How to
ปัจจุบันหากใครมาพะเยา หลายคนเรียกหากล้วยหอมทองยัดเยียด เพราะเคยกินแล้วติดใจในรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ไม่อมน้ำมัน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทองยัดเยียด หลายคนที่ได้ยินชื่อก็ข้องใจว่าชื่อนี้มาได้อย่างไร ติดตามกันต่อไปแล้วท่านจะถึงบางอ้อ คุณอชิรา ปัญญาฟู หรือ พี่ปอนด์ ประธานกลุ่ม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2544 แม่บ้านเกษตรกรบ้านปางป้อมเหนือ จำนวน 9 คน ได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเพื่อทำกิจกรรมลดปัญหาการว่างงาน และเห็นว่า กล้วยไข่พระตะบอง ที่เป็นกล้วยพันธุ์พื้นเมืองของพื้นที่ทางภาคเหนือ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ได้ปลูกไว้หรือขึ้นเองตามธรรมชาติในที่ของตนเองอยู่แล้ว แต่เป็นกล้วยที่ไม่นิยมกินสุก จึงได้แค่นำไปเป็นอาหารสัตว์เท่านั้น ไม่มีค่าอะไร จึงได้มีความคิดร่วมกันว่า จะนำกล้วยไข่พระตะบองดิบสด มาเป็นวัตถุดิบเพื่อแปรรูปเป็น “กล้วยทอดกรอบ” คุณอชิรา ปัญญาฟู ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทองยัดเยียด เริ่มแรก ได้ปรึกษาวิธีการผลิตกับทางญาติที่อยู่ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ซึ่งทำอยู่ก่อนแล้ว แต่รสชาติที่ได้ยังไม่คงที่ ต่อมาได้มีส่วนราชการได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือพัฒนาก
ระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2559 วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ตั้งอยู่ริมถนนเทศบาล 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้เปิดพื้นที่บริเวณด้านหน้าวิทยาลัย จำหน่าย”เค้กอาชีวะ”รสชาติอร่อยแต่ราคาถูกกว่าท้องตลาด เพื่อหารายได้ให้กับทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ และสร้างรายได้เสริมให้แก่นักศึกษา เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว อีกทั้งเป็นการสร้างประสบการณ์วิชาชีพได้ในอีกทางหนึ่งด้วย ปรากฏว่าด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปาก สนนราคาเพียงปอนด์ละ 150 บาทเท่านั้น ประกอบกับเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ทำให้มีลูกค้าทยอยมาสั่งซื้อเค้กผ่านนักเรียน-นักศึกษาของวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้นักศึกษากว่า 100 คน ต้องเร่งมือช่วยกันทำขนมเค้กภายในอาคารภาควิชาคหกรรมศาสตร์ เพื่อให้ทันส่งมอบให้กับลูกค้าที่นิยมนำไปมอบเป็นของขวัญเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2560 “นิวัติ ตังวัฒนา”ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ บอกว่า เทศกาลปีใหม่ของทุกปี ทางวิทยาลัยได้จัดเทศกาลผลิตเค้ก จำหน่ายติดต่อกันมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปีแล้ว โดยมีแนวคิดเพื่อให้คณะครู บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งนักเรียน นักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์แห่งนี้
