Featured
เมื่อเร็วๆนี้ Change.org เว็บไซต์ที่เปิดพื้นที่ให้คนทุกคนสามารถเริ่มเรื่องรณรงค์ของตัวเอง ได้เผยแพร่ ข้อเรียกร้องเพื่อการณรงค์ในประเทศไทย จากผู้ที่ใช้ Change.org นามว่า Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya ได้เรียกร้องให้มีการประกาศให้ “ปลากัด เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ” เหมือนกับที่ประเทศออสเตรเลีย ที่มีจิงโจ้เป็นสัตว์ประจำชาติ หรือ ประเทจีน ที่มี แพนด้า เป็นเอกลักษณ์ และจุดขายที่นำมาต่อยอดพัฒนาเป็นสินค้าต่างๆ สำหรับสาเหตุ ที่ต้องการให้ ปลากัด ต้องเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ นั้น เจ้าของเรื่องรณรงค์ดังกล่าว บอก นอกจากประเด็นเรื่องเอกลักษณ์และความภูมิใจแล้ว เมื่อปลากัด ได้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติจะทำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง สามารถนำปลากัดสายพันธุ์ไทยไปจดทะเบียนสิทธิบัตรได้ง่ายขึ้น ซึ่งหมายความว่า ไทยจะสามารถเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน ของปลากัด ออกใบรับรองต่างๆ ได้ เอื้อให้สามารถแข่งขันในเวทีประกวดระดับโลกในนาม ‘ปลาไทย’ ได้ และเอื้อให้รายได้จากการค้าปลากัดกับต่างชาติเพิ่มขึ้น “เคยมีการเสนอแนวคิดนี้แล้วครั้งหนึ่งและมีแนวโน้มว่าจะสำเร็จ แต่แล้วเรื่องกลับถูกปัดตกไป โดยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560 คณะกรรมการเอ
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและกลางย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการกลุ่ม Strong / Regular ได้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ สสว. ได้พาผู้ประกอบการ 20 ราย เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมการงานแสดงสินค้า Ambiente India 2018 ครั้งที่ 5 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการ Pragati maidan กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยงานดังกล่าวถือเป็นงานแสดงสินค้าระดับสากล การันตีโดยผู้จัดงานมืออาชีพจาก Messe Frankfurt เป็นงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับของตกแต่งบ้าน และสินค้าค้าสำหรับใช้ในโรงแรม ของขวัญของชำร่วย ภายในงานนี้ผู้ประกอบการไทย นอกจากได้รับความสนใจจากผู้ซื้ออินเดียแล้ว ยังได้รับความสนใจจากเนปาล อิหร่าน อิตาลี ฮ่องกง เกาหลี และฟินแลนด์ สินค้าที่ได้รับความสนใจมาก คือ สเปรย์แคปซูลน้ำหอมสำหรับกำจัดกลิ่นเหม็นอับชื้น ซึ่งใช้นวัตกรรมในการผลิต และโดนใจกลุ่มโรงแรมในอินเดีย สามารถใช้กับผ้าม่าน ผ้าปูเตียง ผ้าปูโต๊ะ พรม และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่มีผ้าเป็นส่วนประกอบ สำหรับการออกงานครั้งนี้ ผู้ประกอบการได้มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และกลิ่นเฉพาะสำหรับตลาดอินเดียทำให้ตอบโจ
