การเงิน และการตลาด
สวัสดี แฟนคลับ “เส้นทางเศรษฐี” ทุกท่านครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆ มาฝากครับ ผมตื่นเต้นกับข่าวนี้มาก ปีนี้หน่วยงานค้ำประกันสินเชื่อ บสย.ของผมนี่แหละครับ จะจัดงานระดับชาติ ถือเป็นเกียรติกับประเทศไทยมาก ปีนี้ บสย. ได้รับเกียรติจากกลุ่มประเทศสมาชิกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมาพันธ์ประกันสินเชื่อแห่งภูมิภาคเอเชีย หรือ ACSIC (Asian Credit Supplementation Institution Confederation) โดยมีกลุ่มประเทศสมาชิกจาก 11 ประเทศเข้าร่วมประชุม ในระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน ภายใต้ธีมที่กำลังฮือฮา “บทบาทการค้ำประกันสินเชื่อเป็นความท้าทายในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs” ผมสนับสนุนคำพูดที่ว่า “SMEs สร้างชาติ” หลังจากมีโอกาสได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจทั้งจาก สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี และ ไต้หวัน พบว่า เบื้องหลังความสำเร็จที่ทุกประเทศมีก็คือ การใช้กลไกการค้ำประกันสินเชื่อ เป็นพลังขับเคลื่อนครับ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีการพัฒนาโมเดลกลไกการค้ำประกันสินเชื่อที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ ครับ สิ่งที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผมอีกเรื่องหนึ่งคือ กระ
“เกาะปันหยี” หมู่บ้านกลางน้ำในจังหวัดพังงา เป็นชุมชนที่มีผู้คนอยู่อาศัยมานานจนมีการขยับขยายปลูกสร้างบ้านเรือนติดๆ กันเป็นพืด ขยายอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอ่าวพังงามาแต่ไหนแต่ไร ชีวิตผู้คนในถิ่นที่อยู่อาศัยกลางทะเลที่นี่เรียบง่าย มองไปทางไหนก็มีแต่ท้องฟ้า ทะเลกว้าง ห่างไกลความเจริญ ความสนุกสนานเพลิดเพลินสำราญใจคงมีกันอยู่ไม่กี่อย่าง คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาฟุตบอล คือ กีฬายอดฮิตอันดับหนึ่งที่แพร่หลายไปทั่วโลก แม้ว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตให้เกิดมาเป็นชาวเกาะ ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะทำสนามฟุตบอลใหญ่ๆ ระดับมาตรฐาน แต่ก็ใช่ว่าชาวเกาะจะไม่มีสิทธิ์ลิ้มรสชาติของเกมลูกหนัง! หลายสิบปีก่อน เด็กชายกลุ่มหนึ่งมีใจรักฟุตบอล ฝันอยากเล่นเก่งเหมือนเปเล่ ซิโก้ แห่งบราซิล แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย มีแต่ภูเขากับทะเล พวกเขาอาศัยเล่นตามชายหาดเวลาน้ำลงบ้าง ต่อมาก็หาเศษไม้มาต่อเป็นแพปลาแล้วเตะเล่นกันบนแพเสียเลย จนพัฒนามาเป็นสนามคอนกรีตก่อสร้างกลางทะเล 2 สนาม ปัจจุบัน ยังมีสนามที่เป็นโป๊ะพลาสติกลอยน้ำอีก 1 สนาม ทำให้ความฝันของเยาวชนเหล่านี้เป็นจริง หากมองมุมสูงจะสวยงามมากเป็นสนามฟุตซอลที่
เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธนาคารแห่งชาติอังกฤษได้เผยโฉมตัวอย่างธนบัตร 5 ปอนด์แบบใหม่ให้ประชาชนได้เห็นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก มีรูปภาพของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ อยู่ด้านหลังธนบัตร และจะนำออกมาใช้วันที่ 13 กันยายนนี้ เรื่องนี้มีความหมายกับคนอังกฤษมาก เพราะเท่ากับว่านี่คือจุดเริ่มต้นทยอยปิดฉากการใช้ธนบัตรกระดาษที่เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อ 320 ปีที่แล้ว ธนบัตร 5 ปอนด์ของอังกฤษจะเป็นธนบัตรชนิดแรกที่ทำออกมาใช้ ด้วยวัสดุพลาสติกโพลีเมอร์ (Polymer) หลังจากนั้น ในปีหน้า 2560 จะตามมาด้วยธนบัตร 10 ปอนด์ มีรูปเจน ออสเตน นักประพันธ์ชื่อดังชาวอังกฤษบนธนบัตร จากนั้นภายในปี 2563 จะออกธนบัตร 20 ปอนด์ มีรูปโจเซฟ มัลลอร์ด วิลเลียม เทอร์เนอร์ นักวาดภาพแนวภูมิทัศน์ชาวอังกฤษ ส่วนธนบัตร 50 ปอนด์ ซึ่งเป็นธนบัตรที่มีมูลค่ามากที่สุดในขณะนี้นั้น ทางธนาคารยังไม่มีแผนจะออกใหม่ในอนาคตอันใกล้ เพราะเพิ่งออกรุ่นใหม่ไปเมื่อปี 2554 นายมาร์ก คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติอังกฤษ บอกว่า ธนบัตรโพลีเมอร์แบบ 5 ปอนด์ จะมีอายุการใช้งานได้ 5 ปี มีความทนทานและคงทนต่อ “ไวน์แดง เถ้าซิการ์ สุนัข และเครื่
The Lamzac Hangout คือชื่อของโซฟาพองลมตัวนี้ เป็น “สิ่งประดิษฐ์” สมัยใหม่ที่เรียกความสนใจได้ในระดับบันลือโลก ก็เลยต้องเอามาเล่าสู่กันฟังเสียหน่อย อันว่าข้าวของเครื่องใช้จำพวกเป่าลมให้พอง เพื่อใช้งาน เช่น ฟูกลม หมอนรองคอตอนเดินทาง หมอนและที่นอนแคมปิ้งแบบอัดลมสำหรับพกพาไปไหนต่อไหนเพื่อความสะดวกสบายนั้น ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ออกแบบมาตอบโจทย์เทคโนโลยีด้านวัสดุที่พัฒนาล้ำหน้าขึ้นมาก ไม่ว่าจะใช้งานมาเป็นสิบยี่สิบปีที่นอนเป่าลมที่เราคุ้นเคยกันก็ยังเป็นวัสดุสังเคราะห์กึ่งพลาสติก เนื้อเหนียวที่ค่อนข้างหนาหนัก รูปทรงเทอะทะ แม้จะหอบหิ้วไปไหนได้แต่ก็ไม่สะดวกคล่องตัวนัก กระทั่งถึงยุคของ “แลมแซ็ก แฮงเอาต์” – Lamzac Hangout เรื่องราวของโซฟาเป่าลมก็ขึ้นต้นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ในทันที เพราะมันสุดเจ๋ง ถ้าภาษาวัยรุ่นก็คงบอกว่าคูลมาก เนื่องจากว่าโซฟาลมตัวนี้ไม่ต้องเป่าแล้ว มันพองลมได้ไม่ยากเลย เจ้าแลมแซ็ก แฮงเอาต์ ตัวนี้เป็นโซฟาอเนกประสงค์ขนาด 2 ที่นั่ง ออกแบบมาตอบสนองความต้องการของคนหนุ่มสาวยุคนี้อย่างแท้จริง เพราะมันเหมาะอย่างยิ่งกับการพกพาไปตามสถานที่ต่างๆ อย่างสะดวกสบายและสามารถกางออกใช้งานได้ฉับไวใน
