การเงิน และการตลาด
เรื่องโดย พลชัย เพชรปลอด เมื่อก่อนจะค้าจะขาย เราบอกว่า “ต้องตามใจลูกค้า” เพราะ “ลูกค้า คือ พระเจ้า” แต่ตอนนี้ คนที่ค้าขายออนไลน์ อาจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ ว่า “AI คือ พระเจ้า” เพราะโอกาสการเข้าถึงลูกค้า มาจากการสนับสนุนของ AI เป็นสำคัญ ตั้งแต่ต้นปีมาจนเข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว ปีนี้ถือว่าโลกได้เผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญอีกระดับ คือ การที่ AI กลายมาเป็นผู้มีบทบาทในชีวิตมนุษย์ ซึ่งกระทบทั้งด้านดี และด้านร้าย ให้มนุษยชาติต้องปรับตัวกันอีกมโหฬารแทบทุกด้าน นับตั้งแต่ระบบสื่อสารไร้สายกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา การตลาด การค้าขาย ก็มีหลายธุรกิจ เลือกเอาช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางการขายหลัก แน่นอนว่า “โอกาส” มักมาพร้อม “ความเสี่ยง” ด้วยเสมอ ก่อนหน้าคนค้าขายออนไลน์ ต้องพยายามทำความเข้าใจ “อัลกอรึทึม” หรือวิธีประมวลผลของระบบ เพื่อให้การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายทำได้ดีขึ้น ซึ่งลักษณะของอัลกอรึทึม เป็นชุดความคิดพื้นฐานในการประมวลผล ที่ชุดคำสั่งเหมือนกัน คำตอบก็เหมือนกัน คนค้าขายสินค้าก็พยายามเอาชนะ ส่วนคนคิดระบบ ก็ต้องการเอาชนะเช่นกัน เพราะค้าขายระบบ ย่อมต้องการเงินจากการใช้งานระบบ การพัฒนาไปสู่ AI ที่ใช้อัลกอรึ
LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีอันดับ 1 ของไทย เดินหน้ารับลูกนโยบายรัฐบาล “คนละครึ่งพลัส” เปิดแคมเปญใหญ่หนุนกระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ประกาศลดค่า GP เหลือ 7% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 และค่า GP 9% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายนเป็นต้นไปจนจบโครงการ พร้อมทุ่มงบการตลาด 300 ล้านบาท กระตุ้นยอดขาย ล่าสุดเปิดเวทีสนทนาโต๊ะกลม “ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหารและปากท้องคนไทย” สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์ม คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า “คนละครึ่งอยู่มาตั้งแต่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตอนนั้นโครงการคนละครึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยร้านอาหารจริงๆ และสำหรับรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เราผลักดันมาตั้งแต่หลังสงกรานต์ เพราะว่าสถานการณ์ร้านอาหารในปีนี้ค่อนข้างแย่ ตัวเลขร้านอาหารที่ลดลงทำให้เราตกใจ และเห็นตรงกันกับไลน์แมน ว่าโครงการคนละครึ่งเป็นทางรอดของผู้ประกอบการร้านอาหาร สิ่งที่เราขอกับรัฐบาลคือไม่เก็บภาษีย้อนหลัง ขอให้นิติบุคคลเข้าร่วมด้วย หมายความว่านิติบุคคลยอดขายเกิน 1.8 ล้าน ผลออกมาคือตอนนี้เก
เคยสงสัยไหมครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “ลูกค้าคนไหนจะซื้อ” สินค้าบางอย่าง มีคนสนใจแวะเวียนมาดู มาชม มาถามไถ่ แบบถล่มทลาย แต่กลับไม่มีคนไหนเลย ที่เป็นคนซื้อตัวจริง เป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตกทางการตลาดครับ มีหลักการมากมายแนะนำเอาไว้ หนึ่งในหลักการคลาสสิคที่ตำราการตลาดสอนเอาไว้ คือ เราต้อง “ขจัดข้อโต้แย้ง” จากลูกค้าให้ได้ แล้วเราถึงจะปิดการขายได้ ข้อโต้แย้ง คืออะไร ? คือทุกสรรพสิ่งที่ลูกค้าหยิบยกมาเป็น “ปัญหา” แล้วแสดงออกมาในรูปของ “คำถาม” กับ “คำปฏิเสธ” บางคนถามสารพัด