How to
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหน้าแล้ง ชาวนา จ.สุรินทร์ ที่ว่างเว้นจากงานหลัก ต่างพากันหาอาชีพเสริม เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ซึ่งในหลายพื้นที่ ก็มีอาชีพเสริมที่แตกต่างกันไป โดยพื้นที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เกษตรกรใช้เวลาว่าง เก็บผลตาลสดมาปาดขาย ภาษาเขมรท้องถิ่นสุรินทร์ เรียกว่า ตะหนอด ข้างถนนสาย ปราสาท-ช่องจอม บริเวณด้านหน้าบ้านบัลลังก์ ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบว่า มีพ่อค้ารายหนึ่ง ได้นำผลตาลสด ติดเครือมาเต็มกระบะหลังรถยนต์ปิ๊กอัพ และกางร่มขนาดใหญ่บังแดด สมาชิกในครอบครัวใช้มีดปาดตาลกันแบบสด ๆ ส่วนลูกค้าก็จะเป็นผู้ที่สัญจรผ่านไปมา และมีลูกค้าประจำที่ชอบแวะซื้อ เพราะหากินยาก นางสุภาพร ดาศรีทอง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 479 ม.10 ต.นอกเมือง องเมือง จ.สุรินทร์ ลูกค้าขาประจำ กล่าวว่า ตนมาซื้อไปทำลูกตาลลอยแก้ว และนำไปปอกกินธรรมดาก็ได้ ผ่านมากจะแวะซื้อเป็นประจำ ขาย 3 ถุง 100 บาท ปกติถุงละ 35 บาท ถ้าซื้อเยอะ ก็จะลดเหลือ 3 ถุง 100 บาท เมนูเด็ด ส่วนมากจะเอาไปทำของหวาน เป็นลูกตาลลอยแก้ว ช่วยดับกระหายและดับร้อน ด้าน นายจักรภูมิสิทธิ์ วรรณบันเทิงกูล อายุ 35 ปี พ่อค้าตาลโต
ปัจจุบันอุปกรณ์พลาสติกบนโต๊ะอาหารแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ช้อน ส้อม และมีดพลาสติก กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและใช้กันมากขึ้นทั้งในร้านอาหารจานด่วน ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์มาเก็ต รวมทั้ง ในงานพิธีต่าง ๆ อาทิ งานจัดแสดงนิทรรศการ งานประชุมสัมมนา การแสดงคอนเสิร์ต และงานรื่นเริงอื่นๆ เนื่องจากพกพาสะดวก น้ำหนักเบา ไม่ต้องทำความสะอาด สามารถทิ้งได้ทันทีเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว อย่างไรก็ตามอุปกรณ์พลาสติกดังกล่าว ส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกฐานปิโตรเลียมที่ไม่สามารถแตกสลายได้ทางชีวภาพ ส่งผลให้มีปริมาณขยะพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ประกอบกับการขาดแคลนวัตถุดิบปิโตรเลียมก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ รศ.ดร.รังรอง ยกส้าน รศ.ดร.รังรอง ยกส้าน รศ.ดร.น้ำฝน ลำดับวงศ์ และ ผศ.ดร.อำพร เสน่ห์ ทีมผู้วิจัยจากภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จจาก การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการผลิต ช้อน ส้อม และมีดพลาสติกจากแป้งมันสำปะหลัง อุปกรณ์พลาสติกบน โต๊ะอาหารสำหรับการใช้งานครั้งเดียวแล้วทิ้ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากแหล่งวัตถุดิบที่หาใหม่ทดแทนไ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โชว์ “ถุงห่อชมพู่ หวานแน่ กรอบนาน” นวัตกรรมรางวัลสิ่งประดิษฐ์แห่งชาติ ประจำปี 2560 จากสภาวิจัยแห่งชาติ (วช.) นวัตกรรมที่ทำให้ชมพู่มีสีแดงสวยงามสม่ำเสมอ รสชาติหวานขึ้นกว่าเดิม 40 เปอร์เซ็นต์ เนื้อแน่นกรอบกว่าเดิม 2 เท่า แก้ปัญหาเรื่องคุณภาพชมพู่ หนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจส่งออกสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศที่ส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนที่เป็นคู่ค้าหลัก นวัตกรรมดังกล่าวจะทำให้ไม่มีการตีกลับจากต่างชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันกับชมพู่ของไต้หวันได้ในอนาคต