ธุรกิจเครื่องสำอาง นับเป็นธุรกิจที่ติดอันดับ “ดาวรุ่ง” ในผลวิจัยทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจความงามในอาเซียน ด้วยมีการขยายตัวของตลาดสูงมาก ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำยันปลายน้ำ ได้แก่ ธุรกิจผลิตเครื่องสำอาง ธุรกิจนำเข้า จำหน่าย และค้าปลีกเครื่องสำอาง โดยอุตสาหกรรมความงามของไทยมีมูลค่าสูงกว่า 1.8 แสนล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 7.8 ต่อปี เมื่อเป็นธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์ดาวรุ่ง ตลาดเติบโตสูง คู่แข่งย่อมเยอะ เห็นได้จากมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ยิ่งในยุค 4.0 ช่องทางการทำตลาดง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องลงทุนมีหน้าร้าน การเริ่มต้นไม่ต้องใช้เงินลงทุนก้อนโต ประตูแห่งโอกาสดูเหมือนเปิดกว้างสำหรับเถ้าแก่หน้าใหม่ แต่ใช่ว่าจะคว้าความสำเร็จมาได้ง่ายๆ และแม้บางรายเริ่มต้นเหมือนจะไปได้สวย แต่ก็ “ปัง”แค่ระยะสั้นๆ ไม่ได้เติบโตอย่างยั่งยืน “สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะที่ขายเครื่องสำอางผ่านออนไลน์ล้มเหลว หรือเติบโตแบบไม่ยั่งยืน คือ สินค้าไม่มีคุณภาพ เพราะไปจ้างโรงงานผลิต หรือ โออีเอ็ม ไ
ธรรมชาติของฤดูฝน ฝนตกฟ้าร้อง น้ำนอง น้ำท่วม เป็นเรื่องปกติธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดา อิทธิพลของฝน ส่งผลให้ต้นไม้ใบหญ้า ข้าวกล้าพืชผักต่างๆ เจริญเติบโต พุ่งชูยอดเถากิ่งก้านใบอ่อนกันไปทั่ว นั่นเป็นเพราะความชื้น ความสดชื่นจากฝนฟ้าที่ชุ่มฉ่ำ ในอากาศที่ฝนตกผ่าน มีแร่ธาตุสารอาหารอยู่มาก ฝนตกได้นำเอาสิ่งเหล่านั้นคืนสู่ดิน ให้ต้นหมากรากไม้ แม้แต่คน สัตว์ต่างๆ ได้สัมผัสและใช้ประโยชน์จากเม็ดฝน สดชื่น ฉ่ำชุ่มกันทั่วหน้า ช่วงนี้แหละที่พี่น้องคนบ้านเราหาพืชผักมาต้มยำทำแกงกันได้ง่าย จริงอยู่ ฤดูอื่นๆ ก็มี แต่ก็มีไม่มากเท่าฤดูนี้ พืชผักหลายชนิดที่ขึ้นเจริญงอกงามให้เก็บ ให้เด็ด ไปทำอาหารได้ทั่วไป มีขึ้นตามป่า ข้างรั้ว พุ่มต้นไม้อื่นๆ เราคงรู้จักกับ “ตำลึง” กันเป็นอย่างดี สุดยอดผักที่เลิศล้ำคุณค่า และมีอยู่ทั่วไป บางทีบางที่เห็นว่าไม่ค่อยมีราคาค่างวด เพิ่งจะเริ่มมีการซื้อขายกันในชนบทเมื่อไม่นานมานี้เอง “ตำลึง” ทางภาคเหนือ เรียก “ผักแคบ” ภาคอีสาน เรียก “ผักตำนิน” กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก “แคเด๊าะ” เป็นพืชประเภทเถาเลื้อย เช่นเดียวกับพวกแตง ถั่วฝักยาว มะระ น้ำเต้า ฟัก เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เถาตำลึงที่แก่ จะม
วิสาหกิจชุมชนมาบชลูด จังหวัดระยอง ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตกระเป๋าผ้าฝีมือดีจากชาวบ้านที่ทำกันอย่างตั้งใจ โดยชุมชนนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการธรรมศาสตร์โมเดล ที่เข้ามาร่วมกันพัฒนาและผลักดันสินค้าให้มีมูลค่า เกิดเป็นรายได้มากขึ้นเท่าตัว ป้าโต ประคอง เกิดมงคล ประธานวิสาหกิจชุมชนมาบชลูด เล่าว่า ตอนแรกๆ นั้นชาวบ้านรวมกลุ่มกันเพื่อเย็บเสื้อผ้าขาย แต่ทำได้ไม่นานต้องเลิกไป เพราะออเดอร์มีจำนวนมาก จะเย็บเสื้อผ้าต้องใช้เวลาทั้งวัน แต่สมาชิกที่มีส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน ต้องคอยดูแลบ้าน ดูแลครอบครัว จึงไม่มีเวลามาเย็บเสื้อผ้าทุกวัน เมื่อเป็นเช่นนั้นทางกลุ่มจึงเปลี่ยนมาเย็บกระเป๋าผ้า เพราะใช้เวลาทำไม่นาน บางคนว่างจากงานบ้านก็แวะมาทำ มาฝึกที่กลุ่ม สามารถนำไปนั่งเย็บที่บ้านได้ด้วย นับดูแล้ว กระเป๋าผ้านั้นเพิ่งเริ่มมาได้ปีกว่าเท่านั้น มีสมาชิกในกลุ่มเพียง 7 คน ช่วยๆ กันทำ ทำเดือนแรกยอดขายยังน้อย ขายได้ประมาณ 800 บาท ต่อมารายได้ขยายขึ้นเรื่อยๆ จนเดือนล่าสุดสามารถสร้างรายได้ประมาณ 60,000 บาท เพราะทางกลุ่มได้น้องๆ จากโครงการธรรมศาสตร์โมเดลเข้ามาร่วมพัฒนาในหลายๆ ด้าน ทั้ง ภาพลักษณ์ ดีไซน์ ช่องทางตลาด และตั้งชื่อแ
