How to
สวัสดีเพื่อนๆ เฮลท์คิทเช่นทุกคนค่ะ โอกาสพิเศษนี้ วินมีเมนูมาฝาก เป็นอีกหนึ่งเมนู วินเรียกว่าเป็นเมนูล้างตู้เย็นค่ะ เหมาะสำหรับมื้อเช้าแบบเร่งด่วน หรือมื้อเย็นง่ายๆ คือข้าวคลุกผักโขม ทานคู่กับไข่ยางมะตูม ราดด้วยซอสศรีราชา หรือ ซอสพริกนั่นเอง ง่ายๆ มีประโยชน์นะคะ ไปดูส่วนผสมและวิธีทำทั้งสองเมนูกันเลย ข้าวคลุกผักโขม ข้าวสวย ½ -1 ถ้วย ผักโขม ½ ถ้วย เนย หรือ น้ำมันมะพร้าว ½ ช้อนโต๊ะ ไข่ 1 ฟอง เกลือ พริกไทย ซอสพริก วิธีทำ ต้มไข่ไก่ในน้ำเดือด ประมาณ 6-7 นาที จะได้ไข่แดงยางมะตูมค่ะ หรือเพื่อนๆ คนไหนชอบทานไข่ต้มสุกๆ ก็ต้มให้นานกว่านั้นตามใจได้เลยนะคะ ระหว่างต้มไข่ ก็นำผักโขมมาสับหยาบๆ ก่อนนำไปคลุกข้าวสวยร้อนๆ ใส่น้ำมันมะพร้าว หรือเนย เพื่อเพิ่มกลิ่น เหยาะเกลือและพริกไทยเพิ่มรสชาติ ปอกไข่ใส่ ก่อนราดด้วยซอสพริก มากน้อยตามชอบ แค่นี้ก็ได้ข้าวจานด่วน อิ่มง่ายๆ แล้วค่ะ *เพื่อเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางอาหาร เพื่อนๆ อาจจะเพิ่มหัวหอมซอย มันฝรั่งหั่นเต๋า หรือผักชนิดโปรดของเพื่อนๆ ด้วยได้เช่นกัน
“พยาบาลสาว” โรงพยาบาลรัฐ ยึดหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” ใช้เวลาหลังออกเวร เพาะเห็ด ก่อนนำมาแปรรูป ขายดี ออเดอร์ยาวนับเดือน พระบรมราโชวาท และ พระราชดำรัส เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้ไว้แก่ชาวไทยนับตั้งแต่พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา และถูกพูดถึงอย่างชัดเจน ในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขวิกฤตการทางการเงินในเอเชีย ให้สามารถดำรงอยู่ได้มั่นคงและยังยืน ในกระแสโลกาภิวัตน์ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ จากแนวพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ทำให้ นางน้องหญิง รักสองหมื่น พยาบาลวิชาชีพ ระดับชำนาญการ เปิดเผยว่า ตนเป็นพยาบาลปีนี้เป็นปีที่ 23 ปี อยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี นอกจากทำงานประจำแล้ว เวลาว่างหลังเลิกงาน มักชอบศึกษาหาความรู้ด้านต่างๆ จนกระทั้งได้เรียนรู้ในเรื่องของการปลูกพืชผักต่างๆ “ตามรอยพ่อหลวง อยู่แบบพอเพียง” ปลูกผักไว้กินเอง ตามแนวพระราชดำรัส ”เศรษฐกิจพอเพียง” จึงได้มุ่งมันและตั้งใจที่จะทำให้ได้ คุณน้องหญิง กล่าวว่า ก่อนที่จะมาปลูกเห็ดได้ศึกษาพื้นต่างๆ มาหลายชนิด กระทั้งมาพบว่า การเพาะเห็ดนางฟ้า ดูเแลง่ายและมีผลผลิตกินได้ตลอด
