How to
ใช่ว่าแต่คนอีสานเท่านั้นที่กินอาหารประเภทแมลง ทุกวันนี้คนใต้ก็ไม่ยอมแพ้ โอ้ว! คนใต้กินแมงพลัดกิโลละ 250 บาท แพงกว่าเนื้อหมูอีก เพราะอะไรคนใต้จึงหลงใหลในรสชาติของอาหารประเภทแมลงกันมากมายขนาดนี้ พอย่างเข้าหน้าฝนริมถนนสายเซาท์เทิร์นซีบอร์ด สายกระบี่-ขนอม บริเวณแถวๆ หน้าหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 สุราษฎร์ธานี จะพบเห็นชาวบ้านมาตั้งเพิงพักขายแมลงชนิดหนึ่ง พร้อมทั้งมีป้ายโฆษณาสินค้าของตัวเองเป็นระยะๆ ขาย แมลงพลัด ขาย แมงพลัด ซึ่งบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ที่เป็นป่าไม้ สวนป่า มีต้นกระถินเทพาขึ้นหนาแน่น จึงทำให้มีแมลงชนิดนี้ชุกชุม และจะมีมากในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม และประมาณกลางๆ เดือนมิถุนายนเท่านั้น ซึ่งในช่วงนี้ชาวบ้านจะแห่กันออกมาจับ แมงพลัด (แมลงพลัด คนใต้พูดเร็ว คำว่า มะ-แลง เลยหาย) บางคนก็เอามากิน แต่คงไม่มากกว่าจับมาขาย เพราะยิ่งมีคนนิยมกินกันมากเท่าไหร่ แมงพลัดก็มีราคาแพงจนไม่อยากเอามากินว่างั้น เพราะเหตุใด คนใต้จึงชอบกินแมงพลัด หากพูดถึงอาหารใต้รสเด็ดๆ หลายคนคงต้องนึกถึงแกงใต้รสเผ็ดสะใจ หรืออาหารทะเลที่สดๆ ใหม่ๆ และคงไม่มีใครคิดว่าคนใต้ก็นิยมกินอาหารประเภทแมลงเหมือนกัน วัฒนธรรมการกินอาหาร
ตลาด “ขนมแปลกชุมชนบ้านหนองบัว” ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เริ่มเปิดตลาดนัดวันเสาร์-อาทิตย์ มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 เพียงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ตลาดนัดได้เติบโตและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพราะเสน่ห์ของตลาดที่มีอัตลักษณ์โดนใจทั้งขนม อาหารอร่อย ของดีหายาก ราคาถูก แหล่งชุมชนโบราณมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และกิจกรรมนั่งเรือชมธรรมชาติ เริ่มจากสารพัดขนมหวาน อาหารพื้นเมืองโบราณ หารับประทานยาก อาคารบ้านเรือนแบบโบราณในชุมชนที่สะอาดตา ยังคงอนุรักษ์ความสวยงามสภาพเดิมๆ โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 38 สร้างเมื่อประมาณ ปี 2447 สมัยรัชกาลที่ 5 อายุราว 113 ปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2557 ประเภทเคหสถานและบ้านเรือนเอกชน ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม รวมทั้งความมีอัธยาศัยไมตรีของชาวบ้าน และยามเย็นหากไม่รีบกลับยังมีบริการล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน นกเหยี่ยวแดง ให้รื่นรมย์อีกด้วย บริเวณที่จัดตลาด “ขนมแปลกชุมชนบ้านหนองบัว” ใช้พื้นที่ตลาดชุมชนเดิมที่มีถนน 4 สาย ตัดมาเชื่อมกันเป็นศูนย์กลางบริเวณสี่แยก สอ
ผักกินใบและลำต้นใช้เวลาปลูกไม่นาน อย่าง “ต้นหอม” หรือ “หอมแบ่ง” ติดทำเนียบผักขายดี เรียกว่าแทบจะทุกตลาดสด และตลาดติดแอร์ต้องมีผักชนิดนี้ติดไว้เพื่อบริการลูกค้า เพราะเกือบจะทุกเมนูของอาหารไทยมักมีต้นหอมเป็นส่วนประกอบ บางครั้งก็ทานเป็นเครื่องเคียง นับเป็นผักที่สร้างรายได้ให้ผู้ปลูกทุกวัน คุณโสภณวิชญ์ แซ่ลิ้ม หรือคุณวัน เกษตรกรหนุ่มวัย 37 ปี ชาวราชบุรี อยู่เลขที่ 6 ต.