How to
หากถามถึงบาร์เบอร์ดังย่านถนนข้าวสาร O’Boy BARBER Shop เป็นร้านตัดผมแนวๆ ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีย่านถนนข้าวสาร เปิดบริการที่ชั้น 2 ของร้านอาหารกรกฎา ซึ่งเป็นตึก 2 ชั้นอยู่ใกล้ปากซอยสามเสน 1 ต้น-พอพล ชั้นไพบูลย์ เจ้าของร้าน พ่อค้าสินค้าสไตล์ย้อนยุคที่ผันตัวเองมาเอาดีด้านช่างผม ร่ำเรียนวิชาช่างตัดผมเป็นเรื่องเป็นราวที่วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพฯ จรัญสนิทวงศ์ 35 และโรงเรียนอาจารย์เล็ก ปิ่นเกล้า จากนั้นหาประสบการณ์จนได้ไปสอนตัดผมให้คนรู้จักที่ประเทศสิงคโปร์ ที่เปิดบาร์เบอร์แห่งนี้เพราะรุ่นน้องซึ่งเซ้งอาคารเปิดร้านอาหาร เห็นว่าชั้น 2 ยังว่างอยู่จึงมาชวนให้เปิดร้านตัดผม ดูทำเลแล้วโอเค ผู้คนพลุกพล่านจึงตกลง ถึงวันนี้เปิดบริการมาได้ปีครึ่งแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทรงผมยอดนิยมยังเป็นรองทรงสูง-ต่ำและไถสั้นสูง และตัดทรงตามใจลูกค้า ส่วนลูกค้าผู้หญิง ร้านยึดการตัดแต่งทรงที่คงความเป็นผู้หญิงไว้ แม้จะเป็นผมสั้นแต่ไม่ให้ทรงผมออกมาดูแข็งและดุดันจนเกินไป ทางร้านยังมีผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมของตัวเองในชื่อ O’Boy Hair Pomade ที่หุ้นกับ
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ตลาดการค้าชายแดนบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ประมงพื้นบ้านชาวกัมพูชา จำนวน 3 ลำ บรรทุกหอยแมลงภู่เต็มลำ มาส่งขายให้กับนางไพศรี อำพร อายุ 72 ปี แม่ค้าชาวไทยที่มานั่งรอรับซื้อหอยแมลงภู่ ในราคากิโลกรัมละ 8 บาท โดยมีแรงงานชาวกัมพูชากว่า 20 คน ช่วยกันตัดหอยแมลงภู่ใส่กระสอบ กระสอบละ 30 กิโลกรัม และนำขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่บนฝั่งให้เต็มคันคันละ 100 กระสอบ พร้อมส่งต่อไปยังตลาดในต่างจังหวัดตราด เช่น กรุงเทพมหานคร นางไพศรี กล่าวว่า รับซื้อหอยแมลงภู่ มาตั้งแต่เดือนธันวาคม โดยจะมีชาวประมงพื้นบ้าน จ.เกาะกง ประเทศเทศกัมพูชา ที่เพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ในทะเลกัมพูชา เมื่อโตเต็มวัยก็จะเก็บหอยแมลงภู่ มาส่งขายที่ฝั่งไทย โดยผ่านขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง 1 วัน จะมีเรือประมงจากประเทศกัมพูชาบรรทุกหอยมาส่งขายวันละประมาณ 3-5 ลำ โดย 1 ลำ จะบรรทุกหอยแมลงภู่ประมาณ 5 ตัน หรือ 5,000 กิโลกรัม โดยแม่ค้าชาวไทยที่รับซื้อจะมี 2 เจ้า แบ่งพื้นที่รับซื้อกันไประบายหอยแมลงภู่ออกสู่ตลาด ในราคากิโลกรัมละ 9 บาท นอกจากนี้ ยังมีหอยแมลงภู่ อีกราคาที่ส่งขาย จะเป็นหอยแมลงภู่ที่ทำความสะอาดเรียบร้
อาชีพขายน้ำชง ร้านกาแฟโบราณ ที่มิใช่มีแต่กาแฟเย็น กาแฟร้อน แต่ยังรวมถึง ชาเย็น ชาดำเย็น เก๊กฮวย กระเจี๊ยบ ชาเขียว ชามะนาว โอเลี้ยง ฯลฯ ยังเป็นอาชีพที่หลายคนบอกว่า ยังไปได้ แน่นอนว่า อาชีพนี้ มีคนทำอยู่มาก ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคนไทยก็คุ้นชินกับเครื่องดื่มเหล่านี้ เนื่องจากราคาไม่สูง สั่งง่าย ทันใจ รสชาติหวาน เย็นชื่นใจ เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า อาชีพนี้ ยังไปได้หรือไม่ได้ อาจจะขึ้นอยู่กับ รสชาติ ทำเล ความสะอาดและการตั้งราคา คุณเชษฐา ใจใส ทำอาชีพนี้ และเรียกได้ว่าอยู่ในวงการนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว เริ่มต้น