โดยต้นทุนการผลิตถุงนวัตกรรมดังกล่าวเพียงถุงละ 2 บาท และสามารถใช้ซ้ำได้ถึง 10 ปี ช่วยลดต้นทุนของเกษตรกรในระยะยาวได้กว่า 5-6 เท่า สามารถขายผลผลิตที่มีคุณภาพในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 2-3 เท่า ทั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เตรียมแผนต่อยอดนวัตกรรมดังกล่าว สู่เชิงพาณิชย์ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคการเกษตรและภาคประชาชนเร็วๆ นี้ ลงพื้นที่แล้วเจอปัญหา ใช้วิทยาศาสตร์บูรณาการ รศ.วรภัทร ลัคนทินวงศ์ อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าว
“จะไปปลูกอะไรได้ แห้งแล้งอย่างนี้ ปลูกได้ก็แต่ตะบองเพชร” คุณเคยได้ยินเสียงพูดประชดประชันอย่างนี้ใช่ไหม “งั้นก็ปลูกเลย ตะบองเพชร ไม่ต้องใช้น้ำเยอะ อยู่กับความแห้งแล้งได้” ความฝันเป็นจริงได้เลยขอบอก…ตะบองเพชร หรือ แค็กตัส นี่แหละ มีผู้ทำได้มาแล้วค่ะ ขายแค็กตัสแบบออนไลน์ คุณ “อุษา เกษศรี” หรือ น้องเอ๋ เธอปลูกแค็กตัสขาย ขายทางไปรษณีย์ จับใส่กล่องแล้วส่งไปขาย จากความชอบพัฒนาเป็นอาชีพ จากปลูกเล่นๆ ปลูกให้เพื่อน จนเริ่มสร้างโรงเรือนสำหรับปลูกแค็กตัสสำหรับขาย เอ๋ เกิดและโตที่เชียงใหม่ เรียนจบพยาบาล เธอประกอบอาชีพพยาบาลแต่สนใจงานสิ่งแวดล้อม หลังจากประกอบอาชีพพยาบาลมาพักหนึ่งก็ลาออก เธอก็มาช่วยงานกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมในเมืองเชียงใหม่ “กลับมาอยู่บ้าน ดูแลพ่อแม่ ก็ต้องหาอะไรทำที่เป็นของตัวเอง พอทำต้นไม้ก็ชอบ คือชอบมาตั้งแต่เด็กแล้ว ปลูกต้นไม้ ดูแลให้มันออกดอกรู้สึกสบายใจ” เธอเล่าด้วยตาเปล่งประกายที่ดูเป็นสุขจริง ตอนนี้เธอก็ยังทำงานเป็นอาสาสมัครด้านงานสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับปลูกแค็กตัสขาย “เอ๋ทำกับเพื่อนสองคน เรามีความรักในไม้อวบน้ำเหมือนๆ กัน แค็กตัสเป็นส่วนหนึ่งของไม้อวบน้ำค่ะ ความตั้งใจเริ่มต้น
อาจารย์สอนบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีทักษิณาบริหารธุรกิจ ลงทุน 1,200 บาท ปลูกเห็ดนางฟ้าภูฐานที่ระเบียงหอพัก ซอยพหลโยธิน 53 เขตบางเขน กรุงเทพฯ จำนวน 100 ก้อน โดยวางแนวนอนซ้อนกัน ใช้พื้นที่เพียง 1.5 ตารางวา ขายผลผลิตให้เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง สร้างรายได้สัปดาห์ละ 500 บาท มีเงินจ่ายค่าหอพักสบายๆ นอกจากนั้นยังต่อยอดความรู้ด้วยการสร้างโรงเพาะเห็ดขนาดเล็กเพื่อให้นักเรียนมาศึกษาหาความรู้อีกด้วย เอกรัตน์ พัฒชู หนุ่มสุราษฎร์วัย 25 ปี กำลังศึกษาปริญญาโท สาขาบริหารจัดการองค์การ มหาวิทยาลัยเกริกปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะวิชาการบัญชีที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีทักษิณาบริหารธุรกิจ อาจารย์เอกรัตน์ เผยว่า ก่อนจะมาเป็นอาจารย์สอนบัญชี เคยทำงานเป็นผู้จัดการที่ร้านอาหารข้าวต้มขาไก่ จากนั้นไม่นานลาออกไปเป็นอาจารย์สอนบัญชี และปลูกเห็ดนางฟ้าภูฐานที่ระเบียงหอพัก โดยลงทุน 600 บาท ซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะ 50 ก้อน หลังจากนั้นเมื่อเห็ดออกดอก และเริ่มขายได้ จึงซื้อมาเพิ่มอีก 50 ก้อน โดยวางตามแนวระเบียง รดน้ำทุกเช้าโดยรดจากด้านบน ปล่อยให้น้ำซึมไหลลงมายังชั้นล่างสุด “ผมหาความรู้การเพาะเห็ดจากอินเตอร์เน็ต และกรมวิชาการเกษตร