หลายคนสนใจปลูกกล้วยไม้เป็นงานอดิเรก ทั้งกล้วยไม้สกุลช้าง สกุลแวนด้า สกุลหวายและกลุ่มคัทลียา แต่มือใหม่หัดปลูกกล้วยไม้มักเจอปัญหา โรคใบจุดดำลึกขอบมีสีเหลืองและเน่าเสียหาย จนต้องตัดต้นทิ้งในที่สุด ความจริง การเลี้ยงกล้วยไม้ให้งาม ไม่ใช่เรื่องยาก ใครๆ ก็สามารถทำได้ หากปลูกดูแลกล้วยไม้ตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้ ก่อนอื่นขอแนะนำให้มือใหม่ทั้งหลาย หัดเรียนรู้ธรรมชาติของกล้วยไม้เสียก่อนว่า กล้วยไม้ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ในวงศ์กล้วยไม้ (แฟมิลี่) นั้น กล้วยไม้เป็นพันธุ์พืชมีดอกมากกว่า 25,000 ชนิด (สปีซี่ส์) กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก คำว่า กล้วยไม้ ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า ออคิด หรือ ออร์คิด มีความหมายว่า ลักษณะโป่งตอนกลาง ปลูกกล้วยไม้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ในเขตร้อนชื้น ต้องใส่ใจปรับสภาพแวดล้อม คือ แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ ให้เหมาะสมและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้แต่ละสกุล แสงแดด การปลูกกล้วยไม้ จำเป็นต้องพรางแสงให้ตามความเหมาะสมของแต่ละสกุล กล้วยไม้สกุลหวาย ต้องการแสงแดดเพียง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแวนด้าต้องการแสงแดดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง อุณหภู
พูดถึงนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดในบ้านเรา ชื่อของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีผลงานมากมาย ที่สำคัญท่านเป็น 1 ใน 5 ของนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดระดับโลก ล่าสุดผลงานของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ผู้นี้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง “ราชินีทับทิมสยาม” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์โดยฝีมือคนไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสวยสด รวมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ สามารถรับประทานสดได้เลย ทำให้ได้รสชาติที่หวานและมีความกรอบในตัว และในอีกไม่ช้าจะมีพันธุ์ Siam Ruby Queen 2 เข้ามาเสริม ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยกว่าเดิม “ผู้คนมักจะเข้าใจเรื่องข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง กับข้าวโพดเหนียวสีแดงสับสนกัน ซึ่งเป็นคนละชนิด ของเราไม่ใช่ข้าวโพดข้าวเหนียว และสามารถทานสดได้เลย เหมือนทานผลไม้ทั่วไป” สำหรับประโยชน์ของข้าวโพดแดงนี้ มีปริมาณสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) สูง ซึ่งสารตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่มีในดอกอัญช