เขาทำเครื่องดื่มประเภทนี้จำหน่าย ต่อมาผันตัวเป็นผู้ให้ความรู้ อบรมอาชีพให้กับผู้สนใจ สร้างลูกศิษย์ลูกหาไปมากกว่า พันคน ปัจจุบัน คุณเชษฐา ก็ยังทำหน้าที่นี้ แต่ไปโฟกัสจริงจังกับเรื่องเมล็ดกาแฟ สำหรับผู้ที่จะเปิดร้าน รวมทั้งให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องคั่วกาแฟ แบบมืออาชีพ พูดง่ายๆว่าใครอยากเปิดร้านกาแฟ ไปที่เขาคนนี้คนเดียว ตอบคำถามได้หมดทุกเรื่อง แต่สำหรับ สิ่งที่จะนำมาบอกเล่าใน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”วันนี้ เป็นเรื่องการเข้าสู่อาชีพ การทำเครื่องดื่มกาแฟโบราณ ทั้งในการลงท
ปัจจุบัน มีเครื่องหนังแบรนด์ไทยจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จทั้งยอดขาย และมีชื่อเสียงโด่งดังถึงขนาดไปแจ้งเกิดในเวทีตลาดโลกได้ หนึ่งในนั้นคือ วารา (VARA) แบรนด์เครื่องหนังแฟชั่นของดีไซเนอร์คลื่นลูกใหม่พันธุ์ไทยที่ใช้เวลาเพียงปีเศษ สามารถสร้างยอดขายได้สูงเกือบ 10 ล้านบาท ทำตลาดทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ธุรกิจนี้บริหารงานโดย “รวิวรรณ วรสินสิริ” หรือ คุณจีจี้ ทายาทเจ้าของกิจการโรงงานผลิตกระเป๋าหนังแท้ ที่สั่งสมประสบการณ์มากว่า 50 ปี ธุรกิจเดิมกงสี คือ ต้นทุน ปั้นตลาดใหม่ รุ่งกว่าเดิม คุณจีจี้ เล่าว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่เปิดโรงงานผลิตกระเป๋าหนังแท้และกระเป๋าประเภทล้อลาก เห็นการเติบโตของธุรกิจนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งเดือนกันยายน 2014 ต่อยอดธุรกิจกงสีด้วยการแยกตัวออกมาสร้างแบรนด์เครื่องหนังเอง เจาะกลุ่มผู้หญิงชอบเครื่องหนังแฟชั่นคุณภาพดี ดีไซน์ล้ำ รวมถึงโหมทำการตลาดออกงานอีเว้นต์ทั้งปีมากถึง 50 งานเลยทีเดียว คุณจีจี้จบการศึกษาปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ทำงานแวดวงสื่อโฆษณา บริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง ราว 6 ปี เรียกว่าสั่
ถึงขั้นสะพรึง ขนหัวลุก สำหรับเคสมือถือร้าน Death Store อุปกรณ์ป้องกันโทรศัพท์มือถือไม่ให้เป็นรอยสุดสยองแนว Horror Art เจาะกลุ่มคนชอบความแปลกแหวกแนว ไม่ว่าจะเป็นรูปผี ดวงตาปีศาจ สมองสุดสยอง ฯลฯ เอาใจคนชอบงานหลอน น่ากลัวฝุดๆ เรียกว่าเป็นการฉีกกฎเคสมือถือธรรมดาๆ ให้กลายมาเป็นเคสปีศาจชนิดไม่ซ้ำใคร รายแรกรายเดียวในไทยที่เห็นแล้วต้องทึ่ง จากทำไว้ใช้เอง กลายเป็นธุรกิจ ไม่ทันตั้งตัว คุณวิลาวัณย์ อ้นมั่น หรือฝ้าย สาวน้อยวัย 24 ปี เธอบอกกับเส้นทางเศรษฐีว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแนวสยองขวัญ ส่วนตัวชอบศิลปะแขนงนี้ด้วย เลยใช้ความรู้ที่ได้จากการเรียนคณะประติมากรรมมหาวิทยาลัยนเรศวร มาปั้นเคสมือถือไว้ใช้เอง และเนื่องจากผลงานที่ออกมาเป็น 3 มิติ ค่อนข้างน่ากลัวเหมือนจริง คนใกล้ตัวร้องว๊ายหวาดกลัว แต่ขณะเดียวกันคนกลุ่มหนึ่งกลับชอบ เลยเป็นที่มาของธุรกิจเมื่อปลายปี 2558 “ฝ้ายทำเคสมือถือไว้ใช้เอง เรียกแนว Horror Art เพื่อนบางคนเห็นชอบมาก เรียกร้องให้ทำขาย เลยลองขายเป็นเรื่องเป็นราวผ่านเฟสบุ๊ก และอินสตาแกรมของตัวเอง พอมีเพื่อนของเพื่อนมา เห็นต่างก็บอกต่อ ปากต่อปาก บางคนแชร์ต่อมีทั้งรังเกียจและเจตนาดี จากจุด
