How to
นายนิติกร ปะจิราพัง ประธานกลุ่มทำอาชีพปั้นปูนลายไม้ หมู่ที่ 12 ตำบลวังแดง อำเภอตรอน เผยว่า จากความชอบศิลปะเป็นการส่วนตัว และเล็งเห็นว่าต้นไม้ลดน้อยลงทุกที อีกทั้งยังประสบปัญหาภัยแล้งและราคาข้าวก็ตกต่ำ จึงหันมาทำอาชีพปั้นปูนลายไม้ ทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้ง ชุดโต๊ะ เก้าอี้ กระถางต้นไม้ พื้นปูถนน โดยทำมา 5 ปีแล้ว ทำให้มีรายได้เพิ่มเป็นหลักหมื่นบาทต่อเดือน วิธีการทำ มี 7 ขั้นตอน คือ 1. เตรียมโครงลวดชิ้นงานเพื่อเป็นที่ยึดปูนตามขนาดที่ต้องการ 2. ผสมปูนอัตราส่วนทรายละเอียด 2 ส่วน ต่อปูน 1 ส่วน 3. เทปูนที่ผสมแล้วเพื่อเป็นพื้นกระถาง แล้วรอให้แห้ง 4. ใส่ทรายในชิ้นงานเพื่อจะได้ขึ้นรูปได้สะดวก 5. ฉาบปูนตามโครงลวด หนาประมาณ 1 เซนติเมตร 6. ฉาบปูนชั้นที่ 2 อัตราส่วน ทรายละเอียด 1 ส่วน ต่อปูน 1 ส่วน และขั้นตอนสุดท้าย ทำลายไม้ เปลือกไม้ ตามแบบซิลิโคน จากนั้นรอแห้ง แล้วลงสีให้แสงเงาได้งานปูนลายไม้ที่สวยงามเหมือนของจริง ด้าน นายสายชล ชมน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ตำบลวังแดง กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอตรอน เข้ามาสนับสนุนโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชน จึงเสนอให้รวมกลุ่มทำอาชีพปั้นปูนลายไม้ เพื่อสร้างรายได้ใ
ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยในต่างประเทศ ปลูกผักไว้ทานกันเองบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินผักที่อยากกิน ผ่อนคลายการคิดถึงบ้าน ที่สำคัญเกิดความภูมิใจได้ทานผักที่ปลูกเอง เฉกเช่นคุณสุพรรณกรรณิการ์ หรือคุณนิกา วังสีราบิคช ปัจจุบันอายุ 53 ปี สาวไทยที่ไปอาศัยอยู่รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมันนี คุณนิกา ไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันนีนาน 16 ปีแล้ว โดยแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ทางภาคกลาง จังหวัด Schwalmstatd หมู่บ้าน ทรูทสไซน. เขตรัฐเฮสเซิน เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นจังหวัดที่ถูกสร้างใหม่เกิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่2 “ดิฉันแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน16 ปี เริ่มปลูกผักกินเองตั้งแต่แต่งงานปีแรก สามีก็มีความรู้เรื่องการปลูกผักท้องถิ่น และการเลี้ยงสัตว์พอสมควร สำหรับจุดเริ่มต้น เพราะบ้านอยู่นั้น ไกลจากตัวเมือง ของกินหายาก และมีราคาแพง เลยจำเป็นต้องปลูกผักทานเอง แต่ทว่าดินจังหวัดนี้ไม่ค่อยดี มีแต่เศษหิน เศษกระเบื้อ เวลาปลูกพืชจำเป็นต้องปรับปรุงดินก่อน” บริเวณบ้านที่คุณนิกาอาศัยอยู่มีพื้นที่ค่อนข้าง เลยพอจะปลูกผักได้ เธออาศัยปรับปรุงดินใช้วิธีใส่ขี้ไก่ และปุ๋ย
