How to
บางครั้งกับข้าวในครัวก็เกิดขึ้นจากความต้องการจะ “ทดลอง” อะไรบางอย่างที่เพิ่งได้มาใหม่ หรือวิธีการ, ขั้นตอน ที่เกิดนึกขึ้นมาได้อย่างปัจจุบันทันด่วน ขณะที่ข้าวของในตู้เย็นตู้กับข้าวก็อาจมีไม่มากนัก แต่ใจมันอยากลองจนรอไม่ไหวแล้ว อย่างนี้ก็มีนะครับ เหมือนที่ผมเพิ่งไปได้น้ำปลาปลาสร้อยดีๆ จากการขับรถตระเวนพื้นที่ลุ่มน้ำยมในเขตอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย กับเจ้าหน้าที่แผนงานกินเปลี่ยนโลก มูลนิธิชีววิถี (Biothai) ความหอมนัวนวลของมันทำให้ความอยากกินน้ำปลาดิบๆ ใหม่ๆ แบบไม่ต้องปรุง หรือปรุงให้น้อยที่สุด เกิดขึ้นมาอย่างชนิดที่ว่าต้องรีบออกไปตลาด แล้วก็จับจ่ายกุ้งสดตัวย่อมๆ มาได้ครึ่งกิโลกรัม จัดแจงเด็ดหัว แกะเปลือก ผ่าหลัง ชักเส้นดำออก ต้มหัวกับเปลือกในหม้อกับเกลือป่น ทำเป็นน้ำซุปไว้ตามเคย อ้าว! ลืมบอกไปครับ ว่าผมจะทำ “กุ้งผัดกระเทียมพริกไทย” กินกับน้ำปลาพริกแซ่บๆ งานนี้ก็เลยต้องเตรียมเครื่องผัดกระเทียมก่อน โดยโขลกเม็ดพริกไทยขาวกับเม็ดคำเงาะ (anatto seeds) เพื่อเพิ่มสีแดงให้ดูน่ากิน แต่ถ้า ใครไม่มีเจ้าเม็ดคำเงาะนี่ ก็ไม่ต้องใช้หรอกนะครับ โขลกจนละเอียดแล้ว ใส่กระเทียมไทยแกะกลีบ เกลาเปลือกออกไม่ต้อ
กระทรวงพลังงานเยี่ยมชม การพลิกโฉมวงการกล้วยตาก ด้วยนวัตกรรมการผลิตกล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์ พาราโบลาโดม ที่ อ.บางกระทุ่ม อีก 1 ในโครงการแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานที่ยกระดับกล้วยตากให้เป็นของฝากเกรดพรีเมียมช่วยเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งสามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มมากขึ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กลุ่มแม่บ้านวิสาหกิจชุมชนกล้วยตากบุปผา ต.เนินกุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก นายทิพากร พูลสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ลงพื้นที่ติดตาม ผลงานของกองกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีกรมพัฒนาพลังงานทดแทน เป็นผู้ดูแล โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนากระบวนการตากของกลุ่มจากเดิมที่ใช้ตากแดดและลม เปลี่ยนมาเป็นแบบปิดด้วยระบบ พาราโบลาโดม หรือระบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่จะดีตรงที่เป็นระบบปิด ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาประยุกต์ใช้กับองค์ความรู้ของชาวบ้านที่มีอยู่แล้ว เพื่อพัฒนาร่วมกันจน
ทุกคนสามารถดำรงตนตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ “เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว” เพราะตลอดชีวิตผ่านมาของเขา นับตั้งแต่เรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก อำเภอเมือง จังหวัดตาก ก่อนที่จะกลับบ้านเกิด เพื่อมาบวชเรียนที่วัดโตนดหลวง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เขาดำรงตนในเพศสมณะที่น่าเคารพ ศึกษาธรรมะอย่างเข้าใจ กระทั่งไปอ่านหนังสือ “ตัวกูของกู” ของท่านพุทธทาสภิกขุ จึงทำให้เขาคิดอยากจะไปสวนโมกขพลาราม ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุสักครั้ง ก่อนที่จะลาสิกขามาช่วยเหลือครอบครัวในการทำธุรกิจรับซื้ออาหารทะเลที่บ้าน เขายอมรับว่าการสนทนาธรรมครั้งนั้น ทำให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะหลักธรรมที่ว่ามนุษย์ย่อมมีด้านดี และด้านเลว มีด้านมืด และด้านสว่าง มีประสบความสำเร็จ และล้มเหลว เราจะเลือกอย่างไหน อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น เพราะทุกข์ก็อยู่ที่ตัวเรา สุขก็อยู่ที่ตัวเรา ดังนั้น เมื่อเขานำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้กับชีวิตด้วย จึงยิ่งทำให้ทุกอย่างง่ายลง จนเกิดความสงบขึ้นมาภายในจิตใ