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 พื้นที่อำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่หลักของการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ข้าว และผักบุ้ง โดยเฉพาะพริกซึ่งเป็นผักที่เกษตรกรให้ความสนใจ และนิยมปลูกกันเป็นจำนวนมากส่งผลให้ปัจจุบันราคาพริกบางชนิด ขณะนี้เกิดปัญหาราคาตกต่ำลง ทางเกษตรอำเภอจึงเตรียมหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในการนำพริกมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ไม่ลำบาก นายสนอง ทองจาด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.จอมประทัด อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ที่บ้านปลูกพริกประมาณ 4 ไร่ ร่วมกับบวบงู ใช้เวลาปลูกจนถึงเก็บผลผลิตประมาณ 3 เดือน โดยราคาพริกจะขึ้นลงอยู่กับท้องตลาดว่ามีการปลูกมากหรือน้อย เช่น พริกกระเหรี่ยงใช้เวลาตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บผลผลิตได้ประมาณ 4 เดือน ขณะนี้ขายอยู่กิโลกรัมละ 65 บาท เก็บต่อครั้งห่างกันประมาณ 10 วัน ได้ผลผลิตประมาณ 200-300 กิโลกรัม และจ้างคนเก็บอีกกิโลกรัมละ 13 บาท จะได้เงินค่าขายพริกกะเหรี่ยงต่อครั้งประมาณ 20,000 บาท ขณะที่พริกกระเหรี่ยงหากราคาจะอยู่ประมาณ 65 บาท สามารถเก็บผลผลิตได้นานประมาณ 2 เดือน หักค่าปุ๋ย ค่ายาต่างๆแล้ว จะเหลือเงินจากการปลูกพริกประมาณ 30,000 บาท ข
เรื่องโดย : วินดี้ สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ผู้อ่านที่น่ารักทุกคน เฮลท์คิทเช่น ขอแนะนำอาหารมื้อเช้าง่ายๆ จากวัตถุดิบเหลือใช้ในตู้เย็นค่ะ เพื่อนๆ เคยมีประสบการณ์ของเหลือในตู้เย็นไม่รู้จะจัดการอย่างไรไหมคะ จะทิ้งก็เสียดาย อย่างเช่น ไข่ขาวจากการแยกนำไข่แดงไปทำขนม หรือจะเป็นน้ำสต๊อกที่ต้มผักทานมื้อเย็น วันนี้ขอชวนเพื่อนเปิดตู้เย็น จัดการวัตถุดิบในตู้เย็น นำมาทำอาหารมื้อง่ายๆ (เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ของใหม่ที่เราจะไปช็อปปิ้งจ่ายตลาดครั้งต่อไป ฮ่าๆ) วัตถุดิบวันนี้ของวิน เห็นจะเป็นเมนูใดไม่ได้นอกจากโจ๊กไข่ขาว (egg white congee) เป็นเมนูที่คนรักสุขภาพ ทานคลีนรู้จักกันเป็นอย่างดี หรือเพื่อนๆ คนไหนยังไม่เคยลองเมนูนี้ เตรียมวัตถุดิบตามไปด้วยกันเลยก็ได้ค่ะ แล้วเรามาลองทำกัน ได้พลังงาน และโปรตีนจากไข่ขาว และเนื้ออกไก่ แต่มีปริมาณแคลอรีต่ำค่ะ ทานอิ่มไม่กลัวอ้วน มื้อเช้าอยู่ท้องไปถึงมื้อกลางวัน ส่วนผสม มีดังนี้ค่ะ ไข่ขาว น้ำต้มสุก หรือน้ำสต๊อกผัก อกไก่บด แคร์รอต กระเทียม น้ำมันมะกอก น้ำมันงา ขิง ต้นหอม วิธีทำ ปริมาณไข่ขาวที่วินใช้ อัตราส่วนต่อน้ำซุปคือ 2 ต่อ 1 นะคะ ให้ปริมาณไข่ขาวมากกว่าน้ำ ไม่อย่างนั้นจะก
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหน้าแล้ง ชาวนา จ.สุรินทร์ ที่ว่างเว้นจากงานหลัก ต่างพากันหาอาชีพเสริม เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ซึ่งในหลายพื้นที่ ก็มีอาชีพเสริมที่แตกต่างกันไป โดยพื้นที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เกษตรกรใช้เวลาว่าง เก็บผลตาลสดมาปาดขาย ภาษาเขมรท้องถิ่นสุรินทร์ เรียกว่า ตะหนอด ข้างถนนสาย ปราสาท-ช่องจอม บริเวณด้านหน้าบ้านบัลลังก์ ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบว่า มีพ่อค้ารายหนึ่ง ได้นำผลตาลสด ติดเครือมาเต็มกระบะหลังรถยนต์ปิ๊กอัพ และกางร่มขนาดใหญ่บังแดด สมาชิกในครอบครัวใช้มีดปาดตาลกันแบบสด ๆ ส่วนลูกค้าก็จะเป็นผู้ที่สัญจรผ่านไปมา และมีลูกค้าประจำที่ชอบแวะซื้อ เพราะหากินยาก นางสุภาพร ดาศรีทอง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 479 ม.10 ต.