How to
เมืองอัมพวา หรือสมุทรสงคราม แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ก็มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องเพราะมีคนรุ่นใหม่ที่กลับมาสานต่อกิจการของครอบครัว และแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ๆ อาทิ วิศวกรดีกรีด็อกเตอร์จากแคนาดา “วงศ์อนันต์ สุขเจริญคณา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม่กลอง ดิสทริบิวชั่น จำกัด และเจ้าของโชคอนันต์ฟาร์ม ผู้บุกเบิกฟาร์มผักไฮโดรโพนิกส์ส่งออกยุโรป นอกจากนั้นยังรั้งตำแหน่งประธานนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดสมุทรสงครามอีกด้วย แต่เหตุใด “วงศ์อนันต์” จึงฉีกตัวมาปั้นฟาร์มผักไฮโดรฯ ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวทำการประมง และยังมีดีกรีไม่ธรรมดา ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโทด้านไฟฟ้าสื่อสาร มหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ สหรัฐอเมริกา และปริญญาเอกด้านนาโนเทคจากแคนาดา วงศ์อนันต์บอกว่า ธุรกิจที่ทำอยู่ตอนนี้มี 2 กิจการคือ ฟาร์มผักไฮโดรโพนิกส์ และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ซึ่งจุดกำเนิดของการผันตัวเองมาบุกเบิกฟาร์มผักไฮโดรฯก็คือ กระแสผักออร์แกนิกกำลังเป็นที่นิยม เมื่อตัดสินใจที่จะลุยทำฟาร์มออร์แกนิกสิ่งแรกที่ทำคือ การเริ่มต้นใหม่ลงทุนลงแรงศึกษา อบรม ดูงานเกี่ยวก
ที่ตำบล โหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะเป็นอำเภอเล็กๆ แต่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีคุณภาพ และมีชื่อเสียงระดับประเทศ พืชเศรษฐกิจอนาคตสดใส ที่ใครหลายคนไม่อาจมองข้าม เช่นเดียวกับอดีตครีเอทีฟเจ้าของบริษัทรับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ เบอร์ 4 จากนั้นนำมาอบแห้ง ลูกค้าจีนปลื้ม รายได้ทะยานสู่หลักแสนต่อเดือน พลิกบทบาทเกษตร สู่นักธุรกิจยุคดิจิตอล จากแนวคิดการทำเกษตร 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการพลิกแนวคิดของสินค้าเกษตรกรรม ในยุคนี้ที่ เกษตรกรยุคใหม่ ควรจะต้องมีองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การแปรรูปสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้มากขึ้น และการทำตลาดเองควบคู่กันไปด้วยโดยใช้ช่องทางการสื่อสารการตลาด และการขาย ทั้งทางออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและนอกประเทศ “มาดามแมงโก้” ผลิตภัณฑ์ มะม่วงอบแห้ง ( Soft Dried Mango ) ที่มองเห็นโอกาส ในการพัฒนาศักยภาพของสินค้าจากตำบลเล็กๆ ในอำเภอพร้าว และเป็นเหมือนสินค้าหัวหอกที่จะบุกเบิกตลาดก้าวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ และตลาดสากล ให้กับสินค้าอื่นๆ จากตำบลนี้ในอนาคต คุณราเมศ รัตยันตรกร ผู้ก่อตั้ง แบรนด
