How to
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ที่หมู่บ้านดงชัยมัน หรือโคกไข่เต่า หมู่ 7 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี แยกเลยไปจากถนนสายประจันตคาม-ศรีมหาโพธิ มีช่างทำเฟอร์นิเจอร์จากก้านตาลในการทำโต๊ะ, เก้าอี้รับแขก, เตียงนอน และทำแจกันเป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้แก่ครัวเรือนเดือนละ 3-4 หมื่นบาท สามารถพึ่งพาตนเองในช่วงนอกเหนือจากทำไร่-นา ครอบครัว “รักษาทรัพย์” ของนายวิวัฒน์ รักษาทรัพย์ อายุ 52 ปี, นางวาสนา อายุ 50 ปี นายชัยฤกษ์ อายุ 25 ปี สามพ่อ-แม่-ลูก แห่งหมู่บ้านดงชัยมัน เป็นผู้ริเริ่มนำเอาก้านตาลที่ตกเกะกะอยู่ตามหัวไร่ปลายนา นำมามาแปรรูปทำเป็นโต๊ะ-เก้าอี้นั่ง ตลอดจนเก้าอี้นอนที่ทำจากกาบตาลก้านตาล อย่างสวยงาม ใช้งานได้ดีจริง และทนทานนานนับ 10 ปี พร้อมกับนำเฟอร์นิเจอร์ส่งขายทั้งในพื้นที่และใกล้เคียงจนประสบผลสำเร็จ นายวิวัฒน์กล่าวว่า “ได้มีแนวคิดทำกาบตาลซึ่งเลียนแบบจากชุดรับแขกเฟอร์นิเจอร์ชุดเก้าอี้ไม้ไผ่ที่มีคนทำขายทั่วไป เหมือนกับแคร่ไม้ไผ่ แรกๆ เอากาบตาลจากที่นาของตนเอง และมีเพื่อนบ้านมาบอกให้ไปเอาที่ไร่ที่นาของเพื่อนบ้านเพื่อที่จะให้สะอาดหรือเข้าทำไร่ทำนาได้อย่างสะดวก เพราะต้นตาลจะมีก้านแผ่ออกไปย
ใครก็อยากเป็นนายตัวเอง อยากมีธุรกิจ หรือกิจการที่เป็นของตนเองทั้งนั้น และสามารถดูแลจนกระทั่งประสบความสำเร็จ ดั่งที่คาดหวังเอาไว้ทั้งสิ้น แต่การจะก้าวเข้าไปสู่การทำธุรกิจ และสามารถฟูมฟักให้สามารถเป็นรูปเป็นร่างได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นักธุรกิจหลายท่านทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ต่างก็มีแนวคิดในการทำธุรกิจ และความมุ่งมั่นในวิธีการที่แตกต่างกันในการทำธุรกิจของตนให้สำเร็จ แต่จุดมุ่งหมายก็ยังคงเป็นความสำเร็จ แต่หนทางจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนภาพฝันเสียทีเดียว จำเป็นต้องอาศัยความพยายามและความอดทนหลายอย่าง ได้ฟังเรื่องราวของนักธุรกิจวัยรุ่น วัย 16 ปี เด็กหนุ่มที่มีความตั้งใจจริง อยากทำธุรกิจให้เป็นรูปเป็นร่าง และประสบความสำเร็จ ด้วยความทุ่มเท และความสามารถของตนเอง โดยมีแนวคิดอยากผลิตอาหารว่าง ซึ่งเป็นพื้นฐานและมีความคล้ายคลึงกับกระยาสารทของไทย แต่ต้องมีความนุ่ม กรอบ และไม่เหนียวอย่างกระยาสารท ธุรกิจเด็กหนุ่มวัย 16 ข้าวกรอบสยาม คุณบิ๊ก ผุยมาตย์ เจ้าของธุรกิจข้าวกรอบสยาม ซึ่งเป็นขนมแปรรูปมาจากข้าว วัย 16 ปี เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “ข้าวกรอบสยาม เป็นการแปรรูป นำเอาข้าวซึ่งเป็นเอกลัก