นอกเมือง องเมือง จ.สุรินทร์ ลูกค้าขาประจำ กล่าวว่า ตนมาซื้อไปทำลูกตาลลอยแก้ว และนำไปปอกกินธรรมดาก็ได้ ผ่านมากจะแวะซื้อเป็นประจำ ขาย 3 ถุง 100 บาท ปกติถุงละ 35 บาท ถ้าซื้อเยอะ ก็จะลดเหลือ 3 ถุง 100 บาท เมนูเด็ด ส่วนมากจะเอาไปทำของหวาน เป็นลูกตาลลอยแก้ว ช่วยดับกระหายและดับร้อน ด้าน นายจักรภูมิสิทธิ์ วรรณบันเทิงกูล อายุ 35 ปี พ่อค้าตาลโต
ปัจจุบันอุปกรณ์พลาสติกบนโต๊ะอาหารแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ช้อน ส้อม และมีดพลาสติก กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและใช้กันมากขึ้นทั้งในร้านอาหารจานด่วน ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์มาเก็ต รวมทั้ง ในงานพิธีต่าง ๆ อาทิ งานจัดแสดงนิทรรศการ งานประชุมสัมมนา การแสดงคอนเสิร์ต และงานรื่นเริงอื่นๆ เนื่องจากพกพาสะดวก น้ำหนักเบา ไม่ต้องทำความสะอาด สามารถทิ้งได้ทันทีเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว อย่างไรก็ตามอุปกรณ์พลาสติกดังกล่าว ส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกฐานปิโตรเลียมที่ไม่สามารถแตกสลายได้ทางชีวภาพ ส่งผลให้มีปริมาณขยะพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ประกอบกับการขาดแคลนวัตถุดิบปิโตรเลียมก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ รศ.ดร.รังรอง ยกส้าน รศ.ดร.รังรอง ยกส้าน รศ.ดร.น้ำฝน ลำดับวงศ์ และ ผศ.ดร.อำพร เสน่ห์ ทีมผู้วิจัยจากภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จจาก การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการผลิต ช้อน ส้อม และมีดพลาสติกจากแป้งมันสำปะหลัง อุปกรณ์พลาสติกบน โต๊ะอาหารสำหรับการใช้งานครั้งเดียวแล้วทิ้ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากแหล่งวัตถุดิบที่หาใหม่ทดแทนไ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โชว์ “ถุงห่อชมพู่ หวานแน่ กรอบนาน” นวัตกรรมรางวัลสิ่งประดิษฐ์แห่งชาติ ประจำปี 2560 จากสภาวิจัยแห่งชาติ (วช.) นวัตกรรมที่ทำให้ชมพู่มีสีแดงสวยงามสม่ำเสมอ รสชาติหวานขึ้นกว่าเดิม 40 เปอร์เซ็นต์ เนื้อแน่นกรอบกว่าเดิม 2 เท่า แก้ปัญหาเรื่องคุณภาพชมพู่ หนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจส่งออกสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศที่ส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนที่เป็นคู่ค้าหลัก นวัตกรรมดังกล่าวจะทำให้ไม่มีการตีกลับจากต่างชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันกับชมพู่ของไต้หวันได้ในอนาคต โดยต้นทุนการผลิตถุงนวัตกรรมดังกล่าวเพียงถุงละ 2 บาท และสามารถใช้ซ้ำได้ถึง 10 ปี ช่วยลดต้นทุนของเกษตรกรในระยะยาวได้กว่า 5-6 เท่า สามารถขายผลผลิตที่มีคุณภาพในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 2-3 เท่า ทั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เตรียมแผนต่อยอดนวัตกรรมดังกล่าว สู่เชิงพาณิชย์ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคการเกษตรและภาคประชาชนเร็วๆ นี้ ลงพื้นที่แล้วเจอปัญหา ใช้วิทยาศาสตร์บูรณาการ รศ.วรภัทร ลัคนทินวงศ์ อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าว
