่วงก่อนหน้า ที่มักระบุวัตถุดิบและวิธีทำตรงๆ ไม่มีการประดิดประดอยโวหารให้ออกแนวโอชารมณ์เอาเลย หนึ่งในสำรับเหล่านั้น ที่ผมคิดว่าตั้งชื่อได้โรแมนติกมากๆ ก็คือ “แกงรัญจวน” ครับ หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เล่าที่มาที่ไปของสำรับนี้ไว้ในหนังสือตำรากับข้าวในวัง (พิมพ์ พ.ศ.2549) ที่ท่านเขียนขึ้นว่า เรื่องเกิดในห้องเครื่องวังสวนสุนันทา เมื่อเกิดมีผัดเนื้อวัวใส่หอมใหญ่และใบโหระพาเหลือจากคราวเลี้ยงอาหารคนทำดอกไม้ “..ท่านอา (หม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา) บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวคิดทำ ท่านนั่งเลือกเอาเนื้อออก นอกนั้นทิ้งหมด แล้วใส่หม้อเคี่ยวให้เปื่อย ตำน้ำพริกกะปินี่แหละละลายลงไป น้ำพริกก็เปรี้ยวเค็มหวานอยู่แล้ว ไม่ต้องชิมหรอก แล้วทิ้งใบโหระพาลงไปหน่อย หอมเชียวแกง มื้อค่ำไม่มีเหลือเลย..แกงรัญจวน” ถ้าว่าโดยวิธีการ นี่แทบ
ใครเบื่อเค้กวันเกิดแบบเลี่ยนๆ หรือ อยากจะเลี่ยงไขมันทรานส์จากมาการีนและเนยเทียมมาทางนี้ เส้นทางเศรษฐีมีไอเดียแม่ค้าหมูทอด แปลงโฉมเค้กวันเกิด หรือ เค้กปาร์ตี้ที่มีเพียงคาร์โบไฮเดรตและfatกินแล้วอ้วน ให้กลายเป็น “เค้กหมูทอด” กินง่าย คล่องคอสไตล์คนไทย ทุกเพศทุกวัยไปยันผู้สูงอายุที่หมอให้งดน้ำตาลก็ยังรับประทานได้ ชนิดว่าจัดงานวันเกิดทั้งที ได้ใจทั้งครอบครัว “คุณอนาริสา ศรีนวล” หรือ อาน่า เจ้าของร้านหมูทอดเบรกแตก เล่าว่า เค้กหมูทอด คือ เป็นการนำข้าวเหนียวมาขึ้นรูปเป็นก้อน เหมือนขนมเค้ก แบ่งเป็นชั้นๆ และตกแต่งด้านบนด้วยหมูทอด หน้าตาคล้ายเค้ก ซึ่งลูกค้าที่มาซื้อ ส่วนใหญ่เบื่อขนมเค้ก อยากเปลี่ยนมาเป็นเค้กหมูทอด “อนาริสา” เล่าว่า เริ่มทำเค้กหมูทอดเมื่อประมาณต้นเดือนมิถุนายน 2561จากนั้นลองโพสต์รูปลงเพจหมูทอดเบรกเตก ปรากฏลูกค้าให้การตอบรับดีมาก ขนาดเค้กหมูทอดที่ทางร้านทำขาย มีเพียงขนาดเดียว เป็นขนาดเค้ก 2 ปอนด์ สำหรับวิธีการทำเค้กหมูทอด เจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า ใช้ข้าวเหนียวสุก 1.5 กิโลกรัม ทำเป็นชั้น 3 ชั้น แต่ละชั้นตกแต่งด้วยหมูทอด หมูทอดที่ใช้ มี 2 แบบ คือ “หมูเค็ม” ทำจากหมูสามชั้นหมักด้วยเครื่