ความเจ็บป่วยของแม่ทำให้ คุณบุญชะนะ เอกวานิช ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งโปรแกรมเมอร์และนักวิเคราะห์ระบบ ทันที แต่เพียง 2 เดือนแม่ก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ แน่นอนว่าเขาเคว้งคว้าง แต่ทว่าจะท้อแท้ไม่ได้ เพราะขณะนั้นยังรับตำแหน่งคนตกงาน อยากทำอะไร ชอบอะไร รักงานอะไร แบบไหน และเป้าหมายในชีวิตคืออะไร นี่คือคำถามที่ผุดขึ้นในหัวของเด็กหนุ่มวัย 25 ปี และในเวลาไม่นานนัก เขาก็ผุดความคิดกับธุรกิจอาหารสุขภาพ แต่การจะสร้างร้านขึ้นมาตามภาพฝัน ยังเป็นไปไม่ได้ ด้วยปัจจัยหลายด้านยังไม่พร้อม ปลูกผัก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเขา ด้วยเงินเพียง 2,000 บาท และจนบัดนี้ คุณบุญชะนะกลายเป็นเจ้าของฟาร์มผักสลัด “The Secret Salad Farm” แห่งใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต และตามต่อกับการเติมเต็มความฝัน สร้างร้าน “farmfactory” ร้านสลัดที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เฮลท์ตี้ฟาสต์ฟู้ด” เส้นทางสู่ความฝันของคุณบุญชะนะ เริ่มต้นขึ้นดังนี้ “ผมเรียนจบก็ทำงานในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ และนักวิเคราะห์ระบบ อยู่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่แม่ป่วยเป็นไตวายเรื้อรังมานานถึง 25 ปีแล้ว จนมาในช่วงปี 2555 อาการเริ่มหนัก ผมตัดสินใจลาออกทันที ทุ่มเทดูแลแม่ แต่ท่านอ
คุณน้ำค้าง กุศลจิต หรือ คุณก้อย ประธานวิสาหกิจชุมชน บ้านรักกะลา เกาะช้างใต้ ภูมิลำเนาเป็นคนเกาะช้าง อยู่บ้านเลขที่ 67/5 หมู่ที่ 5 บ้านสลักเพชร ตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด อาชีพเดิมรับตัดเสื้อผ้า เมื่อแต่งงานกับ คุณพงษ์ศักดิ์ สวัสดิผล ที่ทำอาชีพช่างไฟฟ้า ทำนากุ้ง และรับจ้างขุดแบ๊กโฮ ได้ปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ ประดิษฐ์วัสดุจากกะลา เนื่องจากในหมู่บ้านเกาะช้างใต้มีสวนมะพร้าวและกะลามักจะถูกทิ้งหรือนำไปเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย จึงคิดนำกะลามาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับ เครื่องใช้ ของที่ระลึก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพราะเกาะช้างเป็นเมืองท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ที่ขี่มอเตอร์ไซค์รอบเกาะผ่านมาด้านสลักเพชร จึงเริ่มต้นจากการก่อตั้งวิสาหกิจชุมชน บ้านรักกะลา เกาะช้างใต้ และเรียนรู้จากวิทยากร จากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราดจัดหามาอบรมและพาไปดูงานที่บ้านทุ่งคา จังหวัดชุมพร และจังหวัดสมุทรสงคราม จากนั้นจึงเริ่มทำผลิตภัณฑ์จำหน่ายที่ “บ้านรักกะลา” แรกๆ มีไม่ถึง 10 แ