เส้นทางเศรษฐี มีโอกาสแวะเวียนไปทำข่าวที่เมืองน่าน จังหวัดที่มีมนต์เสน่ห์ไม่เหมือนใคร ในโอกาสนี้เอง ระหว่างเดินทาง ได้แวะเวียนไปทานอาหารในร้านแห่งหนึ่งชื่อร้าน เฮือนภูคา เราแวะไปกันในช่วงตะวันตกดินพอดิบพอดี บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์เหนือ แสงไฟสลัว พร้อมเปิดเพลงเหนือกล่อม ฟังแล้วชวนเคลิ้ม กล่อมให้ใจเย็นเหมือนคนน่านไม่มีผิดเพี้ยน เมนูแรกเริ่ม ปลาภูกามยาว หน้าตาไม่ต่างจากอาหารทั่วไปเท่าไหร่ แต่รสชาตินั้นแตกต่างเพราะอร่อยมาก ทำมาจากปลานิลตัวใหญ่ เนื้อปลากรอบเคี้ยวดังกรุบเลยทีเดียว เมนูสองชื่อ ยำตระไคร้หมูย่างใบชะพลู เมนูนี้รสเข้มถึงใจ กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยไม่แพ้กัน เมนูสาม ใบเชียงดาผัดไข่ นำเอาใบเชียงคาซึ่งเป็นผักพื้นเมืองของภาคเหนือทำปรุงรสได้อย่างยอดเยี่ยม และเมนูสุดท้าย ซี่โครงหมูทอดมะแขว่น หมูไม่เหนียว ทานง่าย ขอบคุณรูปภาพจาก เฟซบุ๊ก เฮือนภูคา – Huanpuka
นักธุรกิจเมืองตรังต่อยอดธุรกิจด้วยการรังสรรค์เมนูใหม่ “ซาลาเปาไส้มะพร้าวนมสดลาวา” เป็นเจ้าแรกในจังหวัดตรัง เอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชอบทานผลไม้ เผยได้ผลดีเกินคาด สามารถสร้างยอดขายได้กว่าวันละ 500 ลูก สนนราคาลูกละ 35 บาท พร้อมเปิดสั่งจองผ่านโซเชียลเพจเฟซบุ๊กอั่งเปา@ตรัง หรือทางไลน์ด้วย นางวริษฐา ตันติพิสิฐกุล อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน “อังเปา@ตรัง” เลขที่ 201/14-15 หมู่ที่ 1 ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางร้านได้สร้างสรรค์ซาลาเปาทุเรียนจนได้รับผลตอบรับดีเกินคาด ล่าสุดทางร้านได้เปิดตัว 2 เมนูใหม่คือ ซาลาเปาไส้มะพร้าวนมสดลาวา และซาลาเปาส้มลาวา เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าที่ชอบทานผลไม้ ซึ่งเราได้จัดขายเป็นแพ็คเก็จสำหรับลูกค้าที่ชอบผลไม้ ทั้งซาลาเปาทุเรียน ซาลาเปามะพร้าวนมสดลาวา และซาลาเปาส้มลาวา นางวริษฐา เปิดเผยต่อไปว่า การที่ทางร้านคิดค้นซาลาเปาสูตรใหม่ออกมานั้น เพราะเล็งเห็นเอกลักษณ์ความเป็นผลไม้ไทย ซึ่งผลไม้ไทยมีเอกลักษณ์อยู่ในตัว รวมทั้งกลิ่นรสชาติ ซึ่งตนเองจะเลือกผลไม้ในชนิดที่สามารถนำมาทำเป็นซาลาเปาได้ มีรสชาติที่เข้ากันกับแป้งซาลาเปาของเรา ก็เลยมองว่ามะพร้าว
คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เผยว่า ทีเส็บในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมการจัดประชุม งานแสดงสินค้า และการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล หรืออุตสาหกรรมไมซ์ มุ่งหวังที่จะส่งเสริมและพัฒนาแหล่งศึกษาดูงานใหม่ๆ ในประเทศ และเล็งเห็นว่าชุมชนสหกรณ์มีศักยภาพที่จะทำได้ ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกหลักอันหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างรายได้เพิ่ม ช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะในเมืองรองและชุมชนรายย่อย สำหรับโครงการ “ไมซ์เพื่อชุมชน” ทีเส็บได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์จัดขึ้น โดยจะคัดเลือกชุมชนสหกรณ์ที่มีศักยภาพเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับธุรกิจไมซ์ รองรับการจัดประชุม ศึกษาดูงาน และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมกับใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกผลักดันให้เกิดการจับคู่ธุรกิจสินค้าในชุมชนกับองค์กรธุรกิจต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันมีสหกรณ์ชุมชนนำร่องที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศแล้ว 37 แห่ง โดยการดำเนินงานจะจัดทำเป็นคู่มือสถานที่จัดงานไมซ์เพื่