“ก่อนหน้าที่ อย.จะรับรองผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ ยอดขายอยู่แค่เดือนละ 2-3 หมื่นบาท แต่เมื่อได้รับไพรมารี จีเอ็มพี ก็เพิ่มเป็น 8-9 แสนบาท ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลรายได้สูงถึงเดือนละเป็นล้านบาท…” นางขวัญใจ แสงไทย ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปริง ต.นบปริง อ.เมือง จ.พังงา กล่าวขึ้นเมื่อถูกถามถึงความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าโอท็อปที่ผ่านมาตรฐานไพรมารี จีเอ็มพี (Primary GMP) และยังติดอยู่ในรายชื่อ 1 ใน 77 ชม- ชิม-ช้อป สุดยอดผลิตภัณฑ์อาหารจากทั่วประเทศ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปริง จัดเป็น 1 ใน 77 ชม- ชิม-ช้อปฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จัดทำเพื่อรวบรวมผลิตภัณฑ์โอท็อปของไทยที่ผ่านมาตรฐานไพรมารี จีเอ็มพี ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย โดยเริ่มแรกกลุ่มบ้านเกษตรกรบ้านปริง ยังเป็นเพียงกลุ่มแม่บ้าน ที่รวมตัวกันเพียง 2-3 คน รวมกลุ่มกันทำผลิตภัณฑ์อาหารในชุมชน อย่างน้ำพริกกุ้งเสียบ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2524 และเมื่อทำได้สักระยะเริ่มติดตลาด ก็เริ่มรวมกลุ่มกันมากขึ้นจนปัจจุบันมี 22 คน นางขวัญใจ แสงไทย นางขวัญใจ เล่าว่า ก่อนหน้าที่ยังไม่ได้รับไพรมารี จีเอ็มพี ก็
กว่าจะมาถึงจุดที่เรียกว่า “ประสบความสำเร็จ” หลายคนอาจต้องดื่มด่ำกับคำว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” หากเราปล่อยให้ล้มโดยไม่คิดจะลุก ไหนเลยจะพบกับคำว่าสำเร็จได้ คุณภีร์นริศร์ ผ่องหทัยกุล คือตัวอย่างของคนล้มแล้วพร้อมลุกทุกครั้ง จนวันนี้มาถึงจุดยืนแห่งความสำเร็จได้ในวัย 34 ปี ขายของและเป็นครู ก้าวมาสู่อาชีพอิสระ คุณภีร์นริศร์ มีจังหวะชีวิตเริ่มต้นเช่นคนธรรมดาทั่วไป เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย จากนั้นก็นำพาชีวิตมุ่งหางานทำในกรุงเทพฯ แต่ทว่าช่วงนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองกำลังคลุกรุ่น เขากลายเป็นคนตกงานทั้งๆ ที่ยังไม่เคยได้เข้าทำงานที่ไหน เมื่อกรุงเทพฯไม่ใช่อู่ข้าวอู่น้ำสำหรับเขา จึงเดินทางขึ้นเหนืออีกครั้ง กระทั่งได้เป็นครูอยู่ในสถาบันการศึกษาอาชีวะเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่เชียงใหม่ได้ 1 ปี ก็ย้ายตัวเองมาสมัครงานเป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปัว จังหวัดน่าน น่าน คือ บ้านเกิด และการกลับมาครั้งนี้จึงเป็นการกลับแบบถาวร “ระหว่างสอนหนังสือที่ปัว ขณะนั้นเมืองน่านกำลังเปิดตัวเรื่องท่องเที่ยว และมีโครงการกาดน่านขึ้นมา ผมจึงเห็นว่าน่าจะนำเวลาว่างทำ
