How to
แกงโฮะ ซึ่งตำนานของคนเหนือเขาบอกว่า ครือๆ กับโละ เอาหลายๆ แกงมารวมกัน เดิมทีงานบุญคนเอาแกงต่างๆ มาทำบุญ พอมันเหลือเสียดายเลยเอามาผัดรวมกัน เป็นที่มาของแกงโฮะ แกงสำคัญคือ แกงฮังเล หรือฮินเล มีเชื้อสายจากพม่า เป็นแกงใส่เครื่องเทศผงกะหรี่แบบแขกชื่อว่า มาซาล่า คือผสมทั้งขมิ้น ลูกผักชี ยี่หร่า พริกแห้ง เป็นกลิ่นแบบแขกๆ มาซาล่ามีหลายสูตร สูตรใส่แกงฮังเล คนเหนือเรียก ผงฮังเล แล้วก็ต้องมีพวกแกงหน่อไม้ ยำหรือผัดวุ้นเส้น แกงไก่ใส่มะเขือพวงรวมๆ กันแล้วมันเลยออกมาเป็นแกงโฮะใส่วุ้นเส้นแบบที่เราเห็นๆ กัน ตำรับที่เอามาลงนี้เพิ่มผงพะโล้ให้หอมมากขึ้นลงไปด้วย (ผงพะโล้ก็คือ เครื่องเทศแบบจีน โป๊ยกั้ก อบเชย กานพลู ยี่หร่า ลูกผักชี พริกไทย มาบดรวมกัน) พริกแกงใช้แบบเดียวกับพริกแกงคั่ว แกงโฮะส่วนผสมพริกแกง พริกชี้ฟ้าแห้งเอาเมล็ดออก 5 เม็ดแช่น้ำ พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ดแช่น้ำ หอมแดงหั่น 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมหั่น 2 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้หั่น 2 ช้อนโต๊ะ ข่าซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ กะปิ หรือถั่วเน่าปิ้งไฟ 2 ช้อนชา (ถั่วเน่า 1 แผ่น) เกลือ 1 ช้อนชา ผงฮังเล 1-2 ช้อนโต๊ะ ผงพะโล้ 1-2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมอื่น หัวกะทิ 1/4 ถ้วย หมูสามชั้
ก๋วยเตี๋ยวบนรถ เมนูเดียว ขายได้ดี คุณสรวิชญ์ คูเกษมรัตน์ หรือ คุณตี๋ ผู้ประกอบการร้านรสเตี๋ยว เล่าเท้าความไปเมื่อครั้งยังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี จวบจนก้าวสู่ระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างเรียนก็ได้ใช้เวลาทำงานในร้านอาหาร และโรงแรม จนกระทั่งได้เป็นผู้ช่วยเชฟ “พอได้ทำงานในครัว ก็เหมือนจุดประกายความคิด อยากเป็นนายตัวเอง ส่วนที่เลือกเมนูก๋วยเตี๋ยว เพราะมองว่าถูกปากคนไทย สามารถปรับสูตรให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของเราได้ ผมจึงนำพื้นฐานความชอบปรุงมาพัฒนารสชาติก๋วยเตี๋ยว ซึ่งตอนแรกทำออกมาเมนูเดียวคือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำมะนาว ส่วนหน้าร้านตอนนั้นผมเลือกแบบฟู้ดทรัก โดยใช้เงินลงทุนเบื้องต้นไปประมาณ 550,000 บาท” การตกแต่งรถที่ดึงดูดสายตาผู้พบเห็น บวกรสชาติก๋วยเตี๋ยว ส่งผลให้เกิดลูกค้าบอกต่อตามมา และแม้จะมีเมนูบริการแค่รายการเดียว ก็สามารถดึงยอดขายให้มีกำไรกลับมาสู่ธุรกิจได้ ระยะเวลาก้าวผ่านราวครึ่งปี การจัดระเบียบพื้นที่ขายใหม่ ส่งผลกระทบต่อทำเลที่ตั้ง ถึงคราวนั้นคุณสรวิชญ์ เริ่มมองหาทำเลใหม่ “จุดประสงค์ที่ผมเลือกขายก๋วยเตี๋ยวบนรถ เพราะมองว่าขับไปขายตรงไหนก็ได้ แต่
