How to
ผมเพิ่งลองทำกับข้าวของแนมจานหนึ่ง พบว่าเข้าท่าดี จะเอามากินแนมกับผัดกับแกงอื่นๆ ในสำรับก็ได้ หรืออยากกินเอาอิ่มเฉพาะแต่กับตัวมันเองเลยก็ไม่เลว แถมทำจากของพื้นฐานในครัว ด้วยขั้นตอนที่ง่าย ไม่ยุ่งยากอะไรเลยด้วย “ไข่ดาวปลาเค็ม” นี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่ามีไข่ดาวเป็นหลัก ปลาเค็มเป็นรอง ส่วนรสชาติอื่นๆ เราปรุงคล้ายๆ ยำปลาเค็มนั่นเอง คือมีหอมแดงซอยกับพริกขี้หนูสวนหั่น ไว้ตัดเค็มและแก้เลี่ยนน้ำมัน มีของเปรี้ยวอีกสักอย่างมาชูให้รสแหลมชวนกินขึ้น ชั่วแต่ว่าคราวนี้ผมลองจับยำปลาเค็มมารวมกับไข่ดาวทอดกรอบๆ ที่ปกติเป็นของขาดสำรับไม่ได้สำหรับหลายๆ คนเท่านั้นเอง ก่อนอื่น ต้องมีปลาเค็มก่อนนะครับ ใช้ชนิดที่เราชอบ ผมเองชอบกินปลาอินทรีเค็ม ก็ทอดแล้วยีเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ ตอกไข่เป็ดหรือไข่ไก่ใส่ถ้วย ตักเนื้อปลาเค็มโรยลงไปตรงไข่ขาว แล้วค่อยๆ เอาหางช้อนคุ้ยๆ กวนๆ ให้ปลาเค็มเข้าไปรวมกับไข่ขาว แต่อย่าให้ไข่แดงแตกเสียล่ะ ตั้งกระทะน้ำมันหมู ใส่ขมิ้นหั่นสักแว่นหนึ่ง เจียวพอให้น้ำมันออกสีเหลือง ไข่ดาวของเราจะได้สีสวยดีครับ พอตักเอาชิ้นขมิ้นออกแล้ว ค่อยๆ เทไข่ลงไปดาวจนเหลืองกรอบดีทั้งสองด้าน ช้อนขึ้นใส่จานไว้ ตอนน
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีผู้ผลิตสินค้าโอท็อป นำสมุนไพรพื้นบ้าน-ภูมิปัญญา มาผลิตแปรรูปเป็นสินค้าจำหน่ายเป็นสินค้า ได้รับความนิยมจากลูกค้าสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเดือนละกว่าแสนบาท โดย น.ส.ศิตาพัชร์ บุญทราอายุ 49 ปี กล่าวว่า เดิมเป็นชาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้มาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่บ้านหนองขอน หมู่19 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เธอได้หันเหชีวิตมาเรียนรู้ เรื่องยาสมุนไพรพื้นบ้านกับพ่อและอาจารย์หมอสมุนไพรไทย เมื่อปี 2555 โดยเน้นเรียนรู้สมุนไพร ตัวที่มีตัวยาที่สำคัญ และเป็นตัวยาที่ในหมู่วัยกลางคน ที่จะต้องพึ่งพายาสมุนไพรเหล่านี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น พืชสมุนไพรต่างๆ ที่มีสรรพคุณทางด้านรักษาโรค บำบัดโรคต่างถูกนำมาแปรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้เพื่อรักษาสุขภาพให้สมดุลและกลับคืนมา น.ส.ศิตาพัชร์ กล่าวต่อว่า ให้ความสนใจสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว นำมาแปรรูป ทำเป็นยารับประทาน กับสมุนไพรที่ใช้เป็นสบู่น้ำหอมแชมพูสระผม , น้ำยาล้างจานเป็นต้น เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพึ่งพา ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน และไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวยาที่ต้องซื้อหา หรือนำเข้ามาจากเมืองนอกเลย สมุนไพรที่นำมาแปรรูปเป็นยาชั้นห
