Featured
ใบเตยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ชอบอยู่ตามที่ชื้นหรือเฉอะแฉะ คนไทยรู้จักดีเนื่องจากถูกนำมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหวานเพื่อปรุงกลิ่นให้หอมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยมาก ไม่ว่าของหวานที่เป็นน้ำหรือไม่น้ำก็นิยมนำใบเตยมาเป็นส่วนประกอบ คนไทยคุ้นกับกลิ่นของใบเตย ขนมหวานหลายอย่างหากขาดใบเตยแล้วจะรู้สึกว่าไม่อร่อย สำหรับอาหารคาวใบเตยก็ใช้ในน้ำมันที่ทอด พอน้ำมันร้อนๆ ก็เอาใบเตยใส่สักพักพอใบเตยลอยก็ช้อนออก เพื่อดับกลิ่นคาวสำหรับเนื้อสัตว์ที่ทอด นอกจากนำใบเตยมาแต่งกลิ่นแล้ว ยังมีการนำใบเตยมาแต่งสีอีกด้วย เช่น ในสังขยาใบเตย ขนมชั้น สองสิ่งนี้จะขาดใบเตยไม่ได้เพราะขนมจะเป็นสีเขียวซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้สีผสมอาหาร กลิ่นของใบเตยคล้ายกับกลิ่นข้าวหอมมะลิ และดอกชมนาด ต้นเตยที่ปลูกกันในปัจจุบันมีทั้งเตยไม่หอมซึ่งนำไปกำกับดอกไม้ไหว้พระกับเตยหอมซึ่งดูด้วยตาไม่มีความแตกต่างกัน ถ้าต้องการต้นเตยหอมมาปลูกจำเป็นต้องขยี้ใบดมก่อน เพราะเตยธรรมดาจะไม่มีกลิ่นหอม หนำซ้ำยังมีกลิ่นเหม็นเขียวอีกด้วย ต้นเตยหอมเป็นไม้ล้มลุกพุ่มเล็กมีอายุหลายปี สมัยก่อนนิยมปลูกเลี้ยงไว้ใกล้ที่ล้างจาน หรือข้างบ่อน้ำ เพราะต้นเตยชอบแดดพอๆ กับน้ำ ยิ่งตัดไ
“ปลูกผักแลกค่าเทอม” เป็นโครงการยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ในการนำความรู้ ภาคทฤษฎีมาทำการผลิตพืช ผัก ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา/นักวิชาการทำหน้าที่พี่เลี้ยง นำเทคนิค องค์ความรู้ มาสอนแนะแก่นักศึกษา ซึ่งมาจากทุกคณะ ทุกชั้นปี ที่สนใจ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แบ่งเบาภาระให้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในค่าเล่าเรียน ปัจจุบันมีนักศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมในโครงการจำนวน 467 คน จาก 11 คณะ สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคทางการเกษตรจากการปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียน รวมทั้งมีรายได้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการลงทะเบียนเรียน ขณะที่ทางคณะและสำนักได้บูรณาการการเรียนการสอน เพื่อการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ป้อนเข้าสู่กาดแม่โจ้ 2477 ผลการดำเนินงานในภาคเรียนที่ผ่านมา (ภาคเรียนที่ 2/2559) นักศึกษาสามารถจำหน่ายผลผลิตที่ผลิตจากพื้นที่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย จัดสรรให้ดำเนิน
จั๋งเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาปลูกประดับตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร เพราะด้วยความสวยงาม ทนทาน ขนาดของต้นไม่ใหญ่มากและมีความสามารถในการช่วยปรับสภาพอากาศ ช่วยดูดไอระเหยของสารเคมีต่างๆได้ดีเท่าต้นหมากเหลือง ทำให้ต้นจั๋งได้รับความนิยมนำมาปลูกประดับตามอาคารสถานที่ต่างๆซึ่งปัจจุบันแหล่งผลิตต้นจั๋งในบ้านเรานั้นมีให้เห็นอยู่ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะชุมชนหมู่บ้านแคร่ ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หมู่บ้านแคร่เป็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงและความชำนาญในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ต้นจั๋งที่มีคุณภาพเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละปีนั้นสามารถทำรายได้ให้กับชุมชนได้มากกว่ารายได้จากการปลูกพืชหลักที่ทำอยู่ รับซื้อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ สร้างรายได้เป็นเท่าตัว จั๋งเดิมที่เป็นพืชที่คนในอำเภอลองจังหวัดแพร่นำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งจะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย ในขณะที่คนในชุมชนมองว่าต้นจั๋งเป็นพืชที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้นั้น คุณศรีรัตน์ วงค์สุนะได้มองเห็นว่าต้นจั๋งนั้นสามารถนำมาปลูกใ