เรื่องของการค้ำประกันเกิดปัญหาค่อนข้างมาก ซึ่งปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่มาจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้จนส่งผลให้ผู้ค้ำประกันต้องเข้าใช้หนี้แทน เรื่องของกฎหมายค้ำประกันมีอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๐ ที่ว่า “อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่” การเข้าค้ำประกันนั้น จะมีทั้งที่เป็นการค้ำประกันโดยบุคคลหลายคน เข้าทำสัญญาค้ำประกันผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ และกรณีบุคคลคนเดียวเข้าค้ำประกัน การเข้าค้ำประกันด้วยคนหลายคน ผู้ค้ำประกันจะมีลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกัน นั่นหมายความว่า เจ้าหนี้จะบังคับให้ผู้ค้ำประกันคนใดคนหนึ่งใช้หนี้แทนจนหมดสิ้น หรือให้เฉลี่ยกัน หรือบังคับที่ใคร มากน้อย อย่างไรก็ได้ ดังที่ บัญญัติไว้ใน มาตรา ๖๘๒ วรรคสองว่า “ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้น มีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม
อดีตวิศวกรโยธา บริษัท ช.การช่าง ลาออกจากงานประจำเงินเดือนดี ผันตัวมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ด ย่านถนนราชพฤกษ์ แต่สุดท้ายไม่รุ่ง เลือกเป็นเกษตรกรปลูกผักสวนครัว ปลูกเมล่อน โดยใช้เมล็ดพันธุ์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ขายผลสดรอบละ 400 ลูก พร้อมเปิดให้คนนอกเข้ามาชมสวน กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทำเลดี ใกล้ BTS บางหว้า คุณศราวุธ จันทะพรหม หรือคุณโหน่ง เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบการศึกษา กวุฒิ วศ.บ. (วิศวกรรมศาสตร์ บัณฑิต) ไปเป็นวิศวกรโยธาบริษัท ช.การช่าง นาน 10ปี กระทั่งราวปี 2540เศรษฐกิจไม่ดี ตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ด บนที่ดินของตัวเองราว 250 ตารางวา ระหว่างนั้นก็ปลูกผักสวนครัว อาทิ พริก ผักชี มะเขือเทศ ใบโหระพา มะนาว รวมถึงเมล่อน คุณโหน่ง บอกต่อว่า ร้านอาหารขายไม่ค่อยดี สุดท้ายปิดร้าน เลิกกิจการ หันมาปลูกผักสวนครัวส่งขายร้านอาหาร รวมถึงปลูกเมล่อนโดยนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น อาทิ ชิโมจิ ทาคานิ ฮารุกิ อิชิบะ เป็นต้น “ผมเริ่มปลูกเมล่อนเมื่อปี 2558 สาเหตุที่เลือกผลไม้ชนิดนี้ เพราะส่วนตัวรู้สึกชอบในรสชาติ เลยศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งอ่านหนังสือ ดูจากในอินเตอร์เน็ต ลงพื้นที่ไ
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
คนไทยนอกจากจะยิ้มเก่งแล้ว ยังจิตใจดีไม่แพ้ชาติใดในโลก ดั่งเช่นบรรดาเจ้าของร้านอาหารใจบุญ ที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ได้นำมาเสนอ ซึ่งคนท้องมากินฟรีเลย “ร้านรับทรัพย์ข้าวมันไก่” จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ใกล้ๆ โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล ริมถนนพิมพสุต เขตเทศบาลนครขอนแก่น เมนูมี ข้าวมันไก่ ไก่กรอบ ไก่แซ่บ ไก่สไปซี่ (spicy chicken) ไก่มะนาว ขายในราคาจานละ 35 – 40 บาท เจ้าของร้านชื่อคุณเพ็ญนิภา นกยูง อายุ 44 ปี คุณเพ็ญนิภา เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ขายข้าวมันไก่มานานกว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เป็นรถเข็น กิจการดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งซื้อตึกพาณิชย์ 1 คูหา เพื่อเปิดร้าน จุดเด่น คือ คิดสูตรเอง มีเมนูที่หลากหลาย อาทิ ไก่แซ่บ คือ ไก่กรอบนำไปยำ ไก่สไปซี่ คือ ไก่ที่ใส่ผงปรุงรสลาบ ไก่มะนาว คือ นำไก่ต้มมายำ ปกติวันธรรมดาทางร้านจะใช้ไก่วันละ 50 ตัว หากขายไม่ค่อยดีราว 30 ตัว ใช้ข้าวประมาณ 30 – 40 กิโลกรัม หญิงสาว บอกต่อว่า เมื่อปี 2546 เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เกิดความรู้สึกว่า อยากช่วยเหลือคนมีรายได้น้อย และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เลยจัดโปรโมชั่นให้คนท้องกินฟรี หากทานที่ร้านจะไม่จำกัดจำนวน จะทานกี่จาน กี่รอบก็ได้ แต่หากจะห่อไปทาน
บรรจุภัณฑ์ (Package) เหมือนเสื้อผ้าสวยๆ ที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้คนใส่ แต่ถ้าบรรจุภัณฑ์ดูด้อยค่า สวยหรือหล่อแค่ไหนใส่แล้วก็หมอง เมื่อปลายปีที่แล้ว มีโอกาสไปบรรยายให้กับกลุ่มโอท็อปจากหลายจังหวัดในภาคกลาง เรื่องเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ โดยการบรรยายแบ่งเป็นภาค “เล่าให้ฟัง” และ “วิจารณ์ของจริง” เรื่องเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์มีความละเอียดอ่อนอยู่พอสมควร และคงเกินความสามารถสำหรับคนที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางออกแบบ จะทำเองได้ ดังนั้น ผมจึงบรรยายในเชิงของการให้ไอเดีย มากกว่าจะยุยงให้โอท็อปทั้งหลายลุกขึ้นมาออกแบบเอง ผมชอบภาควิจารณ์ของจริงครับ เลยอยากเก็บมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อท่านทั้งหลายจะได้ไอเดียเอาไปใช้พิจารณาบรรจุภัณฑ์ของสินค้าตัวเองในปัจจุบัน ว่าควรปรับปรุงหรือไม่ หรือว่าดีอยู่แล้ว วิธีการก็คือ ผมเอาสินค้าจริงที่โอท็อปทั้งหลายนำมาด้วย เอามาโชว์กันจะจะ วิจารณ์กันแบบตรงไปตรงมา โดยดึงให้แต่ละคนมีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์ด้วย เพื่อจะได้เอาแนวคิดกลับไปพิจารณาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของตัวเอง หลักการที่นำมาใช้พิจารณา ผมให้ไว้ 4 ประการ ไม่ซับซ้อนครับ หลักการข้อแรก “ต้องปกป้องสินค้า” หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์อย่างแรกเลย ที่สำคัญม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 70 ถนนชัยณรงค์ ในตัวเมืองชัยนาท เป็นบ้านของคุณวิเชียร สมศรี อายุ47ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการสาขาห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ได้ผันตัวมาใช้ชีวิตวิถีพอเพียง โดยลาออกจากงานประจำที่จำเป็นจะต้องโยกย้ายสถานที่ทำงาน จากตำแหน่งที่ปรับเลื่อน ทำให้ต้องห่างบ้านห่างครอบครัวอยู่เป็นประจำ เมื่อลาออกมาอยู่ที่บ้านได้ศึกษาและยึดอาชีพการเลี้ยงกบในกระชังบก ที่ไม่ต้องใช้บ่อหรือสร้างโรงเรือนที่มีต้นทุนสูง ครั้งแรกทดลองเลี้ยงลูกกบที่สั่งซื้อจากฟาร์มมาจำนวน1,000ตัวในราคาตัวละ2บาทรวม2,000บาท โดยใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ90วันก็จะไดขนาดตัวละ300กรัม หรือ3ขีด สามารถจับขายส่งได้ราคากิโลกรัมละ80บาท หรือขายปลีกจะได้ราคากิโลกรัมละ100บาท ซึ่งจาการลงลูกกบเลี้ยงแบบรุ่นต่อรุ่น ทำใหมีรายได้จากการขายกบเดือนละกว่า10,000บาท แม้จะน้อยกว่าเงินเดือนประจำ แต่ก็เหลือเก็บมากกว่าตอนทำงานประจำ เพราะอยู่บ้านตัวเอง ไม้ต้องเช่าห้อง แถมครอบครัวอบอุ่นและสุขใจที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน
ใครเลยจะรู้ ว่าก้านจากเครือกล้วยที่เหลือจากการคัดตัดแต่งแล้ว จะมีค่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกโดยไม่ต้องทิ้ง “ตลาดสี่มุมเมือง” พ่อค้า-แม่ค้า ได้นำเอาเศษขยะอินทรีย์อย่างก้านเครือกล้วยมาประยุกต์ใช้กับวิถีการค้าได้อย่างลงตัว โดยพื้นที่ตลาดค้าส่งแห่งนี้ เขาขายก้านของเครือกล้วยที่นำมาตัดแบ่งออกเป็นท่อนๆ ใส่ถุงพลาสติก ขายถุงละ 20 บาท กลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าที่จำหน่ายผลไม้อย่าง แผงแตงโม แผงส้มโอ และแผงสตรอเบอรี่ สำหรับแผงแตงโมและแผงส้มโอ จะนำเอาเครือกล้วยมาตัดออกเป็นชิ้นเล็กๆ ตกแต่งปลายให้เฉียง แล้วมาวางไว้ตามมุมต่างๆ รอบกองแตงโมที่เรียงซ้อนกันเป็นรูปพีระมิด วัตถุประสงค์เพื่อบังคับการจัดเรียงสินค้าให้มีสวยงามและกันไม่ให้สินค้าลื่นไหลหรือล้ม แล้วทำไมพ่อค้า-แม่ค้า เลือกใช้วัสดุเหล่านี้มารองสินค้า ด้วยวิธีจัดเรียงสินค้าหน้าร้านแบบเดิมเขาจะใช้ไม้เนื้อแข็งมาตัดมุมเฉียงในการรองสินค้าที่จำหน่ายหน้าร้าน แต่เนื่องจากองศาของไม้รองไม่เหมาะสมกับการจัดเรียง และต้องเตรียมไม้ขนาดต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสินค้าในจำนวนมาก ยิ่งสินค้าที่กองไว้หน้าร้านเริ่มมีอายุมากขึ้นเปลือกก็จะนิ่มลง และการใช้ของแข
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่หลวงพระบางจะมีอากาศเย็นทีเดียว เราจึงนิยมไปเที่ยวกันและเดินทางไม่ไกลจาก กรุงเทพฯ ค่ะ อาหารที่หลวงพระบางมีอร่อยๆ หลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่อยากจะพูดถึงเพราะอร่อยและทำทานง่าย คือ ขนมปังหลวงพระบาง ค่ะ ขนมปังหลวงพระบาง เกิดจากอิทธิพลของฝรั่งเศสที่เข้าครอบครองลาวช่วงหนึ่ง จึงได้นำขนมปังฝรั่งเศสหรือบาแกตต์ เป็นแท่งยาวๆ สัก 2 ฟุต ผิวด้านนอกแข็ง ด้านในนุ่ม เข้ามาทานกัน ไม่แน่ใจว่าฝ่ายใด ฝรั่งเศสหรือลาวที่เป็นคนคิดสูตรนี้ จริงๆ แล้ว ขนมปังหลวงพระบาง คือ แซนด์วิชอย่างหนึ่ง ที่มีไส้เป็นส่วนผสมของผัก หมูยอ และหมูหย็อง คล้ายๆ คลับแซนด์วิชนั่นเอง เพื่อให้มีความเป็นเอเชีย เขาจึงนำน้ำพริกเผาผสมมายองเนสซึ่งอร่อยดี ส่วนตัวชอบใส่ไข่ต้มเพราะทำให้รสชาติเข้ากันได้พอดี ทำให้ไม่เผ็ดจากน้ำพริกเผาหรือเค็มจากมายองเนสเกินไป ที่หลวงพระบางสามารถหาซื้อขนมปังฝรั่งเศสและขนมปังหลวงพระบางได้ง่าย ตามร้านอาหารเล็กๆ และข้างทาง ส่วนผสมจะแล้วแต่ชอบ บางคนอยากใส่ชีส ใส่เบค่อนทอดกรอบก็ได้ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าใส่แค่นี้ก็พอเหมาะ ข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำเองคือ เราไม่ใส่ผงชูรส ที่หลวงพระบางจะใส่กันค่ะ ส่วนผสม ขนมปังฝรั่งเ
