How to
ราชบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวันตก ภูมิประเทศมีความหลากหลาย จากพื้นที่ราบต่ำลุ่มแม่น้ำแม่กลองอันอุดมสมบูรณ์ สู่พื้นที่สูงทิวเทือกเขาตะนาวศรี ทอดตัวยาวทางทิศตะวันตกจรดชายแดนไทย-พม่า นอกจากนี้ ยังถือเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผัก และผลไม้เศรษฐกิจนานาชนิด เรียกได้ว่ามีการทำการเกษตรที่หลากหลาย ส่วนด้านการประมงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดราชบุรีคือ การเลี้ยงกุ้งทะเล กุ้งก้ามกราม และปลาสวยงาม สร้างรายได้หลักพันล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว คุณวสันต์ อินคล้าย อยู่บ้านเลขที่ 179 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรในจังหวัดราชบุรี ที่เลี้ยงปลาแบบแหวกแนว โดยเลี้ยงในรูปแบบที่ไม่เน้นปลาชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เลี้ยงในรูปแบบผสมผสานหรือเรียกง่ายๆ ว่า เลี้ยงปลารวมแบบประหยัดต้นทุน ซึ่งใน 1 บ่อ มีปลามากกว่า 2 ชนิด จากการเลี้ยงวิธีนี้ทำให้เขาประสบผลสำเร็จ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เขาได้เป็นอย่างดี ทดลองทำหลากหลายอาชีพ สุดท้าย จบที่การเลี้ยงปลา คุณวสันต์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพเย็บผ้าอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อแต่งงานกับภรรยาจึงมีแนวคิดที่จะย้ายมาอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เพ
นายสุธน สังข์จันทร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง-ไก่สวยงาม อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ตนเองสะสมไก่พื้นเมืองและไก่สวยงามหลายสายพันธุ์ เช่น ไก่ดำอินโดนีเซีย ไก่ดำญี่ปุ่น ไก่ต๊อก และที่น่าสนใจมากนั้นคือ ไก่ตีนโต ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศเวียดนาม นายสุธน บอกว่า ไก่ตีนโตจากเวียดนาม มีลักษณะเด่นอยู่ที่ขาและตีนมีขนาดใหญ่ ในประเทศไทยมีการนำเข้ามาเลี้ยงได้ไม่นานนัก โดยทั่วไปไก่สายพันธุ์นี้ น้ำหนักอยู่ระหว่าง 3.5-5 กิโลกรัม แต่เคยพบใหญ่สุดมีน้ำหนักมากถึง 6 กิโลกรัม ลักษณะของพันธุ์แท้ แข้งขามีสีส้มถึงแดง “คนเห็นครั้งแรกนึกว่าเป็นไก่ที่ขาพิการ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ขาและตีนที่ใหญ่เป็นลักษณะประจำพันธุ์ ขาใหญ่ที่สุดบางตัวเท่าข้อมือของคน นอกจากเลี้ยงเป็นสัตว์แปลกแล้ว ที่เวียดนามยังใช้ประกอบอาหาร แต่เป็นอาหารในภัตตาคารหรูๆ เท่านั้น คนมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐีเท่านั้นที่มีโอกาสได้กิน ไก่ตีนโตอร่อย โดยเฉพาะส่วนของขาและตีนอร่อยมาก สามารถนำมาปรุงอาหารได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะการทอด ส่วนเนื้อก็อร่อยเช่นกัน เพราะมีมันแทรกในเนื้อ” นายสุธน กล่าว นายสุธน กล่าวว่า
ยกให้เป็นจุดแวะซื้อของฝากอันดับหนึ่งของจังหวัดชลบุรี สำหรับตลาดหนองมน และของขึ้นชื่อเบอร์ต้นๆ ก็ต้องเป็น “ข้าวหลาม” สมัยก่อนคนทานเป็นอาหาร แต่ปัจจุบันนิยมนำมารับประทานเป็นขนมหวาน ส่วนผสม มี ข้าวเหนียว กะทิ บางร้านใส่เผือก ถั่วดำด้วยฃ แต่ทว่าอยู่มาวันนึงเมื่อคนทำเค้กเกิดไอเดียอยากผสมผสานระหว่าง “เค้ก” กับ “กระบอกไม้ไผ่” ในที่สุดได้เมนูแปลกใหม่ กลายเป็น “เค้กข้าวหลาม” นับเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ชอบเค้ก และอยากลิ้มรสข้าวหลาม เพราะมีส่วนผสมทั้งมะพร้าว กะทิ กลิ่นกระบอกไม้ไผ่ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนองมน คุณมารัลยพร ธนาวรรณ หรือคุณฝน เจ้าของไอเดีย เค้กข้าวหลาม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปี 2557เปิดร้านอาหารชื่อร้าน “ La Torta” (ลา ทอร์ต้า) บนเนื้อที่ 100 ตารางวา จังหวัดชลบุรี เสิร์ฟทั้งอาหารอิตาเลียน อาหารอีสาน เมนูส้มตำที่แนะนำ คือ ส้มตำมะพร้าวอ่อน รวมถึงมีขนมเค้กหน้าต่างๆ บริการลูกค้าด้วย คุณฝน เผยว่า ร้านอาหารฟีคแบกดี ลูกค้าให้การตอบรับดีมาก เปิดได้ราวปีกว่า เกิดไอเดียอยากนำกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหนองมนมาลองทำเค้ก ลองผิดลองถูกอยู่หลายเดือน จนในที่สุดก็สำเร็จ กลายเป็นเค้กข้า
ปลาสวาย เป็นปลาน้ำจืด ขนาดใหญ่ ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ผิวหนังเรียบไม่มีเกล็ด ลำตัวเรียวยาว ลักษณะลำตัวด้านข้างค่อนข้างอวบกลม ปากกว้างทู่มีหนวดสั้นๆ ส่วนปลายหางยาวและเว้าลึกเป็นแฉก ส่วนหลังของตัวปลาสวายมีสีเข้มกว่าด้านท้อง ลักษณะเพศ ตัวผู้จะมีท้องเรียบไม่นูน พื้นท้องแข็งกว่าเพศเมีย ส่วนตัวเมีย มีลักษณะเพศที่สังเกตได้ชัดกว่าเพศผู้ คือมีส่วนท้องอูมเป่งกลมนูนออกมาเห็นได้ชัด จะวางไข่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม นอกจากจะเป็นปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว ยังนิยมเลี้ยงในบ่อดินและในกระชังอีกด้วย เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินง่าย เจริญเติบโตได้เร็ว เนื้อของปลาสวายมีรสชาติอร่อย ยังถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาด จังหวัดที่นิยมเลี้ยงปลาสวาย ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ มีทั้งเลี้ยงในกระชังขนาดใหญ่เรียงอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ และบ่อดินขนาดใหญ่ จึงถือว่าเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ในเขตพื้นที่ที่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก ยังมีพื้นที่เลี้ยงปลาสวายในบ่อดินสร้างรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันให้กับเกษตรกรรายนี้ได้เป็นอย่างดี สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่
เรื่องโดย : นันทนา ปรมานุศิษฏ์ ชาวไทยเราตื่นเต้นกับฟักข้าวว่าเป็นสุดยอดอาหารเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หลังจากที่ปล่อยให้ลูกฟักข้าวห้อยโตงเตงเน่าคาค้างอย่างไม่มีใครสนใจใยดีมาเป็นศตวรรษ เมื่อค้นพบว่าสีแดงในเยื่อหุ้มเมล็ดและสีเหลืองของเนื้อของผลฟักข้าวสุกนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ มีเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแคร์รอต และมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศอย่างทิ้งห่างหลายเท่าตัว ชาวต่างชาติรู้จักลูกไม้ชนิดนี้ในชื่อของ “Gac” ที่มาจาก “Gấc” ในภาษาเวียดนาม “แก๊ก” หรือ “กั๊ก” ออกเสียงก้ำกึ่งกัน ชาวเวียดนามรู้จักนำสีแดงจากเยื่อหุ้มเมล็ดนี้มามูนข้าวเหนียว มานานแต่โบราณ ข้าวเหนียวของเวียดนามมีสารพัด หลากหลายมากทั้งคาวหวาน เช่น ใส่ไก่ หรือใส่หมู และเครื่องในพะโล้เป็นแบบคาว หรือใส่ธัญพืชนานาชนิดทั้งข้าวโพด ถั่วทอง ถั่วลิสง และใส่แก๊ก เป็นแบบหวานที่เรียกว่า “โซยแก๊ก” หรือ “โซยกั๊ก” (Xôi gấc) แปลตรงๆ ว่า ข้าวเหนียวแก๊ก โซยแก๊กนี้ถือว่าเป็นข้าวเหนียวมูนที่นิยมกินกันในงานมงคล ทั้งงานแต่งงาน งานฉลองเทศกาลตรุษญวน หรือ เต็ต (Tết) ใช้เซ่นไหว้ขอบคุณเทพยดาฟ้าดินที่ช่วยคุ้มครองปกปักรักษาพืชผลทางการเกษตร ด้วยความเชื่อว่า สีแดงเป็นสีม