ด้วยอาชีพหมอที่รู้ว่าคนป่วยเป็นมะเร็งนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เลยเป็นสาเหตุทำให้ “สุกิจ จำปาเงิน” รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ และยังเป็นเจ้าของคลินิกตรวจโรค บางซ่อน คลินิก หันมาสนใจเรื่องเกษตร และปลูกผักปลอดสารพิษ สบโอกาสส่งผักเข้าโรงพยาบาล หวังให้คนไข้ได้ทานผักปลอดภัย นอกจากนั้นยังส่งผักตามร้านอาหาร อนาคตวางแผนเกษียณออกมาเป็นเกษตรกร คุณสุกิจ จำปาเงิน รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของฝั่งธนบุรี และยังเป็นเจ้าของคลินิกตรวจโรค บางซ่อน คลินิก อายุ 59 ปี เล่าว่า หลังจบคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี บินลัดฟ้าไปเรียนต่อแพทย์เวชปฏิบัติที่ประเทศฟิลิปปินส์ จากนั้นต่อ ปริญญาโท หลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ก่อนหน้านี้เป็นหมออยู่โรงพยาบาลปากน้ำ 4 ปี รับเงินเดือนหลักแสน ทว่าล่าสุดเข้ามารับตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ ช่วงที่คุณหมอสุกิจ เข้ามาเป็นรองผู้อำนวยการ คุณหมอ เล่าว่า แต่ละวันจะต้องส่งผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาได้ที่โรงพยาบาลบางไผ่ไปโรงพยาบาลอื่น ซึ่งโรคที่เป็นกันมาก คือ โรคมะเร็งตับ มะเร
“ชุมพร” ไม่ใช่เป็นเพียงจังหวัดประตูหน้าด่านที่ต้องผ่านเมื่อเดินทางสู่จังหวัดทางภาคใต้ตอนล่าง แต่ด้วยภูมิประเทศที่ประกอบด้วย ภูเขา แม่น้ำ และทะเล จึงมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก มีผลไม้หลายชนิดที่โดดเด่น มีรสชาติอร่อย อย่าง สละ สับปะรด ทุเรียน รวมถึงยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่การเดินทางไปยังจังหวัดชุมพรทำได้ง่าย และสะดวก จึงมีผู้คนสนใจไปเที่ยวจังหวัดนี้อย่างคับคั่ง การเดินทางมาแวะที่ชุมพร หากต้องการหาที่พักและอาหารที่มีคุณภาพไปพร้อมกัน คงไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วคงไม่สมดั่งใจทั้ง 2 อย่าง แต่สำหรับ “โรงแรมบ้านสวน” อาจเป็นเป้าหมายที่ถูกใจ เพราะมีบริการที่พักสะอาด ราคาไม่แพง เดินทางสะดวก ที่จอดรถกว้าง แล้วยังมีอาหารหลายเมนูจากร้าน “ครัวดอนรัก” ที่มีรสชาติอร่อยเทียบชั้นโรงแรมเกรด A เมืองกรุง จากหนุ่มเรียนด้านเกษตร ที่ชุมพร แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองกรุงเพื่อหางาน จนได้ทำที่โรงแรมชื่อดังในเมืองกรุง ทำอยู่หลายปี จนกระทั่งไต่เต้าเป็นตำแหน่งผู้จัดการด้านอาหาร จากนั้นกลับสู่บ้านเกิด มองเห็นช่องทางธุรกิจ พร้อมกับมีที่ดินอยู่ผืนหนึ่งบริเวณริมถนนเพชรเกษม จึงใช้ประสบการณ์สร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชอบในตัวด้วงกว่างชน เพื่อนำไปเล่นกีฬาชนกว่าง ตามฤดูกาล ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเริ่มมีด้วงกว่างออกมาขาย โดยบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ต่างนำตัวด้วงกว่างขึ้นแขวนเพื่อเสนอขายให้กับลูกค้าได้เลือกซื้อระหว่างเดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม และนับเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านได้อย่างดี ไม่ต่ำกว่า 8,000-10,000 บาทต่อวัน สำหรับราคาของด้วงกว่างนั้นจะเริ่มขายที่ราคาถูกสุดตัวละ 150 บาท ไปจนถึงหลายพันบาท เพราะเป็นช่วงต้นฤดู ขณะเดียวกัน ทางร้านก็ได้มีเชือกมัดกว่าง รวมทั้งอุปกรณ์ในการชนกว่างอุปกรณ์เสริมนำมาขายให้กับลูกค้าได้เลือกซื้อด้วย