แก้มอัน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เท้าความกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวปลูกอ้อย จนกระทั่งราวปี 2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ขายอ้อยไม่ได้ เนื่องจากโรงงานน้ำตาลปิดตัวลง ทางบ้านเลยลดปริมาณการปลูกอ้อย แล้วหันมาปลูกพืช ผักสวนครัว เช่น หัวไชเท้า คะน้า มันสำปะหลัง รวมถึงต้นหอม เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไป สำหรับพื้นที่ปลูกอ้อยของคุณวันราว 500 ไร่ ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ชายหนุ่ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ช่วงนั้นเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนปลาย ยังไม่ได้เข้ามาช่วยงานที่บ้านเต็มตัว กระทั่งเรียนจบปี 2546 มารู้ว่าคุณพ่อเป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ เบ็ดเสร็จ 20 ล้านบาท เลยตั้งปณิธานไว้ว่าในฐานะลูกชายคนที่ 2 ของบ้านจะต้องปลดหนี้ค
หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศให้ บริษัท วาริกซ์ สปอร์ต จํากัด เป็นผู้ผลิตชุดแข่งรายใหม่ให้กับสมาคม โดยมีระยะสัญญาตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 – 31 ธันวาคม 2563 นั้น หลายคนอาจจะสงสัยว่าบริษัทนี้เป็นใครมาจากไหน ดังนั้นจะไปลองทำความรู้จักกัน จากโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ขนาดเล็ก สะสมประสบการณ์ ความรู้ และความพยายามในการวิจัยและพัฒนาเส้นใยในการถักทอ ก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอี เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าและชุดกีฬา ตัดเย็บชุดสำหรับนักกีฬาในการแข่งขันทั้งในไทยและต่างประเทศ นัก ธุรกิจหนุ่มวัย 41 ปี ผู้มีมุมมองและแนวคิดไม่เหมือนใคร อาศัยช่องว่างทางการตลาดที่ยังไม่มีใครทำ ก้าวสู่แบรนด์เสื้อผ้าและชุดกีฬาสัญชาติไทยที่มีคุณภาพไม่น้อยหน้าแบรนด์นอก มีชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมกับ“อวิกา วนะศักดิ์ศรีสกุล”ภรรยาและมีลูกสาววัยน่ารัก3คน คือ ด.ญ.พรนับพัน วนะศักดิ์ศรีสกุล, ด.ญ.โปรดปราน วนะศักดิ์ศรีสกุล และ ด.ญ.ฟ้าประทาน วนะศักดิ์ศรีสกุล แต่กว่าจะถึงวันนี้ ชีวิตของ “วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล” เรียกได้ว่าลำบากมามากกว่าครึ่ง เกิด วันที่ 5 มกราคม 2517 จบชั้นประถมและมัธยมจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ตอกย้ำนโยบายส่งเสริมเอสเอ็มอี พาเจาะลึกธุรกิจเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ “ริมสวน” เผยกลยุทธ์จากพนักงานกินเงินเดือนสู่เจ้าของธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ถึง 60 ล้านบาทต่อปี สร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกร ด้วยการรับซื้อพืชพื้นบ้านเป็นวัตถุดิบผลิตเครื่องดื่ม พร้อมเดินหน้าผลิตเครื่องดื่มส่งเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 30,000 ขวดต่อวัน
