Featured
พ.ศ.นี้หลายคนบอก เป็นยุคเบเกอรี่ “เบ่งบาน” ผ่านไปทางไหน มักเห็นแต่ ร้านกาแฟ-เค้ก แทรกตัวอยู่ในแทบทุกทำเล ส่วนพฤติกรรมการรับประทาน “ขนมไทย” นั้น นับวันยิ่งห่างหายไปจากชีวิตตามปกติ ถ้าจะมีคงเป็นช่วงงานบุญ อย่าง ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ฯลฯ ซึ่งยังพอมี “พื้นที่” ให้กับของหวานคู่บ้านคู่เมืองได้อวดโฉมกันอยู่บ้าง หลายวันก่อนมีโอกาสไปเห็นอีเว้นต์น่าสนใจเลยเข้าไปสังเกตการณ์ ก่อนปรี่เข้าไปร้านขายขนมหวานเจ้าหนึ่ง ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ดี’เสริฐ” กับสโลแกนแปลเป็นไทย “ขนมไทยรูปทรงใหม่ – New Look of Thai Dessert” มี คุณคิ้ม-ทิพย์ดา จันทจรูญพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี แคเทอริ่ง จำกัด ผู้ประกอบการด้านการจัดเลี้ยงในนาม “ดี แคเทอริ่ง” และเจ้าของกิจการขนมไทยสไตล์ใหม่ “ดี’เสริฐ” มาเป็นตัวแทนให้ข้อมูล เริ่มจากการแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโท ด้านการบริหารกิจการ ที่ผ่านมาทำงานด้านการตลาดมาตลอด ก่อนออกมาช่วยกิจการของทางบ้านสามี – คุณวิทวัส จันทจรูญพงษ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ชื่อ “ดีพร้อม” ปัจจุบันยังเปิดให้บริการอยู่ที่บางแสน จังหวัดชลบุรี
การทำข้าวเม่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งเรียกว่าประเพณีตำข้าวเม่า โดยนำเอาข้าวห่ามที่เปลือกข้าวเป็นสีเขียวเข้มข้น นำมาคั่วจนสุก แล้วนำมาตำจนเปลือกข้าวกะเทาะออกจากเมล็ดแล้วนำมาฝัดเอาเปลือกออก จะเหลือแต่เมล็ดข้าวสีเขียวลักษณะอ่อนนิ่ม มีกลิ่นหอมและมีรสหวานในตัว นิยมนำมารับประทานเปล่าๆ และทำเป็นขนมหวานโดยคลุกเคล้ากับน้ำตาลและมะพร้าวขูดทึนทึก และด้วยคุณสมบัติของข้าวเม่านี่เอง พรเจริญเบเกอรี่ จึงนำข้าวเม่ามาแปรรูป ทำเป็นเค้กข้าวเม่า บอกได้เลยว่า ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน คุณรณภพ เถาว์โท หรือ คุณปืน อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน พรเจริญเบเกอรี่ เล่าให้ฟังตั้งแต่สมัยยังเด็ก หลายคนชอบกินข้าวเม่า และในอีสานเองก็มีประเพณีตำข้าวเม่า ซึ่งประเพณีนี้กำลังสูญหายไปตามกาลเวลา คุณปืน บอกว่า บังเอิญไปเจอหมู่บ้านทำข้าวเม่าขายตลอดปีที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งตนทำร้านเบเกอรี่อยู่แล้ว จึงคิดสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ด้วยการเพิ่มมูลค่าข้าวเม่า นำมาทำเป็นเค้กให้ร่วมสมัย ให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักข้าวเม่า และเป็นการรักษาประเพณีนี้ไปในตัว “ตอนนี้ 1 ปีแล้ว สำหรับเค้กข้าวเม่า ทำขายสบายๆ ตัดปัญหาเรื่องคู่แข่งไปได้เลย เพราะเราเป็นเจ้าเดียว
ข้อคิดดีๆ จากสาวผู้มากประสบการณ์ คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง อดีตบัณฑิตคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ผันตัวมาเป็นสื่อมวลชน และมีไร่มะละกอ พร้อมทั้งรับซื้อมะละกอ ป้อนเข้าสู่ตลาดไท และอีกหลายสายการบิน เธอพบเห็นปัญหาในวงการเกษตรมานับไม่ถ้วน และวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำคำแนะนำดีๆ ของเธอมาแบ่งปัน โดยคุณหนึ่งฤทัย ออกมาเตือน คนที่อยากลาออกจากมนุษย์เงินเดือน เพื่อมาทำการเกษตร ดังนี้ “เห็นเพื่อนๆ หลายคน อยากลาออกมาทำเกษตรแล้วบอกตรงๆ ว่า….