“ทุเรียนน้ำกะทิ นวัตกรรมการแปรรูปใหม่ล่าสุด อีกความสำเร็จบ่งบอกความก้าวหน้าของเกษตรกรไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก” คุณพุทธไนย ตันมณี เลขที่ 77 หมู่ที่ 12 ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เกษตรกรผู้คิดค้นและวิจัยผลิตภัณฑ์ทุเรียนน้ำกะทิเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก เล่าถึงประวัติความเป็นมา กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ว่า “ผมเรียนจบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกพละศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หลังจากเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้ 2 ปี ถือว่ามีความรู้เรื่องข้าวระดับหนึ่ง จึงเอาความรู้ที่มีมาประกอบอาชีพทำข้าวถุงจำหน่ายช่วงปี พ.ศ. 2530 ช่วงนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก แต่ก็ต้องเลิกรากิจการไปเพราะมีปัญหาลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าสินค้า” เมื่อต้องผิดหวังกับธุรกิจค้าข้าว หลังจากนั้น จึงหันหลังให้อาชีพค้าขายไปทำงานสวนแทน โดยได้ไปซื้อที่ทำสวนอยู่ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ปลูกไม้แบบผสมผสาน ปลูกมังคุด ลองกอง สวนป่า พืช สมุนไพร และทุเรียนอินทรีย์ เริ่มทำสวนจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ปลูกแบบขายผลผลิตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาปี 2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤตฟองสบู่แตก คนกลับบ้านมาทำสวนกันเ
เทสโก้ โลตัส ร่วมพลังภาครัฐ กรมประมง, กรมส่งเสริมสหกรณ์, กรมการค้าภายใน และกลุ่มคลัสเตอร์ผู้เลี้ยงกุ้ง 4 จังหวัดภาคใต้ ยกทัพกุ้งขาวแวนนาไมและกุ้งกุลาสดจากฟาร์ม จัดเทศกาล กิน กุ้ง กัน 2018 ระหว่าง 8-10 มิถุนายนนี้ ณ เทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์ บางใหญ่ ให้ได้ช้อปกุ้งสด กินกุ้งดีหลากเมนู และเทสโก้ โลตัส ยังรับซื้อกุ้งสดคุณภาพสูงตรงจากเกษตรกร ช่วยเป็นช่องระบายสินค้าเกษตร นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบริษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างผลผลิตที่ได้มาตรฐานทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัย โดยการรับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกรแบบไม่ผ่านคนกลางและให้ราคาที่เป็นธรรม สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากที่พบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำเนื่องจากมีผลผลิตล้นตลาด เทสโก้ โลตัส จึงได้ร่วมมือกับภาครัฐ คือ กรมประมง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัด เทศกาล กิน กุ้ง กัน 2018 เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้มีช่องทางในการจำหน่ายกุ้งคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ลูก
“ปลูกผักแลกค่าเทอม” เป็นโครงการยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ในการนำความรู้ ภาคทฤษฎีมาทำการผลิตพืช ผัก ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา/นักวิชาการทำหน้าที่พี่เลี้ยง นำเทคนิค องค์ความรู้ มาสอนแนะแก่นักศึกษา ซึ่งมาจากทุกคณะ ทุกชั้นปี ที่สนใจ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แบ่งเบาภาระให้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในค่าเล่าเรียน ปัจจุบันมีนักศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมในโครงการจำนวน 467 คน จาก 11 คณะ สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคทางการเกษตรจากการปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียน รวมทั้งมีรายได้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการลงทะเบียนเรียน ขณะที่ทางคณะและสำนักได้บูรณาการการเรียนการสอน เพื่อการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ป้อนเข้าสู่กาดแม่โจ้ 2477 ผลการดำเนินงานในภาคเรียนที่ผ่านมา (ภาคเรียนที่ 2/2559) นักศึกษาสามารถจำหน่ายผลผลิตที่ผลิตจากพื้นที่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย จัดสรรให้ดำเนิน
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน จากกรณีมีการแชร์กันในโลกโซเชียล ว่ามีร้านอาหารตามสั่งบริเวณถนนพายัพทิศ ซอย 9 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้ปริมาณอาหารเยอะและราคาไม่แพง เป็นที่ถูกใจของนักเรียน นักศึกษา ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปรวจสอบที่บ้านเลขที่ 559/9 ถนนพายัพทิศ ซอย 9 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบร้านอาหารตามสั่งมีชื่อว่า “จานระเบิด” มีนายธนภัทร สุวรรณประทีป อายุ 38 ปี และนางสาวดวงพร คณา อายุ 39 ปี สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของร้าน ภายในร้านมีโต๊ะบริการลูกค้าทั้งหมด 4 โต๊ะ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน นักศึกษา จากการสอบถามนายศักดิ์พล บุญญวงศ์ อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า เริ่มจากเห็นคนแชร์กันเยอะในเฟสบุ๊ค เพื่อนที่เคยมากินก็บอกว่าอร่อยแถมได้เยอะมากจึงลองมากิน ถ้าไม่เห็นราคาในป้ายก็คิดว่าน่าจะจานละร้อยกว่าบาท ซึ่งสามารถกินได้ถึง 3-4 คนเลยทีเดียว วันนี้ตนสั่งเมนูกระเพราจานยักษ์มากินเพราะอยากลอง แต่น่าจะกินไม่หมดคงต้องห่อกลับบ้านอีกด้วย ด้านนางสาวสิริมา ปัตตาทานัง อายุ 19 ปี นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา กล่าวว่า ตนเห็นจากเพื่อนในเฟ