“ขมิ้นชัน” ประโยชน์นั้นมีมากมาย สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ แก้ท้องอืดจุกเสียดแน่น รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็ง ป้องกันอัลไซเมอร์ “ไก่ทอดขมิ้น” อีกหนึ่งเมนูอาหารให้โปรตีนมากคุณค่าที่เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระจากขมิ้นชัน เรียกว่าทั้งอร่อย ทั้งมีประโยชน์ ส่วนประกอบ ปีกกลางไก่ 500 กรัม ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี พริกไทย กระเทียม ซีอิ๊วขาว(ตามชอบ) น้ำมันพืช (สำหรับทอด) วิธีทำ โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้เข้ากัน นำปีกกลางไก่ คลุกกับรากผักชี พริกไทย กระเทียม และผงขมิ้นชัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว คลุกเคล้าให้ให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน รอจนน้ำมันร้อนดี นำไก่ที่เตรียมไว้ลงทอดในน้ำมันร้อน จนเหลืองกรอบดีตักขึ้นพักให้น้ำมันแห้ง จัดใส่จาน วางคู่ผักแนม เช่น แตงกวา ผักชีใบเล็บครุฑ เคล็ดไม่ลับ หากอยากให้ได้รสชาติและความหอมที่ดีขึ้น ให้นำหัวขมิ้นชันสดตำละเอียด หมักผสมกันกับเครื่องปรุงอื่นๆที่เตรียมไว้ โดยหมักแช่ตู้เย็นข้ามคืน จะได้ไก่ทอดขมิ้นที่มีกลิ่นหอมของขมิ้นชันและรสชาติเข้าเนื้อมากยิ่งขึ้น แต่หากไม่ทราบ จะหาซื้อผงขมิ้นชันที่ไหน
ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีไม้น้ำ” สำหรับ “ดอกบัว” เพราะนอกจากมีดอกที่สวยงามแล้ว “ดอกบัว” ยังเป็นพืชที่ชอบแดด เลี้ยงง่าย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศประเทศไทย ปัจจุบันดอกบัวมีหลากหลายสายพันธุ์ หนึ่งในสายพันธุ์ที่สวยงามได้รับฉายา “คิง ออฟ สยาม” คือ “บัวฉลองขวัญ” คุณชัยพล ธรรมสุวรรณ นักเลี้ยงบัวชาวแปดริ้ว คือผู้ที่ผสมพันธุ์บัวสายพันธุ์นี้ขึ้นมาเมื่อปี 2541 ซึ่งบัวฉลองขวัญผ่านการประกวดและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลกมาแล้ว สำหรับที่มาของบัวฉลองขวัญ เกิดจากการผสมพันธุ์ของบัวที่ชื่อว่า บัว Colorata และบัวลาภประเสริฐ ซึ่งบัวต้นแรกมีสีม่วง ส่วนบัวต้นที่สองมีสีเหลือง สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นบัวสีม่วงน้ำเงิน โดยมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษอันไพเราะ ว่า King of Siam บัวฉลองขวัญ เป็นบัวที่มีกลีบดอกสีม่วง ซ้อนกันหลายชั้น เป็นบัวที่มีดอกใหญ่ สามารถบานพร้อมกันหลายดอก ถ้าได้รับการดูแลที่ดี และเป็นบัวที่บานตอนกลางวัน และจุดเด่นของบัวฉลองขวัญ นอกจากดอกขนาดใหญ่มีความสวยงาม และยังเป็นบัวที่ เมื่อตัดดอก และนำมาจัดแจกัน สามารถอยู่ได้นาน 3-4 วัน ในพื้นที่ปกติ และถ้าอยู่ในห้องแอร์ หรือพื้นที่ปิดสามารถอยู่ได้นานถึง
นางสาวนุชรีย์ หมวดเมือง ชาวบ้าน ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง กล่าวว่า ได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ 9101 โดยรวมกลุ่มกันเลี้ยงไก่บ้านจำหน่าย แต่ประสบปัญหาเนื่องจากพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ส่วนใหญ่จะซื้อไก่เนื้อ จึงนำไก่บ้านมาแปรรูปทำไก่ในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งไม่เหมือนใคร โดยนำมาสับเป็นชิ้นๆ ผสมคลุกเคล้ากับเครื่องสมุนไพร หมักไว้แล้วนำมาใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ นำกาบมะพร้าวกับใบตองปิดด้านบน จากนั้นนำไปเผาไฟให้สุกใช้เวลาครึ่งช.ม.ทำให้มีรสชาติดีขึ้น ถือว่าเป็นภูมิปัญญาที่นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จำหน่ายกระบอกละ 100 บาท ในแต่ละวันมีรายได้ 1,500-2,000 บาท สร้างรายได้ให้กับสมาชิก ขณะนี้มีอยู่ 8 คน ทั้ง 8 คนนี้มีอาชีพกรีดยางพารา และตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ 9101 มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก มีรายได้เพียงพอ เนื่องจากยางพาราแทบไม่ใช่อาชีพหลักแล้ว เพราะราคาตกต่ำอย่างมาก นับว่าโครงการ 9101 ได้สร้างอาชีพ ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เป็นอย่างมากและจะดำเนินชีวิตแบบพอเพียงตลอดไป ที่มา : ข่าวสด
