การเงิน และการตลาด
ไม่ว่าจะกี่ปีกี่วันผันผ่าน โลกของ “กระดาษ” ที่มนุษย์รู้จักใช้มาอย่างต่อเนื่องหลายพันปีก็ยังมีความหมายทรงคุณค่าอยู่ในใจเสมอ กระดาษที่บรรจุตัวอักษรจารึกเรื่องราวผ่านทาง เป็นตำนานประวัติศาสตร์บอกเล่าอารยธรรมเก่าแก่ของมนุษยชาติที่ผู้คนคุ้นเคยและผูกพันมาหลายยุคหลายสมัย กำลังถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ไม่ต้องการวัสดุสิ้นเปลืองมาบรรจุเรื่องราวอีกต่อไปแล้ว ตัวหนังสือที่เราเคยคุ้นอยู่บนกระดาษในรูปสิ่งพิมพ์ บัดนี้ล่องหนอยู่ในอากาศที่มองไม่เห็น ส่งผ่านจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ด้วยการสื่อสารพิเศษจากทุกหนแห่งไปที่ใดก็ได้ในโลกนี้ที่มีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ไว้บริการ หนังสือนับร้อยนับพันเล่มถูกบีบอัดให้อยู่ในไฟล์ดิจิตอลเล็กจิ๋ว ไม่ต้องมีห้องสมุดหรือชั้นหนังสือมารองรับให้วุ่นวายเหมือนอดีตอีกแล้ว และนับวันเรายิ่งได้เห็นตัวหนังสือบนกระดาษน้อยลงไปทุกที จนมาถึงศตวรรษใหม่นี้ประชากรยุคเจเนอเรชั่น ME เหลือความผูกพันกับหนังสือและกระดาษน้อยลงไปทุกที ถึงขนาดมีข่าวว่าหนังสืออาจจะสูญพันธุ์ไปในไม่ช้านี้ ไม่ต่างจากการถ่ายภาพด้วยกล้องใช้ฟิล์มที่ถูกแทนที่ด้วยกล้องดิจิตอล ทำให้อุตสาหกรรมฟิล์มภาพยนตร์แทบจะล้มหาย
ผู้เขียน : วิมล ตัน นิตยสารเส้นทางเศรษฐี เมื่อกลางปี 2558 นิตยสารเส้นทางเศรษฐีเคยนำเสนอเรื่องราวของกางเกงยีนส์ ต้นสายปลายเหตุก็เนื่องจากผลวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคใน 10 ประเทศทั่วโลก ประจำปี 2557 (ประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศด้วย) ซึ่งจัดทำโดยบริษัท คอตตอน ยูเอสเอ บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเส้นใยแห่งหนึ่งของโลก ผลวิจัยชี้ชัดว่า คนส่วนใหญ่ในโลกใบนี้นิยมชมชอบการช็อปปิ้ง โดยผู้ตอบแบบสอบถามถึง 60 เปอร์เซ็นต์ชอบการช็อปปิ้ง และกว่า 58 เปอร์เซ็นต์มีการซื้อเสื้อผ้าเดือนละครั้ง หรือมากกว่า แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ ยีนส์ถือเป็นกางเกงยอดฮิตครองใจนักช็อปทั้งหญิงและชาย โดยเฉพาะนักช็อปคนไทยจะมีกางเกงยีนส์เฉลี่ยคนละ 11 ตัว เรียกว่า ใส่ได้ไม่ซ้ำเป็นสัปดาห์กันเลย!! ถามถึงยีนส์ยี่ห้ออะไรบ้างที่ครองใจคนรักยีนส์เมืองไทย จะพบว่า ล้วนแต่เป็นยี่ห้อคุ้นหู แต่ที่น่าดีใจ ก็คือ มีหลายชื่อที่เป็นแบรนด์ของคนไทย ฝีมือคนไทย และน่าปลื้มที่หลายยี่ห้อ เริ่มขยายตัวออกไปสร้างชื่อเสียงในตลาดต่างประเทศกันแล้ว หนึ่งในนั้น ก็คือ แม็คยีนส์ (Mc Jeans) แม็คยีนส์ เป็นยีนส์ฝีมือคนไทย ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วถึง
โดย : มิสมิลเลียนแนร์ เคล็ดลับ ความสำเร็จของธุรกิจอาหาร นอกเหนือจากรสชาติที่อร่อย การบริหารจัดการที่ดี การใส่ไอเดียแปลกใหม่ ก็ช่วยเรียกแขกที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แหวกแนวได้ไม่น้อย ใครจะเชื่อว่า “ร้านอาหาร” กับ “สุขา” จะไปด้วยกันได้ แต่ “คาเฟ่สุขา” ที่ผุดขึ้นหลายแห่งทั่วโลก สะท้อนว่า มีลูกค้าจำนวนมากที่ชื่นชอบความแปลกแหวกแนวแบบไร้ขีดจำกัด รอยเตอร์ส หยิบยกเรื่องราวของ “เครซี ทอยเล็ต คาเฟ่” ร้านอาหารในกรุงมอสโกของรัสเซีย ที่นำไอเดียห้องสุขามาตกแต่งร้าน โดยใช้เฟอร์นิเจอร์และภาชนะใส่อาหาร ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากข้าวของเครื่องใช้ในห้องสุขาไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้จากโถส้วมจริงๆ ถ้วยชามรูปร่างเหมือนชักโครก