เพิ่งเปิดตัวสินค้าใหม่ได้เพียง 4 วัน ปรากฏฟีดแบ็กดีเกินคาด นักลงทุนจากทั่วประเทศกว่า 30 อำเภอ แห่ขอซื้อแฟรนไชส์ในราคาหลักพันบาทกันคึกคัก สำหรับ “แก้ว 2 ใจ” By กาแฟถัง ร้านกาแฟเจ้าดังแห่งจังหวัดน่าน ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับจ้าของกิจการกันก่อน คุณออยลี่ – ทิพวรรณ เสนา อายุ 32 ปี สละเวลามาให้ข้อมูล “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ด้วยอัธยาศัยกันเอง เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นคนเมืองน่าน จบการศึกษาด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล น่าน เคยทำงานประจำมาแล้วหลายตำแหน่ง ล่าสุดได้เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายประกันชีวิต ประจำส่วนกลางของธนาคารพาณิชย์ชื่อดัง แต่ด้วยหน้าที่การงานต้องเดินทางไปทั่วประเทศบ่อยมาก ชีวิตอยู่แต่บนรถ เครื่องบิน และโรงแรม บ้านแทบไม่ได้กลับมานอน เลยตัดสินใจลาออกมาสร้างธุรกิจที่ตัวเองชอบ คือ เปิดร้านกาแฟ ที่บ้านเกิด ใกล้กันกับร้านคาร์แคร์ของสามี ซึ่งอยู่กลางเมืองน่าน “ก่อนตัดสินใจลาออก ไปเข้าคอร์สอบรมการทำกาแฟอยู่หลายที่ ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มกาแฟเป็นทุน ช่วงว่างจึงชอบนำเครื่องดื่มมามิกซ์แอนด์แมตช์กัน กระทั่งเมื่อราว 2 ปีก่อน ได้ไอเดียกาแฟถังออกมา นำถังขนมมีหูหิ้วมาใส่กาแฟ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรนครพนมไม่หวั่นภัยแล้ง หันเลี้ยงแมงสะดิ้งขาย โดยนายนิรัน จำปา ชาวบ้านคำเตย หมู่ที่ 5 ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพทำนาเหมือนเพื่อนบ้านทั่วๆ ไป พอหลังฤดูเก็บเกี่ยวก็ไปรับจ้างพอมีรายได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อนที่อยู่ จ.เชียงรายได้ชักชวนให้ไปเรียนรู้การเลี้ยงจิ้งหรีดเล็ก หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า แมงสะดิ้ง หรือบางที่เรียกว่า แมงจินาย ซึ่งมีที่มาจากเสียงร้องที่สะดีดสะดิ้งของตัวผู้และตัวเมียเวลาที่ต้องการผสมพันธุ์ โดยหลังจากเรียนรู้ตนเองก็กลับมาสร้างบ่อเลี้ยงซึ่งทำจากไม้และกระเบื้องแผ่นเรียบ ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 1.2 เมตร จำนวน 2 บ่อ เพื่อเพาะเลี้ยงที่บ้าน จากนั้นก็ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายนิรัน กล่าวอีกว่า โดยเวลาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนถึงสามารถจับขายได้ จะอยู่ที่ประมาณ 2 เดือน อาจจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงฤดูหนาว เพราะแมงสะดิ้งไม่ทานอาหารทำให้โตช้ากว่าปกติ โดยค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อบ่อ แต่จะสามารถจับขายได้ถึงบ่อละ 2,000 – 3,500 บาทเลยทีเดียว โดยตนเองมีอย
“หนู” เป็นสัตว์ศัตรูพืชที่สำคัญ เพราะสามารถกัดแทะทำลายพืชผลทางการเกษตรให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันหนูนั้นเป็นอาหารโปรตีนชั้นดี จึงมีเกษตรกรหัวใสได้ใช้ภูมิปัญญาในการจับหนูและเลี้ยงหนู ทำรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย อย่างเช่น คุณเชาวฤทธิ์ แสนปรางค์ อายุ 46 ปี ชื่อเล่นว่า “ฤทธิ์” อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 2 บ้านมะค่า ตำบลมะค่า อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทร. (063) 016-1969 คุณฤทธิ์ แสนปรางค์ มีอาชีพหลักทำนา ได้ใช้เวลาว่างออกจับหนูขาย และเลี้ยงหนูขาย