ไหนๆ ก็ทำตัวเป็นกูรูด้านศิลปะกระดาษแล้วขอไปให้สุดทางเลยนะ จึงต่อด้วยเรื่องการพับกระดาษแบบโอริกามิให้จบสิ้นไปรวดเดียวเลย ORIGAMI เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลตรงตัวว่า “การพับกระดาษ” จะออกเสียงว่า โอริงามิ โอริกามิ หรือ ออริกามิ ก็ได้ตามสะดวก คำคำนี้หมายถึงการพับกระดาษแบบญี่ปุ่นตามต้นแบบที่สืบทอดกันมาจากวัฒนธรรมประเพณีอันเก่าแก่ และยังคงให้เกียรติเรียกทับศัพท์ว่า โอริกามิ ของญี่ปุ่น จนเป็นที่เข้าใจตรงกันทั่วโลกว่าหมายถึงศิลปะการพับกระดาษให้เป็นรูปร่างต่างๆ หลังจากความรู้เรื่องการผลิตกระดาษจากจีนแพร่เข้าไปในญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นก็สร้างสรรค์กระดาษสารพัดชนิดขึ้นมากมาย และนำกระดาษมาใช้อย่างหลากหลาย เช่น พับเป็นกระดาษห่อของขวัญช่วงเทศกาลสำคัญ ใช้ห่อเก็บของใช้ในครัวเรือน เช่น สมุนไพร และใช้ห่อช่อดอกไม้เป็นของขวัญ ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดก็จะมีวิธีการห่อที่พิเศษแตกต่างกันออกไป แต่เรื่องศิลปะการพับกระดาษนี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ให้กำเนิดนะคะ แม้ชื่อเรียกทางสากลจะยอมรับชื่อ ORIGAMI กันก็ตามที อันที่จริงแล้วศิลปะการพับกระดาษนั้นแบ่งออกเป็น 2 สายคือ สายเอเชีย เริ่มจากญี่ปุ่น กับ สายยุโรป เริ่มจา
พาไปรู้จักน้อง “เทเลอร์ โรเซนทัล” เด็กชายวัย 14 ปี จากรัฐอลาบาม่า สหรัฐอเมริกา ที่เป็นซีอีโอตัวน้อยของบริษัท RecMed ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างมาจากไอเดียของเขาเอง แถมยังเป็นไอเดียง่ายแต่ไม่มีใครคิดทำกัน นั่นคือ “ตู้ขายอุปกรณ์ปฐมพยาบาลอัตโนมัติ” ซึ่งรูปแบบไม่ต่างจากตู้ขายขนม เครื่องดื่ม หยอดเหรียญหรือใส่ธนบัตรอัตโนมัติ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบสินค้าในตู้เป็นอุปกรณ์ปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่ใช้ทำแผล หรือรักษาบาดเจ็บฉุกเฉิน อาทิ ยาฆ่าเชื้อ ยาล้างแผล แอลกอฮอล์ พลาสเตอร์ยาปิดแผล ผ้าพันแผล เทปติดแผล สำลี ถุงมือ เป็นต้น ไอเดียน้อง เทเลอร์ ก็ไม่ใช่แค่ไอเดีย แต่สร้างออกมาแล้ว และล่าสุดเขาได้นำมาร่วมออกแสดงในงานนิทรรศการ TechCrunch Disrupt ภาพ www.oanow.com สำหรับตู้ขายชุดปฐมพยาบาลอัตโนมัตินี้ เปิดตัวในนาม RecMed เมื่อปีที่แล้ว โดยเทเลอร์ได้รับเงินทุนสนับสนุนเบื้องต้น 100,000 เหรียญสหรัฐ และเมื่อ RecMed เป็นรูปเป็นร่างและเทเลอร์ก็กลายเป็นซีอีโอตัวน้อยของบริษัทนี้ มีนักลงทุนเสนอซื้อไอเดียเขาที่ 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่เขาได้ปฏิเสธไป และมาพัฒนา RecMed ที่เป็นสตาร์ทอัพฝีมือเขาเอง ซึ่งเทเลอ
