How to
“DRAGKOOLER” ผ้าเปียกสมุนไพรสำหรับเช็ดลดไข้ นวัตกรรมสำหรับเด็ก ที่เหล่าคุณแม่ยุคใหม่เลิฟ อาการไข้ในเด็กเล็ก นับเป็นปัญหากลุ้มใจของพ่อแม่ โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี หากมีไข้สูงถึง 39-40°C อาจทำให้เกิดการชักได้ สิ่งแรกที่ต้องปฏิบัติเบื้องต้นคือ ลดไข้ของเด็กเพื่อป้องกันการเกิดภาวะชัก พ่อแม่ส่วนใหญ่ใช้วิธีการเช็ดตัวเด็ก ใช้เจลลดไข้ รวมถึงใช้ยาลดไข้ ซึ่งการใช้ยาลดไข้นั้นมีประสิทธิภาพสูง แต่ไม่เหมาะในเด็กเล็ก เพราะการได้รับสารเคมีบ่อยๆ ตั้งแต่เด็กอาจทำให้เกิดผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ ได้ และการใช้เจลลดไข้แปะที่หน้าผาก ช่วยได้แต่ครอบคลุมพื้นที่ผิวได้เฉพาะจุด ส่วนการเช็ดตัวเด็กซึ่งปกติเราจะเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ โดยเราต้องเช็ดจากลำตัวเข้าหาหัวใจเพื่อเปิดรูขุมขน เพื่อช่วยการระบายความร้อนในร่างกายเด็ก แต่พ่อแม่ที่เคยมีประสบการณ์นี้คงทราบดีว่ามันไม่ง่ายเลย ในการเช็ดตัวให้ไข้ลด แถมยังต้องออกแรงในการเช็ดด้วย ดังนั้น การเช็ดตัวลดไข้จึงเป็นวิธีการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ได้ผลช้า และต้องเตรียมอุปกรณ์เยอะ แถมยังเปียกเลอะเทอะทั้งห้องหลังจากเช็ดตัวเด็กเสร็จ อีกทั้งไม่สะดวกในระหว่างการเดินทาง คุณดำเกิง
ฮอตฮิตติดลม! เปิดสูตร ซอสหม่าล่า ใช้หมักใช้ทา ทำกินเองจุใจ ทำขาย กินแก้หนาวก็ได้! หม่าล่า เป็นรสชาติอาหารประจำถิ่นในมณฑลฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเครื่องปรุงยอดนิยมชนิดหนึ่งในอาหารจีน มีการนำหม่าล่าไปใช้ในอาหารหลายประเภท ตั้งแต่อาหารผัด อาหารตุ๋น ซุป ไปจนถึงหม้อไฟหรือหม้อจุ่ม ซึ่งในมณฑลเสฉวนและมณฑลยูนนานมีการใช้หม่าล่าชนิดผงเพื่อปรุงรสอาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารริมทาง เช่น เต้าหู้เหม็น เฟรนช์ฟรายด์ เนื้อสัตว์และผักเสียบไม้ย่าง เป็นต้น และอิทธิพลของหม่าล่า ก็ได้แผ่ขยายไปในหลายประเทศ หนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ก่อเกิดเป็น ธุรกิจเกี่ยวกับหม่าล่า ขึ้นมามากมาย ครูตุ๊ก-ขนิษฐา ชัยชาญกุล ได้แบ่งปันสูตร ซอสหม่าล่า ที่จะใช้หมักก็ได้ ใช้ทาก็สะดวก ให้สำหรับผู้ที่สนใจจะทำทานเอง หรือทำขายเป็นอาชีพเสริม โดยสูตร มีดังนี้ ส่วนผสมซอสหมัก 1. ซอสมะเขือเทศ 100 กรัม 2. ซอสพริก 50 กรัม 3. ซีอิ๊วขาว 20 กรัม 4. ซอสปรุงรสแมกกี้ 10 กรัม 5. น้ำตาลทราย 50 กรัม 6. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม 7. พริกไทยป่นขาว 10 กรัม 8. น้ำส้มสายชู 50 กรัม 9. น้ำมันหอย 20 กรัม 10. กระเทียมสับละเอียดหรือปั่น 20 กรัม 11. ขิงแก่ส