ย้อนไปยุคคนวัยเกษียณยังเป็นหนุ่มสาว ชื่อเสียงของเมืองชายแดนอย่าง “สุไหงโก-ลก” จังหวัดนราธิวาส ขึ้นชื่อลือชาว่าครบครันทุกความบันเทิงยามค่ำคืน พรั่งพร้อมไปด้วยร้านอาหาร ดิสโก้เธค คาราโอเกะ สร้างความคึกคักในพื้นที่อย่างมาก ถือเป็นแม่เหล็กดูดสำคัญที่ดึงนักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวมาเลเซียให้มาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย กระทั่งเหตุการณ์ไม่สงบปะทุขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งรุนแรง และยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อทุกมิติ ทั้งทางสังคม และด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนที่เงียบเหงา และซบเซาลงเรื่อยมา ทีมงานประชาชาติธุรกิจ มีโอกาสพูดคุยกับนักธุรกิจเบอร์ต้นของเมืองสุไหงโก-ลก “สมบูรณ์ บุญธำรงกิจ”อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส นักธุรกิจรุ่นลายคราม วัย 80 ปี เจ้าของกิจการมากมาย ที่แม้ล่วงเข้าสู่วัยชรา ทว่ายังมีมุมมองที่คมชัดแจ่มใสไม่แพ้คนวัยหนุ่ม จังหวะชีวิตของ “สมบูรณ์” ก่อนเป็นนักธุรกิจใหญ่มูลค่าหลายร้อยล้านบาท เดิมเป็นคนกรุงเทพฯ ย้ายภูมิลำเนามาอยู่สุไหงโก-ลก เริ่มงานตำแหน่งผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ตั้งแต่ปี 2510 ทำได้ 8 ปี เริ่มเห็น
ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 2 ของไทย เมื่อได้ยินข่าวว่าอากาศดี ลมหนาวมาเยือน ใครๆ ก็อยากมาจังหวัดเชียงใหม่ เมืองที่ได้ชื่อว่า สวรรค์บนดิน ที่สามารถไปถึงและจับต้องได้ โดยเฉพาะดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มวลความเย็นจากจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม ทำให้หลายคนนึกสนุก และหยิบเสื้อหนาวตัวเก่ง รองเท้าคู่เท่ พับใส่กระเป๋าและออกเดินทาง แต่เมืองเชียงใหม่ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่ารักและน่าแวะมากมายหลายแห่ง เช่น SMALL FARM – สมอลล์ ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่บ้านหลวง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 6 ก่อนขึ้นสู่ดอยสูง เลี้ยวซ้ายเข้าไปในเส้นทางเล็กๆ นิดเดียวก็ถึง สมอลล์ ฟาร์ม เติบโตขึ้นภายใต้ความตั้งใจของ คุณเอก-ณกรณ์ กรณ์หิรัญ เศรษฐีหนุ่ม หุ้นส่วน “วุฒิศักดิ์ คลินิก” สถานเสริมความงามชื่อดังของไทย ซึ่งมีมากมายหลายสาขาทั้งในและต่างประเทศ “ผมอยากมอบความสนุกและความสุขให้กับทุกคน โดยเฉพาะเด็กๆ เยาวชนของไทย จะได้มีโอกาสได้เห็นและเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าหายากแบบใกล้ชิด ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์สไตล์คาวบอย บนเนื้อที่กว่า 35 ไร่ ฟาร์มที่มีครบทุกอย่าง ตั้งแต่โรงนา กังหันลมธรรมชาติ คอกสัตว์มุงด้วยหญ้าคาสีน้ำตาลเข้ม