คงไม่นานเท่าไหร่นะครับ ที่รสเปรี้ยวจี๊ดๆ จากผลไม้ซึ่งใช้กันในครัวไทย (โดยเฉพาะภาคกลาง) จะถูกเผด็จการเบ็ดเสร็จโดย มะนาว (lime) เพราะเมื่อดูตำรากับข้าวเก่าๆ หน่อย เราจะเห็นแม่ครัวมีสูตรกับข้าวเปรี้ยวๆ ที่ใช้วัตถุดิบหลากหลาย อย่างเช่น มะดัน มะกอก ระกำ ตะลิงปลิง น้ำส้มโตนด ส้มแขกแห้ง ลูกเถาคัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทำให้กับข้าวมีรสเปรี้ยวแสนเสน่ห์แตกต่างกัน ดังที่บางคนยังแยกได้ถึงความเปรี้ยวละมุนของเนื้อมะดันดิบในแกงส้ม ซึ่งแผกไปจากมะนาวที่เปรี้ยวดุดันเกินไป ฯลฯ นี่ยังไม่ต้องลงลึกไปถึง “ระดับ” ความเปรี้ยวนะครับ ว่าเปรี้ยวแหลมของมะนาวที่เราเคยคุ้นนั้น ในอีกแง่หนึ่ง ได้ทำลายผัสสะการรับรสเปรี้ยวอ่อนๆ ของชาวสยามลงไปเพียงใด..ทุกครั้งที่ผมได้กิน “แตงเปรี้ยว” ของคนกะเหรี่ยง เป็นต้องถามตัวเองแบบนี้ทุกครั้ง ค่าที่ว่ารสเปรี้ยวของแตงพันธุ์นั้นช่างอ่อนบาง มีกลิ่นเฉพาะตัวบางอย่าง (ขอให้หลับตานึกถึงแตงกวาแก่ๆ) ซึ่งจับรสได้ยากจริงๆ สำหรับลิ้นปกติของคนปัจจุบัน ถ้าไม่สนใจก็แล้วไปเถิดครับ แต่หากอยาก “ลองของ” ผมคิดว่ามันมี “ของ” ให้ลองอยู่ทั่วไปเลยแหละ ตามตลาดเล็กตลาดน้อยริมทาง พอให้เราได้ผจญภัยบนปลายลิ้นอย่างชนิ
https://www.facebook.com/SentangSedtee.matichon/videos/1082921648517712/ เมนูหมูแดดเดียว หรือ ปลาสลิดตากแห้ง ในสมัยก่อนจำเป็นต้องใช้แสงแดดจากธรรมชาติ แต่ด้วยฤดูกาลที่แปรปรวน ทำให้การผลิตอาหารจำพวกที่ต้องใช้แสงแดดนั้นมักประสบปัญหา อาทิ แสงแดดไม่พอ ความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์หรืออุณหภูมิไม่สม่ำเสมอกัน เป็นสาเหตุทำให้คุณภาพเนื้อสัตว์ และปริมาณผลผลิตไม่เป็นไปตามต้องการ ล่าสุดไม่ผลงาน ผศ.ดร.คุณยุต เอี่ยมสอาด และทีมงานจากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.ดร.คุณยุต บอกว่า ตู้อบเนื้อสัตว์ใช้หลักการเลียนแบบพลังงานแสงอาทิตย์ ลดความชื้น ทำให้เนื้อสัตว์แห้งใช้งานง่าย เพียงปรับอุณหภูมิและตั้งเวลา สามารถใช้กับผักผลไม้ อาทิ กล้วยตาก ได้อีกด้วย สำหรับตัวเครื่องของตู้อบอินฟราเรด แบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ 1. ขาตั้ง 2. ตัวตู้อบ และ 3. ฝาครอบ ถอดล้างทำความสะอาดได้ ภายในตู้ โดยมีอุณหภูมิการอบอยู่ที่ 50-60 เซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสำหรับอบอาหาร “จุดเด่นของตู้อบเนื้อสัตว์ไฟฟ้ามีจุดเด่น คือ 1.สามารถทำความร้อนและลดความร้อนได้อย่างรวดเร็ว 2.เตามีขนาดเล็กกว่าเตาป
ขณะศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ ในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณนัฐนัท สุดฤทธิ์ มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดน่าน และเขาก็พบพานกับคำว่า “ถูกชะตา” ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ถูกชะตา นำมาซึ่งการใช้ชีวิตอย่างถาวร น่านกลายเป็นบ้านที่แสนจะอบอุ่น ให้เขาได้ก่อร่างสร้างอาชีพในบทบาท “ครูโยคะ” หรือที่ลูกศิษย์เรียกขานว่า “ครูโอม” ตามชื่อเล่นของเขา หลงรักเมืองน่าน สร้างงาน สร้างชีวิต คุณโอม เล่าว่า เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่านแทบทุกครั้งของวันหยุด และไม่ว่าจะมาบ่อยครั้งเพียงใด น่านก็ทำให้เขารู้สึกยิ่งอยากใช้ชีวิตอยู่จวบจนศึกษาจบระดับปริญญาตรี น่านจึงเป็นจุดหมายปลายทาง “ผมเป็นคนอุทัยธานี แต่เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯเนิ่นนาน จนกระทั่งตอนศึกษาอยู่ปีสอง ผมเดินทางมาจังหวัดน่าน ครั้งแรกชอบเลย และจากนั้นพอถึงวันศุกร์ก็จะแบกกระเป๋าขึ้นรถทัวร์มาลงน่านเสมอ มันเหมือนได้กลับบ้าน ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตผมมีความรู้สึกว่าพอมาที่นี้เราสามารถแก้ไขได้ ความสุขมันเกิดขึ้นมาก ทั้งกับสถานที่ ผู้คน ความเป็นเมืองเล็กๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น” จากได้เดินทางมาบ่อยครั้งตลอดระยะเวลาสองปี ทำให้คุณโอมมั่นใ
ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหลังบ้าน เลขที่ 41/1 หมู่ 5 ต.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ติดริมน้ำอ่าวทะเลดอนสัก ภายในร้านปกคลุมไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด อากาศร่มรื่นเป็นอย่างมาก เนื่องแน่นไปด้วยลูกค้า แม้ต้องเดินเท้าเข้าซอยผ่านบ้านพักเข้าไปหลังบ้านประมาณ 20 เมตร นางเพียงใจ ใจรักษ์ อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ร้านนี้เปิดมาได้ประมาณ 2 ปีแล้วช่วงแรกยังไม่เป็นที่รู้จัก เพราะว่าตัวร้านจะตั้งอยู่ส่วนของด้านหลังของบ้านซึ่งด้านหน้าจะติดกับถนน แต่ที่เลือกที่จะขายที่หลังบ้านก็เพราะจะมีบริเวณกว้างต้นไม้ร่มรื่น และอากาศจะดีเพราะติดกับทะเลปากอ่าวดอนสัก ตอนแรกมีความคิดแค่เพียงทำก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณและก๋วยเตี๋ยวซีฟู๊ดขายเล่นๆให้เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงได้ทานเท่านั้น “แต่เนื่องจากอำเภอดอนสักเป็นแหล่งที่มีกั้งทะเลสด จึงลองทำก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟต้มยำ กั้งขายให้ลูกค้า โดยคิดสูตรน้ำซอสเย็นตาโฟและน้ำจิ้มขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ให้มีรสชาติเข้มข้นจนได้สูตรที่ลงตัวจึงได้เริ่มทำขายให้กับลูกค้า ปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างมาก นอกจากรสชาติของน้ำซอสเย็นตาโฟและสูตรน้ำจิ้มที่เข้มข้นแล้ว รสชาติของเนื้อกั้งที่นำมาใช้ก็จ