SMEs ต้องรู้! ฐานข้อมูลลูกค้า กลยุทธ์สำคัญสร้างแบรนด์ให้ปังในปีหน้า การทำธุรกิจยุคปัจจุบันหนึ่งในสิ่งที่ทรงพลังและจำเป็นอย่างยิ่ง คือ Data หรือฐานข้อมูล ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ที่เหล่าบรรดาธุรกิจหน้าใหม่ หากต้องการสร้างให้ธุรกิจเติบโตต้องนำสิ่งนี้มาใช้ควบคู่ไปด้วย เพราะถือเป็นวิธีการที่ช่วยให้เข้าใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และยังช่วยด้านการตลาดให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย เมื่อการตลาดขับเคลื่อนด้วยข้อมูล แนวทางการทำธุรกิจก็ต้องปรับตามไปด้วย ชูศิลป์ เมธีไชยพงศ์ หรือ โอม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด จึงมาร่วมถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ ‘Data-Driven Marketing ทำการตลาดโดยใช้ข้อมูล’ ในงาน SMEs Hero Fest จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์-เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2565 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ช่วยให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดยุคใหม่ให้ความสำคัญและนำข้อมูลมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ‘Data Driven Marketing’ กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล คุณชูศิลป์ เปิดเวทีเสวนาด้วยการเล่าย้อนถึงการเติบโตของบิทคับ แต่เดิมเป็นบริษัทเล็กๆ มีผู้ร่วมก่อตั้งไม่กี
จากของกิน สู่ของสะสม “แพนเค้ก งานศิลป์” ลายเส้นสุดยาก ท้าวเวสสุวรรณ ทศกันฑ์ ลูกค้าสั่งอัดกรอบ แพงสุดชิ้นละเกือบหมื่น คุณสิงโต-วิวัฒน์ เจนเจริญ วัย 44 ปี ทำธุรกิจมาแล้วหลายอย่าง ทั้งขายเนยกรอบ ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ขนมควัน ชีสบอล และร้านเพ้นต์เล็บ แต่ทั้งหมดไม่ค่อยส่งผลสำเร็จ แถมยังขาดทุนอีกจำนวนมาก เพราะช่วงนั้นเกิดโควิดระบาด ตลาดที่ตั้งร้านถูกล็อกดาวน์ ทว่า มีโอกาสดีเข้ามาอีกครั้ง เมื่อตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์กลับมาเปิดให้บริการ คุณสิงโตจึงใช้โอกาสนี้ เริ่มต้นธุรกิจใหม่ เปิดร้านแพนเค้ก โดยทำร่วมกับหลานสาว คุณรินทร์-นิรินธนา ทองศรี วัย 27 ปี เหตุที่เลือกขายแพนเค้ก เพราะคุณสิงโตมองว่า ขนมชนิดนี้ลงทุนน้อย อีกทั้ง ยังเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า โดยทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยการวาดการ์ตูน “ผมเคยขายเนยกรอบมาก่อน เรื่องแป้งไม่มีปัญหา ปรับส่วนผสมนิดหน่อยก็ได้แล้ว วันแรกเอาแป้งไปไม่เยอะครับ ขายหมดเกลี้ยง ลูกค้าสั่งวาดการ์ตูนต่างๆ เช่น โดราเอมอน ชินจัง คิตตี้ ฯลฯ เราก็วาดให้ ใช้ทักษะที่มีติดตัวมาจากร้านเพ้นต์เล็บ เหมือนบ้าง ไม่เหมือนบ้าง เราก็ค่อยๆ พัฒนา ไปเรียนรู้กับคนในวงการศิลปะ นักวาดรูปบ้