ถ้าคนขายตอบได้เคลียร์ทุกคำถาม ก็สามารถปิดจบ ซื้อขายกันได้ บางคนมาแนวปฏิเสธ ไม่ชอบออกตัวแรง ท่าทีสนใจนั่นแหละ แต่ยังมีความกังวลลึกๆ แบ่งรับแบ่งสู้ แบบนี้ถ้าเจอคนขายเก่งๆ ก็สามารถตะล่อมได้อยู่หมัดเช่นกัน ฟังดูแล้ว “การปิดการขาย” หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นการสรุปจบให้เกิดการจ่ายเงิน แล้วส่งมอบสินค้า มีความเป็นทักษะเฉพาะตัว เป็นศิลปะผสมจิตวิทยา ผสมความช่างสังเกต ผสมปฏิภาณไหวพริบ ฯลฯ ก็คงไม่ผิด ไม่เกินจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเรียนรู้กันไม่ได้เอาเสียเลย ผมได้ลองร
รู้จัก “สแมชเบอร์เกอร์” ความอร่อยที่ร้านดังเลือกใช้ เคล็ดลับอยู่ที่การ “สแมช” สแมชเบอร์เกอร์ กลายเป็นเมนูยอดฮิตที่ร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งเลือกนำเสนอ ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดนใจคนรักเบอร์เกอร์ ทำให้สแมชเบอร์เกอร์ได้รับความนิยมในวงกว้างอย่างรวดเร็ว แต่ทุกคนรู้ไหมว่า สแมชเบอร์เกอร์ คือการทำเบอร์เกอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้วิธีการทำอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสร้างความโดดเด่นให้กับชิ้นเบอ์เกอร์นั้นๆ ได้อย่างดี โดยเคล็ดลับที่จะทำให้เนื้อในของเบอร์เกอร์ฉุดความสนใจไปยังลูกค้าได้นั้น เคล็ดลับอยู่ที่การ “สแมช” โดยวิธีการสแมชนั้น จะใช้เนื้อบดคุณภาพดีนำไปกดบนกระทะร้อนๆ ให้แบนและมีขอบเกรียมกรอบ จุดเด่นของสแมชเบอร์เกอร์คือความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อที่เกิดจากการสัมผัสความร้อนโดยตรง ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น เนื้อฉ่ำ และมีกลิ่นหอม จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านดังถึงเลือกใช้สแมชเบอร์เกอร์ ด้วยรสชาติที่โดดเด่น ผสานกับความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อที่แตกต่างจากเบอร์เกอร์ทั่วไป ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับรสชาติและเทกซ์เจอร์ที่น่าสนใจ มีความรวดเร็วในการทำใช้เวลาทำน้อยกว่าเบอร์เกอร์แบบอื่นๆ เหมาะสำหรับร้านอาหารที่ต้องการเส
62% ของคนไทยมีเงินสำรองใช้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วถ้าวันพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือรายได้สะดุด ทุกคนพร้อมที่จะกาง “ร่มกันฝนทางการเงิน” จากที่ไหน เพราะพายุการเงินไม่เคยบอกล่วงหน้า และฝนตกหนักครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้ ฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนเพียงท้องฟ้า แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของผู้คนไปพร้อมกัน ในภาษาอังกฤษมีสำนวน “saving for a rainy day” หมายถึงการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามลำบาก ไม่ใช่แค่วันที่ฝนตกจริงๆ ดังนั้น ทุกคนควรต้องมี Rainy-day Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นร่มกันฝนทางการเงินไว้ปกป้องในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ ผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2563–2565 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แม้คนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 74.7% จาก 72.0% ในปี 2561 แต่มีเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 3 เดือน สะท้อนว่าคนไทยแม้ออมเงิน แต่ยังไม่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจริงๆ เคทีซี จึงได้รวบรวม 3 ขั้นตอน “อ–อ–ม” เพื่อเริ่มต้นสร้างร่มคุ้มกันทางการเงิน ที่จะช่วยให้ชีวิตมั่นใจได้แม้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด 1. อ–ออ