กระโถนปัสสาวะ และอ่างอาบน้ำ ไม่ใช่แค่ธีมการตกแต่งร้าน แต่เครซี ทอยเล็ต คาเฟ่ ที่รองรับลูกค้าได้ 50 คน ยังรังสรรค์เมนูที่สอดคล้องกับคาเฟ่สุขา โดยบางเมนูมีหน้าตาชวนคิดหนัก เช่น ซุปเห็ดสีน้ำตาล รวมถึงไส้กรอกหมูที่รูปร่างคล้ายอุจจาระ แถมเสิร์ฟมาในชามโถชักโครกอีกต่างหาก ร้านไอเดียแหวกแนวแห่งนี้มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนจำนวนไม่น้อย โดยลูกค้าบางคนให้เหตุผลว่า อาหารรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง แค่ราวๆ 8 ดอลลาร์ แ
สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า “เหา” ดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านทุกยุคสมัย และไม่ใช่แค่เมืองไทย หรือประเทศแถบนี้ที่ต้องปวดตับกับปัญหาคันๆ ในสหรัฐก็เผชิญกับกองทัพเหาที่บุกจู่โจมถึงหัวเด็กนักเรียนในหลายรัฐ แต่ในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาส เพราะภารกิจพิชิตเหาได้สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านเสริมสวย และทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเสียด้วย วอลล์สตรีต เจอร์นัล หยิบยกเรื่องราวของร้านเสริมสวยในย่านบรูกลินของนครนิวยอร์กที่ธุรกิจกำลังคึกคัก จากภารกิจกำจัดเหาของพนักงานที่แทบไม่ได้หยุดหย่อน โดยเฉพาะในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงยุ่งสุดๆ ของนักกำจัดเหาทั้งหลาย เหล่านักกำจัดเหาจะใช้ครีมนวดทาลงบนผมของเด็กๆ เพื่อให้มีความลื่น ก่อนจะใช้หวีซี่ถี่ๆ สางเอาตัวเหาและไข่ของพวกมันออกมา บริษัท ไลซ์ บัสเตอร์ส ธุรกิจรับกำจัดเหาโดยเฉพาะที่ “ดัลยา ฮาเรล” ก่อตั้งเมื่อปี 2532 และบริหารงานแบบครอบครัว กำลังปั๊มเงินจากการระบาดอย่างหนักของเจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งจนถึงตอนนี้ ร้านของเธอมีทั้งหมด 8 สาขา ในนิวยอร์ก ฟลอริดา และอิสราเอล เช่นเดียวกับร้าน “เดอะ บรู๊กลิน ซาลอน” ที่พนักงานต้องกำจัดเหาบนศีรษะเด็กๆ มือเป็นระ
ตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2568 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ 14 ล้านคน ซึ่งจะเป็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว ดังนั้น การเตรียมความพร้อมสำหรับคนในครอบครัว หรือกระทั่งสำหรับตัวเอง เพื่อรับสถานการณ์ที่จะมีผู้สูงอายุในบ้าน เป็นสิ่งที่ควรทำโดยเฉพาะการสร้างบ้าน หรือการซ่อมแซมต่อเติม คุณฐิติพร จันทนพรชัย นักออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ บริษัทเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ให้คำแนะนำสำหรับเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุมาดังนี้ 1.บ้านควรเป็นชั้นเดียว ถ้าเป็นบ้านสองชั้น ควรเตรียมห้องด้านล่างไว้สำหรับผู้สูงอายุ 2.ในตัวบ้านและรอบบ้าน ควรมีระดับชั้น น้อยที่สุด เพราะระดับชั้นนำมาซึ่งบันได และบันได นำมาซึ่งอุบัติเหตุ 3.ทางเข้าบ้าน ไม่ควรมีธรณีประตู และควรมีทางลาดสำหรับรถเข็น ซึ่งค่าทางลาดที่แนะนำคือ ความสูง ต่อ ทางลาด = 1 ต่อ 12 เช่น ความสูงของพื้น 1 เมตร ทางลาดยาว 12 เมตร หรือถ้าพื้นสูง 0.5 เมตร ทางลาดยาว 6 เมตร ง่ายๆ คือแปลงหน่วยให้เท่ากัน แล้ว คูณ 12 สำหรับความยาวทางลาด เช่น ถ้าวัดความสูงจากพื้นได้ 30 เซนติเมตร (เท่ากับ 0.30 เมตร คูณ 12 เท่ากับ 3.6 เมตร) นั่นคือ
คุณอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกมีความสำคัญในการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศและเป็นหนึ่งในกลไกพัฒนาเศรษฐกิจไทยในภาคการผลิต ปัจจุบันประเทศไทยกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือ Value-Based Economy ด้วยโมเดล “ประเทศไทย 4.0” ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นไทยจะเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าคุณภาพเหมือนในอดีตไม่ได้แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกไทยต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมทั้งด้านความคิด การออกแบบ การพัฒนาสิ่งใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ และโนฮาว มาบูรณาการเข้าด้วยกัน เป็นการเดินหน้าพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตสินค้าและบริการที่มีทั้งคุณภาพและความโดดเด่นเฉพาะตัวในอาเซียน กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายเดินหน้ายกระดับความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยการขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ใหม่ ภายใต้แนวคิด Creative Thailand : สร้างสรรค์ สร้างชาติ เพื่อพัฒนาตลาดส่งออกสินค้านวัตกรรมและการออกแบบไทยให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียน และเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก แผนงานนี้มุ่งสร้างคว
“กูเกิล คาร์” (Google’s Driverless Cars) คือยานยนต์ไร้คนขับที่ผลิตและออกแบบโดยบริษัทกูเกิล ให้เป็นรถซิตี้คาร์ไร้พวงมาลัย ไม่ต้องใช้คนขับ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมยานยนต์แห่งโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุด เซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) ซีอีโอกูเกิลเปิดตัวยานยนต์ขับเคลื่อนตัวเองได้รุ่นต้นแบบของบริษัทครั้งแรกบนเวทีงานประชุม Recode Code Conference ซึ่งจัดขึ้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ด้วยการโชว์วิดีโอที่แสดงว่าคันนี้สามารถทำงานอย่างไร้คนขับขี่อย่างแท้จริงหลังจากใช้เวลาพัฒนามายาวนานตั้งแต่ปี 2009 และเวลานั้นยังไม่พบว่ารถอัจฉริยะยังไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลยระหว่างการทดสอบด้วยความเร็ว 25 ไมล์ ต่อชั่วโมง (ราว 40 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง) “กูเกิล คาร์” ออกแบบให้เป็นรถใช้พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 ที่นั่ง พร้อมระบบเซ็นเซอร์ฝังใน ซึ่งทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อัจฉริยะจนทำให้ตัวรถสามารถขับเคลื่อนตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมยังหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างปลอดภัยด้วยระบบเซ็นเซอร์สปิน 360 องศา ซึ่งอยู่บนหลังคา สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวได้แบบเรียลไทม์ในช่วงระยะ 2 สนามฟุตบอล และยังมีกล้องด้านหน้าและด้านข้างรถเพื่อทั
เมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีประทับรถไฟเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีทอดพระเนตรวิถีชีวิตชุมชน ระหว่างวันที่ 16-18 ต.