ไข่กระทะนี้ น่าสนใจตรงที่ว่าเป็นการผสมผสานการกินอาหารแบบฝรั่งเศสกับจีนจนออกมาเป็นไข่กระทะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีปาเต บาแก็ต และยังมีซิ้วหม่าย เวลากินก็เหยาะซีอิ้ว และบีบซอสพริกศรีราชาลงไป ไข่กระทะ เป็นอาหารที่ชาวไทยคุ้นเคยกันดี ใครไปภาคอีสานที่จังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี นครพนม หนองคาย ลามไปถึงจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ในภาคอีสาน แขกไปใครมาก็จะต้องไปกินมื้อเช้าที่ร้านไข่กระทะให้จงได้อย่างน้อยก็ต้องมีหนึ่งมื้อ เรารับรู้กันว่าไข่กระทะนี้เป็นอาหารเวียดนาม แต่หารู้ไม่ว่าไข่กระทะหน้าตาแบบที่เรากินในในประเทศไทยหาได้ยากยิ่งในประเทศเวียดนาม ฉันเองอยู่เวียดนามมา 7 ปี 6 เดือน ยังไม่เคยพบไข่กระทะแบบนี้เลย เพราะร้านขายอาหารคล้ายๆ กันนี้จะเป็นร้านสเต๊ก ชาวเวียดจะเรียกว่าไปกินบีทเต๊ต (Bít Tết) ซึ่งหมายถึง Beef steak โดยจะมีเมนูสเต๊กหลากหลายเป็นสเต๊กเนื้อวัว (Bò Bít Tết) มีทั้งเนื้อเวียดนาม เนื้อออสเตรเลีย เนื้อนิวซีแลนด์ และเนื้อนกกระจอกเทศ (Bít tết đà điểu) ให้เลือกในราคาย่อมเยา โดยทอดใส่กระทะร้อนๆ ที่ทำจากเหล็กหล่อรูปวัว เสิร์ฟมาเดือดๆ น้ำมันเยิ้มกระเด็นกระดอนกันให้วุ่นวาย ในกระทะนี้นอกจากจะมีช
แม้มีอาชีพประจำ เป็นพยาบาลวิชาชีพอยู่แล้ว แต่ คุณอ๊อฟ หรือ คุณพัชรินทร์ ปิ่นทอง วัย 30 ปี ก็ยังสามารถหาอาชีพเสริม อันนำมาซึ่งรายได้เสริมให้กับตัวเองได้ คุณอ๊อฟ เป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยเป็นพยาบาลมาราว 7 ปี และใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ค้าขาย กล้วยกรอบคุณแม่ กำแพงเพชร ผ่านออนไลน์โดยส่งทางไปรษณีย์ และเพื่อนๆ ที่ทำงาน ที่มาที่ไปของการขาย “กล้วยกรอบคุณแม่ กำแพงเพชร” คุณอ๊อฟ เล่าว่า “ด้วยความที่จังหวัดกำแพงเพชร มีกล้วยเยอะ ทั้งกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า อย่างที่บ้านก็ปลูกกล้วย คุณแม่ก็เลยทดลองทอดกินกันเองในบ้าน แล้วก็เอามาฝากเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วย เพื่อนก็บอกว่าอร่อย พร้อมกับถามว่า ทำขายมั้ย” จากจุดที่ทำกินเอง แจกเพื่อนกินเล่นๆ ก็มาถึงการทำเพื่อจำหน่าย โดยในช่วงเริ่มต้น ได้ออร์เดอร์จากเพื่อนๆ ก่อน ทีละ 500 กรัม ถึง 1 กิโลกรัม ไม่ได้มากมาย จากนั้น ก็ไปสู่การบอกกันปากต่อปาก ทำให้มีออร์เดอร์เยอะขึ้น ไม่เพียงแต่ ทำเพื่อส่งขายตามออร์เดอร์ แต่คุณอ๊อฟจริงจังกว่านั้น ด้วยการชวนคุณแม่ไปสำรวจในย่านตลาดการค้า ที่มีการค้าขายกล้วยและการแปรรูปกล้วย ว่าเขาทำกันอย่างไร ในตลาดมีการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ให้นักศึกษาทำ “เค้กอาชีวะ” จำหน่ายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จนได้รับความสนใจจากชาวสุรินทร์จำนวนมาก เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยและราคาถูกกว่าท้องตลาด โดยจำหน่ายเพียงราคาปอนด์ละ 150 บาท ที่ขายบริเวณด้านหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ซึ่งนักเรียน นักศึกษา จะรับสั่งและทำเค้ก ตั้งแต่วันที่ 25-31 ธ.ค. เพื่อหารายได้ให้กับทางสถาบัน และสร้างรายได้เสริมให้แก่นักศึกษา นำไปแบ่งเบาภาระครอบครัว อีกทั้งเป็นการสร้างประสบการณ์วิชาชีพ ได้ในอีกทางหนึ่งด้วย ในช่วงที่ผ่านมา นักศึกษากว่า 100 คน ต้องเร่งมือช่วยกันทำขนมเค้ก เพื่อให้ทันส่งมอบให้กับลูกค้าที่นิยมนำไปมอบเป็นของขวัญเทศกาลปีใหม่ นางนิดาภรณ์ เมฐาศุภกุล ลูกค้าขาประจำชาว จ.สุรินทร์ กล่าวว่า มาซื้อเค้กอาชีวะ ได้บุญอีกด้วย เพราะว่าเงินได้ใช้จ่ายภายในวิทยาลัย ตนเป็นลูกค้าขาประจำจะมาซื้อทุกๆปี ปีละ 8-9 ปอนด์ แล้วแต่ตามเศรษฐกิจ เค้กที่นี่รสชาติ อร่อย ถูกว่าที่อื่น ได้ช่วยทางวิทยาลัยและช่วยเด็กอาชีวะบ้านเราให้มีรายได้ น.ส.สุนารี ทัศคน นักศึกษาแผนกการจัดการสำนักงาน วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ กล่าวว่า