สามารถทำรายได้เลี้ยงครอบครัวมาเป็นเวลานับ 10 ปี เดือนละกว่า 15,000 บาท คุณเชาวฤทธิ์-คุณละมัยพร แสนปรางค์ เจ้าของฟาร์มหนูพุก คุณฤทธิ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักทำนา 6 ไร่ ได้ใช้เวลาว่างออกดักจับหนูในทุ่งนาในพื้นที่หมู่บ้านของตนเองและหมู่บ้านใกล้เคียง โดยใช้ลวดดักหนู ทำเป็นวง นำมาผูกติดกับหลักที่ทำด้วยไม้ไผ่ แล้วนำไปวางไว้ตามทางเดินของหนู โดยช่วงบ่าย ประมาณ 3-6 โมงเย็น จะนำกับดักไปปัก จากนั้นช่วงเช้าตรู่จะไปเก็บกู้ แต่ละวันใช้กับดักประมาณ 100 อัน จะได้หนูพุกวันละประมาณ 10-30 ตัว ชำแหละขายตามตลาดนัดในหมู่บ้าน ไม่เพียงพอกับ
อุปกรณ์ขาต่อสำหรับทำงานบนที่สูง เหมาะสำหรับทำงานฝ้า เก็บผลไม้ ตัดแต่งกิ่ง ในพื้นที่แคบๆ เพราะในปัจจุบัน การทำงานในหลายมาตรฐาน คือห้ามใช้เอเฟรมเข้าไปทำงาน อย่างในเมกาโฮม คือใช้เอเฟรมขึ้นได้แต่ไม่เกิน 3 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่อุปกรณ์ขาต่อตัวนี้ได้ถูกรับรองที่ประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา แล้วว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยผ่านการเทรนนิ่ง ในการเทรนนิ่งใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ก็สามารถใช้งานได้คล่องตัว อายุการใช้งานได้มากกว่า 10 ปี ขาแต่ละคู่ก็เหมือนรองเท้าแต่ละคู่สำหรับบางคน เมื่อบุคคลนี้เทรนนิ่งได้ก็สามารถใช้งานได้ เพราะฉะนั้นจะอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการใช้งาน ใช้หลักการของขาเทียม มีระบบโช๊ค และสปริงรองรับ วัสดุทำจากอลูมิเนียม ช่วยในการทำงานประยุกต์ ใช้ทำงานที่หลากหลาย ทดแทนการใช้บันได หรือนั่งร้าน เข้าถึงบริเวณที่แคบและสูงสามารถปรับระดับความสูงได้หลายระดับความสูงตั้งแต่ 36”-48” (90cm-120cm) สามารถใช้งานได้ทั้งพื้นเรียบ และพื้นขรุขระ ตัวพื้นทำจากเอบีเอส เป็นพลาสติกที่มีความสมดุลทั้งในเรื่องความแข็งและความเหนียว สามารถคงสภาพรูปร่างได้ดี ทำให้มีคุณสมบัติท
จากเหตุการณ์ข่าวดังหรือข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเป็นประจำบนท้องถนน หรือแม้กระทั่งบริเวณอื่นๆก็ตาม มักจะมีกล้องติดรถหรือกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้เสมอ แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอด ไม่ว่าเราจะประมาทหรืออีกฝ่ายจะประมาทก็ตาม กล้องติดรถจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ผู้ใช้รถใช้ถนนวางใจ เสมือนเป็นพยานที่ตามติดตัวทุกครั้งที่สตาร์ทรถออกไป คุณพรเทพ ภาคบูรณ์ ผู้จัดการการตลาด บริษัท ออโต้วิชั่น จำกัด บริษัทนำเข้าและติดตั้งกล้องติดรถยนต์คุณภาพสูงแบบ Full HD (ฟูล เอชดี) ออกแบบและพัฒนาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้ แบรนด์ Proof (พรูฟ) สินค้าทุกรุ่นมีมาตรฐาน CE , FCC ที่ได้รับการรับรองจากยุโรป ผลิตในไต้หวัน และจีน เผยว่า ปัจจุบันยอดขายกล้องติดรถเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับข่าวสารกรณีเหตุการณ์ดังหรือกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกภาพของกล้องติดรถ ล่าสุดน่าจะเป็นข่าวลุงวิศวฯกับกลุ่มวัยรุ่นชาย ที่กระตุ้นยอดขายได้ดีมาก การติดตามข่าวสารดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกว่าการติดกล้องติดรถยนต์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองได้ระดับหนึ่ง คุณพรเทพ กล่า