ที่หมู่บ้านกรงกราง ม.6 ต.โนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา มีเกษตรกรรายหนึ่งใช้พื้นที่สระน้ำกลางแปลงนา เลี้ยงหอยขมในถุงตาข่ายไนล่อนสีฟ้าขาย เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งการเลี้ยงที่ง่าย ลงทุนน้อย และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก มีลูกค้ามาสั่งซื้อถึงที่จนหอยโตไม่ทันขาย ต้องจองล่วงหน้าตั้งแต่เอาลูกหอยลงเลี้ยง เลี้ยงหอยขมในถุงตาข่าย นายชาญศิลป์ ทรัพย์โนนหวาย อายุ 42 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยขม เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แต่ชอบหาอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งเห็นว่าหอยขมเป็นที่นิยมของชาวบ้านนำไปประกอบอาหาร แต่กว่าจะหารับประทานได้ก็ต้องรอถึงฤดูฝน และปัจจุบันนี้หอยขมตามแหล่งธรรมชาติก็หารับประทานยาก อีกทั้งยังมีสารพิษตกค้างจากการใช้สารเคมีตามไร่ ตามนา จึงทำให้คนเกิดความกังวลว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นตนจึงได้ลองศึกษาการเลี้ยงหอยขมในสระน้ำดู แบ่งพื้นที่ในสระน้ำเลี้ยงหอย “โดยใช้สระน้ำที่ขุดไว้กลางทุ่งนา นำหอยขมที่จับมาได้ปล่อยลงสระ ซึ่งกว่าจะขายได้ก็ใช้เวลานานเกือบ 6 เดือน อีกทั้งหอยที่ได้ก็มีขนาดไม่ได้มาตรฐานตามความต้องการ รวมถึงยังมีขี้ดินติดมา
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่กลุ่มธุรกิจไลน์สติ๊กเกอร์มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสามารถสร้างสถิติใหม่ให้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นยอดดาวน์โหลดไลน์สติ๊กเกอร์เฉพาะในไตรมาสแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นถึง 52% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ในขณะที่ตลาด LINE CREATORS MARKET ก็ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% จากปีที่ผ่านมา รวมแล้วมีจำนวนครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์คนไทยแล้ว 340,000 คน ด้วยจำนวนครีเอเตอร์และยอดการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ที่มากขึ้นนี้เอง ทางไลน์จึงมีการมอบรางวัล LINE STICKERS AWARDS 2018 ให้กับสุดยอดสติ๊กเกอร์ที่มีความโดดเด่นสูงสุดใน 7 สาขา ได้แก่ 1. รางวัลสุดยอดความร่วมมือแห่งปี (Best Collaboration Sticker Award) สติ๊กเกอร์ Jumbooka x GMM ซึ่งเป็นการรวมเอาจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย คือ คาแร็กเตอร์สุดปัง Jumbooka กับเพลงสุดฮิตของ GMM 2. รางวัลสติ๊กเกอร์หน้าใหม่ยอดนิยมแห่งปี 2017/2018 (New Face Best Seller 2017/2018 Award) สติ๊กเกอร์ ขิง ขิง & หมูเด้ง เป็นคาแร็กเตอร์ที่โด่งดังมาจาก
ไม่น่าเชื่อว่า จากจุดเริ่มต้นของผู้บริหารสาวที่ “แพ้นมวัว” จะก้าวมาสู่ธุรกิจ นมอัลมอนด์สัญชาติไทย “137 ดีกรี” ส่งออก 30 ประเทศทั่วโลก ครองใจผู้บริโภคตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ เป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ที่แพ้นมวัวทั่วโลก 137 ดีกรี แบรนด์นี้มีที่มาจากแพ้นมวัว คุณอริสรา กุลปิยะวาจา หรือ คุณพีช ผู้บริหารสาวรุ่นใหม่ไฟแรงวัย 29 ปี กรรมการผู้จัดการ และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมอัลมอนด์ แบรนด์ 137 ดีกรี ก่อตั้งเมื่อปี 2558 ที่มาของ 137 ดีกรี สืบเนื่องมาจากการแพ้นมวัว “พีชพยายามหาทางเลือกใหม่ให้กับตัวเอง จนเมื่อ 2 ปีก่อน สรรหาธัญพืชหลากชนิดมาทำนม กระทั่งได้สูตรที่อร่อยลงตัว เป็นนมอัลมอนด์ ใครผ่านไปผ่านมาที่บ้าน จะแวะเวียนให้พีชทำให้กินอยู่เสมอ” ซึ่งในขณะนั้น นมอัลมอนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักในไทย คุณพีชจึงทดลองทำใส่ขวดแก้วฝากขายตามร้านต่างๆ ได้รับการตอบรับที่ดี แต่มีปัญหาสินค้าอายุสั้น จึงเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นรูปแบบบรรจุกล่องมาตรฐาน UHT ในแบบปัจจุบัน แต่กว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณพีช เผยสั้นๆ ว่า ช่วงแรกมีแค่ตนกับฝ่ายบัญชีเท่าน
