How to
คนมาเที่ยวภาคเหนือล้วนต้องร้องขอชิมขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือที่คนในพื้นที่ที่เรียกตัวเองว่า “คนเมือง” พากันเรียกขนมเส้นน้ำเงี้ยว กันอย่างเอิกเกริก เรียกว่าเป็นอาหารพื้นเมืองที่ถูกเรียกหามากที่สุด ไม่แพ้ข้าวซอย แต่ทั้งขนมเส้นน้ำเงี้ยวกับข้าวซอยนี่ ไล่เรียงกันไปแล้วก็หาได้ใช่ของพื้นถิ่นแท้มาแต่ใด หากแต่ยักย้ายถ่ายเทผ่านวัฒนธรรมใกล้เคียงกันในแถบนี้มานั่นเอง แต่ละจังหวัดในภาคเหนือก็มีน้ำเงี้ยวสูตรของตัวเอง แต่ที่ยอมรับกันว่าแน่ ว่าเข้มข้นนักนั้นต้องน้ำเงี้ยวเชียงราย มีเอกลักษณ์ที่เผ็ดจัดจ้านกว่าน้ำเงี้ยวของเชียงใหม่ ลำพูน หรือลำปาง และเผ็ดกว่ามากเมื่อเทียบกับน้ำเงี้ยว “ไต” เมืองแม่ฮ่องสอน หรือน้ำเงี้ยวใสของเมืองแพร่ น้ำเงี้ยวที่จัดว่ายอดนั้นต้องรสชาติเผ็ด จุดตัดเชือกของน้ำเงี้ยวคือน้ำพริกที่จะนำมาปรุงต้องเข้มข้น ใช้วัตถุดิบดี เลือดไก่ที่นำมาใส่เป็นก้อนๆ ต้องสด และจะให้ขึ้นชั้นเทพต้องมีดอกงิ้วหรือดอกนุ่นแห้งใส่ด้วย นับว่าของจริงแน่แท้ คำว่า “เงี้ยว” นั้น เป็นคำเก่าใช้เรียกคนเชื้อสายไทยใหญ่ หรือเชื้อสาย “ไต” ที่อาศัยทางภาคเหนือของไทย ในเขตพม่าและไปถึงจีนตอนใต้ “น้ำเงี้ยว” นั้นจึงว่ากันว่ามีสูตร
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวสืบทราบว่า มีหญิงสาวที่มุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำความสามารถในการทำขนมเบเกอรี่ โดยเฉพาะขนมเค้กในกระบอกไม้ไผ่ออกวางจำหน่าย ภายใต้แนวคิด “นำป่าเข้าเมือง” จนสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว และได้รับการตอบรับจากประชาชนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ต่อมาทราบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวชื่อ น.ส.วรกานต์ อิงคุทานนท์ หญิงสาว วัย 26 ปี โดยเค้กไม้ไผ่” ในชื่อ “พุงพลุ้ย” ที่ถูกตกแต่งหน้าตาด้วยวัตถุดิบหลากหลายไม่ว่าจะเป็นครีม ฝอยทอง สตอเบอรี่สด คุกกี้ ช็อคโกแลต และสตอเบอรี่เชื่อม นั้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ล่าสุดของอำเภอสวนผึ้งไปเมื่อปี 2559 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบกับ น้องอุ้ม หรือนางสาววรกานต์ เจ้าของผลิตภัณฑ์โอทอปนี้ เปิดเผยว่า เมื่อ 2 ปีก่อนตนเองทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี และก็สนใจในการทำขนมเบเกอรี่ โดยเฉพาะขนมเค้กก็พยายามไปเรียนเพิ่มเติม และคิดว่าอยากจะกลับมาทำงานที่บ้าน กระทั่งได้กลับมาทำงานที่บ้านใน ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง ซึ่งอยู่ไกลจากตัวอำเภอสวนผึ้งอย่างมาก โดยตนเองและสามีก็จะขับรถรับจ้างรับส่งเด็กนักเรียนในวันจันทร์ถึ