เรื่องโดย : ข่าวสดออนไลน์ ‘หนังสือ’ นอกจากบรรจุตัวอักษรที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายแล้ว สำหรับหลายคน ‘หนังสือ’ ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องความคงทนของกระดาษ ทำให้หนังสือส่วนมากมักเสียหายและชำรุดไปตามกาลเวลา และเมื่อหนังสือเสียหาย การหาซื้อหนังสือเล่มใหม่ก็ไม่อาจทดแทนความทรงจำและเรื่องราวที่มีต่อหนังสือเล่มเก่าได้ จนเมื่อมีการเกิดขึ้นของร้านซ่อมหนังสือ ที่มีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย ทำให้หนังสือที่เสียหาย สามารถกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ ผู้คนที่รักหนังสืออาจรู้จักและเรียกเขาว่า “หมอรักษาหนังสือ” แต่จากการได้พูดคุยกับ พี่กุ๊ก ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล เจ้าของร้านซ่อมหนังสือ Book Clinic การนิยามให้เขาเป็น “นักรักษาความทรงจำ” ก็คงไม่เกินเลยจากความจริงเท่าใดนัก หลังเสร็จสิ้น การปรับปรุงบ้านขนานใหญ่ พี่กุ๊ก ยินดีเปิดโฮมออฟฟิศ ให้ข่าวสดออนไลน์ ได้พูดคุยบางแง่มุมของคนซ่อมหนังสือ พี่กุ๊ก เริ่มเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านซ่อมหนังสือ มาจากได้ทำงานร้านถ่ายเอกสาร เข้าเล่มหนังสือ ตอนหลังมีลูกค้าเอาหนังสือมาให้ซ่อม เพราะชอบที่ตนเย็บหนังสือได้ดี เมื่อทำแล้วผลงานออกมาด
ฉายาร้าน“ข้าวบึ้ม” ผัดกะเพราหมู-ไก่ ขายห่อ 15 บาท คิวแน่น ขวัญใจคนงบน้อย มีกระแสของคนในโซเชียล กล่าวถึงร้านขายอาหารตามสั่งเจ้าหนึ่งที่ขายในราคาห่อละ 15 บาท แถวตลาดพรานนก พร้อมกับมีคนต่อคิวซื้อกันเป็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าว”เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงลงพื้นที่ เดินตามหาร้านดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีจริง และพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างก็รู้จักร้านดังกล่าวด้วย ร้านนี้มีชื่อว่า “วัชระโภชนา” แต่คนแถวนี้เรียกกันว่า ร้าน “ข้าวบึ้ม” พอถามไถ่ถึงชื่อของตลาด ได้คำตอบว่า คนละแวกนี้เรียกชื่อตลาดนี้ในหลายชื่อ บางคนเรียกตลาดเช้า บางคนเรียกตลาดบางกอกน้อย ซึ่งก็เรียกแตกต่างกันไป ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมถนนแยกพรานนก เจ้าของร้าน “วัชระโภชนา” คือ คุณวัชระ ไชยโชติ และ คุณอัญชลี ไชยโชติ (ภรรยา) ซึ่งสละเวลาทั้งที่กำลังผัดกะเพราและตักข้าววางบนห่อ เล่าให้ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า “เปิดร้านมากว่า 20 ปีแล้ว ขายอาหารห่อมาตั้งแต่แรกเริ่มที่ตั้งร้าน จวบจนปัจจุบัน เปิดร้านแรกๆ ก็ไม่ได้ขายดีอะไรมาก ทำเมนูอาหารตามสั่งทั่วไป มาขายดีและเป็นที่รู้จักในช่วงเทศกาลกินเจช่วงหนึ่งที่แม่ค้า-พ่อค้าในตลาด เขาขายอาหารเจกัน มีร้
ด้วยความอร่อยล้ำของน้ำราดข้าวที่เหนียวข้นกำลังดี รสกลมกล่อม ส่งกลิ่นหอม หนำซ้ำเนื้อไก่นุ่มแทบจะยุ่ยละลายในปากได้โดยไม่ต้องออกแรงบดเคี้ยว ในเมนู “ข้าวหน้าไก่” ทานคู่กับพริกชี้ฟ้าสดและผักชี ของร้านอาหารพูนเลิศ เลยเป็นที่มาว่าทำไมใครต่อใครต่างโจษจันกันมาช้านานว่าเป็นตำนานความอร่อย “ข้าวหน้าไก่ 100 ปี” วันนี้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์พาร่วมค้นหาคำตอบกับ คุณชยพร พูนล้ำเลิศ ลมหายใจรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารร้านนี้ เผยสูตรลับของตระกูล มรดกตกทอดมา 3 รุ่น คุณชยพร พูนล้ำเลิศ หรือ คุณฟั้น เล่าประวัติร้านว่า ข้าวหน้าไก่ขายมาตั้งแต่ก่อนรุ่นอากง ว่ากันว่าสมัยนั้นญาติของอากงชื่อ “เหลาะงาทิ้น” หาบข้าวหน้าไก่ห่อใบตองเร่ขาย พร้อมเป่านกหวีดเรียกลูกค้าอยู่แถวพลับพลาไชย แต่แล้วทำไม่ไหวเรียกอากงมาช่วย จากนั้นอากงก็ทำต่อมาเรื่อยๆ จากหาบขายก็มาเปิดร้านในห้องแถวไม้ 1 ห้อง เมื่อกิจการดีขึ้นก็ขยับขยายเป็นอาคารพาณิชย์ตามลำดับ รวมถึงมีเมนูอื่นเพิ่มตามมา อาทิ ข้าวเหนียวหมูแดง โกยซีหมี่ บะหมี่ราดหน้าไก่ และอาหารตามสั่งอีกด้วย เบ็ดเสร็จอายุรวมของร้านก็ 100 ปีเศษแล้ว ปัจจุบัน ข้าวหน้าไก่ของร้านอาหารพูนเลิศ หรือฉายา “ข้าวหน้าไก่
ย่านอารีย์ สนามเป้า สะพานควาย เป็นทำเลที่อยู่อาศัย ทำเลทองอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีอีกแห่ง ซึ่งมีทั้งตระกูลเก่าแก่หรือผู้มีชื่อเสียงมีอันจะกินหลายๆ ตระกูลอาศัยอยู่ในย่านนี้ ไม่ว่าจะเป็น ชุณหะวัณ อดิเรกสาร ทัพพะรังสี เป็นต้น นอกจากนี้ ในบริเวณดังกล่าวยังแวดล้อมด้วยสถานที่ราชการ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ค่ายทหาร และอีกหลายหน่วยงานที่ตั้งอยู่ย่านนี้ รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานอีกหลายแห่ง และที่สำคัญ อยู่ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ของประเทศในอนาคต จึงส่งผลให้ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายเฮโลกันไปเปิดโครงการในย่านดังกล่าว โดยจากข้อมูลการสำรวจตลาดล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ของ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ระบุว่า ทำเลสนามเป้า-อารีย์-สะพานควาย ยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยพบว่า ในครึ่งปีแรกปี 2559 มีคอนโดมิเนียม จํานวน 2,184 ยูนิต สามารถระบายออกถึง 91 เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราการขายเฉลี่ยสูงถึง 12 ยูนิต ต่อเดือน หากเป็นคอนโดฯ แนวสูง (High Ri
ฐิติกุล อยู่วิทยา หรือ พลอย หญิงสาววัย 27 ปี หลานสาวมหาเศรษฐีที่ติดอันดับโลก หนึ่งในทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” ผันตัวเป็นเจ้าของอาณาจักรสัตว์เลี้ยงครบวงจร “เพ็ทโปร กรุ๊ป” มีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง, ฟาร์มสัตว์เลี้ยง, บริการ อาบน้ำ ตัดขน, นิตยสารสัตว์เลี้ยง, โรงพยาบาล, รับจัดงานที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง, รายการทีวีสัตว์เลี้ยง, จัดพิธีฌาปนกิจสำหรับสัตว์เลี้ยง, คาเฟ่สัตว์เลี้ยง เรียกว่าภารกิจของเพ็ทโปร กรุ๊ป คือ การดูแลเพื่อน 4 ขาของคุณ ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเพื่อน 4 ขา ด้วยการบริการที่ดี และความสะดวกสบาย เปิดครอบคลุม หวังเป็นกูรู คุณพลอย เจ้าของ “บริษัท เพ็ทโปร กรุ๊ป จำกัด” เผยว่า หลังจากที่เปิดบริการอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยงเคลื่อนที่ รู้จักกันในนาม “พอว์พาลส์” เมื่อปี 2011 ปรากฏกระแสการตอบรับดีมาก ต่อมาปี 2013 ได้จดทะเบียนบริษัทชื่อ “เพ็ทโปร กรุ๊ป” ทำธุรกิจครอบคลุมทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงทั้งหมดแบบเต็มรูปแบบ บริการครบวงจร “เพ็ทโปร กรุ๊ป” ที่คุณพลอย บอกว่า ครอบคลุมทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง มีตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง, ฟ