ถ้าพูดถึงปลาน้ำจืดที่หลายๆคนชอบทาน 1 ในนั้นต้องมีปลากรายติดโผมาด้วยแน่นอน วันนี้ทีมงานวีกเอ็นด์ฟาร์มจะพาไปดูการเพาะปลากรายขาย ที่ราคาตกกิโลกรัมละเกือบ 100 บาท โดยทั่วไปปลากราย จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป อย่างภาคเหนือ เรียกว่า ปลาหางแบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า ปลาตองกราย ซึ่งปลาชนิดนี้จัดเป็นปลาประเภทกินเนื้อที่หากินตามธรรมชาติเป็นสัตว์น้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง บึง เกือบทั่วประเทศ คุณอนันต์ หิมารัตน์ ผู้เลี้ยงปลากรายในบ่อดิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรที่มากด้วยประสบการณ์ เพราะปัจจุบันเขาเลี้ยงปลากรายไปพร้อมๆกับการทำการเกษตรอื่นๆไปด้วย คุณอนันต์ เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการมาเลี้ยงปลากราย เกิดจากที่มีพ่อแม่พันธุ์ปลากราจากธรรมชาติ อยู่ ในช่วงแรกจึงได้ทดลองเพาะขยายพันธุ์ มีคนเข้ามาสอบถามหาชื้อลูกพันธุ์ จึงเริ่มเพาะจำหน่ายพร้อมกับเลี้ยงจำหน่ายตัวปลาไปพร้อมๆกัน สำหรับการเพาะพันธุ์ปลากรายสามารถทำได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนกระตุ้นก็สามารถวางไข่ได้เองในบ่อดิน ซึ่งการเลี้ยงในบ่อดินนั้นจะนิยมให้อาหารสำเร็จรูปชนิดอาหา
การเข้าพักในโรงแรม หากมีกรณีสัมภาระหรือทรัพย์สิน หรือรถยนต์ ของผู้เข้าพัก สูญหายไป กรณีนี้ ทางโรงแรมจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ หรือการที่ ทางโรงแรมมีข้อความจำกัดความรับผิด ประกาศอยู่ภายในห้องพัก ว่าจะรับผิดไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ ข้อจำกัดความรับผิดนั้น จะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายได้หรือไม่ กรณีดังกล่าว ต้องพิจารณาจาก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้ มาตรา 674 เจ้าสำนักโรงแรมหรือโฮเต็ล หรือสถานที่อื่นทำนองเช่นว่านั้น จะต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งคนเดินทางหรือแขกอาศัยหากได้พามา นั่นคือ โดยหลักแล้ว ทางโรงแรมต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ หากเป็นทรัพย์สินมีค่า อาจจะต้องพิจารณาจาก มาตรา 675 วรรค 2 ที่ว่า ความรับผิดนี้ ถ้าเกี่ยวด้วยเงินทองตรา ธนบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ ประทวนสินค้า อัญมณี หรือของมีค่าอื่น ๆ ให้จำกัดไว้เพียงห้าพันบาท เว้นแต่จะได้ฝากของมีค่าเช่นนี้ไว้แก่เจ้าสำนักและได้บอกราคาแห่งของนั้นชัดแจ้ง ส่วนกรณีที่ ทางโรงแรม มีข้อจำกัดความรับผิด ปิดเป็นป้ายประกาศไว้ เมื่อดูจาก มาตรา 677 ที่ว่า ถ้ามีคำแจ้งความปิดไว้ในโรงแรม โฮเต็ล หรือสถานที่อื่นท
วันที่ 26 ธันวาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนทางหลวงหมายเลข 22 นิตโย สกลนคร-อุดรธานี หลัก กม.ที่ 61 บ.ม่วงไข่ อ.พังโคน จ.สกลนคร บริเวณข้างทางพบว่ามีชาวบ้านเริ่มหารายได้พิเศษ ด้วยการนำเอาเศษผ้าจากโรงงานที่รับซื้อมา ในกิโลกรัมละ 50 บาท โดยผ้าหลากสีที่ได้มาจะนำมาทำเป็นงานฝีมือ สร้างเป็นเปลญวน พรมเช็ดเท้า และ อื่นๆที่สามารถทำออกมาเป็นประโยชน์และขายได้ นำมาวางจำหน่ายเรียงรายอยู่ข้างทาง ขายอันละ 150-250 บาท แล้วแต่ขนาด มีลูกค้าแวะเวียนถามซื้อ นำเป็นของฝากช่วงเทศกาลปีใหม่และนำไปผูกตามร่มไม้หรือใต้ถุนบ้าน แต่เปลขนาดเล็กๆธรรมดาไป ทักทอเปลทั้งทีต้องเอาให้ใหญ่ให้คุ้ม อีกทั้งเพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้า กลายเป็นอะเมซิ่งของดีข้างทางไปแล้ว นาง อำไพ พรมพินิจ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านขายเปลญวน กล่าวว่า ร้านของตนชื่อ เปลยักษ์หลักร้อย สาเหตุเพราะหากเดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานีถึงบริเวณตรงบ้านของตน เป็นหลักกิโลเมตรที่ 100 พอดี แต่เดิมทุกปีสานเปลญวนขนาดธรรมดาขาย แต่ปีนี้มีไอเดียคืออยากลองทำเปลญวนยักษ์ออกมาจำหน่าย ได้เริ่มทำ 2-3 เดือนก่อนพอทำออกมากลายเป็นว่าดูดี ใช้งานได้ แข็งแรง นั่งได้ กะว่าเอาไว้โชว์อย่างเ
“ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน” ประโยคดังกล่าวนี้ เห็นจะจริงที่สุดสำหรับ คุณชวพจน์ ชูหิรัญ หรือ “เฮียนพ” วัย 49 ปี ผู้ผ่านชีวิตจากจุดต่ำสุด ขนาดที่ว่าบ้านซุกหัวนอนแทบจะยังไม่มี ผ่านงานมาแล้วนับร้อยอาชีพ ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัย คนขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์ มาสู่ เถ้าแก่โรงงานหมูปิ้ง ที่มีออร์เดอร์เฉลี่ยวันละ 100,000 ไม้ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เฉลี่ยวันละหนึ่งแสนไม้ ชีวิตที่ผกผัน ลงต่ำสุด ขึ้นสูงสุดนี้ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ได้มา หากแต่ต้องผ่านประสบการณ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาว กระทั่งมาสู่จุดนี้ คุณนพ เล่าว่า จบการศึกษาแค่มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังจากเรียนจบ ทำงานโรงงานอีก 10 ปี ผันไปสู่พนักงานโรงแรม จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง ก็ถูกเลิกจ้าง จากนั้นก็ดิ้นรนทำและพยายามหาอาชีพอีกหลายอาชีพ ทั้งค้าขายตามตลาดนัด เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไปเรียนการทำน้ำยาล้างจาน เรียนทำไอศกรีม พร้อมๆ กับออกไปขับแท็กซี่ ขับวินมอเตอร์ไซค์แถวสถานีตำรวจ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และชีวิตมาสู่จุดผกผันครั้งยิ่งใหญ่เมื่อได้รู้จักกับกลุ่มแม่บ้านโรงพักตำรวจปากเกร็ด ที่กลุ่มแม่บ้านนี้เอง คุณนพได้สูตรการทำหมูปิ้งมาจาก “คุณอั้
ในบรรดาอาหารที่ถูกเลือกให้เป็นเมนูด่วนชนิดหาทานง่าย สะดวกต่อการรับประทาน และมีความรวดเร็วทั้งประหยัดเวลาแล้วเห็นจะต้องยกให้ “ไก่ย่าง”เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยกรรมวิธีทำที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน วัตถุดิบที่หาได้ง่าย รวมถึงไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก จึงทำให้การย่างไก่ขายเป็นอาชีพเกิดขึ้นทั่วทุกแห่ง ดังนั้นไม่ว่าจะเดินไปตรอกซอกซอยไหนในทุกจังหวัดของประเทศ จะแลเห็นพ่อค้า-แม่ค้าย่างไก่ขายกันเป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะมองไก่ย่างเป็นอาหารธรรมดา แต่ยังมีบางพื้นที่ยกย่องให้ไก่ย่างที่มีถิ่นกำเนิดในชุมชนท้องถิ่นของตนเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางภูมิปัญญา เพราะทำกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษตกทอดจนปัจจุบัน “ไก่บางตาล” เป็นไก่ย่างที่ถือกำเนิดมาจากหมู่บ้านบางตาล อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่แห่งนี้มีประวัติการปิ้งไก่กันมายาวนาน โดยเฉพาะการนำไปขายยังสถานีรถไฟคลองบางตาล ชื่อไก่ย่างบางตาลอาจไม่คุ้นและรู้จักดีนัก แต่ถ้าบอกว่า ‘ไก่เหลือง’แล้ว แน่นอนว่ามีหลายคนต้องได้ลิ้มลองกันมาแล้ว และรู้ดีว่ามีรสชาติที่เข้มข้นเผ็ดร้อนจากการหมักด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรหลายชนิด ฉะนั้นการบริโภคไก่บางตาลไม่เพียงแค่ความอร่อยเท่านั้น แต่ร่างกายของค