หลายคนยังไม่รู้จักกรรมวิธีการบ่มเนื้อสัตว์ หรือ“Dry Age” เส้นทางเศรษฐี ขออธิบายเข้าใจกันง่ายๆ “Dry Age”คือการนำเนื้อสัตว์ชนิดใดก็ได้มาแขวนไว้ในห้องเย็น หรือตู้เย็นขนาดใหญ่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ประมาณ 0-4 องศาเซลเซียสอย่างน้อยเป็นเวลา2-4 สัปดาห์ วิธีการนี้จะช่วยเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อ เนื่องจากน้ำที่อยู่ภายในเนื้อได้ระเหยออกไป เอนไซม์ในเนื้อตามธรรมชาติจะสลายเยื่อกล้ามเนื้อ และพังผืดทำให้เนื้อคงไว้แต่เพียงความนุ่มสีสันสวยงาม เมื่อนำมาปรุงอาหารจะมีรสชาติและกลิ่นที่เฉพาะตัว ซึ่งวิธีดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูงใช้เวลานานกว่าเนื้อจะขายได้ฉะนั้นเนื้อประเภทนี้จึงมีเพียงนำเข้า แต่ทว่าปัจจุบันในประเทศไทยมีคนนำวิธีการบ่มเนื้อดังกล่าวมาใช้กับวัวสัญชาติไทย นับเป็นเจ้าแรกในประเทศก็ว่าได้ คนคนนั้นก็คือ อดีตนักร้องนำวง ซิลลี่ ฟูลส์คุณวีรชน ศรัทธายิ่งหรือคุณโต ชายหนุ่มวัย 40 ปีต้นๆ ผู้เขย่าวงการคนรักเนื้อพร้อมท้าให้ลิ้มลองกันแล้ว คุณโต เผยว่า หลังแขวนไมค์แล้วหันไปทำประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมๆ กับเผยแผ่ศาสนาอิสลามเมื่อ 2 ปีที่แล้วเริ่มต้นทำธุรกิจเนื้อวัว “Dry Age” ภายใต้แบรนด์ “Company B”โ
“เมืองไทยมีคนเก่งเยอะ แต่หลายคนการศึกษาน้อย ทำงานเป็นได้แค่ลูกจ้าง เราจึงมองถึงโอกาสที่จะให้เขาเกิดความยั่งยืนมากที่สุด นั่นก็คือให้ งาน เพราะเมื่อเขามีอาชีพ มีเงินพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว ปัญหาสังคมก็จะไม่เกิดขึ้น” คุณนพพล ตู้จินดา Country Manager-Thailand แห่ง ServisHero กล่าวถึงจุดประกายความคิดกับการเริ่มต้น แอพพลิเคชั่นที่ให้บริการดูแลทุกปัญหาเรื่องบ้านและบริการอื่นๆ ซึ่งได้รับเงินลงทุนสนับสนุนจำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ จากกลุ่มนักลงทุน Golden Gate Ventures และ Cradle Seed (กองทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมาเลเซีย) และในวันนี้กลายเป็นแอพที่มียอดดาวน์โหลดแล้วกว่า 150,000 ดาวน์โหลด สามารถช่วยให้คนในระดับรากหญ้าของไทยมีงานทำแล้วกว่า 1,000 คน และเชื่อว่าจะทำให้ได้ถึงหลักแสนคนในอนาคต ช่าง แม่บ้าน ไม่ประจำ ความต้องการของคนเมือง จากจุดเริ่มต้นต้องการให้โอกาสคนได้มีอาชีพ ประกอบกับเห็นภาพการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องของที่อยู่อาศัยจากครอบครัวใหญ่มาเป็นครอบครัวเดี่ยว ที่พักหลังใหญ่กลายเป็นคอนโดมิเนียม แต่ทว่าเวลาในการดูแลบ้านนั้นแทบไม่มี เพราะแต่ละคนต้องรับผิดชอบงานประจำ มีอาชีพ