ห่วง…ค่ะ … จะลาออกมาด้วยเหตุผลของความเบื่องานประจำ อยากมีอิสระ แรงกดดันหรือแรงบันดาลใจอะไรก็ตาม อยากให้กลับไปคิดดีๆ ก่อนค่ะ ตีลังกาคิดอีก 100 ตลบค่ะ เพราะมันไม่ง่าย…. คำถามที่ยากที่สุดก็คือ….ปลูกอะไรดี…. เพราะการทำอาชีพเกษตรที่หวังรายได้จากพืชเกษตรที่เราทำ….มันไม่ใช่อะไรก็ได้ค่ะ ….แต่ถ้าคิดจะทำเกษตรเพื่อความสุข เพื่อกินเอง เพื่อแบ่งปัน….เป้าหมายมันต่างกัน…. อะไรก็ได้….เป้าหมายคุณอยู่ที่ไหนค่ะ ความสำเร็จในอาชีพเกษตรในวันนี้…มันไม่ง่ายเหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมา คนที่สำเร็จกับอาชีพเก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดหนองคายว่า เกษตรกรชาวอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โค่นต้นยางพารา หันกลับมาทำสวนมังคุดขายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องการตลาด ให้ผลผลิตไวกว่าพื้นที่อื่นๆ ทำให้ไม่มีคู่แข่ง อีกทั้งยังขายผ่านโลกโซเชียล นายกฤษฎา นิลแสง อายุ 45 ปี และนางจุฬารัตน์ นิลแสง อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของไร่นิลแสง บ้านโป่งสำราญ ต.พระบาทนาสิงห์ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เปิดเผยถึงความเป็นมาในการปลูกมังคุดว่า เดิมนั้นตนมีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ก่อนหน้านั้นเป็นสวนยางพารา แล้วมีการปลูกมังคุดแซม ปลูกมาแล้วเป็นระยะเวลา 15 ปี แต่ไม่ได้มีการบำรุงรักษาและไม่ได้ให้ความสำคัญมังคุดที่ปลูกไว้เลย ต่อมาเมื่อ 2 ปีย้อนหลัง ราคายางพาราไม่ดี จึงได้ตัดสินใจโค่นต้นยางพาราขาย แล้วหันมาดูแลและบำรุงรักษาต้นมังคุดอย่างจริงจัง จนมังคุดเริ่มให้ผลผลิต ซึ่งพบว่ามังคุดในสวนมีรสชาติดี สมบูรณ์เกือบทุกผล และที่สำคัญให้ผลผลิตก่อนมังคุดที่อื่น โดยเฉพาะออกผลก่อนมังคุดที่ปลูกในภาคตะวันออกประมาณ 3 เดือน จึงทำให้ไม่มีคู่แข่ง ได้ราคาสูง ราคาขายออกจากสวนอยู่ที่ 60 – 65 บาท/กิโลกรัม ในส่วนของการตลาด นอกจากจะขายท
คุณแนน – วัชราภรณ์ คล้ายเนียม เจ้าของ “รถนิยม CAR BAR MILK” กิจการขายอาหาร-เครื่องดื่มประเภทนมชง ขนมปังปิ้ง สเต๊ก และ อาหารไทยจานหลักหลากหลาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ทุกเพศ-วัย กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เธอเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว ปัจจุบันอายุสามสิบเศษ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ฝ่ายการตลาดของหมู่บ้านจัดสรร ส่วนแฟนหนุ่มซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ คือ คุณต้อม –อนุรักษ์ สุดดี ทำงานในตำแหน่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าประจำห้องเย็นแห่งหนึ่งในมหาชัยนี้เอง ทำงานกันมาได้พักใหญ่ เธอเกิดความคิดอยากให้แฟนหนุ่มออกจากงานประจำมาหาอะไรทำที่ได้เงินมากกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท เพราะแม้จะทำโอทีหนักหน่วงแค่ไหน ก็ได้ค่าตอบแทนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท คุณแนน เจ้าของกิจการ “ตอนนั้นที่กรุงเทพฯ กำลังฮิตรถโฟล์กตู้ มาแต่งแล้วเปิดเป็นร้านขายนมปั่น-ขนมปังปิ้ง เลยตัดสินให้แฟนลาออกมาทำรถนม บ้างดีกว่า แต่เราไม่มีรถโฟล์กตู้ มีแต่รถกระบะเก่าคันหนึ่ง ซื้อมาสะสมไว้นานแล้ว เลยคิดนำมาดัดแปลงเป็นหน้าร้านหาเงินดีกว่า” คุ