“คนขยันไม่มีวันอดตาย” คำพูดติดหูของคนสู้ชีวิตหลายคน ที่แม้ยากจนแต่ถ้าอดทนทำกิน ชีวิตก็ไม่รู้จักคำว่าอดตาย ฉะนั้นลองมาเรียนรู้หาลู่ทางชีวิตใหม่ๆ หรือทำเป็นอาชีพเสริมให้กับตัวเอง ในช่วงข้าวยากหมากแพงยามนี้ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สืบสานแนวพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เรื่อง “เวลาเป็นของมีค่า” จึงเปิดหลักสูตรการฝึกอาชีพในแขนงต่างๆ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันที่มีชื่อเสียง มาให้ความรู้แก่ประชาชนที่สนใจอบรม เพื่อเป็นการส่งเสริมและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ต่อยอดเป็นอาชีพเสริม อาทิ หลักสูตรอาหารและขนม เพียงหลักสูตรละ 500 บาท วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 60 หลักสูตร กระทงทอง ไส้ยำทูน่า ไส้ไก่ข้าวโพด และถุงทอง ไส้หมูสับ วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม 60 หลักสูตร ละมุนโกมล และสกุณาภูทอง วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 60 หลักสูตร ปั้นสิบนึ่งไส้ไก่ และช่อม่วง วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 60 หลักสูตร ข้าวต้มมัดชาววัง (ไส้กล้วย เผือก มัน) วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 60 หลักสูตร ขนมจีนน้ำยาสี่ภาค และสำหรับผู้ที่สนใจ ชื่นชอบในการจัดดอกไม้
แกงโฮะ ซึ่งตำนานของคนเหนือเขาบอกว่า ครือๆ กับโละ เอาหลายๆ แกงมารวมกัน เดิมทีงานบุญคนเอาแกงต่างๆ มาทำบุญ พอมันเหลือเสียดายเลยเอามาผัดรวมกัน เป็นที่มาของแกงโฮะ แกงสำคัญคือ แกงฮังเล หรือฮินเล มีเชื้อสายจากพม่า เป็นแกงใส่เครื่องเทศผงกะหรี่แบบแขกชื่อว่า มาซาล่า คือผสมทั้งขมิ้น ลูกผักชี ยี่หร่า พริกแห้ง เป็นกลิ่นแบบแขกๆ มาซาล่ามีหลายสูตร สูตรใส่แกงฮังเล คนเหนือเรียก ผงฮังเล แล้วก็ต้องมีพวกแกงหน่อไม้ ยำหรือผัดวุ้นเส้น แกงไก่ใส่มะเขือพวงรวมๆ กันแล้วมันเลยออกมาเป็นแกงโฮะใส่วุ้นเส้นแบบที่เราเห็นๆ กัน ตำรับที่เอามาลงนี้เพิ่มผงพะโล้ให้หอมมากขึ้นลงไปด้วย (ผงพะโล้ก็คือ เครื่องเทศแบบจีน โป๊ยกั้ก อบเชย กานพลู ยี่หร่า ลูกผักชี พริกไทย มาบดรวมกัน) พริกแกงใช้แบบเดียวกับพริกแกงคั่ว แกงโฮะส่วนผสมพริกแกง พริกชี้ฟ้าแห้งเอาเมล็ดออก 5 เม็ดแช่น้ำ พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ดแช่น้ำ หอมแดงหั่น 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมหั่น 2 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้หั่น 2 ช้อนโต๊ะ ข่าซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ กะปิ หรือถั่วเน่าปิ้งไฟ 2 ช้อนชา (ถั่วเน่า 1 แผ่น) เกลือ 1 ช้อนชา ผงฮังเล 1-2 ช้อนโต๊ะ ผงพะโล้ 1-2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมอื่น หัวกะทิ 1/4 ถ้วย หมูสามชั้
ก๋วยเตี๋ยวบนรถ เมนูเดียว ขายได้ดี คุณสรวิชญ์ คูเกษมรัตน์ หรือ คุณตี๋ ผู้ประกอบการร้านรสเตี๋ยว เล่าเท้าความไปเมื่อครั้งยังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี จวบจนก้าวสู่ระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างเรียนก็ได้ใช้เวลาทำงานในร้านอาหาร และโรงแรม จนกระทั่งได้เป็นผู้ช่วยเชฟ “พอได้ทำงานในครัว ก็เหมือนจุดประกายความคิด อยากเป็นนายตัวเอง ส่วนที่เลือกเมนูก๋วยเตี๋ยว เพราะมองว่าถูกปากคนไทย สามารถปรับสูตรให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของเราได้ ผมจึงนำพื้นฐานความชอบปรุงมาพัฒนารสชาติก๋วยเตี๋ยว