เล่าเรื่องถึงรถยนต์กระดาษให้เห็นไอเดียในการสร้างสรรค์ของชิ้นใหญ่ๆ ด้วยกระดาษได้อย่างน่าทึ่งไปแล้ว เกิดอาการติดลมถึงขนาดไปค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของกระดาษมาได้เยอะแยะ ก็เลยต้องเอามาเล่าสู่กันฟังหน่อย ตอนที่พวกเราเรียนวิชาประวัติศาสตร์แบบท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองนั้นคงพอจะนึกออกนะว่าเราถูกป้อนข้อมูลในหัวว่า หลังจากผ่านยุคการจดบันทึกใส่กระดองเต่า กระดูกสัตว์ หรือแม้แต่บนแผ่นดินเหนียวแล้ว เราก็เข้าสู่ยุคของการบันทึกบนแผ่นกระดาษเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นยุคอียิปต์ที่อารยธรรมมวลมนุษยชาติเริ่มรุ่งโรจน์ ที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการคิดค้นผลิตกระดาษขึ้นเป็นครั้งแรก โดยการนำเอาต้นกกโบราณที่มีชุกชุมแถบลุ่มแม่น้ำไนล์มาลอกเอาเยื่อบางๆ ออกแล้วนำมาวางเรียงซ้อนทับกันเป็นแนวขัดขวางกัน แล้วบดอัดจนแน่นก่อนจะนำไปผึ่งแดด เมื่อแห้งดีก็นำมาใช้จดบันทึกเรื่องราวสิ่งต่างๆ ในลักษณะตัวอักษรภาพ และเรียกแผ่นที่ใช้บันทึกนี้ว่า กระดาษปาปิรัส (Papyrus) สำหรับเครื่องมือบันทึกนั้น ชาวอียิปต์จะนำหญ้ามาทุบปลายให้เป็นฝอยคล้ายพู่กัน ใช้ขีดเขียนลงบนกระดาษปาปิรัส และต่อมาได้พัฒนามาใช้ปล้องหญ้าตัดปลายให้แหลมคล้ายป
ฟุโรชิกิ (Furoshiki) ถือเป็นวัฒนธรรมในการห่อของขวัญด้วยผ้า ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีความเก่าแก่และประณีตมากที่สุด มีมาตั้งแต่สมัยช่วงศตวรรษที่ 14 ว่ากันว่าฟุโรชิกิเป็นสิ่งสำคัญในยุคโชวะ สมัยนั้นชาวญี่ปุ่นทุกคนมีจำนวนฟุโรชิกิเก็บไว้ใช้ส่วนตัวประมาณ 20 แผ่นในทุกขนาดสำหรับห่อของในตู้เสื้อผ้าที่นอนหมอนมุ้ง ถือว่าเป็นกระเป๋าเดินทางที่มีให้เลือกใช้ครบทุกขนาดเลยทีเดียว แรกสุดมันถูกใช้ห่อเสื้อผ้าเพื่อถือไปร้านอาบน้ำสาธารณะ จากนั้นมันก็ถูกนำไปใช้กับการห่อสินค้าตามร้านทั่วไป ไม่ใช่ห่อเพื่อให้ดูมิดชิด แต่เป็นการห่อเพื่อให้ถือจับกลับบ้านได้อย่างสะดวก หรือห่อด้วยลีลาอย่างวิจิตรพิสดารเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับของกำนัล แต่เดิมนั้น ฟุโรชิกิ เป็นผ้าที่ทุกคนต้องมีไว้เพื่อใช้ห่ออุปกรณ์ที่ใช้อาบน้ำเมื่อไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำสาธารณะ โดยผ้าห่อของนี้จะใช้ปูเพื่อวางของบนพื้นในห้องอาบน้ำได้ด้วย จะเห็นได้จากรากศัพท์ของคำนี้ Furoshiki คำว่า ฟุโร furo แปลว่า ห้องน้ำ ส่วน ชิกิ shiki แปลว่า การวางแผ่ออกไป อธิบายอย่างง่าย ฟุโรชิกิ คือ การใช้ผ้าหนึ่งผืนห่อของ เพื่อป้องกันการแตกหัก เพื่อให้ถือได้ง่าย แ