ไอเดียเก๋ ประธานกลุ่มผู้ผลิตมังคุดคุณภาพ คิดค้นถ่านเปลือกมังคุดแปรรูปเป็นสัตว์ต่างๆ โดยการทำถ่านมาบดเป็นผงและพิมพ์เป็นรูปต่างๆ ไว้สำหรับเพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และเชื้อโรคต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพได้เสริมสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้เป็นอย่างดี วันที่ 11 มิ.ย. นางสุดารัตน์ ผิวเจริญ ประธานกลุ่มผู้ผลิตมังคุดคุณภาพ ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี กล่าวว่า ได้นำเปลือกมังคุดมาทำเป็นถ่านอัดแท่งขาย ราคากิโลกรัมละ 20 บาท ทำให้สมาชิกในกลุ่ม เริ่มท้อเนื่องจากราคาไม่คุ้ม แต่ลูกสาวของนางสุดารัตน์ จบด้านการออกแบบสินค้า ลองเปลี่ยนจากถ่านเปลือกมังคุดอัดแท่ง มาบดให้เป็นผงก่อนนำไปผสมกับแป้งเปียก แล้วใช้ซิลิโคลนมาสร้างเป็นแม่พิมพ์รูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระต่าย หมาและรูปทรงมังคุด ที่ออกมาน่ารัก สวยงาม โดยหลังจากบดอัดแล้ว นำไปเผาอบด้วยความร้อนอีกครั้งเพื่อให้แป้งแห้งสนิท และไม่เกิดเชื้อราในภายหลัง “โดยจากการทดลองให้สมาชิกนำไปทดลองซับกลิ่นและเชื้อโรคต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์ พบว่า ผลิตภัณฑ์ถ่านมังคุดบดอัดจากเปลือกมังคุด เหมาะสำหรับดูดซับกลิ่นต่างๆ เช่น ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ในรถ หรือในห้อง เป็นการดูดซับกลิ่นได้เป็นอ
แม้มีงานประจำและทำธุรกิจอยู่แล้ว แต่ด้วยรักในการทำเบเกอรี่ และคิดต่อยอดหารายได้เพิ่มอยู่เสมอ คุณสาวิตรี มงคลศิลป์ (ปุ้ย) และ คุณสุรชัย ธัญธาดา (แว่น) สองสามีภรรยาจากจังหวัดลพบุรีจึงช่วยกันสร้างแบรนด์ ‘เคี้ยวเพลิน’ เจาะตลาดคนชอบกินขนมทานเล่น เคี้ยวเพลิน เรียกตัวเองว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็กในครอบครัวที่เพิ่งเปิดได้ 3 เดือน เป็นแบรนด์ที่ชูคอนเซ็ปต์ง่ายๆ ให้ลูกค้าเคี้ยวอย่างเพลิดเพลินตามชื่อ เคี้ยวจนหมดโดยไม่รู้ตัว โดยคุณแว่นและคุณปุ้ย ต่างมีธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว ที่บ้านคุณแว่นทำธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าขายส่งขายตลาดนัดจตุจักร และประตูน้ำ ส่วนคุณปุ้ยทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้รับเหมาทำถนน และเคยทำเบเกอรี่มาก่อน แต่เพราะการทำธุรกิจคู่แข่งค่อนข้างเยอะ หลักการตลาดเยอะ ทั้งคู่เริ่มรู้สึกเบื่อ จึงเริ่มทดลองหาอาชีพใหม่ ทั้งทำเกษตร ทำขนม สารพัดอย่าง กระทั่งมาลงตัวที่แบรนด์เคี้ยวเพลิน โดยมีคุณปุ้ย ภรรยาสาวเป็นคนชักชวน ส่วนคุณปุ้ย เสริมว่า เคี้ยวเพลินเป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ช่วยกันทำในครัวเรือน เพราะอยากทำอะไรที่กินแล้วถูกปาก ซึ่งตนถนัดเบเกอรี่อยู่แล้ว ทั้งคู่เริ่มศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หาวัตถุดิบที่มีประโย
ในยุคที่เศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ ทำงานประจำอย่างเดียวไม่รอดแน่ การทำงานเสริมจึงเป็นตัวเลือกให้กับหลายคน หางานเสริมไม่ยากเลย ลองจับกระแสสังคมดูว่าตอนนี้ฮิตอะไรกัน ถ้าจับจุดถูกธุรกิจไม่ร่วงง่ายๆ แน่นอน ซึ่งอาชีพที่มาแรงไม่ตกยุคเลยคือ การขายอาหาร หนีทะเลมาลงรู ชื่อร้านน่ารักๆ ขายหอยครกซีฟู้ด เป็นอาชีพเสริมเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้น ของ คุณเกศณี ชื่นโพธิ์ชา หรือ พี่เจี๊ยบ วัย 36 ปี พี่เจี๊ยบ เล่าว่า หลังเรียนจบก็ทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป ปัจจุบันยึดอาชีพเป็นเซลส์ขายพวกโปรเจ็กต์เกี่ยวกับ ประตูเหล็ก ประตูหนีไฟ ทำมากว่า 8 ปี ซึ่งการเป็นเซลส์ไม่ง่าย