“อินบ็อกซ์ถามราคาค่ะ” วลีชวนเซ็งของขาช้อป ที่แม่ค้าออนไลน์หลายๆ เจ้า ไม่บอกราคาสินค้าหน้าโพสต์ แต่เพราะอะไร ยังทำกัน? ปัจจุบัน พ่อค้าแม่ค้านิยมหันมา ขายสินค้าในช่องทางสื่อออนไลน์ กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ไลน์ TikTok หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ซึ่งช่องทางเหล่านี้ ถือเป็นช่องทางที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังสามารถจ้างให้มีการรีวิวจูงใจกระตุ้นการซื้อด้วยการใช้ภาพที่สวยงาม พรีเซนเตอร์ที่นำเสนอสินค้าให้เกิดความน่าสนใจ หรือการจูงใจด้วยโปรโมชั่นได้ด้วย ซึ่งหลายครั้ง ภาพของสินค้า หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น ไม่มีการแสดงราคาให้เห็น จึงเกิดเป็นคำถามว่า ทำไมถึงไม่แสดงราคาไว้ในรายละเอียดของสินค้า? แต่ให้ผู้ที่สนใจสอบถามเข้ามาทางช่องทาง Inbox หรือ ข้อความส่วนตัว โดยมีการระบุข้อความว่า ให้ส่งข้อความส่วนตัว หรือ Inbox ไปถาม นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์การกระตุ้นความน่าสนใจในตัวสินค้านั้นๆ หรือเรียกว่า เทคนิคกระตุ้นความอยากของลูกค้าด้วยการไม่บอกราคาใต้โพสต์ โดยใช้ประโยคเด็ดกระตุ้น อย่างเช่น “สนใจ ทัก Inbox” หรือ “อินบ็อกซ์ถามราคาค่ะ” แต่การกระทำเหล่านี้ ปัจจุบันผิดกฎหมายก
ร้านค้าต้องระวัง! จัดโปร ปีใหม่ มีการให้ของแถม ต้องระบุดังนี้ ก่อนเข้าข่ายผิดกฎหมาย จะสังเกตได้ว่า ช่วงท้ายปี ผู้คนเริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อสิ่งของส่งมอบให้แก่กัน เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ ร้านค้าต่างๆ ให้ความสำคัญกันอย่างมาก เพราะถือเป็นช่วง กอบโกย จึงมีการ จัดโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นยอดซื้อกันมากมาย แต่ในการจัดโปรโมชั่น หรือ โปรปีใหม่ ร้านค้าก็มีเรื่องที่ต้องระวังเช่นกัน เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เผยแพร่ วิธีการจัดโปรปีใหม่ให้ถูกต้อง ก่อนจะกลายเป็นการทำผิดกฎหมายโดยที่ร้านค้านั้นๆ อาจไม่รู้ตัว ดังนี้ ในการจัดโปรโมชั่น โดยโฆษณาว่า มีการให้ของแถม ร้านต้องระบุ รายละเอียด หลักการ วิธีการ เงื่อนไข ข้อกำหนดในการให้ของแถม เช่น วัน-เดือน-ปี ที่เริ่มต้นและสิ้นสุดโปรโมชั่น เขต หรือ ถิ่นที่จัดโปรโมชั่น ประเภท ลักษณะ มูลค่าของของแถมแต่ละสิ่ง หรือ มูลค่ารวมในแต่ละประเภท สถานที่ หรือ วิธีการที่กำหนดไว้ ให้รับของแถมหรือสิทธิ โดยการจัดโปรปีใหม่นี้ ต้องไม่ใช่ข้อความที่เป็นเท็จ เกินจริง หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้นๆ