ซึ่งตอนแรกทำออกมาเมนูเดียวคือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำมะนาว ส่วนหน้าร้านตอนนั้นผมเลือกแบบฟู้ดทรัก โดยใช้เงินลงทุนเบื้องต้นไปประมาณ 550,000 บาท” การตกแต่งรถที่ดึงดูดสายตาผู้พบเห็น บวกรสชาติก๋วยเตี๋ยว ส่งผลให้เกิดลูกค้าบอกต่อตามมา และแม้จะมีเมนูบริการแค่รายการเดียว ก็สามารถดึงยอดขายให้มีกำไรกลับมาสู่ธุรกิจได้ ระยะเวลาก้าวผ่านราวครึ่งปี การจัดระเบียบพื้นที่ขายใหม่ ส่งผลกระทบต่อทำเลที่ตั้ง ถึงคราวนั้นคุณสรวิชญ์ เริ่มมองหาทำเลใหม่ “จุดประสงค์ที่ผมเลือกขายก๋วยเตี๋ยวบนรถ เพราะมองว่าขับไปขายตรงไหนก็ได้ แต่
เรื่องของการค้ำประกันเกิดปัญหาค่อนข้างมาก ซึ่งปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่มาจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้จนส่งผลให้ผู้ค้ำประกันต้องเข้าใช้หนี้แทน เรื่องของกฎหมายค้ำประกันมีอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๐ ที่ว่า “อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่” การเข้าค้ำประกันนั้น จะมีทั้งที่เป็นการค้ำประกันโดยบุคคลหลายคน เข้าทำสัญญาค้ำประกันผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ และกรณีบุคคลคนเดียวเข้าค้ำประกัน การเข้าค้ำประกันด้วยคนหลายคน ผู้ค้ำประกันจะมีลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกัน นั่นหมายความว่า เจ้าหนี้จะบังคับให้ผู้ค้ำประกันคนใดคนหนึ่งใช้หนี้แทนจนหมดสิ้น หรือให้เฉลี่ยกัน หรือบังคับที่ใคร มากน้อย อย่างไรก็ได้ ดังที่ บัญญัติไว้ใน มาตรา ๖๘๒ วรรคสองว่า “ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้น มีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม
อดีตวิศวกรโยธา บริษัท ช.การช่าง ลาออกจากงานประจำเงินเดือนดี ผันตัวมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ด ย่านถนนราชพฤกษ์ แต่สุดท้ายไม่รุ่ง เลือกเป็นเกษตรกรปลูกผักสวนครัว ปลูกเมล่อน โดยใช้เมล็ดพันธุ์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ขายผลสดรอบละ 400 ลูก พร้อมเปิดให้คนนอกเข้ามาชมสวน กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทำเลดี ใกล้ BTS บางหว้า คุณศราวุธ จันทะพรหม หรือคุณโหน่ง เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบการศึกษา กวุฒิ วศ.บ. (วิศวกรรมศาสตร์ บัณฑิต) ไปเป็นวิศวกรโยธาบริษัท ช.การช่าง นาน 10ปี กระทั่งราวปี 2540เศรษฐกิจไม่ดี ตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ด บนที่ดินของตัวเองราว 250 ตารางวา ระหว่างนั้นก็ปลูกผักสวนครัว อาทิ พริก ผักชี มะเขือเทศ ใบโหระพา มะนาว รวมถึงเมล่อน คุณโหน่ง บอกต่อว่า ร้านอาหารขายไม่ค่อยดี สุดท้ายปิดร้าน เลิกกิจการ หันมาปลูกผักสวนครัวส่งขายร้านอาหาร รวมถึงปลูกเมล่อนโดยนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น อาทิ ชิโมจิ ทาคานิ ฮารุกิ อิชิบะ เป็นต้น “ผมเริ่มปลูกเมล่อนเมื่อปี 2558 สาเหตุที่เลือกผลไม้ชนิดนี้ เพราะส่วนตัวรู้สึกชอบในรสชาติ เลยศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งอ่านหนังสือ ดูจากในอินเตอร์เน็ต ลงพื้นที่ไ