มะม่วง ผลไม้ยอดนิยมของคนไทยที่สามารถหาทานได้ในทุกพื้นที่ แถมยังถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายให้ได้ลิ้มลองกันเป็นว่าเล่น เหมือนกับ “มะม่วงเบาแช่อิ่ม แม่อ้วน” แบรนด์น้องใหม่ที่นำมะม่วงพันธุ์เบามาแช่อิ่มด้วยสูตรเด็ดจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คุณออย-รุจิเรขา ชาญวารินทร์ อายุ 36 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของสินค้าในแบบของเธอว่า เป็นคนที่ชอบทานผลไม้มากและผลไม้สุดโปรดคือมะม่วง จนวันหนึ่ง มีเพื่อนจากภาคใต้ ซื้อมะม่วงแช่อิ่มมาฝาก พอได้ลองชิมรู้สึกว่าอร่อยที่ผ่านมาหาทานในกรุงเทพกฯหายากมาก อีกทั้งเคยลองหลายร้านแล้วรู้สึกไม่ถูกปาก เลยปรึกษากับแฟนว่าลองต่อยอดทำแบรนด์ไหม เพราะคิดว่าอาหารซื้อง่ายขายคล่องแล้วราคาไม่สูงมาก จึงติดต่อสูตรต้นตำรับที่หาดใหญ่ ทำการตลาด และนำสินค้ามาติดแบรนด์เป็นของตัวเองภายใต้ชื่อ “มะม่วงเบาแช่อิ่ม แม่อ้วน” ทำจากมะม่วงพันธุ์เบา ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองมีเฉพาะมีที่ภาคใต้เท่านั้น รสชาติอร่อย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว “อาชีพหลักทำธุรกิจทัวร์ในประเทศ พี่กับแฟนต่างมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่อยากทำงานที่มีความสุขและไม่เครียด การทำแบรนด์มะม่วงเบาแช่อิ่มขาย เหมือนกับได้ส่งต่อความอร่อย ย
ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ หน้าถัดมา เป็นเวลาอีกค่ำหนึ่ง นังสากลับมากินข้าวที่ทิดสุกตั้งไว้บนเสื่อปูนอกชานเรือนเช่นเคย แต่ สำรับค่ำนี้ ไม่มีพริกกะเกลือผักจิ้ม มีแต่แกงอะไรไม่รู้ จะต้มจืดก็ไม่ใช่ เพราะเห็นเกล็ดพริกแห้งสีแดงแล่นใบ ถั่วฝักยาวสีเขียวหั่นเป็นท่อนสั้น และชิ้นปลาสีขาวนวล อารามหิว นังสาเปิบข้าวกินจนหมดจาน ขณะล้างมือในชามที่ทิดสุกจัดไว้ให้ข้างตัว นังสาเคี้ยวข้าวยังไม่หมดปาก ก็เปรยขึ้น “ข้าว่ามันคาวปลาอยู่นะ ทีหน้าทีหลังลวกเสียก่อน หรือหาอะไรใส่ดับคาว หัดคิดมั่งซี เอ็ง” ทิดสุกพยักหน้ารับคำโดยไม่ต่อล้อต่อเถียง สามวันหลังจากนั้น นังสาได้เปิบข้าวจิ้มพริกกะเกลือและผักสดทุกเย็นย่ำ มิใช่เพราะทิดสุกแก้ลำที่ถูกต่อว่า มันไม่กล้าหรอก แต่มันยังหา “อะไร” มาดับคาวปลานั้นไม่ได้ มันจึงพายเรือไปหาหลวงตาที่วัดพนัญเชิง ซึ่งนอกจากจะเก่งเรื่องทำตะกรุดแจกชายฉกรรจ์ไปรบทัพจับศึกแล้ว ยังชำนาญเรื่องตะโกดัด ทั้ง ว่านสมุนไพร และเครื่องเข้ายากลางบ้านอย่างหาตัวจับยาก หลวงตาไขปัญหาให้มันอย่างเอ็นดู อารามลิงโลด ทิดสุกจ้ำเดินกลับบ้านโดยไม่ลืมหนีบไม้พายกลับไปด้วย ในไถ้คล้องคอ ได้กระชายมาเหง้าหนึ่ง ซึ่งเหลื
ผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นสินค้าตลาดบน การผลิตต้องได้คุณภาพ ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จต้องเตรียมพร้อมเรื่องทุน เพราะมีการก่อสร้างโรงเรือนและอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ระบบน้ำ รวมทั้งแหล่งน้ำสะอาด ตลาดระบายสินค้าต้องมี เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือตลาดชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่ง เทคโนโลยีนั้นหาได้ไม่ยากแต่ควรเตรียมไว้ให้พร้อม สิ่งสำคัญรถห้องเย็นขนาดเล็ก ใช้ขนส่งจากแหล่งผลิตไปยังตลาด นอกจากนี้แล้วคุณต้องผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพและปริมาณป้อนตลาดอย่างสม่ำเสมออย่าให้ขาด ที่ผ่านมาเคยมีข่าวว่า ผักไฮโดรโปนิกส์เกิดจากการสะสมไนเตรตสูง เป็นพิษต่อร่างกายของผู้บริโภค แต่ในความเป็นจริงยังไม่มีข้อมูลในเชิงวิชาการมาสนับสนุน แม้ในประเทศญี่ปุ่นก็ยังนิยมบริโภคกัน เพราะว่าญี่ปุ่นมีพื้นที่ทำการเกษตรจำกัด และมีอากาศหนาวเย็นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 เดือน ในแต่ละปี พืชผักที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์จึงมีความจำเป็นในสังคมญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้ แหล่งศึกษาดูงาน ผมแนะนำให้ไปเยี่ยมชมที่ฟาร์มไฮโดรโปนิกส์ ของ ครูเฒ่า อยู่ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ หาไม่ยากครับ ท่านบอกว่ายินดีต้อนรับ
ช่วงหน้าร้อน ฤดูแล้งของทุกๆ ปี ราคามะนาวแพงหูฉี่ พ่อค้า แม่ค้า หรือเราๆ ท่านๆ ที่ใช้มะนาวปรุงอาหารเดือดร้อนกันไปทั่วหน้า บางคนก็เลี่ยงไปใช้ผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่นที่มีตามท้องถิ่นในแต่ละภาคนั้นๆ แทนไปก่อน อย่างเช่น มะขามสด มะขามเปียก ตะลิงปลิง ระกำ มะดัน เม่า หรือผักส้มป่อย ใบชะมวง และอื่นๆ อีกมากมายหลายชนิด ซึ่งพอปรุงเป็นอาหารหรือเมนูต่างๆ ก็จะได้รสชาติความอร่อยแซ่บแตกต่างกันไป เพราะรสเปรี้ยวของผลไม้แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน บางชนิดก็เปรี้ยวปี๊ดจนเข็ดฟัน บางชนิดเปรี้ยวนุ่มนวล กลมกล่อม และบางชนิดเปรี้ยวๆ หวานๆ สำหรับคนภาคใต้มีพืชพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่ให้รสเปรี้ยวได้ดี และมีรสชาติอร่อย คือ ลูกเขาคัน หรือ ลูกเถาคัน ซึ่งชาวบ้านพื้นถิ่นส่วนมากจะนิยมนำมาใส่เพิ่มรสชาติในแกงส้ม เพราะเขาคันมีรสเปรี้ยวในตัว เอามาแกงส้มกับปลาสดๆ บอกว่าหรอยอย่างแรงนิ ใครไม่เคยลอง ต้องแคบๆ เลย (รีบๆ) หากท่านมีโอกาสผ่านมาทางภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ลองแวะเข้าไปตามตลาดนัดที่ชาวบ้านมักเอาของพื้นบ้านมาวางขาย จะเห็นมีลูกเขาคัน หรือเถาคันมาวางขายทุกนัด คนแก่ๆ ท่านบอกไว้ว่า ลูกเขาคัน เป็นพืชสมุนไพรที่นอกจากจะให้รสเปรี้ยวแล้