หาก “รายได้” คือเป้าหมายของการทำธุรกิจ “กำไร” จึงกลายเป็นผลที่ต้องได้รับ แต่จะมีสักกี่คนเลือกมองข้ามสิ่งนี้ไปก่อน “อนันต์ อัศวโภคิน” คือหนึ่งในผู้คิดต่าง เขาเลือก “ให้ ก่อน รับ” และคำตอบของความคิดแบบนี้ นำมาซึ่งความ “รวย”
กระบวนการจัดบุฟเฟ่ต์นอกสถานที่ กับบุฟเฟ่ต์ในโรงแรมหรือในร้านอาหารนั้นต่างกัน ของที่จัดอยู่บ้านตัวเอง ร้านตัวเอง มีเครื่องมือพร้อม วัตถุดิบพร้อม คนพร้อม วางแผนทะยอยทำออกมาได้เป็นขั้นตอน แม้ว่าจะทำ 400 หัว 800 หัว 1000 หัว โรงแรมก็ทำได้ แต่การเคลื่อนย้ายอาหารออกไปจัดนอกสถานที่ต้องวางแผนอีกหลายขั้นตอน เหนื่อยและยุ่งยากมากกว่าทำในสถานที่หลายเท่า ขั้นตอนที่ 1 เราต้องคิดต้นทุนก่อน เรายึดสูตรที่ 30-30-30-10 คือ 30 % แรก เป็นต้นทุนอาหาร ค่าทำ ค่าแก๊ส เครื่องปรุง 30% ที่สองเป็นค่าแรง ค่าโสหุ้ยอื่นๆ 30% ที่สามเป็นกำไรสุทธิ และ อีก 10% เผื่อเหลือเผื่อขาด ถ้าไม่ต้องจ่ายก็กลายเป็นกำไรสุทธิ 40% เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอาหารให้มีคุณภาพอย่างไรต้องยึดถือตามงบประมาณที่ได้มาด้วย ไม่งั้นขาดทุนหูตูบครับ งานนี้ค่าอาหารหัวละ 850 บาท 150 หัว เป็นเงิน 127,500 บาท คิดต้นทุนอาหาร 30% เป็นเงิน 38,250 บาท เอาอาหาร 21 อย่างหาร อย่างละ 1,821 บาท อาหารบางอย่างต้นทุนถูก เช่น หมี่กะทิ หมี่กรอบ ผัก ผลไม้ ข้าว เราก็ไปเฉลี่ยให้อาหารที่ต้นทุนสูงแทน เช่น กุ้ง เนื้อ ปลา หมึก จะได้ของที่มีคุณภาพ ปริมาณพอกิน แต่รวมทุกอย่างแล้ว
ช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่างจากการทำนาจึงได้หาอาชีพเสริมอื่นๆ ทำ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว เช่นเดียวกับนางตุ้ม ขาวงาม อายุ 72 ปี ชาวบ้านมะค่า หมู่ที่ 5 ต.มะค่า อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ก็ได้ใช้เวลาว่างจากการทำนา ออกหาแหย่ไข่มดแดงขาย โดยถือไม้ไผ่และฮวด ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับแหย่ไข่มดแดง ออกหาแหย่ไข่มดแดงตามต้นไม้ ทั้งในหมู่บ้าน และตามทุ่งนา ซึ่งแต่ละวันสามารถหาไข่มดแดงมาขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 700 – 800 บาทเลยทีเดียว นางตุ้ม เปิดเผยว่า อาชีพหลักของตนนั้นคือการทำไร่ ทำนา แต่เมื่อมีเวลาว่างก็จะหาไข่มดแดงมาขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งทำมานานกว่า 12 ปีแล้ว สำหรับการหาไข่มดแดงนั้น ก็จะไปกับคุณตา 2 คน โดยจะออกไปหารังมดแดงในทุ่งนา หรือในหมู่บ้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งมดแดงจะชอบทำรังออกไข่บนต้นไม้หลายชนิด อาทิ ต้นสะแก ต้นสะเดา และต้นมะม่วง ส่วนจะรู้ว่ารังไหนมีไข่มากๆ นั้น ก็ต้องสังเกตรังที่มีใยขาวๆ อยู่ขอบรัง และถ้ารังไหนที่มีน้ำหนักจนกิ่งไม้โน้มลงมา จะได้ไข่มดแดงมากเป็นพิเศษ เมื่อได้ไข่มดแดงมาแล้ว ก็จะนำมาแช่น้ำเพื่อคัดแยกไข่ออกจากตัวมดแดง ซึ่งวิธีคัดก็ต้