คุณจะเชื่อมั้ยว่า “ทุกอย่างเป็นได้เสมอ” หากคุณ “เชื่อ” ว่ามันทำได้ และคุณรู้ไหมว่า อะไรที่เป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้งคุณเอาไว้ และทำให้คุณ “ทำอะไรไม่ได้” คำตอบง่าย ๆ ก็คือ “ตัวคุณ” นั่นแหละ ตัวคุณเองแหละที่เป็นสิ่งที่รั้ง และทำให้บางอย่างไม่สามารถทำได้ เพราะเพียงแค่ “คำบางคำ” ที่คุณได้พูดมันออกมา โดยที่คุณ “ไม่รู้ตัว” เมื่อใดก็ตาม คุณพูดคำเหล่านี้ออกมา สมองคุณจะสั่งการ และทำตามคำพูดเหล่านั้นทันที เช่น โห งานนี้ “ยาก” ว่ะ เฮ้ย มัน “เป็นไปไม่ได้” เลยนะ สำหรับการทำงานนี้ “ทำไม่ได้หรออกกกกกก” งานนี้ “ท้อ” จังโว้ยยยย เมื่อคุณพูดคำเหล่านี้ออกมา 1.”ทำไม่ได้”-มันจะปิดทุกความเป็นไปได้ทันที 2.”เป็นไปไม่ได้”-มันจะหยุดทุกโอกาสทันที 3.”ยาก”-คุณจะคิดว่ามันทำไม่ได้ทันที 4.”เหนื่อย”-เรี่ยวแรงคุณจะหายไปทันที 5.”ขี้เกียจ”-คุณจะอยากหยุดทันที 6.”ท้อ”-คุณจะหม่นหมองทันที สมองคุณจะถูกสั่งให้ “หยุด” คิดต่อ หยุดที่จะหาทางต่อ ในการทำหรือแก้ปัญหา เพราะ “คำพูด” มันได้ไปสั่งการจิตและกายคุณเรียบร้อยแล้ว และยิ่งหากคุณเป็น “หัวหน้า หรือผู้นำ” แล้วด้วยละก็ การพูดคำเหล่านี้ออกมา นอกจากจะหยุดตัวเองแล้ว มันจะยังไป “หยุดทีมงาน
เสน่ห์ของ “กาแฟโบราณ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย ยิ่งอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา ลูกค้ายิ่งคึกคัก แวะเวียนมาไม่ขาด เช่นที่ร้าน “อ้อย กาแฟโบราณ” ร้านเล็กๆ ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ที่มี คุณพรรณวดี อยู่คง เป็นมือชง “วันๆ มีลูกค้าเยอะมากค่ะ บางวันกว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ปาเข้าไปตอนบ่ายแล้ว” อาจารย์อ้อย บอกเมื่อถามถึงกิจการของครอบครัวที่เธอเข้ามารับไม้ต่อ พร้อมกับรับภาระดูแลพี่ๆ น้องๆ อีก 6 คน แทนแม่ซึ่งเป็นกำลังหลักของบ้านล้มป่วย กระทั่งปัจจุบันทุกคนสำเร็จการศึกษามีการมีงานทำกันหมด แม้จะจบการศึกษาเพียงแค่ประถมศึกษาปีที่ 7 แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค ด้วยความที่มุ่งมั่นตั้งใจ กับประสบการณ์กว่า 25 ปี รสมือที่เป็นที่ยอมรับของมิตรรักคอกาแฟ ทำให้บ่อยครั้งอาจารย์อ้อยต้องไปออกร้านให้บริการตามคำเชิญชวน และเป็นที่มาของการรับเชิญเป็นวิทยากรสอนวิชาชีพหลักสูตรกาแฟโบราณที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชนหรือ มติชน อคาเดมี อาจารย์อ้อย หรือที่รู้จักเรียกขานกั
คุณจันที สวัสดิ์นที อดีตข้าราชการครูวัย 60 ปี แห่งบ้านหนองหว้า ตำบลนาเมือง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ลาออกจากชีวิตครูมาสู่อาชีพเกษตรกรเต็มตัวเมื่ออายุ 42 ปี หลังจากทดลองทำโรงเรือนเพาะเห็ดมาตั้งแต่ปี 2528 มั่นใจเป็นรายได้หลัก ล่าสุดผันตัวเองเป็นนักวิจัยท้องถิ่น ใช้ประสบการณ์และความรู้จากการเพาะเห็ดพื้นบ้านทั่วไป สู่โรงเรือนเพาะเห็ดฟีลีนัส หรือเห็ดกระถินพิมาน ฉายาราชาแห่งเห็ด เพราะมีจุดเด่นเป็นเห็ดที่ขนาดใหญ่มาก ดอกเห็ด 1 ดอกที่เป็นสายพันธุ์ มีน้ำหนักถึง 5 กิโลกรัม และคุณสมบัติที่โดดเด่นคือ ไม่มีวันตาย หรือ “เห็ดเนเวอร์ ดาย” (never die) นั่นเอง เพราะเมื่อนำเห็ดฟีลีนัสที่แห้งไปรดน้ำใหม่ เพียง 2-3 วัน เห็ดฟีลีนัสก็จะกลับฟื้นคืนชีพราวกับมีใครไปชุบชีวิตให้มันใหม่ คุณจันที เล่าว่า มีชาวฮอลันดา นำ “เห็ดฟีลีนัส” มาให้ทดลองเพาะครั้งแรกเมื่อปี 2550 โดยนำพันธุ์เห็ดฟีลีนัสดอกใหญ่มีน้ำหนักราว 5 กิโลกรัม ต่อดอก และเห็ดฟีลีนัสดอกเล็ก น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม มาเป็นตัวอย่างในการนำไปเพาะเชื้อและทดลองปลูก โดยครั้งแรกเริ่มทดลองปลูกในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยในเวลานั้นยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกเ
ธุรกิจของเล่นไม้ จากไม้ยางพารา รายแรกของโลก ที่เริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าของไม้ยางพารา โดยนำเสนอคอนเซ็ปต์ แบบการรีไซเคิล ซึ่งเมื่อก่อนการรีไซเคิลยังไม่แพร่หลายอย่างในทุกวันนี้ ด้วยความตั้งใจว่า อยากสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจของเล่น จากไม้ยางพาราขึ้นมา คุณโกสินทร์ วิระพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำกัด เล่าว่า “เราเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกของเล่นประเภทไม้ เริ่มต้นทำธุรกิจมาเมื่อปี 2524 สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับเราคือ เราเป็นผู้ผลิตของเล่นไม้ รายแรกของโลก โดยนำเอาไม้ยางพารามาทำให้มีชีวิตอีกครั้ง โดยตอนนั้นร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก นำเสนอสินค้านี้ไปต่างประเทศ เพราะตลาดของเล่นใหญ่ๆ หลักๆ จะอยู่ที่ต่างประเทศ โดยครั้งแรกที่เราไปมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศเพื่อนำเสนอของเล่นจากไม้ยางพารา คนต่างชาติเขาไม่รู้จักเลยว่าไม้ยางพาราคืออะไร เพราะเขารู้จักแต่ของเล่นที่ทำมาจากไม้สน หรือไม้บีชเป็นหลัก โดยคอนเซ็ปต์ที่เรานำเสนอเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วคือ การรีไซเคิล การนำเอามาใช้ใหม่ เป็นจุดที่ท้าทายอย่างมากของบริษัท ต้องใช้เวลากว่า 5 ปีหลังจากวันที่เริ่
คุณอนุสรณ์ วนสุวานิช เจ้าของโรงงานกล้วยตาก วัย 49 ปี เล่าว่า “เดิมที่บ้าน ทำโรงงานผลิตขนม เป็นธุรกิจผลิตขนมขายส่ง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่กล้วยตาก ของฝากจังหวัดตากขายดีมาก เป็นที่นิยม ก็มองเห็นว่าน่าจะทำขายได้ ตอนนั้นก็เลยนำกล้วยมาตาก เพื่อทำเป็นแพ็คขาย การตากกล้วยต้องทำเป็นโรงงาน เพื่อกันฝนและรักษาความสะอาด การตากกล้วยในแต่ละครั้งจะมีน้ำกล้วยที่ระเหยออกมา ให้จำนวนที่มาก ช่วงแรกๆ ก็ปล่อยให้น้ำกล้วยไหลออกมา ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ เพราะไม่ได้สังเกต แต่ต่อมาเมื่อเห็นว่าน้ำกล้วยที่ไหลลงมาบนพื้นมากๆ ก็เลยหันมาพัฒนาเป็นการพัฒนาไปพร้อมๆ กับการพัฒนาโปรดักซ์จากกล้วยด้วย” ไซรัปกล้วย จึงได้มาด้วยความบังเอิญจากการตากกล้วย ในโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำหวานที่หยดจากกาตากกล้วย ในโรงเรือน เป็นการกลั่นตัวโดยธรรมชาติ ถูกนำมาต่อยอดเป็นงานวิจัยของ ผศ.ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป และได้จดรับรองอนุสิทธิบัตรจากกรมทรพย์สินทางปัญญาวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนากาโดยห้องปฏิบัติการและประเมินระบบคุณภาพความปลอดภัยอาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล น้ำหวานจากกล้วย มีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำหวานจากผลไม้กล้วย ซึ่งเป็นมิตรต่อสุขภา