เทศกาลตรุษจีน เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ทำให้ย่าน “เยาวราช” เต็มไปด้วยสีสันบรรยากาศคึกคักที่สุดของปี ในฐานะ “ไชน่าทาวน์” เป็นย่านค้าขายของคนเชื้อสายจีนมาเนิ่นนาน อายุที่ยาวนานของถนนสายนี้ช่วยสั่งสมเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว นอกจากเป็นย่านธุรกิจการค้า ยังถูกจดจำในฐานะถนนสายวัฒนธรรม นอกจากร้านค้าส่ง ร้านทอง เยาวราชยังขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ไหว้พระขอพร และเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยยามค่ำคืน อายุที่ยาวนานของถนนสายนี้ช่วยสั่งสมเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว นอกจากเป็นย่านธุรกิจการค้า ยังถูกจดจำในฐานะถนนสายวัฒนธรรม นอกจากร้านค้าส่ง ร้านทอง เยาวราชยังขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ไหว้พระขอพร และเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยยามค่ำคืน แม้โรงหนังห้างร้านชื่อดังบางแห่งจะถูกแทนที่ด้วยธนาคารและโรงแรม พร้อมราคาที่ดินที่พุ่งสูง แต่เยาวราชทุกวันนี้ก็ยังไม่คลายกลิ่นอายย่านค้าขายคนจีน ความเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่คนเยาวราชต้องปรับตัวรับมือ เมื่อวันนี้คนที่เดินผ่านไปมาบนท้องถนนไม่ได้มีเพียงลูกค้าที่ซื้อขายกัน แต่ยังมีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาจนย่านนี้กลายเป็นทำเลทอง อธิปทรรศน์ กันยาวิริยะ ทายาทรุ่นที่ 4 ของร้าน “ล.เยาวราช” โชห่วยเก่าแก่อายุก
หากย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน หลายคนมองว่า ปลาทู เป็นอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อย แต่มาในวันนี้ ปลาทู กลายเป็นสินค้าราคาแพง และมีผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลก่อเกิดรายได้ต่อผู้อยู่บนเส้นทางสายนี้ ทำเงินดี กว่าเงินเดือน ก่อร่างสร้างแบรนด์ กว่า 40 ปีแล้วที่ครอบครัวของ คุณอริยาวรรณ์ พงษ์จารุคุปต์ หรือ คุณหน่อย ประกอบอาชีพค้าขายปลาทูนึ่งเลี้ยงชีพ แต่ด้วยภาวะการแข่งขัน กอปรกับคนรุ่นใหม่ไม่สนใจสานต่อธุรกิจ ทำให้ผู้ผลิตปลาทูล้มหายตายจากลงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าคุณหน่อยกลับเห็นถึงโอกาสว่าอาชีพนี้มีความยั่งยืนอย่างแน่นอน โดยสังเกตจากจำนวนผู้บริโภคปลาทูนับวันจะสูงขึ้น ครอบคลุมทุกช่วงวัย แต่หากจะให้ยอดขายดีได้นั้น หัวใจสำคัญคือต้องสร้าง “แบรนด์” “ปัจจุบัน หาคนเข้ามาสานต่ออาชีพค้าขายปลาทูค่อนข้างยาก ทั้งๆ ที่เป็นอาชีพทำเงินได้ดีกว่างานในออฟฟิศ ดิฉันเองจึงคิดว่า เราน่าจะเข้ามาสานต่อ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ผลิตปลาทูส่วนใหญ่ คือคนรุ่นเก่า ทำตลาดไม่เป็น จึงติดอยู่กับการค้าขายรูปแบบเดิมๆ ยอดขายเริ่มตกลง เราจึงคิดว่าถ้าอย่างนั้น มาสร้างแบรนด์ดีกว่า” คุณหน่อย เล่าเท้าความถึงเหตุที่ใช้แบรนด์ “บ้านปลาทู” เพราะพ่อก