สำนักข่าวฮานอย รายงานว่า จากความกังวลด้านความปลอดภัยในไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคนหันไปเลือก ‘เวียดนาม’ เป็นจุดหมายปลายทางแทน เช่นเดียวกับครอบครัวของ คุณหู เจีย ที่ตัดสินใจจองทริป 2 สัปดาห์ไปยังเวียดนาม แทนที่จะไปเที่ยวชายหาดและวัดวาอารามในประเทศไทย “เวียดนามมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยทริปนี้ใช้เงินไปกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และตั้งใจว่าจะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกหากมีโอกาส” เธอกล่าว นอกจากนี้ เธอและครอบครัวยังเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวจีนกว่า 3.5 ล้านคนที่เดินทางมาเวียดนาม และช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามสร้างสถิติใหม่ในปี 2025 โดยแซงหน้าไทย ขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในภูมิภาคสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ความกังวลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการลักพาตัวนักแสดงชาวจีนชื่อดังเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยลดลงถึง 35% ในปี 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้ส่วนนี้จะตกไปอยู่ที่เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านแทน ตามข้อมูลของ China Trading D
การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันรายล้อมด้วยความท้าทายทางเศรษฐกิจรอบด้าน ตั้งแต่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่กดดัน ไปจนถึงความไม่แน่นอนของตลาดโลก ทำให้การเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป การลงทุนจึงกลายเป็นเครื่องมือจำเป็น สำหรับคนรุ่นใหม่และทุกเจเนอเรชันที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต ทำไมการลงทุนถึงสำคัญ คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z มีพฤติกรรมการลงทุนที่ต่างจากรุ่นก่อน ชอบเริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก เน้นสิ่งที่เข้าใจง่าย ยืดหยุ่น และเข้าถึงได้ผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ พวกเขามองการลงทุนไม่ใช่แค่เรื่องผลตอบแทน แต่เป็นการสร้างวินัยทางการเงินและการเรียนรู้ควบคู่กันไป ช่องทางลงทุนที่เหมาะกับมือใหม่ เครื่องมือเสริมสำหรับนักลงทุน การลงทุนยุคนี้ไม่ได้มีแค่สินทรัพย์ แต่ยังมีแอปการเงินและคอมมูนิตี้ออนไลน์ที่ช่วยวางแผนการลงทุน เช่น แอปลงทุนข้ามประเทศ แอปจดรายรับ–รายจ่าย ไปจนถึงกลุ่มแชร์ความรู้ใน Facebook หรือ TikTok ซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองใหม่ แต่ผู้ลงทุนต้องใช้วิจารณญาณ ไม่ตามกระแสโด