มีความกดดันสูง ต้องหาโปรเจ็กต์อยู่ตลอด ทำยอดให้ได้ตามเป้า อีกอย่างเริ่มรู้สึกว่าอาชีพนี้ใกล้อิ่มตัว “ทำงานมาสักพัก ความต้องการในการใช้เงินมีมากขึ้น ภาระมีมากขึ้น เลยหาอาชีพเสริมที่ตัวเองพอทำได้ เลยมาลองขายหอยทอดดู” พี่เจี๊ยบดัดแปลงจากหอยทอดธรรมดาทอดในกระทะแบนๆ โดยปรับให้ทานง่ายจากทอดในกระทะใหญ่ๆ หยอดในหลุมขนมใช้ไม้จิ้มเข้าปากได้เลย มีหลายหน้าให้เลือกทาน ทั้ง หอย กุ้ง ปลาหมึก ปูอัด ใช้วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ ออกขายตามตลาดนัดใหญ่ๆ ใกล้บ้าน และออกบู๊ธตามงานอาหาร
ไม่เป็นสองรองใคร สำหรับไลน์ประเทศไทย โดยพบว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่กลุ่มธุรกิจไลน์สติ๊กเกอร์มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสามารถสร้างสถิติใหม่ให้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นยอดดาวน์โหลดไลน์สติ๊กเกอร์เฉพาะในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นถึง 52% และยังพบว่ามีจำนวนผู้ที่ซื้อสติ๊กเกอร์เพิ่มสูงขึ้นถึง 28% ทำให้ตลาดไทยขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ LINE ทั่วโลก นายกณพ ศุภมานพ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสติ๊กเกอร์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า สติ๊กเกอร์ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือในการสื่อสารที่ยังเป็นเทรนด์และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดย “สติ๊กเกอร์” นอกจากจะใช้แทนคำพูดแบบไม่ต้องพิมพ์ยาวแล้ว ยังช่วยสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้เข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของไลน์สติ๊กเกอร์ในปีนี้มาจากหลายปัจจัย แต่สองปัจจัยหลักที่เห็นได้ชัดคือ ความโดดเด่นของสติ๊กเกอร์ อาทิ Name Sticker, สติ๊กเกอร์บุพเพสันนิวาส, สติ๊กเกอร์BNK48 เป็นต้น เพิ่มช่องทางการจำหน่ายมากขึ้น ทั้ง LINE Store, LINE Prepaid card (แบบใช้เงินสดด้วยบั
หนู เป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับสวนปาล์มน้ำมันทุกระยะ โดยหนูพุกใหญ่ และหนูนาใหญ่ มักกัดทำลายต้นกล้าปาล์มน้ำมันในแปลงเพาะชำและต้นปาล์มปลูกใหม่ นอกจากนี้ ยังมีหนูป่ามาเลย์ ที่เข้าทำลายปาล์มน้ำมันในช่วงให้ผลผลิต กัดกินตั้งแต่ช่อดอกอ่อน ผลปาล์มอ่อน ผลดิบ และกินกระทั่งเนื้อเปลือกผลสุก เกษตรกรหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากหนูป่ามาเลย์ ที่กัดกินทะลายปาล์มสดเสียหายสะสมรุนแรง ทำให้ขายผลผลิตไม่ได้ราคา รวมทั้งยังต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีเพื่อกำจัดหนูค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไม่สามารถปราบหนูได้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทำการศึกษาวิจัย การใช้ “นกแสก” กำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งพบว่าได้ผลดีมาก นกแสก เป็นนกประจำถิ่นของไทยซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ และเป็นนกกลางคืนที่อาศัยอยู่ใกล้ชุมชน ปกติใช้โพรงไม้และช่องใต้หลังคาเป็นรังวางไข่ กินหนูเป็นอาหาร มีพฤติกรรมล่าเหยื่อในที่โล่ง ทุ่งหญ้า ไร่นา และสวนปาล์มน้ำมัน มีการผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เลี้ยงลูก 2 ครอก ติดต่อกัน จำนวนไข่ รังละ 5-7 ฟอง จำนวนต่ำสุด 2 ฟอง สูงสุด 15 ฟอง เพศเมียจะฟักไข่ประมาณ 30 วัน ใ