นายไพบูลย์ ม่วงโกศัย พ่อค้าขายกว่างบอกว่า ด้วงกว่างชนที่ตนเองนำมาขายนั้นได้มีการสั่งซื้อกว่างมาจากจังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากในพื้นที่ภาคเหนือขณะนี้ยังไม่มีตัวด้วงกว่างที่โตเต็มที่จึงไม่สามารถนำมาขายให้กับลูกค้าได้ ทั้งนี้ ตัวกว่างที่มีราคาสูงนั้นจะต้องเป็นกว่างซ้งที่มีลักษณะเขาที่ยาว และมีขนาดที่ใหญ่สวยงาม ส่วนตัวที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อยนั้นราคาจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่นิยมซื้อไปชนกัน และมีการเดิมพันกันในกา
นางผ่องศรี เปี่ยมทอง อายุ 56 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหญ้าโคเนื้อเพชรบุรี บ้านน้ำทรัพย์ ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหญ้าโคเนื้อเพชรบุรี บ้านน้ำทรัพย์ ก่อตั้งเมื่อปลายปี พ.ศ. 2558 ตอนนี้มีสมาชิก 34 คน โดยกลุ่มตั้งขึ้นเพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์ขายให้ผู้เลี้ยงโค โดยตอนเริ่มต้นมีพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ 13 ไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ 130 ไร่ เดิมทีสมาชิกทั้งหมดประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่เห็นว่าการปลูกหญ้าเนเปียร์มีรายได้ดี จึงรวมตัวกันตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยหญ้าเนเปียร์ที่ปลูกนำพันธ์ุมาจากศูนย์วิจัยพืชอาหารสัตว์เพชรบุรี วิธีปลูกไม่ยาก เริ่มจากนำรถไถ ปรับพื้นที่ ไถแปร และยกร่อง แล้วนำต้นหญ้าเนเปียร์ลงปลูก ใช้เวลานานประมาณ 2 เดือนก็ตัดขายได้ “การปลูกหญ้าเนเปียร์สร้างรายได้ดีมาก พื้นที่ 130 ไร่ ใน 1 ปี กลุ่มสามารถขายหญ้าเนเปียร์ได้เงินประมาณ 4,500,000 บาท หักต้นทุนแล้วกลุ่มจะเหลือกำไรปีละประมาณ 3,000,000 บาท โดยหญ้าเนเปียร์ที่ปลูกจะขายให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อ” นางผ่องศรี เปี่ยมทอง กล่าว ด้าน นายบรรเทิง นวนภักดี ประธานเครือข่า
มีอยู่อาชีพหนึ่งซึ่งนับวันจะเริ่มจางหายไปบ้างแล้ว นั่นคืออาชีพทำมะพร้าวเผาขาย เมื่อนึกขึ้นมาได้ก็เริ่มเสาะแสวงหาที่มาที่ไป ว่ามีที่ใดบ้าง ที่ยังเผามะพร้าวขายอยู่ตามวิถีดั้งเดิม พบว่ายังมีคุณป้าท่านหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านตะเคียน ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ชื่อ คุณป้าสมบัติ บุหงา อายุอานามก็ปาเข้าไป 69 ปี แต่คุณป้าก็ยังทำขายอยู่ ซึ่งเหลืออยู่คนเดียวทั้งหมู่บ้าน นอกนั้นก็ไม่มีใครทำแล้ว คุณป้าสมบัติ เล่าว่า ทุกวันนี้จะมีรายได้เข้าบ้านแทบทุกวัน ก่อนอื่นจะตระเวนหาซื้อมะพร้าวทั้งพันธุ์พื้นบ้านและมะพร้าวน้ำหอม ลูกไม่อ่อนไม่แก่มาตุนไว้ โดยลูกๆ จะพาไปรับซื้อตามละแวกใกล้เคียง เมื่อได้มะพร้าวมาแล้วก็จะทำการเอาเปลือกมะพร้าวออกให้เหลือหุ้มลูกไว้พอประมาณ จากนั้นก็จะนำไปต้มในหม้อใบใหญ่ คุณป้าสมบัติจะใช้เตาถ่านเพราะหาฟืนได้ง่าย ต้มจนสุกแล้วนำมาปอกเปลือก ขั้นตอนสุดท้ายเข้าเครื่องเจียเสี้ยนที่มีอยู่ในลูกมะพร้าวออกจนหมดและสามารถนำออกขายได้เลย คุณป้าสมบัติจะขายมะพร้าวในราคาส่งลูกละ 20 บาท วันหนึ่งๆ จะขายประมาณ 50-60 ลูก โดยไม่ต้องมีใครช่วย ใครๆ ก็ถามว่าทำไมไม่เลิกทำในเมื่อส่งล