ในยุคที่การใช้จ่ายเพียงปลายนิ้วสามารถเปลี่ยนยอดเงินในบัญชีให้ลดลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “ซื้อก่อน คิดทีหลัง” ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความสะดวกสบายของเทคโนโลยีและการตลาดในยุคดิจิทัล แม้ผู้บริโภคยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับการออมแต่การซื้อสินค้าโดยไม่ไตร่ตรองอย่างละเอียดก็ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น จากการสำรวจของ Deloitte พบว่า กลุ่ม Millennials หรือ Gen Y ไปจนถึง Gen Z มีแนวโน้มใช้จ่ายแบบอิงอารมณ์สูงขึ้น ในขณะที่รายงานจาก McKinsey & Company ระบุว่า พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีความเปราะบางต่อแรงกระตุ้นจากการจัดโปรโมชันลดราคา การรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ และการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นในโซเชียล ซึ่งมักนำไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว ลองมาดู 3 คำถามที่ควรหยิบมาใช้ก่อนกดซื้อทุกครั้ง จาก เคทีซี เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจใช้จ่ายได้อย่างมีสติ 1. เราจะใช้สิ่งนี้ภายใน 7 วันหรือไม่ ผู้ประกอบการนิยมใช้เทคนิคเพื่อเพิ่มยอดขาย อาทิ การจัดโปรโมชันลดราคาแบบจำกัดเวลา การวางสินค้าใกล้จุดชำระเงิน หรือการวางส
LINE for Business เปิดอินไซต์ของผู้ประกอบการ SMEs ไทย จากเวที Digital SME Conference Thailand 2025 (DSME 2025) ชี้ “การตลาดแบบตรงเป้า” ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือทางรอดของธุรกิจที่ต้องแข่งขันด้วยความเข้าใจ มากกว่าพึ่งแค่ราคาและโปรโมชัน หลังพบผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. รายงานว่า GDP ไทย ไตรมาส 2 ปี 2568 ขยายตัวเพียง 2.8% สะท้อนกำลังซื้อที่ชะลอตัว ในขณะที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งสงครามการค้า กำแพงภาษี และราคาทองคำที่ผันผวน นายจิรพัฒน์ เดชดนู หัวหน้าทีม LINE Ads Product & Marketing Strategy จาก LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “การทำการตลาดแบบตรงเป้า ผู้ประกอบการต้องปรับแนวคิดก่อนลงมือทำ เริ่มจากใส่ใจหาความชื่นชอบและพฤติกรรมของลูกค้าให้ลึกยิ่งขึ้นเพื่อความเข้าใจ รู้จักปรับตัวตามกลุ่มเป้าหมาย เพราะการแข่งขันวันนี้ไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคา แต่แบรนด์ต้องเข้าใจและปรับตัวตามเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง ที่สำคัญ ผู้ประกอบการต้องเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาดแบบตรงเป้าให้เป็น เพื่อสร้างทางรอดให้ธุรกิจเข้าถ
เพราะเคยป่วยด้วยโรคมะเร็ง ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และปัจจุบันเป็นโรคหัวใจ ทำให้น้องวิน ตั้งเป้าสร้างรายได้และเก็บเงินสำรองให้ได้จำนวนมาก เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เพราะมองการณ์ไกลหากป่วยอีกรอบก็น่าจะใช้เงินไม่น้อย เรื่องราวของ วิน-ภาสวิน ตันตินิติ เด็กชายวัย 14 ปี ที่มาแชร์เรื่องราวการออมเงินของตัวเอง ผ่านรายการมนุษย์ต่างวัย Talk ไว้อย่างน่าสนใจ น้องวินจึงเริ่มเก็บเงิน ด้วยวิธีนี้ และนี่คือแนวคิดของเด็กวัย 14 ปี เกี่ยวกับการออมเงินไว้ใช้ในอนาคต ซึ่งน้องวินได้แชร์แนวคิดอีกมากมายไว้ในช่องติ๊กต็อก win_phassawin ซึ่งมีผู้ติดตาม 45.8 หมื่นคน โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม คือ วิธีลดรายจ่ายฉบับนักเรียน นั่นคือการห่อข้าวไปกินที่โรงเรียน ด้วยการฝึกทำกับข้าวเอง และเก็บค่าขนมที่ได้ประจำได้มากขึ้น ซึ่งมียอดรับชมสูงถึง 1.1 ล้านวิว อีกคอนเทนต์ที่น่าสนใจคือ 3 อย่างที่ลงทุนได้ ต่อให้อายุไม่ถึง 20 น้องวินแชร์ไว้ว่า อย่างแรกคือ ซื้อทองคำ สอง ซื้อหนังสือ เพราะความรู้เป็นสิ่งคุ้มค่า ยิ่งมีความรู้เยอะ ยิ่งหาเงินได้เยอะ และสาม สลากออมสิน สำหรับใครที่ได้อ่านเรื่องราวของน้องวินแล้วเกิดแรงบันดาลใจ
