Featured
วัฒนธรรมการตั้งชื่ออาหารไทยที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ เริ่มเมื่อไหร่? ถ้าให้เดาเท่าที่ข้อมูลมีตอนนี้ ผมคิดว่าคงเริ่มประมาณช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เล็กน้อย เพราะตำรากับข้าวในช่วงนั้นเริ่มปรากฏชื่อสำรับกับข้าวแนวๆ อย่างเช่น กระต่ายลอยน้ำ ไข่ฟูใจน้อย แย้หัวเราะ ฯลฯ ต่างจากช่วงก่อนหน้า ที่มักระบุวัตถุดิบและวิธีทำตรงๆ ไม่มีการประดิดประดอยโวหารให้ออกแนวโอชารมณ์เอาเลย หนึ่งในสำรับเหล่านั้น ที่ผมคิดว่าตั้งชื่อได้โรแมนติกมากๆ ก็คือ “แกงรัญจวน” ครับ หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เล่าที่มาที่ไปของสำรับนี้ไว้ในหนังสือตำรากับข้าวในวัง (พิมพ์ พ.ศ.2549) ที่ท่านเขียนขึ้นว่า เรื่องเกิดในห้องเครื่องวังสวนสุนันทา เมื่อเกิดมีผัดเนื้อวัวใส่หอมใหญ่และใบโหระพาเหลือจากคราวเลี้ยงอาหารคนทำดอกไม้ “..ท่านอา (หม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา) บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวคิดทำ ท่านนั่งเลือกเอาเนื้อออก นอกนั้นทิ้งหมด แล้วใส่หม้อเคี่ยวให้เปื่อย ตำน้ำพริกกะปินี่แหละละลายลงไป น้ำพริกก็เปรี้ยวเค็มหวานอยู่แล้ว ไม่ต้องชิมหรอก แล้วทิ้งใบโหระพาลงไปหน่อย หอมเชียวแกง มื้อค่ำไม่มีเหลือเลย..แกงรัญจวน” ถ้าว่าโดยวิธีการ นี่แทบ
เกาะยอ เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 9,275 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ไหล่เขาและที่ราบตามเชิงเขา ซึ่งบนเกาะยอมีการปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น ส้มโอ มะพร้าว ขนุน ส่วนผลไม้ที่มีชื่อเสียงของเกาะยออีกชนิดคือ จำปาดะ เป็นญาติขนุน แต่ผลเล็กกว่า ซึ่งรสชาติก็อร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างรายได้ให้กับผู้คนในชุมชน บริเวณรอบชายฝั่งมีการทำประมงอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งชาวบ้านในแถบนี้นิยมเลี้ยงปลากะพง จึงถือเป็นอีกหนึ่งปลาเศรษฐกิจของที่นี่ก็ว่าได้ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีรายได้ สามารถนำเงินมาเลี้ยงครอบครัว เหมือนเช่น คุณวุฒิ รัตนประทีป อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ยึดอาชีพเลี้ยงปลากะพงมาหลายสิบปี จับเป็นธุรกิจหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงระดับต้นๆ ของที่นี่ก็ว่าได้ จากอาชีพบริการ สู่ชีวิตเกษตรกร คุณวุฒิ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นมีอาชีพขับรถบริการสองแถวส่งผู้โดยสาร แต่ด้วยรายได้ที่มียังไม่ตอบโจทย์ต่อรายจ่ายในครอบครัว จึงเกิดแนวความคิดที่อยากจะเลี้ยงปลากระชัง เพราะในสมัยก่อนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คนในพื้นที่เลี้ยงแล้วประสบผลสำ
เมื่อเร็วๆ นี้ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินชมรม “KTC PR Press Club” จัดกิจกรรม “ย้อนกาลเก่า เล่ารัตนโกสินทร์ ยินผ่านวรรณกรรม” ช่วงรัชกาลที่ 4 โดยมีอาจารย์จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะวัฒนธรรมร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ย้อนอดีตรัตนโกสินทร์ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 โดยสะท้อนเรื่องราวผ่านแว่นวรรณกรรมที่มีสกุล “บุนนาค” เป็นดั่งตัวละครสำคัญ ที่เติมเต็มยุคประวัติศาสตร์ช่วงนั้นให้สมบูรณ์ และยังบ่งบอกถึงการเปิดรับอารยธรรมตะวันตกเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในหลายด้าน ทั้งการศึกษา การทหาร การยกเลิกประเพณีและความเชื่อเก่าๆ หันมายอมรับความคิดแบบใหม่ ทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนยกระดับสูงขึ้น ณ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร และ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร รวมทั้งรับฟังเรื่องราวความเฟื่องฟูทางด้านการค้าและการขนส่งทางน้ำกับต่างประเทศ ทั้งซีกโลกตะวันออกและตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 4 ณ ล้ง 1919 พร้อมชมอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วย
คอนวี่ดอทคอม เสริมความแกร่ง เพิ่มโอกาสด้านธุรกิจ สร้างกลยุทธ์เป็น ‘สื่อกลาง’ เชื่อมต่อแบรนด์ไทย และพาร์ทเนอร์ต่างชาติ ประเดิมโปรเจคแรกกับแบรนด์สัญชาติไทย ‘คิวท์เพรส’ เดินหน้าผลิต และส่งออกสินค้าด้านความงามสู่ตลาดจีน ซึ่งมีความซับซ้อน และแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นของโลก ผ่านประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของคอนวี่ฯ ซึ่งมีพื้นฐานด้านการทำธุรกิจในประเทศจีน สร้างโอกาสการเติบโตของแบรนด์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้อย่างมั่นคง คุณคิงกุ้ย หวง (QingGui Huang) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอนวี่ดอทคอม (Konvy.com) อีคอมเมิร์ซด้านเครื่องสำอางชั้นนำของไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศจีน มีขนาดความใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้จีนกำลังเข้าสู่การเป็นประเทศทรงอิทธิพลในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า ผนวกกับรัฐบาลจีนกำลังปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจส่งเสริมให้ประชากรบริโภคในประเทศมากขึ้น ทางคอนวี่ฯ จึงเล็งเห็นถึงโอกาสการเพิ่มช่องทางในการทำธุรกิจ สร้างกลยุทธ์เป็น ‘สื่อกลาง’ เชื่อมต่อ แบรนด์ไทย และพาร์ทเนอร์ต่างชาติในการเป็นผู้แทนจัดจำหน่ายสินค้าด้านความ
นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟว่า ปัจจุบันมูลค่าธุรกิจร้านกาแฟพุ่งขึ้นสูงถึง 17,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 15-20% จากปัจจัยสำคัญคือ วัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทย โดยอัตราเฉลี่ยในการบริโภคกาแฟของคนไทยอยู่ที่ปีละ 300 แก้ว/คน/ปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีกมาก เมื่อเทียบกับปริมาณการบริโภคกาแฟจากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่นที่บริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 400 แก้ว/คน/ปี ยุโรปบริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 600 แก้ว/คน/ปี หรือ ฟินแลนด์บริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 แก้ว/คน/ปี จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟมีการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ละร้านต้องสร้างจุดเด่นและความแตกต่างเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งนอกจากการออกแบบและตกแต่งร้านแล้ว ยังมีการนำเสนอถึงคุณภาพของกาแฟและความสามารถของบาริสต้าควบคู่ไปด้วย ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากกลุ่มผู้ดื่มกาแฟรุ่นใหม่ ให้ความใส่ใจกับรสชาติและคุณภาพของกาแฟมากขึ้น โดยการชงกาแฟให้ได้รสชาติและคุณภาพดีนั้น ต้องอาศัยทักษะ ความรู้ ความสามารถของบาริสต้า ซึ่งต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟ วิธ
“อีริค เคย์เซอร์” ร้านขนมเบเกอรี่อบสดใหม่สไตล์ปาริเซียง ที่นำเสนอความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่มตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ล่าสุดได้จัดงานเปิดตัวสาขาใหม่ ที่ “สยาม ดิสคัฟเวอรี่” ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ภายในงานได้รับเกียรติจาก “คุณอีริค เคย์เซอร์” (Mr. Eric Kayser) เชฟเจ้าของแบรนด์ มาร่วมสอน เซเลปชื่อดัง อาทิ จ๋า – ยศสินี ณ นคร ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ พีท – พีรพัฒน์ ตุลยาเดชานนธ์ ในการทำขนมปังในสไตล์ฝรั่งเศสในงาน พร้อมทั้งเล่าแรงบันดาลใจในการทำขนมปังให้มีความอร่อย และได้มาตรฐานระดับโลกในทุกๆชิ้น นอกจากนี้ “คุณณัฏฐพล ภวไพบูลย์” เชฟและผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และ “คุณศวัสกร วิบุญวิริยะวงศ์” ผู้จัดการทั่วไป ยังมาเล่าถึงตอนการนำแบรนด์ “อีริค เคย์เซอร์” เข้ามาในเมืองไทย และแผนการขยายสาขาในรูปแบบ Grab and Go ร่วมกับพันธมิตรในอนาคต สำหรับ “อีริค เคย์เซอร์” สาขาสยาม ดิสคัฟเวอรี่ ชั้น M มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ในสไตล์ Art Nouveau Colonial ดึงดูดผู้คนด้วยบาร์ที่มีขนมปังฝรั่งเศสละลานตาให้เลือกชิม ไม่ว่าจะเป็น
พริก เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพสูง และมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย มีการปลูกอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ คาดว่าพื้นที่ปลูกพริกของเกษตรกรไทยในปัจจุบันนี้มีรวมทั้งสิ้น 584,564 ไร่ รูปแบบของการใช้ประโยชน์จากพริกมีมากมาย ทั้งเพื่อการบริโภคสด ผลิตเป็นพริกแห้งหรือพริกป่น รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ นอกจากนั้น ยังใช้เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคบางชนิด กล้าพริกมีใบจริง 2-3 ใบ พร้อมย้ายปลูกลงแปลง จากข้อมูลการสำรวจพบว่า โดยเฉลี่ยคนไทยบริโภคพริก คนละ 5 กรัม ต่อวัน หรือลองคำนวณคร่าวๆ ด้วยประชากรคนไทย 60 ล้านคน ก็จะประมาณได้ว่าคนไทยบริโภคพริกถึง 109,500,000 กิโลกรัม ต่อปี พื้นที่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “พริกขี้หนูหัวเรือ” มีการขยายพื้นที่ปลูกกันมากที่สุด โดยเฉพาะในเขตจังหวัดอุบลราชธานี แต่ที่ผ่านมา เกษตรกรที่ปลูกพริกสายพันธุ์นี้พบปัญหาเรื่องผลผลิตต่อไร่ต่ำลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีการเก็บเมล็ดพันธุ์เองและไม่มีการคัดเลือกสายพันธุ์ การทำปุ๋ยหมัก ใช้รองก้นหลุมก่อนปลูกพริก หลังจากที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ใช้เวลาประมาณ 7 ปี ในการคัดเลือกพันธุ์พริกหัวเรือแบบสายพันธุ์บริสุทธิ์ สุดท้าย ได