ศิลปะการแสดงพื้นเมืองของภาคใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน ต้องยกให้ “มโนราห์” มหรสพที่สามารถสะกดผู้ชมให้ตรึงใจไปกับท่วงทำนอง และลีลาการร่ายรำของผู้เล่น สร้างความสนุกสนาน ครึกครื้นชวนให้ต้องขยับตาม ซึ่งเสน่ห์ของการละเล่นชนิดนี้สิ่งสำคัญอยู่ที่เครื่องประดับที่มีสีสันสดใส ปัจจุบัน มีคนบางกลุ่มยึดเป็นอาชีพ นั่นคือ ประดิษฐ์เครื่องประดับมโนราห์ สร้างรายได้และช่วยอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทย ต่อยอดอาชีพพ่อ เติมไอเดียคนรุ่นใหม่ คุณณัฐพงษ์ สัจบุตร หรือ คุณแก๊ก อายุ 32 ปี หนุ่มที่มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดตรัง เขาสืบทอดกิจการต่อจากบรรพบุรุษ ด้วยการประดิษฐ์ส่วนประกอบต่างๆ ของการแสดงมโนราห์ อาทิ เครื่องดนตรี เครื่องประดับ ล่าสุดใส่ไอเดียคนรุ่นใหม่ ทำหน้ากากตัวตลกมโนราห์จิ๋ว ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า หน้ากากพรานบุญ ที่มีขนาดเล็กกว่าปกติประมาณ 10 เท่า ใช้สำหรับห้อยกับสร้อยคอ หน้ารถ ใช้เป็นเครื่องประดับ มีคนบางกลุ่มนำไปปลุกเสกขึ้นหิ้งบูชาในฐานะเครื่องรางของขลัง คุณแก๊ก เล่าว่า อาชีพดั้งเดิมของพ่อ หรือ “ประเทือง สัจบุตร” ทำอุปกรณ์การแสดงมโนราห์ เช่น เครื่องดนตรี และเครื่องประดับ โดยเฉพาะ “เทริด” ซึ่งเป็นเครื่
อดีตพนักงานจัดสวน และยังเป็นเจ้าของสวนยางพารา อาศัยอยู่ที่อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา หัวใสนำกาบมะพร้าวเหลือใช้มาทำดินคุณภาพสูงขาย ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ดินนาหม่อม” ขายดิบขายดี ต้องสั่งจองล่วงหน้า นอกจากนั้นยังปลูกผักสวนครัวในวัสดุเหลือใช้ อย่างเช่น ตะกร้า กระสอบปุ๋ย รางน้ำเก่า สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ถูกจริตคนกรุงแห่มาขอซื้อ เพราะสวยงามและกินได้ อนาคตต่อยอดเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ คุณอมร ตรีรัญเพ็ชร ปัจจุบันอายุ 55 ปี บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ในอดีตประกอบมาแล้วหลายอาชีพ ล่าสุดหันมาทำสวนยางพารา 10กว่าไร่ ที่ตำบล นาหม่อม อำเภอ นาหม่อม จังหวัดสงขลา จากการสังเกตเห็นว่า แถวบ้านมีกาบมะพร้าวเหลือใช้เยอะมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเผาทิ้ง เลยคิดนำมาใช้ประโยชน์ นั่นเป็นที่มาของการทำดินขาย “ผมเห็นแถวบ้านมีกาบมะพร้าวแห้งเหลือใช้เยอะมาก เลยคิดว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการทำดินปลูกต้นไม้ ส่วนผสมมี กาบมะพร้าวแห้งสับ ขุยมะพร้าว หน้าดิน ขี้เถ้าแกลบ ขี้ไก่แกลบ น้ำหมักชีวภาพ นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้ากัน กลายเป็นดินใช้ปลูกต้นไม้ได้ทุกชนิด อาทิ ไม้ดอก ไม้ผล ไม้ประดับ” สำหรับน้ำหมักชีวภาพ คุณอมร ผสมเ