ใครมีที่ดินข้างบ้านว่างๆ วันนี้จะมาชวนปลูก อ้อยสำหรับงานแต่ง ในประเพณีงานแต่งงานไทย มักจะต้องมีกล้วยและอ้อยในพิธี ซึ่งอ้อยงานแต่ง จริงๆ ก็คืออ้อยควั่น หรืออ้อยคั้นน้ำทั่วไปนี่ล่ะ แต่วิธีการปลูกอาจจะละเมียดละไม ขึ้นไปอีกนิด นั่นคือ ต้องมีลำต้นที่ตรงสวย สูงได้ขนาด ต้นและใบสมบูรณ์ดี แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ราคา อ้อยควั่น หรืออ้อยคั้นน้ำทั่วไป ขายกันอยู่ไม่เกินลำละ 5-10 บาท แต่อ้อยงานแต่ง ที่มักจะต้องใช้ 5 ลำ (ประเพณีภาคกลาง) ขายได้ราคาถึง 300 บาท หรือที่ขายกันทางอินเตอร์เน็ท ที่เป็นอ้อยคู่ (สองลำ) สำหรับพิธีมงคลทั่วไป ขายกันคู่ละ 500 บาท ดังนั้น หากมีที่ดินข้างบ้านว่างๆ พื้นที่เพียงเล็กน้อย ก็สามารถปลูกอ้อยสำหรับงานแต่ง หรืออ้อยงานพิธี เป็นรายได้เสริมในภาวะเศรษฐกิจขาลง พันธุ์อ้อยสำหรับปลูก ส่วนใหญ่ เรียกว่า พันธุ์สิงคโปร์ มีลักษณะลำต้นอวบ เปลือกออกสีเหลืองอมเขียว ชานนิ่ม ควั่นกินได้อร่อยมาก การปลูก ใช้ท่อนพันธุ์ที่มี 3 ตา ยาวประมาณ 1 ฟุต กลบดินหนา 3-5 เซนติเมตร ปลูกในดินร่วนปนทราย ใส่ปุ๋ยคอก-รองก้นหลุม และให้น้ำสม่ำเสมอ ต้องการแดดจัด ประมาณ 6-8 เดือน สูงประมาณ 2 เมตร พอที่จะตัดใช้งานได้ ส
หลายๆ คนมักนึกถึงบางช่วงเวลาในวัยเด็กที่มีความสุข และอยากย้อนกลับไปทำอะไรซนๆ แบบนั้นอีก เพื่อเติมเต็มรอยยิ้มบนใบหน้า เชื่อว่าหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของเด็กๆ ที่ยังประทับใจไม่รู้ลืมสำหรับหลายคน คงต้องมีกิจกรรมปีนต้นไม้ ไต่เชือก ห้อยโหนโจนทะยาน ซึ่งก็อาจได้แผลมากน้อยตามความซนของแต่ละคน อาจจะแถมโดนตีเป็นรางวัลพิเศษ ความสุขที่หลบซ่อนอยู่ในวัยเยาว์นี้ จุดประกายให้เกิดธุรกิจท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่ปลุกความซนของผู้คนออกมา และสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแบบไม่น่าเชื่อ บีบีซี หยิบยกกรณีของ “รีเบกก้า” และ “ทริสแทม เมย์ฮิว” เจ้าของธุรกิจท่องเที่ยวแนวผจญภัยในอังกฤษ ที่มองว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้มีไว้เฉพาะวัยเด็กเท่านั้น รีเบกก้า เล่าย้อนว่า เธอปิ๊งไอเดียนี้ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน หลังจากเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยพากันเล่นสนุกกับการปีนป่ายต้นไม้ในชนบทของฝรั่งเศส ระหว่างที่เธอเดินทางไปเที่ยว เลยคิดว่าทำไมไม่ลองทำกิจกรรมอะไรเพื่อตอบสนองผู้คนที่หลงรักช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งยังไม่มีใครทำในอังกฤษ ประกอบกับการที่ทั้งสองคนอยากลาออกจากงานประจำอยู่แล้ว ทั้งคู่เลยตัดสินใจตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า “โก เอป” (Go Ape) เพื่อทำธุรกิ
การเลือกเห็ดมาปรุงอาหารแม้จะใช้ความละเอียดถี่ถ้วนและเลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ แต่บางแห่งก็มิได้หมายความว่าจะปลอดภัยอย่างแท้จริง ในยุคผู้บริโภค 4 G โดยเฉพาะคนเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร จึงเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อดอกเห็ดแล้วหันมาเพาะเลี้ยงดอกไว้เพื่อบริโภคเองเพราะมองว่าปลอดภัยกว่า อีกทั้งวิธีการเพาะ-เลี้ยงก็ง่าย สะดวก เปิดดูได้จากสมาร์ทโฟน แล้วยังเป็นงานอดิเรกไปในตัว หรือบางรายประสบความสำเร็จดีมากเลยถือโอกาสเลี้ยงสร้างรายได้เพิ่มอีกทาง ปกติแหล่งผลิตก้อนเห็ดจะอยู่ตามจังหวัดต่างๆ จึงอาจเป็นปัญหา/อุปสรรคหากต้องออกตระเวนซื้อ แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าในเมืองหลวงใหญ่แห่งนี้จะมีแหล่งผลิตก้อนเห็ดจำนวนนับหมื่นก้อนต่อเดือน