อิ่มอร่อยสัปดาห์นี้ จะเชิญชวนไปชิมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย เจ้าอร่อยๆ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว “ป้าแอ๋ว”สูตรต้นตำรับของชาวสุโขทัยแท้ๆ โดยเฉพาะ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถึง สงกรานต์ หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัย เพื่อไปชื่นชมความสวยงามของ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ระหว่างการเดินทางรู้สึกหิว และมีโอกาสเดินทางผ่าน อำเภอศรีสำโรง ขอแนะนำต้องแวะไปรองลิ้มชิงรสก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย แบบต้นฉบับดั้งเดิม บริหารความอร่อยโดย “ป้าแอ๋ว” หรือ นางฉิม อโนดาต อายุ 67 ปี “ป้าแอ๋ว” เปิดเผยว่า เป็นชาวสุโขทัยโดยกำเนิน ได้รับรู้สัมผัสรสชาติก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยตั้งแต่เล็กๆ จนเติบโต จึงมีโอกาสได้จดจำสูตรก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแท้ๆ และดั้งเดิมมาจากครอบครัว แต่ก่อนที่จะมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ เดิมมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ก่อนตัดสินใจกลับมาสร้างอาชีพที่บ้านเกิด โดยนำเอาความรู้การทำก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยสูตรทางบ้านที่ติดตัวมาประกอบอาชีพ และอยากให้ทุกคนได้ชิมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอร่อยๆ แท้ๆ สำหรับการเตรี่ยมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยของทางร้าน ต้องตื่นแต่ตีสี่ ตั้งแต่ไปตลาด เลือกวัตถุดิบที่สด และสะอาด จากตลาดสดศรี
วันนี้ขอแนะนำ ร้าน ล้านสุดคั่ว ณ บางกอก ของคุณสุวสรรค์ ชมแก้ว เจ้าของร้าน ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ ชอบบรรยากาศ การนั่งคุยในร้านกาแฟท่ามกลางบรรยากาศ ร่มรื่น ที่ไม่ต้องเร่งรีบ มีเวลา และคิดว่าที่บ้านก็มีเนื้อที่ อยู่ในสวน จึงมีความคิด เปิดร้านกาแฟนี้ขึ้นมา แต่การทำร้านกาแฟ ต้องทำให้แตกต่างจากร้านอื่น ต้องมีเวลา ดื่มด่ำในรสชาติของกาแฟด้วยฝีมือของตัวเอง ซึ่งกาแฟที่นี่จะใช้การคั่วสดและบดกันสดๆทุกวัน หรือถ้าใครอยากแสดงฝีมือกันเองก็ได้ ซึ่งที่ร้าน จะมีชุดคั่วกาแฟ ประกอบด้วย ชุด เตาสนาม กระทะ กาแฟสารสายพันธุ์ โรบัสต้า ที่มีความเข้มของรสชาติและกลิ่นหอมมา ให้ลูกค้าได้คั่ว ซึ่งการคั่วจะมี 3 ระดับ กาแฟจัดว่าเป็นผลไม้ น้ำกาแฟก็คือน้ำผลไม้ จะมีความเปรี้ยวและหวานในตัวเอง ถ้าชอบรสอมเปรี้ยวก็คั่วสเต็ป 1 สีเม็ดกาแฟจะออกด้านๆ สีคล้ายคาราเมล ซึ่งแบบนี้จะมีคาเฟอีนมาก สเต็ปที่ 2 สีเม็ดกาแฟจะเปลี่ยนเป็นสีเข้มและมีน้ำมันจากเม็ดกาแฟออกมา มีรสเข้ม แต่คาเฟอีนจะน้อยลงไปอีก ส่วนสเต็ป 3 สีจะเข้มมาก รสชาติก็จะเข้มตามไปด้วย แต่แบบนี้คาเฟอีนจะถูกความร้อนเผาผลาญจนเหลือน้อย ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดของหลายๆคนว่า การคั่วกาแฟให้