นับเป็นร้านบันเบอร์เกอร์ หรือเบอร์เกอร์นึ่งสดสไตล์ญี่ปุ่น ขวัญใจนักศึกษาตัวจริง เพราะบุกตลาดหนุ่มสาวรั้วมหาวิทยาลัยด้วย 8 สาขา แถมผุดไอเดียปลอบใจใครมีผลการเรียนติด F มากินฟรีเมนูเบนโตะ ล่าสุดเป็นรายแรก และรายเดียวที่รับทำบันตามสั่งติดโลโก้ได้ โกยรายได้แต่ละเดือนนับล้านบาท หลังจบนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คุณธนากร ปมุติโต หรือคุณเบียร์ ได้บินลัดฟ้าไปหาประสบการณ์ชีวิตในร้านอาหารไทยที่ประเทศสหรัฐอเมริกานาน 5 ปี จากนั้นนำความรู้มาช่วยกิจการครอบครัวร้านส้มตำไก่ย่างจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ล่าสุดตัดสินใจเปิดกิจการเป็นของตัวเองด้วยการประยุกต์อาหารต่างชาติที่มีลักษณะคล้ายซาลาเปา ให้กลายเป็นเมนูถูกปากวัยรุ่นไทย อย่าง เบอร์เกอร์นึ่งสด สไตล์ญี่ปุ่น ไอเดียชิคๆ โกยรายได้หลักล้านต่อเดือน คุณธนากร ปมุติโต หรือคุณเบียร์ เท้าความว่า จบนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไปหาประสบการณ์ชีวิตในร้านอาหารไทยที่ประเทศสหรัฐอเมริกานาน 5 ปี พอกลับมาก็ช่วยคุณแม่ที่เปิดร้านส้มตำ โดยช่วยวางระบบทำงานในครัวอยู่นาน 1 ปี หลังจากนั้นมาทำธุรกิจของตัวเอง ในช่วงแรกเปิดสนามบอลที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต หลังจากสนามบอลเร
ลูกเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด ชีวิตลำบากตั้งแต่ยังเล็ก ต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยการรับจ้างทุกอย่างจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ก่อนมาเป็นเจ้าของธุรกิจความงามอดีตเคยขาดทุนโดนเจ้าหนี้นอกระบบซ้อมเกือบปางตาย ถูกโกงหมดตัว ทั้งชีวิตมีเงิน 60 บาท สุดท้ายจับทางถูกไปขอความช่วยเหลือให้โรงงานผลิตสบู่ จากนั้นนำไปขาย อาศัยทำการตลาดแบบบ้านๆ ไม่น่าเชื่อยอดขายปีเดียว 300 ล้าน คุณธนกฤต ผ่องใส หรือ คุณเอ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีออนไวท์ ไทยแลนด์ จำกัด เผยเรื่องราวชีวิตว่า เป็นลูกชายคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 3 คน พ่อและแม่เป็นเกษตรกรทำนาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ครอบครัวฐานะยากจน พี่ชายได้เรียนหนังสือจนถึงชั้นมัธยมศึกษา ส่วนตัวเองอาศัยทำงานรับจ้างทุกอย่าง ทำอาหาร ทำขนมไปขายที่โรงเรียน จ่ายค่าเทอมเองจนจบปริญญาตรี ลักษณะนิสัยที่โดดเด่นของคุณเอ คือ ชอบค้าขาย เขาฝันไว้ตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นนักธุรกิจ ฉะนั้น จึงเลือกเรียนด้านการตลาด พร้อมกับเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่จังหวัดมหาสารคามตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์โดนหลอกเข้าสู่ระบบเงินกู้ผิดกฎหมาย อายุ 21 ปีเป็นหนี้เกือบ 2 แสนบาท โดนซ้อมปางตาย ในที่สุดดรอปเรียน “ผ