คนเรียงผักมืออาชีพ สูง 6 เมตรไม่มีช้ำ ขยัน อดทน รับเลยเงินสด 800-1,000 บาทต่อวัน ในตลาด นอกจากพ่อค้าแม่ค้า นำสินค้าหรืออาหารการกินมาขายแล้ว ยังมีอาชีพฟันเฟืองเล็กๆ ที่ขาดไม่ได้ นั่น คือ คนเรียงสินค้าหรือเรียงผัก คุณปอง หรือ สมปอง ขบวนงาม หนุ่มสุรินทร์ อายุ 43 ปี มืออาชีพแห่งการเรียงผัก ที่เข้ามาสู้ชีวิตตั้งแต่วัยรุ่น เล่าให้ฟังถึงอาชีพที่น้อยคนจะรู้จักให้ฟังว่า “ผมรู้จักตลาดสี่มุมเมืองจากลุงคาญน์ แกทำงานนี้อยู่ก่อนแล้ว เลยได้ชวนผมมาทำงานที่นี่ บอกว่ารายได้ดี ตอนนั้นอายุประมาณ 17-18 ปี ยังหนุ่มๆ อยู่เลย มีแรงก็ไปเข็นผักกับวินเสื้อแดง เป็นวินเดียวกับลุงนี่แหละ จนอายุ 21 ปี ก็กลับไปเกณฑ์ทหาร” หลังออกปลดประจำการ คุณปองได้กลับมาทำงานในตลาดเหมือนเดิม แต่ย้ายมาเป็นแรงงานเสื้อชมพู ซึ่งทำงานได้หลายอย่าง “เป็นแรงงานอิสระครับ ตอนนั้นรู้แล้วว่าอาชีพนี้ ยิ่งขยัน ยิ่งได้เงินเยอะ ขอแค่ใจเราสู้ เพราะมันต้องตากแดด ตากฝน ทำงานแข่งกับเวลาและยังแข่งกันเองด้วย เพราะมีหลายคนทำอาชีพนี้ เราจะแข่งกันด้วยบริการมัดใจลูกค้าให้ได้” นอกจากบริการเรียงผักให้สวยงาม สินค้าไม่เสียหาย จุดเด่นที่
รสดีเด็ด มรดกร้านที่พ่อสร้าง สู่ จักรวาลร้านอาหาร ที่ใครๆ ก็พูดถึง! หากใครชื่นชอบการทาน เนื้อวัว แล้วล่ะก็ เชื่อว่า รสดีเด็ด เป็นร้านในตำนานที่ถูกพูดถึงกันมากร้านหนึ่ง ซึ่ง รสดีเด็ด เติบโตมาจากการเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณนพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล เจ้าของร้านรุ่นที่ 2 ถึงที่มาที่ไปของร้านอันเป็นมรดกตกทอดจากคุณพ่อผู้เป็นที่รัก สู่ อาณาจักรเนื้อแบบครบวงจรในปัจจุบัน คุณนพ หรือ เฮียนพ เล่าว่า ร้านรสดีเด็ด เดิมที่เป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ที่ก่อตั้งโดย คุณพ่อเล็ก ภัทรพุทธากร เมื่อปี 1965 นับๆ แล้วปัจจุบัน ร้านมีอายุกว่า 57 ปีเลยทีเดียว ซึ่งคุณพ่อเล็กได้แรงบันดาลใจในการเปิดร้านมาจากการที่ตัวเองนั้นเป็นคนชอบกิน จึงศึกษาหาความรู้เรื่องอาหารเรื่อยมา และมีความฝันอยากจะทำร้านอาหารเป็นของตนเอง กระทั่งโดนเกณฑ์ให้ไปประจำการเป็นทหารร่วมรบในสงครามเกาหลี และเมื่อปลดประจำการมา ก็เดินหน้าทำตามฝัน เปิดร้านก่วยเตี๋ยวเนื้อ รสดีเด็ด ขึ้น เพราะคุณพ่อเล็กเล็งเห็นว่า ในสมัยเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว อาหารประเภท ก๋วยเตี๋ยว ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ในวงการอาหารเมืองไทย จึงเลือกที่จะท
