How to
หลังพบว่า “เศษขยะ” จากอาหารสด คือ “ขุมทรัพย์” อันล้ำค่า “ชารีย์ บุญญวินิจ” ศิษย์เก่าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนหนุ่มวัยเพียง 29 ปี อดีตเซฟที่สหรัฐอเมริกา และได้เคยบวชเรียนเป็นพระมาแล้ว ปิ๊งไอเดียนำเศษอาหารไร้ค่ามาเลี้ยงไส้เดือน ผันชีวิตจากเด็กหนุ่มปกติ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร จนได้รับฉายาลุงรีย์ไส้เดือนเงินล้าน คุณชารีย์ เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งนาน 4 เดือน ทุกๆ วัน ต้องพบเจอกับเศษอาหารที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังหาวิธีกำจัดเศษขยะเหล่านั้นไม่ได้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย ไปบวชเป็นพระ ได้เจอกับพระนักพัฒนาที่มีทักษะการเกษตรสูงเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตร จึงเกิดความคิดอยากทำเกษตรที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ชารีย์ บอกต่อว่า หลังจากสึกพระออกมา ก็ทำงานออฟฟิศด้านการออกแบบ กระทั่งปี 2553 เริ่มเลี้ยง “ไส้เดือน” เป็นอาชีพเสริม เพราะมองว่าไส้เดือน เป็นสัตว์ที่ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่เยอะ ไม่มีโรค ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ลงทุนครั้งเดียว ที่สำคัญไม่รบกวนงานประจำ “ผมใช
กล้วย ถูกนำมาใช้แทนคำเปรียบเปรยในประโยคบ่อยครั้ง เช่น เรื่องกล้วยๆ ของกล้วยๆ หรือแม้กระทั่ง คำว่า ง่ายกว่ากล้วย ก็แสดงให้เห็นว่า กล้วย เป็นไม้ผลชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ง่าย นำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย รวมถึง ปลูกง่าย การันตีการปลูกว่า “ง่าย” ได้ไม่ยาก ลองพิจารณาจากตรงนี้ พื้นที่เพียง 1 ตารางวา ก็สามารถปลูกกล้วย ให้ได้ผลผลิตดี งอกงาม ใช้ประโยชน์ในทุกส่วนจากต้นกล้วยได้ ไม่ยากจริงๆ กล้วยแคระ ปลูกในกระถาง การดูแลเหมือนกัน วิธีปลูก – หลุมปลูก ควรขุดหลุมขนาดประมาณ 50 คูณ 50 เซนติเมตร (กว้างxยาวxสูง) ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม 3-4 กำมือ หากมีปุ๋ยคอก ให้ใช้ปุ๋ยคอก แต่ถ้าไม่มีให้ซื้อปุ๋ยชีวภาพมาใส่แทน – พันธุ์ สายพันธุ์กล้วยจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามีสายพันธุ์ที่ดีก็วางใจไปเกินครึ่งว่า การปลูกกล้วยครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ได้เครือใหญ่ ผลสวย รสชาติดี แต่ถ้าสายพันธุ์ไม่แน่ชัด ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ เพราะกล้วย อย่างไรก็คือ กล้วย ถ้าไม่ใช่กล้วยป่าก็ไม่ต้องกังวล เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีเมล็ดในผลกล้วยให้รำคาญยามกิน หน่อกล้วย หาซื้อได้ตามชอบใจ ตามร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ หากพื้นที่เพียง 1 ตารางวา จำนวน 1 หน่อ จัดว่
ขนมทองเอก เป็น 1 ในขนมไทยตระกูลทองสำหรับงานมงคล ผู้ช่วยศาสตราจารย์พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เล่าว่า ด้วยรสชาติความหวาน สีสันสวยงาม รูปทรงที่สื่อถึงความเป็นไทย ทั้งชื่อและความหมายก็เป็นสิริมงคล ไม่เพียงเท่านั้น ขนมทองเอกยังมีเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งคือ ด้านบนหรือยอดของขนมจะมีทองคำเปลวติดอยู่ สื่อความหมายอันเป็นมงคลเสมือนการอวยพรให้เป็นที่หนึ่ง หรือเป็นหนึ่งเดียว เหมาะสำหรับงานแต่งงาน-อวยพรให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และยังเหมาะกับการอวยพรหรือแสดงความยินดีในหน้าที่การงาน-แสดงถึงความก้าวหน้า