ค. 2558 พสกนิกร 3 จังหวัดรายทางต่างปลื้มปีตีเฝ้ารอรับเสด็จอย่างคับคั่งด้วยความจงรักภักดี โดยปกติแล้วเมื่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟ ทางกรมรถไฟหลวง(หรือการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน) จะถวายรถไฟพระที่นั่ง เพื่อให้พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินโดยเฉพาะ การเสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟครั้งแรกในประวัติศาสตร์สยามคือ การเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดทางรถไฟปฐมฤกษ์ กรุงเทพ – กรุงเก่า(อยุธยา) โดยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2439 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯบางปะอินโดยทางรถไฟอีกหลายครั้ง ตลอดจนการเสด็จเพื่อเปิดเส้นทางรถไฟในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นแปดริ้ว, นครราชสีมา, เพชรบุรี ในช่วงแรกไม่ปรากฏหลักฐานว่ากรมรถไฟหลวงได้จัดซื้อรถพระที่นั่งมาเมื่อใด แต่ลักษณะของรถพระที่นั่งทั้ง 2 คันเป็นรถ 2 เพลา(รถ4ล้อ) จำนวน 1 คัน และเป็นรถขนาด 8 ล้อ อีก 1 คัน สำหรับทางกว้า
หาก “รายได้” คือเป้าหมายของการทำธุรกิจ “กำไร” จึงกลายเป็นผลที่ต้องได้รับ แต่จะมีสักกี่คนเลือกมองข้ามสิ่งนี้ไปก่อน “อนันต์ อัศวโภคิน” คือหนึ่งในผู้คิดต่าง เขาเลือก “ให้ ก่อน รับ” และคำตอบของความคิดแบบนี้ นำมาซึ่งความ “รวย” ทุกครั้งที่ “อนันต์ อัศวโภคิน” บอสใหญ่ของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และธุรกิจในเครือรุกจะทำธุรกิจอะไรเป็นน่าจับตามองทั้งสิ้น เหมือนอย่างสมัยก่อนที่เขาปล่อยแนวคิดบ้านพร้อมอยู่ออกมา ใครๆ ในวงการอสังหาริมทรัพย์ต่างงงกันว่าเขาจะมาไม้ไหน เพราะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สมัยก่อนเขาจะขายกระดาษเพื่อเอาเงินสดใส่กระเป๋าก่อน แล้วถึงจะเริ่มก่อสร้างโครงการ แต่เขากลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะเขาเชื่อว่าคนที่ซื้อบ้านต้องอยากเห็นบ้าน อยากจับต้องวัสดุ และอยากเห็นของจริงทั้งหมด ก่อนจะตัดสินใจซื้อบ้าน เพราะบ้านราคาไม่ใช่ถูก แถมยังต้องอยู่กันทั้งชีวิต เขาจึงตอบสนองลูกบ้านด้วยการให้ผู้ซื้อ เพียงแค่ยกกระเป๋าเดินทางเข้ามาก็สามารถอยู่ได้เลย จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของลูกค้าเมื่อหลายสิบปีก่อน กระทั่งไม่นานผ่านมาเขามีความคิดในการทำธุรกิจค้าปลีกอสังหาริมทรัพย์ในเทอร์มินอล 21 อโศก ซึ่งหลักคิดของเขาบอกว่าที่นี่
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ผมมิสเตอร์ บสย. มาพบผู้อ่านอีกครั้งในฉบับนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 แน่นอนว่ายังคงมีการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ขาดหลักประกัน หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ยังคงขับเคลื่อนอยู่อย่างแข็งขันคือ การค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. ในวงเงินสูงสุด 2 แสนบาท ร่วมกับ 4 ธนาคาร คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารทิสโก้ ซึ่งถึงขณะนี้ บสย.ยังคงมีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อรายย่อยที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อีกจำนวนมาก จากวงเงินรวมที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลทั้งสิ้น 13,500 ล้านบาท สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นตลอดช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ จะเห็น บสย. ผนึกธนาคารออมสิน ระดมทีมงานลงพื้นที่ตลาดนัด ตลาดสด ในพื้นที่ที่มีความต้องการสินเชื่อทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์สินเชื่อ “ประชาชนสุขใจ” และโครงการค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยระยะที่ 2 ของ บสย. ซึ่งต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 จากปีที่แล้วสามารถค้ำประกันผู้ประก