ใครที่ดูหนังแนววิทยาศาสตร์-ไซไฟ แล้วเห็นรถยนต์เหาะได้นั้น บัดนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไปแล้วนะ เพราะอย่างน้อย ตอนนี้มีผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกสองรายแล้วที่เปิดเผยยานยนต์ต้นแบบรถเหาะได้หรือบินได้ให้ประจักษ์เป็นขวัญตา รายแรกคือ บริษัทโฟล์คสวาเก้นของเยอรมันกำลังพยายามสร้างรถยนต์เหาะต้นแบบที่เรียกว่า “โฮเวอร์ คาร์” อีกรายเป็นรถยนต์ไฮบริดกึ่งเครื่องบินเล็กของบริษัทแอโรโมบิลสัญชาติสโลวาเกีย เพิ่งเปิดตัว “แอโรโมบิล 3.0” ออกมาให้ชมได้อย่างอลังการงานสร้าง แต่ด้วยข้อจำกัดของเนื้อที่คอลัมน์จึงไม่อาจเล่าเรื่องรถยนต์เหาะทั้งสองชนิดพร้อมกันได้ ประกอบกับเทคโนโลยีที่นำมาใช้นั้นแตกต่างกันมากจึงต้องขอแยกเรื่องเป็นคนละตอนไปเลยจะเข้าใจได้ง่ายกว่า และลงรายละเอียดได้ลึกกว่า ฉบับนี้ขอพูดถึง “โฮเวอร์ คาร์” (Hover Car) ก่อนก็แล้วกัน อันว่าวิวัฒนาการมนุษย์กับความเจริญก้าวหนาทางอารยธรรมและเทคโนโลยีนั้นมันยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ เมื่อ 5 พันปีก่อนไม่มีใครเชื่อหรอกว่าจะมีชีวิตอยู่รอดได้ถ้านอนอยู่นอกถ้ำยามกลางคืน พันปีที่แล้วไม่มีใครเชื่อว่าเหล็กสามารถลอยน้ำได้หรือมีเรือที่ไหนสามารถดำน้ำได้ 200
ไม่ได้เขียนเรื่องสัตว์เลี้ยงมานาน เกิดอาการคิดถึงบรรดาหมาแมวที่เคยเป็นสมาชิกครอบครัวในบ้าน แล้ว มีอันต้องล้มหายตายจากไปก็เลยใจหายนิดหน่อย สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของคนทั่วโลก ด้วยความที่มันฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว สอนอะไรไปก็รับรู้ได้ง่าย ทำตามได้แทบทุกอย่าง แถมยังมีอารมณ์ความรู้สึกแบบเดียวกับมนุษย์อีก เราจึงอยู่กับพวกเขาราวกับเป็นพี่น้องลูกหลานในบ้าน หลายบ้านเลี้ยงหมาและแมวแบบลูก กินนอนด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ด้วยความรักความผูกพันที่คนเกลียดสัตว์เลี้ยงยากจะเข้าใจ มีแต่คนรักหมาแมวเท่านั้นที่จะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนรักหมาแมวด้วยกัน เรายอมให้บ้านรกไปด้วยของเล่นเจ้าสี่ขา เต็มไปด้วยเศษขยะ เศษเล็กเศษน้อยที่พวกหมาแทะกัดทำลายอย่างสนุกสนานโดยไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมหรือรองเท้าหรูหราราคาแพงคู่เก่งของใคร บ้านคนรักแมวหลายหลังยอมปล่อยให้โซฟาพังพินาศด้วยรอยเล็บข่วน เปียโนราคาแพงถูกขูดขีดด้วยริ้วรอยลึกฝังแน่นเป็นลายพร้อย และต้องยินยอมให้เจ้าเหมียวใช้เป็นที่ปีนป่ายนอนเล่นเอกเขนกได้ทุกเวลาเท่าที่มันต้องการ หลายคนเคยชินอยู่กับการนอนกอดหมาและแมวหลับไปด้วยกันบนเตียงทุกวันจนขาดไม่ได