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
คนไทยนอกจากจะยิ้มเก่งแล้ว ยังจิตใจดีไม่แพ้ชาติใดในโลก ดั่งเช่นบรรดาเจ้าของร้านอาหารใจบุญ ที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ได้นำมาเสนอ ซึ่งคนท้องมากินฟรีเลย “ร้านรับทรัพย์ข้าวมันไก่” จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ใกล้ๆ โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล ริมถนนพิมพสุต เขตเทศบาลนครขอนแก่น เมนูมี ข้าวมันไก่ ไก่กรอบ ไก่แซ่บ ไก่สไปซี่ (spicy chicken) ไก่มะนาว ขายในราคาจานละ 35 – 40 บาท เจ้าของร้านชื่อคุณเพ็ญนิภา นกยูง อายุ 44 ปี คุณเพ็ญนิภา เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ขายข้าวมันไก่มานานกว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เป็นรถเข็น กิจการดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งซื้อตึกพาณิชย์ 1 คูหา เพื่อเปิดร้าน จุดเด่น คือ คิดสูตรเอง มีเมนูที่หลากหลาย อาทิ ไก่แซ่บ คือ ไก่กรอบนำไปยำ ไก่สไปซี่ คือ ไก่ที่ใส่ผงปรุงรสลาบ ไก่มะนาว คือ นำไก่ต้มมายำ ปกติวันธรรมดาทางร้านจะใช้ไก่วันละ 50 ตัว หากขายไม่ค่อยดีราว 30 ตัว ใช้ข้าวประมาณ 30 – 40 กิโลกรัม หญิงสาว บอกต่อว่า เมื่อปี 2546 เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เกิดความรู้สึกว่า อยากช่วยเหลือคนมีรายได้น้อย และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เลยจัดโปรโมชั่นให้คนท้องกินฟรี หากทานที่ร้านจะไม่จำกัดจำนวน จะทานกี่จาน กี่รอบก็ได้ แต่หากจะห่อไปทาน
บรรจุภัณฑ์ (Package) เหมือนเสื้อผ้าสวยๆ ที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้คนใส่ แต่ถ้าบรรจุภัณฑ์ดูด้อยค่า สวยหรือหล่อแค่ไหนใส่แล้วก็หมอง เมื่อปลายปีที่แล้ว มีโอกาสไปบรรยายให้กับกลุ่มโอท็อปจากหลายจังหวัดในภาคกลาง เรื่องเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ โดยการบรรยายแบ่งเป็นภาค “เล่าให้ฟัง” และ “วิจารณ์ของจริง” เรื่องเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์มีความละเอียดอ่อนอยู่พอสมควร และคงเกินความสามารถสำหรับคนที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางออกแบบ จะทำเองได้ ดังนั้น ผมจึงบรรยายในเชิงของการให้ไอเดีย มากกว่าจะยุยงให้โอท็อปทั้งหลายลุกขึ้นมาออกแบบเอง ผมชอบภาควิจารณ์ของจริงครับ เลยอยากเก็บมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อท่านทั้งหลายจะได้ไอเดียเอาไปใช้พิจารณาบรรจุภัณฑ์ของสินค้าตัวเองในปัจจุบัน ว่าควรปรับปรุงหรือไม่ หรือว่าดีอยู่แล้ว วิธีการก็คือ ผมเอาสินค้าจริงที่โอท็อปทั้งหลายนำมาด้วย เอามาโชว์กันจะจะ วิจารณ์กันแบบตรงไปตรงมา โดยดึงให้แต่ละคนมีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์ด้วย เพื่อจะได้เอาแนวคิดกลับไปพิจารณาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของตัวเอง หลักการที่นำมาใช้พิจารณา ผมให้ไว้ 4 ประการ ไม่ซับซ้อนครับ หลักการข้อแรก “ต้องปกป้องสินค้า” หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์อย่างแรกเลย ที่สำคัญม