การได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น เป็นที่หนึ่ง และได้พัฒนาสูตร เพิ่มคุณค่าสารอาหาร โดยสร้างสรรค์เป็นขนมไทยทองเอกสูตรฟักทอง ซึ่งเลือกใช้ฟักทองญี่ปุ่น (Japanese Pumpkin) จากโครงการหลวงมาเป็นส่วนผสมหลัก “พื้นที่มูลนิธิโครงการหลวงที่ปลูกฟักทองญี่ปุ่นหลายแห่ง ซึ่งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ปลูกฟักทองญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ ฟักทองญี่ปุ่นมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย ทั้งธาตุเห
ครั้งแรกที่ผมเห็น “ลูกกาน้า” สดๆ วางขายเป็นเข่งๆ คือ ที่ตลาดตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ สมุทรปราการ ป้ายของบางร้านเขียนติดไว้ว่า “ลูกคะน้า” กันเลย บอกว่าส่งมาจากชลบุรี นอกจากลูกสดทรงยาวรีขนาดลูกตำลึงแล้ว ก็มีแบบที่ผ่าครึ่งลูก ดองเกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊ว ใส่ถุงพลาสติกขายถุงละ 20 บาท สีของลูกกาน้าดองที่ตลาดคลองด่านนี้ออกเขียวขี้ม้า น้ำดองสีเขียวจัดจนเกือบดำ คงจะดองน้ำปลามากกว่าดองเกลือ ตอนนั้น ผมซึ่งอยู่ในวัฒนธรรมกับข้าวภาคกลางแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาและแม่กลอง นึกไม่ออกเลยว่าจะเอาลูกกาน้านี้มาทำอะไรกินได้ ความรู้เดิมคือมันเป็นผลเดียวกันกับลูกอะไรเขละๆ ที่อยู่ในผัดกาน้าฉ่ายซึ่งคนจีนกินกันในเทศกาลกินเจนั่นเอง คนทำครัวนั้นก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆ นะครับ คือบางทีก็มองไม่ออก นึกไม่ถึงประเด็นที่ตนไม่เคยเห็นไม่เคยสงสัยมาก่อน ดังนั้น ถ้าอยากเป็นคนครัวที่เปิดหูเปิดตาบ้าง ก็ต้อง “ถาม” ครับ “เอาไปต้มปลาไง ปลาสดอะไรก็ได้ที่ชอบกินน่ะ พอใส่ปลาลงไปต้มในหม้อแล้วก็เทไอ้ลูกดองจากถุงนี่ตามลงไปเลย เอาน้ำดองของมันนั่นแหละ ปรุงรสเอา อร่อย” พี่คนขายบอก ส่วนอีกคนผสมโรงว่า “ต้มหมูสามชั้นก็ได้นะ อร่อยเหมือนๆ กันนั่นแหละ” ถึ
อดีตแม่ค้าขายส่งเสื้อผ้าแฟชั่น เรียนไม่จบปริญญาตรี เคยโดนโกงหมดตัว ชีวิตลำบากในช่วงมีลูกคนแรก อาศัยชอบกินขนมเค้ก ลงทุนตั้งต้น 2,000 บาท หาสูตรทางอินเตอร์เน็ต แล้วยืมเครื่องมือจากเพื่อนมาทำเค้กขาย บุกตลาดคนรายได้น้อย ขาย 3 ชิ้น 100 บาท เน้นส่งยี่ปั๊วทั่วประเทศ รายได้ปีที่ผ่านมาทะลุ 200 ล้านบาท เผยแผนธุรกิจปีนี้ออก 2 แบรนด์เบเกอรี่น้องใหม่หวังเจาะตลาดบน คุณประภากร ไชยมาตร หรือ คุณผึ้ง เจ้าของร้านขนมเค้ก Sweet’n Soft ให้ข้อมูลก่อนมาทำธุรกิจร้านเค้กว่า เมื่อก่อนเคยขายส่งเสื้อผ้าแฟชั่น ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์จึงโดนโกงเรียกว่าหมดตัวเลยทีเดียว ชีวิตลำบากมากเพราะช่วงนั้นเพิ่งคลอดลูกคนแรก สำหรับหนทางหารายได้ที่คิดออก คือ ขายขนมเค้ก โดยอาศัยยืมเครื่องมือจากเพื่อน ส่วนสูตรและกรรมวิธีการทำเค้ก เปิดจากอินเตอร์เน็ต สำหรับเงินลงทุนก้อนแรกที่หญิงสาวใช้ เธอบอกว่า ราว 2,000 บาท เมนูแรกที่ทำขายคือ “ชีสเค้ก” จำหน่ายราคาชิ้นละ 50 บาท ด้วยรสชาติที่ถูกปากลูกค้า วันแรกขายแถวสีลมนั้นหมดเกลี้ยง มีกำลังใจทำขายต่อ ผ่านไป 5 เดือนลองขายราคาถูกลงเป็น 3 ชิ้น 100 บาท ปรากฏขายดิบขายดี ยอดขายพุ่งกร