ไข่ นับว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ทุกบ้านต้องมีติดไว้ในตู้เย็น เพราะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เรียกง่ายๆ ว่า หากมื้อเย็นกลับบ้านมาไม่รู้จะทำอะไรกิน เมนูไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม เป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดแรกๆ ก็ว่าได้ เพราะทำง่ายและประหยัดเวลา ไข่ที่เห็นทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายตามตลาดในท้องถิ่นหรือห้างสรรพสินค้า ก็จะเป็นไข่ไก่ ไก่เป็ด ซึ่งขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละท่านที่แตกต่างกันไป ว่าชอบกินไข่ประเภทไหนมากกว่ากัน ซึ่งถ้าเป็นข้าวต้มร้อนๆ ไข่เค็มที่ทำจากไข่เป็ดจึงนับว่าเข้ากันได้ดีทีเดียว ปัจจุบันไข่เป็ดกำลังได้รับความนิยมค่อนข้างมากจากผู้บริโภค เพราะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยิ่งเป็นไข่เป็ดที่ผ่านการเลี้ยงแบบได้มาตรฐาน มีการบริหารจัดการที่ดี ก็จะยิ่งทำให้ไข่แดงมีสีสันออกส้มแดง มองแล้วชวนเจริญอาหารยิ่งขึ้น จึงทำให้ไข่เป็ดเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหลายๆ รายได้อย่างไม่น้อยเช่นกัน คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ และสามี คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 186/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไข่จนประสบผลสำเร็จ โดยเธอได้เ
ขนมจีนน้ำยากะทิ น้ำยาป่า เราสามารถพบเห็นกันได้ทั่วไปตามท้องถนน หากินได้ง่าย คนในสังคมต่างก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องมานั่งอธิบาย สืบสาวเรื่องราวให้มากความ เพราะคงไม่มีใครไม่รู้จัก! แต่จะขายยังไง ให้ขายได้ ขายดี คนกินติดใจในรสชาติ และกลับมาซื้อบ่อยๆ คงต้องขึ้นอยู่กับรสชาติของความอร่อยจากฝีมือแม่ค้าที่ทำขาย คุณสุมนทิพย์ เย็นลำยอง ลูกสาวของ คุณแม่ทองสา เย็นลำยอง เจ้าของสูตรน้ำขนมจีนน้ำยา แม่นงค์ (เจ้าเก่า) เริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า “ขายขนมจีน นี่กลายเป็นธุรกิจครัวเรือนเลยนะ เพราะเราใช้คนในบ้านมาช่วยกันทำ ช่วยกันขาย แต่ก่อนที่จะมาขายตั้งร้านเปิดแผงขายขนมจีนที่นี่ บ้านเราเคยขายข้าวราดแกงมาก่อนแถวสนามหลวง ขายตามเวลาเขามีงาน แต่พอมีการจัดระเบียบ ก็โดนไล่ ก็เลยต้องหาที่ทำกินกันใหม่ โชคดีมาได้แผงข้างๆ พาต้า เลยได้มาตั้งร้านที่นี่มาประมาณ 1 ปีแล้ว จากวันแรกที่ได้ทำเลแล้ว ก็มาคิดกันในครอบครัวว่าจะทำอะไรขาย จะขายข้าวแกง ก็มีคนเขาขายอยู่แล้ว จึงคุยกับแม่ว่า แม่ทำน้ำยากะทิ และน้ำยาป่า ได้นี่ เป็นสูตรที่เขาได้กินมาตั้งแต่เด็ก เมื่อครั้งอยู่ที่พิษณุโลก ที่สำคัญแถวนี้ยังไม่มีคนขายด้วย จึงทดลองข
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