สามารถรองรับความต้องการคนกรุงที่รักสุขภาพได้อย่างเต็มที่ บนเนื้อที่กว่า 80 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 100/163 หมู่บ้านอมรพันธ์ 9 ซอยเสนานิคม 42 แยก 14 แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ และเป็นสถานที่ตั้งของฟาร์มเห็ดขนาดมินิ ที่ชื่อ “ฟาร์มเห็ดกลางกรุง ครูจัน” แม้จะดูไม่ใหญ่แต่ฟาร์มเห็ดแห่งนี้สามารถผลิตก้อนเห็ดได้เดือนกว่าหลายหมื่นก้อน มีลูกค้าทั้งในเขตกรุงเทพฯ/ปริมณฑล จำนวนมากมา
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ภายหลังจากที่ทางชลประทานได้มีการขอความร่วมมือกับเกษตรกรในพื้นที่ติดกับลุ่มน้ำลำตะคอง ขอให้หยุดการเพาะปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากปริมาณน้ำกักเก็บที่เหลืออยู่ 105.519 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 33.55 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร นั้นไม่เพียงพอต่อการจัดส่งให้กับเกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวนาปรังได้ เนื่องจากต้องรักษาปริมาณน้ำกักเก็บไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ดังนั้นจึงขอความร่วมมือกับเกษตรกรให้งดปลูกข้าวนาปรังแล้วหันไปปลุกพืชใช้น้ำน้อยแทน ล่าสุด เกษตรกรในพื้นที่บ้านมะกอก หมู่ที่ 9 ตำบลสีมุม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทีเคยใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี หันมาทำเป็นพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ ต้นกระเพราะ , ผักสลัด , แตกกวา , ต้นหอม ,มะเขือ และใบโหรพา ในช่วงที่ไม่ได้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรัง หลังจากที่ทางอำเภอ และทางชลประทานขอความร่วมมือ ทั้งนี้ก็เพื่อเอาไว้จำหน่ายเพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ไม่ได้เพาะปลุกข้าวนาปรัง อีกทั้งก็ยังสามารถเอาไว้บริโภคในครัวเรือนเพื่อลดค่าจ่ายในครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง นางจันทร์ ประณีตพลกรัง
ปลากราย เป็นสัตว์น้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง หนอง และบึง เกือบทั่วประเทศ โดยชื่อที่เรียกกันของแต่ละพื้นที่ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามถิ่น เช่น ภาคเหนือ เรียกว่า ปลาหางแบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า ปลาตองกราย เป็นต้น ปลากรายเป็นปลาประเภทกินเนื้อ ซึ่งอาหารที่หากินตามธรรมชาติ ได้แก่ ตัวอ่อนของแมลง กุ้งฝอย ลูกปลาขนาดเล็ก และสัตว์น้ำอื่นๆ ปลากราย มีลักษณะลำตัวยาวบาง แบนข้าง ส่วนหัวมีขนาดที่เล็กเว้าเป็นสันโค้ง ลักษณะที่เด่นของปลากรายคือ เหนือครีบก้นจะมีจุดสีดำค่อนข้างใหญ่ ประมาณ 5-10 จุด เรียงเป็นแถว สีของตัวปลามีลักษณะเป็นสีขาวเงิน ฤดูวางไข่ที่เหมาะสมของปลากรายอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-ตุลาคม ปลากราย เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะนิยมนำมาขูดเอาเนื้อเป็นการเพิ่มมูลค่า เพราะจำหน่ายได้ราคาที่แพงกว่าปลาที่จำหน่ายเป็นตัว การนำเนื้อปลากรายมาปรุงอาหารนั้น สามารถทำได้หลากหลายเมนู เช่น ทอดมันปลากราย ลูกชิ้นปลากราย เป็นต้น ซึ่งคนส่วนใหญ่นิยมรับประทาน เพราะเนื้อปลามีรสชาติดี มีความนุ่มหนึบ ซึ่งปัจจุบัน ปลากราย ที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มมีจำนวนที่ลดน้อยลง จึงได้มีการเพาะพันธุ์และมีการเลี้ยงเป็นอ