หากจะหาเครื่องสำอางสักชิ้นที่เป็นมิตรต่อผิวมาประทินความสวยลงบนใบหน้า สาว ๆ หลายคนคงกังวลถึงเรื่องอาการเเพ้ที่จะตามมาภายหลัง แต่สำหรับ เครื่องสำอางบางเบาเป็นธรรมชาติ “เฮลโลคิตตี้” มีจุดเด่น เนื้อบาง เบา ไม่ใส่สารเคมี ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ สินค้าทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 40 รายการ ครอบคลุมเลือกสวยได้ตามใจชอบ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แถมราคาก็สบายกระเป๋า คุณอภิณห์พร เสรีเลิศวงศ์ หรือ คุณพิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล คอสเมติคส์ จำกัด เผยก่อนเข้าสู่ธุรกิจนี้ว่า เดิมทำงานอยู่ในแวดวงแผนกเครื่องสำอางโดยเฉพาะแบรนด์ที่นำเข้าจากประเทศในแถบยุโรปทำได้ 22 ปี ตัดสินใจออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ด้วยการเปิดบริษัทนำเข้าเครื่องสำอางจากประเทศเกาหลี ทำได้ 3 ปี ทางบริษัท ซานริโอ้ จำกัด มาติดต่อให้ไลเซนส์ คอสเมติคส์ หรืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูน เฮลโล คิตตี้ ชินนามอนโรล และมาย เมโลดี้ ทำเครื่องสำอางเเบบเต็มรูปแบบ คือ มีสินค้าหลากหลาย ซึ่งรูปเเเบบนี้ยังไม่มีที่ไหน ในเมืองไทยจะเป็นที่แรก ช่วงแรกปฏิเสธแต่ท้ายที่สุดก็ตอบตกลง ด้วยความได้เปรียบ เน
ในยุคที่ข้าวของทุกอย่างพาเหรดกันขึ้นราคา ทำให้ค่าครองชีพทะยานพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ทว่ายังมีร้านอาหารเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมบึงมักกะสันขอสวนกระแสขายข้าวราดแกงบุฟเฟ่ต์ คอนเซ็ปต์ตักกินไม่อั้น อิ่มละ 40 บาท แถมมีขนมหวานเสิร์ฟด้วย เจ้าของร้านคือ คุณไพบูลย์ แจงอุไร ขอแหวกกฎการทำธุรกิจด้วยการขาย ที่ไม่หวังผลกำไรสูงสุด คุณไพบูลย์ แจงอุไร ปัจจุบันอายุ 60 ปี ใครๆ แถวริมบึงมักกะสัน ต่างเรียกขานว่า ป้าต้อย ก่อนจะมาเป็นแม่ค้าขวัญใจคนรายได้น้อย พื้นเพเกิดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2538 เข้ามาค้าขายขนมหลายอย่าง อาทิ ขนมครก ข้าวโพดคั่ว จนกระทั่ง พ.ศ. 2551 ตัดสินใจเปิดร้านขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ ด้วยเหตุผลอยากให้คนมีรายได้น้อยได้กินของดี จ่ายในราคาถูก ที่มาของข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ อิ่มละ 40 บาท ป้าต้อย บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดจากน้องชายขับแท็กซี่พาไปดูข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ร้านหนึ่งแถวปทุมธานี ส่วนตัวรู้สึกว่ากับข้าวไม่หลากหลาย ใช้วัตถุดิบไม่ดี ยกตัวอย่าง ผัดกะเพรา ใส่พริกป่น ใส่ใบกะเพราเหี่ยวๆ ผัดผักก็ใช้ผักเก่าๆ ประกอบกับชอบทำกับข้าวอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเปิดร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์บ้าง แต่ตั้งปณิธ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย ก่งเซ่ง อายุ 41 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 8 ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ปลูกผักสลัดระบบไฮโดรโปนิกส์ไร้ดิน ทั้งกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค 20 แปลง ซึ่งผักทั้ง 2 ชนิดมีเอเยนต์รับซื้อและตลาดรองรับไม่อั้น ส่งขายทั้งตามท้องตลาดและในห้างสรรพสินค้าทั้งใน อ.เมืองสงขลา และ อ.