บะบิ่น กัส-โต้ ผู้ปลุกกระแส บ้าบิ่น ให้กลับมานิยมอีกครั้ง ยอดขายต่อวัน หลักพันกล่อง! บ้าบิ่น บ้างก็เรียก บะบิ่น ถือเป็นขนมไทยที่มีที่มาจากขนมโปรตุเกสเช่นเดียวกับขนมไทยอีกหลายๆ ประเภท แต่มีการสันนิษฐานว่าน่าจะถือกำเนิดในยุครัตนโกสินทร์ เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวผสมกับมะพร้าวและนํ้าตาลทรายรวมถึงไข่ไก่ นำมาทำให้สุกด้วยการผิงไฟล่างไฟบน มีลักษณะเป็นชิ้นเล็กๆ แบนๆ คุณอ้อม-ยุพาภรณ์ มีกุดพันธ์ วัย 40 ปี เจ้าของร้าน ขนมบะบิ่นกัส-โต้ ที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียล ได้ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ก่อนจะหันมาทำธุรกิจขนมบ้าบิ่น เธอเคยทำงานเป็นพนักงานประจำมาก่อน “ย้อนไปตอนนั้น ก็เป็นพนักงานประจำนี่แหละค่ะ แล้วก็เป็นแม่บ้าน เคยทำขนมบ้าบิ่นขายเมื่อตอนปี 54 แต่ก็ไม่ได้ทำเก่งอะไรขนาดนั้น ทำไม่ค่อยเป็น ก็หยุดไป ช่วงที่กลับบ้านที่ขอนแก่น ก็รู้ข่าวว่าเขามีเปิดถนนคนเดินใหม่ๆ เราก็ไปจองล็อกเพื่อจะทำขนมบ้าบิ่นขาย แต่เจ้าของตลาดเขาไม่ให้ขายของซ้ำกัน เลยรู้ว่า อ๋อ มีคนมาจองขายบ้าบิ่นมะพร้าวทึนทึก เขาเรียกกันบ้าบิ่นโบราณอ่ะนะคะ มีมาจองก่อนเราแล้ว ก็อ่ะ ไม่เป็นไร เราก็ยังไม่ชำนาญเนอะ ก็ไปหาซื้อ
ยำสาหร่ายเกาะยอ เมนูพื้นถิ่นแดนใต้ ยำขายให้ได้รสออริจินอล ต้องสูตรนี้! ที่ เกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา มีการสืบทอดการนำ สาหร่ายผมนาง มาใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ และทำปุ๋ย แต่มักนิยมนำมาทำ ยำสาย หรือ ยำสาหร่ายผมนาง ซึ่งถือเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อที่นิยมรับประทานกันมากว่า 100 ปี โดยในอดีต จะจำหน่ายกันเฉพาะในท้องถิ่นเกาะยอและบริเวณใกล้เคียง กระทั่งปัจจุบันกลายเป็นอาหารที่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง โดย อาจารย์โต-เทพรัจน์ จันทพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา ได้แจกสูตรและวิธีการทำ ยำสาย หรือ ยำสาหร่ายผมนาง แบบฉบับเกาะยอ ให้ผู้ที่สนใจได้ทำรับประทานหรือทำขายหารายได้เสริม ดังนี้ วัตถุดิบ 1. หอมแดง 2. กุ้งแห้ง 3. ใบชะพลู 4. น้ำตาลทราย 5. เกลือ 6. พริกสด 7. มะขามเปียก 8. สาหร่ายแห้ง 9. มะพร้าวคั่ว 10. ถั่วลิสงคั่วป่น 11. หัวกะทิ วิธีทำ 1. นำสาหร่ายแห้ง แช่น้ำ 10-15 นาที 2. ผสมน้ำกะทิกับน้ำะขามเปียก 3. น้ำมาตั้งไฟ พอเดือด ใส่เกลือ น้ำตาลทราย ตามอัตราส่วน จากนั้นคนให้เข้ากันเล็กน้อย แล้วยกไปตั้งทิ้งไว้ให้เย็น 4. เทสาหร่าย รวมกับถั่วลิสงคั่วป่น กุ้งแห้ง แล้วคล