นางนาตยา ดวงโพธ แม่ค้าหมูอบจากน้ำตาลโตนด เจ้าของร้านโกอ้วนหมูอบสูตรน้ำตาลโตนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า หมูอบน้ำตาลโตนด ถือเป็นเจ้าแรก และเจ้าเดียวของสงขลา ซึ่งเลือกสรรคุณภาพเป็นหลัก ตั้งแต่เนื้อหมู จนมาถึงเครื่องปรุง และขั้นตอนการอบ ที่จะเน้นความสะอาด ทำให้หมูอบที่ออกมานั้นมีสีสดสวย ฉ่ำวาว และรสชาติก็ยังไม่หวานจัด ทำให้ลูกค้ารับประทานได้อย่างสบายใจ โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 500 บาท เน้นการออกร้าน ตามงานจัดแสดงสินค้า โดยไม่ได้มีหน้าร้านขายประจำ ในแต่ละครั้งที่ออกร้าน จะจำหน่ายได้หมด แม้ในบางงานจะจำหน่าย 50-100 กิโลกรัม แต่ละเดือนจะมีงานไม่ขาดสาย ซึ่งจะมีการจัดเตรียมวัตถุดิบ โดยเฉพาะน้ำตาลโตนด ที่จะหาได้จากพื้นที่ 4 อำเภอคาบสมุทรสทิงพระของ จ.สงขลา รวมถึง เนื้อหมูสดๆ เพื่อให้ได้หมูอบสูตรน้ำตาลโตนด ที่หอม นุ่มลิ้น ส่งขายให้กับผู้บริโภค โดยรสชาติของหมูอบน้ำตาลโตนดนั้น จะต่างจากหมูอบสูตรอื่นๆ ตรงที่ไม่หวานจัด และนุ่ม หอมน้ำตาลโตนด ซึ่งลูกค้าชื่นชม เพราะสามารถนำไปเป็นกับข้าว กินเล่น กินกับข้าวเหนียว ได้ทุกสถานการณ์ นาตยากล่าวอีกว่า กว่าจะได้สูตรนี้มาต้องลองผิดลองถูกอยู่ระยะหนึ่ง สูตรจึงลงตัว ซึ่งถ
จากที่ยังค้างไว้ในเรื่อง “อีหนูของสารวัตร” ก็มาได้เวลาไขข้อข้องใจกันแล้ว ผมนัดกับสารวัตรเจนไว้ที่โรงเรียนบ้านกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เพราะสารวัตรจะนำพ่อแม่พันธุ์หนูนามาส่งให้พี่น้องเกษตรกรที่นั่น ในโครงการ “ทัพฟ้าช่วยชาวนา ตามศาสตร์พระราชาจากปรัชญาสู่การปฏิบัติ” โดยมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศมาร่วมรับมอบ หนูนา ถูกจัดเป็นชุดไว้ประกอบด้วยตัวผู้ 1 ตัว และตัวเมีย 2 ตัว ใส่กรงที่รองด้วยฟางเป็นรังหนูไว้สำหรับการเคลื่อนย้าย รอส่งมอบให้ชาวบ้านเพื่อนำไปเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งต่อไป ใน 1 ชุด ราคาพ่อแม่พันธุ์ 1,300 บาท ผสมพันธุ์มาพร้อมตกลูกต่อไป การเลี้ยงหนูนาแบบเกษตรพอเพียง ที่กาญจนาฟาร์มหนู ของสารวัตรเจน มีวิธีการเลี้ยงหลักๆ 2 แบบ คือ แบบบ่อรวมแยกแม่ และแบบบ่อเดี่ยว แบบแรกเป็นแบบบ่อรวม เราใช้วงท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตร จำนวน 4 ท่อ โดย 2 ท่อแรก นำมาวางชิดกันแล้วเจาะรูทะลุหากัน นำท่อใยหิน ขนาด 4 นิ้ว มาเชื่อมต่อหากัน เสร็จแล้วนำท่ออีก 2 ท่อ วางทับเพื่อให้สูง 80 เซนติเมตร ป้องกันหนูกระโดดออก จากนั้นนำแก