หาดใหญ่ เพื่อนำไปประกอบอาหารและทำสลัดเกลียว ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ “การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้เวลาปลูกตั้งแต่ลงแปลงจนเก็บขายได้ 30 วัน แต่ละแปลงมีขนาด 2.00 x 4.00 เมตร สามารถปลูกผักสลัดได้ 200 ต้น และใช้วีปลูกแบบหมุนเวียนกัน โดยจะลงมือปลูกอาทิตย์ละ 4 แปลง เพื่อให้สามารถเก็บขายได้ต่อเนื่องทุกอาทิตย์และไม่ขาดช่วง สามารถเก็บผักขายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี สร้างรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณเดือนละ 35,000 – 40,000 บาท” นายสมชาย เปิดเผยว่า เตรียมขยายพื้นที่แปลงปลูกเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับออร์เดอร์ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด สำหรับราคาของผักสลัดทั้งกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีราคาไม่ตก ราคาขายส่งอยู่ที่ กก.ละ 80 บาท ขายปลีก กก.ละ 100 บาท
ไม่ใช่แค่ผักปลอดสารพิษที่คนรักสุขภาพนิยมรับประทาน แต่ผลไม้ที่สามารถครองใจคนกลุ่มนี้ได้ชนิดว่าสร้างรายได้ให้ผู้ปลูกมานักต่อนักแล้ว นั่นคือ มัลเบอร์รี่ หรือ “ลูกหม่อน” ผลไม้ชนิดหนึ่งที่เมื่อสุกผลแล้วจะเป็นสีดำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลักษณะลำต้นตั้งตรง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบปลายใบแหลมยาว ที่ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีสวนมัลเบอร์รี่ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ เจ้าของ คือ คุณสุรวุฒิ เหลืองขมิ้น เกษตรกรชายวัย 56 ปี เนรมิตพื้นที่บริเวณนี้ให้กลายเป็นสวนมัลเบอร์รี่ ด้วยต้นหม่อนจำนวน 300 ต้น จำหน่ายทั้งผลสดและแปรรูป นอกจากนั้นยังเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ มีรายได้เข้ามาแต่ละเดือนราว 70,000 บาท คุณสุรวุฒิ เท้าความว่า เกิดมาในครอบครัวเกษตรกร ตอนเด็กๆ ปลูกสารพัดทั้งผักและผลไม้ อาทิ กล้วย ส้ม มะนาว มะพร้าว องุ่น ส่วนต้นหม่อนนั้นเริ่มปลูกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ.2550 โดยได้กิ่งพันธุ์หม่อน 1 ต้นมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ปลูกเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน พ.ศ.2560 มี ต้นหม่อน 300 ต้น บนพื้นที่ 3 ไร่ เก็บผลผลิตแต่ละครั้งราว 1 – 2 ตัน ขายส่ง ขาย
ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยในต่างประเทศ ปลูกผักไว้ทานกันเองบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินผักที่อยากกิน ผ่อนคลายการคิดถึงบ้าน ที่สำคัญเกิดความภูมิใจได้ทานผักที่ปลูกเอง เฉกเช่นคุณสุพรรณกรรณิการ์ หรือคุณนิกา วังสีราบิคช ปัจจุบันอายุ 53 ปี สาวไทยที่ไปอาศัยอยู่รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมันนี คุณนิกา ไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันนีนาน 16 ปีแล้ว โดยแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ทางภาคกลาง จังหวัด Schwalmstatd หมู่บ้าน ทรูทสไซน. เขตรัฐเฮสเซิน เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นจังหวัดที่ถูกสร้างใหม่เกิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่2 “ดิฉันแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน16 ปี เริ่มปลูกผักกินเองตั้งแต่แต่งงานปีแรก สามีก็มีความรู้เรื่องการปลูกผักท้องถิ่น และการเลี้ยงสัตว์พอสมควร สำหรับจุดเริ่มต้น เพราะบ้านอยู่นั้น ไกลจากตัวเมือง ของกินหายาก และมีราคาแพง เลยจำเป็นต้องปลูกผักทานเอง แต่ทว่าดินจังหวัดนี้ไม่ค่อยดี มีแต่เศษหิน เศษกระเบื้อ เวลาปลูกพืชจำเป็นต้องปรับปรุงดินก่อน” บริเวณบ้านที่คุณนิกาอาศัยอยู่มีพื้นที่ค่อนข้าง เลยพอจะปลูกผักได้ เธออาศัยปรับปรุงดินใช้วิธีใส่ขี้ไก่ และปุ๋ย