หากพูดถึงธุรกิจสเต๊กเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในฝันของหลายๆ คน ด้วยความที่สเต๊กเป็นอาหารที่ติดอันดับความนิยมในอันดับต้นๆ เราจึงเห็นร้านสเต๊กเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ร้านริมทางไปจนถึงร้านสเต๊กหรู หลากหลายแบรนด์แจ้งเกิดและเติบโตในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีจุดแข็งเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ของตัวเอง วันนี้เส้นทางเศรษฐี จะพาไปรู้จักสเต๊กอีกแบรนด์ที่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ด้วยการเปิดสอนสูตรสเต๊กให้กับคนที่สนใจจะเปิดร้านสเต๊ก สานฝันคนที่อยากเปิดร้านสเต๊กโดยไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์ราคาแพง ก็สามารถมีร้านสเต๊กเป็นของตัวเองได้ แถมยังเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์โดยการร่วมเป็นสาขาโดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ระยะเวลาเพียงไม่ถึงปี THE ONE STEAK เติบโตและสร้างสาขาให้เกิดขึ้นได้มากกว่า 27 สาขาแล้ว ไปติดตามความน่าสนใจของแบรนด์นี้กัน THE ONE STEAK…เกิดขึ้นจากความต้องการแบ่งปันอาชีพด้วยการเปิดสอน สู่การสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสาขา คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง เจ้าของแบรนด์ THE ONE STEAK เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู
ธุรกิจ “น้ำมันกฤษณา” แม้ว่าปัจจุบันด้านการตลาดจะเปิดกว้างมากขึ้น ส่วนใหญ่ที่ทำการค้าในตลาดตะวันออกกลาง ตลาดอาหรับ ยังคงเป็นบริษัทของกลุ่มอาหรับ ตะวันออกกลางด้วยกันเอง ทว่าวันนี้ คุณดำ พุทธเกษร เจ้าของกิจการน้ำมันกฤษณา แบรนด์ “D.D. Oud Oil” จากอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ที่มีลูกค้าชาวอาหรับตะวันออกกลาง ให้ความเชื่อถือร้านจำหน่าย “ตลาดซอยนานา” ได้ก้าวขึ้นมาชั้นแนวหน้าเทียบกับบริษัทต่างชาติ มีโอกาสไปออกบู๊ธแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันและเครื่องหอมกฤษณา ในงานประจำปีประเทศดูไบ โอมาน มีลูกค้าระดับ VIP ติดใจในคุณภาพของสินค้า มีทั้งออร์เดอร์จากลูกค้าประจำ ลูกค้ารายใหม่ และลูกค้าบางรายบุกมาถึงโรงงานเพื่อดูแปลงไม้และกระบวนการผลิตของน้ำมันกฤษณาและน้ำหอม เกรดพรีเมี่ยมที่ผ่านกระบวนการผลิตธรรมชาติ 100% ค้นพบวิธีทำสารน้ำมัน วิธีธรรมชาติ คุณดำ พุทธเกษร ประธานคลัสเตอร์ไม้กฤษณาจังหวัดตราด และนายกสมาคมไม้กฤษณาจังหวัดตราด เจ้าของกิจการน้ำมันกฤษณาและผลิตภัณฑ์น้ำหอม แบรนด์ D.D. Oud Oil เล่าถึงที่มาของการทำน้ำมันกฤษณาว่า เมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา ค้นพบการทำให้ไม้กฤษณามีแก่นหรือสารน้ำมันจากไม้กฤษณาธรรมชาต
กำลังเป็นกระแส และประเด็นสำหรับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอยู่ในขณะนี้เมื่อเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย “อาหารที่มีไขมันทรานส์” โดยให้มีผลบังคับใช้อีก 180 วัน หรืออีก 6 เดือนข้างหน้า นั้น. ล่าสุดนพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนหรือไขมันทรานส์ และอาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน ว่า ไขมันทรานส์เป็นไขมันประเภทอิ่มตัว มักใช้กับอาหารกลุ่มของทอด เช่น โดนัท พัฟ พาย เป็นต้น โดยมีการเอามาใช้ในทางอุตสาหกรรม เพราะทำให้กลิ่นหืนหายไป และเก็บอาหารได้นานขึ้น แต่ภายหลังมีข้อมูลว่า เมื่อรับประทานไปนานๆ จะเกิดการสะสมและเพิ่มความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจ ซึ่งในสหรัฐอเมริกามีการยกเลิกไม่ใช้ไขมันทรานส์ไปแล้ว นพ.วันชัย กล่าวว่า ส่วนในประเทศไทย ที่ผ่านมา อย. ได้หารือร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากไขมันทรานส์ เพื่อวางแผนยกเลิกการ