เมื่อวัยเยาว์ฉันอยู่บ้านไม้ เป็นบ้านไม้มีใต้ถุนสูง เราไม่เคยรู้จักแอร์ อย่าว่าแต่แอร์เลย พัดลมยังไม่รู้จัก รู้ว่าร้อนเมื่ออยู่กลางแดดก็เข้ามาอยู่ในที่ร่มๆ ก็หายร้อน เออ…ชีวิตมันเคยง่ายอย่างนี้เอง ไม่ต้องมีพัดลมก็อยู่ได้ เมื่อโตขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ที่หน้าตลาด ผู้คนสร้างบ้านตึก ทำด้วยปูน กลับมาบอกพ่อว่า อยากอยู่บ้านตึกบ้าง ดูรวยดี บ้านเราจนไปไหม พ่อบอกว่า “เราก็พออยู่พอกิน” ฉันไม่ชอบคำตอบพออยู่พอกินเลย และไม่ชอบที่พ่อเขียนในสมุดพกนักเรียนว่า ฐานะปานกลางพออยู่พอกิน แต่ดูจากสมุดพกของเพื่อนๆ ทุกคนก็เหมือนกันระบุฐานะปานกลางพออยู่พอกินทั้งนั้น น่าแปลกไหม ทำไมต้องระบุฐานะ ฐานะปานกลางพออยู่พอกิน พออยู่พอกินเพราะเรามีข้าวกิน ทำนา ทำสวน และที่สำคัญของการพออยู่พอกินคือ พ่อปลูกผักในที่ลุ่มที่มีน้ำท่วมทุกปี เมื่อก่อนน้ำท่วมไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หรือไม่ใช่ปัญหาเลย ท่วมก็ท่วมไป หลังน้ำท่วมก็ปลูกผักได้ผักสวยด้วย ปลูกๆ ไปเรื่อย จนถึงฤดูน้ำหลากก็เก็บให้หมดแปลงและรอปลูกใหม่ ไม่ได้เดือนร้อนว่าต้องเก็บกักน้ำสร้างเขื่อน ต้องปล่อยน้ำเมื่อน้ำมาก ในช่วงน้ำหลากก็หาปลาแม่น้ำกินไป อาหารในช่วงน้ำหลากก็มีมากมายให้กิน และน้ำห
เท่าที่ผมสังเกต ดินแดนภาคใต้ โดยเฉพาะแถบนครศรีธรรมราช มีวัฒนธรรมกินขนมจีนเป็นอาหารเช้าอย่างค่อนข้างเข้มข้นกว่าภาคอื่นๆ ที่มักเริ่มกินตอนมื้อกลางวันมากกว่านะครับ แถมขนมจีนของปักษ์ใต้ยังมีเอกลักษณ์รุนแรงตรงน้ำแกงที่กินกับเส้นแป้ง ทั้งแป้งหมักและแป้งสด คือมันมีรสจัด เผ็ดเครื่องพริกแกงที่หนักพริกขี้หนูแห้ง กะปิ ขมิ้นชัน และเครื่องสมุนไพรสดอื่นๆ แล้วไหนยังจะสัดส่วนการผสมพริกแกงในหม้อ ที่ค่อนข้างหนักมืออีก ทำให้มีความหนักแน่น ทั้งน้ำยากะทิ น้ำยาป่า แกงไตปลา แกงขี้ปลา ฯลฯ อย่างเห็นได้ชัด เมื่อ “หนัก” ขนาดนั้น เส้นอย่างเดียวจึงไม่พอจะถ่วงรสชาติ จำต้องมี“ผักเหนาะ” คือทั้งผักสดนานาชนิด ผักดองเร็วๆ รสเปรี้ยวอมหวาน โดยเฉพาะผักสดนั้นแทบสามารถเลือกเฟ้นเอาชนิดที่กลิ่นแรง เนื้อหยาบหนาอย่างไรก็ได้ เพื่อถ่วงดุลรสเผ็ดร้อนเครื่องพริกแกงนั้นให้บรรเทาเบาบางลงจนเกิดเป็นรสอร่อยเฉพาะตัวขึ้นได้ ยังไม่นับไข่ต้ม ปลาเล็กปลาน้อยทอด และกุ้งหวานอีกนะครับ ที่จะมะรุมมะตุ้มเข้ามาในสำรับ เนื่องมาจากความเผ็ดร้อนอันเป็นปฐมเหตุนั้น เพราะอย่างนี้ คนที่ชอบกินเผ็ด ชอบกินผักสดผักดอง ชอบกินเส้นขนมจีน ย่อมจะฝันถึงมื้อเช้าวันหยุดแ
