Featured
การเพาะเห็ด ต้องมีโรงเรือนเปิดดอกเห็ดเป็นปัจจัยสำคัญ โดยทั่วไปโรงเรือนจะมีขนาดใหญ่ ทั้งความกว้าง ยาว และสูงเพื่อให้ผู้เพาะเข้าไปทำงานภายในโรงเรือนได้สะดวก แต่ราคาสร้างโรงเรือนค่อนข้างแพง เพื่อก้าวไปสู่วิถีใหม่ที่มั่นคง วันนี้จึงนำรูปแบบ โรงเรือนเปิดดอกเห็ดแบบบ้านๆ สร้างง่าย ราคาถูก เพื่อวิถีที่มั่นคง เป็นโรงเรือนขนาดเล็ก ผู้เพาะเห็ดทำงานภายนอกโรงเรือน เป็นโรงเรือนต้นแบบ ราคาถูก ผลงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลาที่น่าสนใจ จึงนำมาบอกเล่าสู่กัน คุณวิชิต ตรีพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา เล่าให้ฟังว่า เห็ด (Mushroom) มีโปรตีนที่ให้คุณค่าทางโภชนาการกับผู้บริโภค จึงนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เห็ดมีให้เลือกบริโภคได้ทั้งที่เป็นเห็ดสดหรือเห็ดตากแห้ง คุณวิชิต ตรีพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา เห็ดมีหลายสายพันธุ์ พอจำแนกได้เป็น 3 กลุ่มคือ เห็ดรับประทานได้ นิยมนำมาทำอาหารบริโภคเพื่อเสริมสุขภาพ เช่น เห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเข็มทอง หรือเห็ดนางรม เห็ดที่ใช้เป็นยาสมุนไพร ซึ่งจะมีสรรพคุณทางยา เช่น เห็ดหลินจือ หรือเห็ดหอม เห็ดพิษ เป็นเห็ดอันตราย ห้ามรับป
วันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีร้านอาหารชื่อ “กุ๊กนิตย์” เป็นร้านอาหารตามสั่ง ตั้งอยู่ริมถนนเจษฎาบดินทร์ ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ ร้านลักษณะเป็นเพียงเพิงไม้ขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร แต่เมื่อเข้าไปภายในร้านต้องตกตะลึงกับความหลากหลายของเมนูอาหาร ที่มีให้เลือกเกือบ 1,000 เมนู ทั้งที่อยู่ในเล่มรายการอาหารที่วางอยู่ทุกโต๊ะ ยังมีเมนูที่ทั้งแขวน ทั้งแปะ ไปทั่วบริเวณร้าน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าครัว ตามรั้ว เพดาน กระทั่งทางไปห้องน้ำ มีทั้งเมนูสิ้นคิดอย่างข้าวราดผัดกะเพราไข่ดาว ไปจนถึงอาหารอิตาเลี่ยน อย่างสปาเกตตีผัดพริกแห้งน่องไก่ทอด อาหารฟิวชั่นที่ผสมผสานอาหารหลายชนิดไว้ในจานเดียวกัน เช่น ข้าวห่อไข่แกงเขียวหวานพร้อมน่องไก่ทอด หรือเมนูกินเล่น อย่างเอ็นไก่ทอดในกระทงทอง เป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าเข้ามาอุดหนุนกันแน่นร้านทุกวัน นายแพทย์อดิศักดิ์ ชัยศิริมา แพทย์โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ บอกว่า วันนี้มารับประทานข้าวกับห่อหมกทะเล มาอุดหนุนตลอด เพราะรสชาติอร่อย มีเมนูให้เลือกหลากหลาย และราคาไม่แพง โดยเมนูที่ชอบที่สุดคือ แกงส้มกับน่องไก่ทอดกรอบ นายสานิตย์ หมวดสันเที๊ยะ อายุ
26 มี.ค. นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามที่บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นบัตรแรบบิท ประเภทเติมเงิน สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ในส่วนของเส้นทางสัมปทาน สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต-สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสะพานตากสิน ส่วนต่อขยายจาก สถานีสะพานตากสิน-สถานีวงเวียนใหญ่ ไม่รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร จากสถานีอ่อนนุช ไปสถานีสำโรง และจากสถานีวงเวียนใหญ่ ไปสถานีบางหว้า จากราคา 16-44 บาท เป็น 15-42 บาท เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 และจะหมดโปรโมชั่นในวันที่ 31 มีนาคม 2561 นั้น บริษัทฯ จึงได้จัดโปรโมชั่น ลดราคาค่าโดยสารสำหรับผู้ใช้ ‘บัตรแรบบิท ประเภทเติมเงิน’ ลงเที่ยวละ 1 บาท จาก 16-44 บาท เป็น 15-43 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 จนถึง 31 มีนาคม 2562 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ให้ผู้โดยสารได้เปลี่ยนมาใช้บัตรแรบบิทประเภทเติมเงิน แทนการใช้ตั๋วโดยสารประเภทเที่ยวเดียว ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและมีความสะดวกรวดเร็วให้กับผู้โดยสาร โดยมีรายละเอียดราคาค่าโดยสารที่ปรับลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองเหล็ก ม.5 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ นายคาน แต้มทอง ผู้ใหญ่บ้านหนองเหล็ก พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน มีมติร่วมกันให้จำหน่ายบัตรลงแห่จับปลาในหนองน้ำของหมู่บ้าน โดยเปิดจำหน่ายบัตรต่อแหหนึ่งปากต่อหนึ่งคน แหละ 200 บาท เพื่อหารายได้มาพัฒนาหมู่บ้าน และซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยไว้ในสระคืนตามเดิม เพื่อจะได้มีปลาไว้จับในปีต่อๆไปได้ โดยมีการจัดคณะกรรมการตั้งโต๊ะเปิดขายบัตรที่ริมหนองน้ำ ให้กับบรรดาเซียนหาปลาทั้งหลายที่พากันหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศจำนวนมาก เมื่อซื้อบัตรเรียบร้อยแล้วเซียนหว่านแหต่างก็พากันเอาแพที่ใช้ยืนหว่านแหลงไปไว้ในหนองน้ำ มีไม่ต่ำกว่าร้อยแพ สำหรับคนที่ไม่มีแพก็พากันยืนหว่านอยู่ริมหนองน้ำ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งคนที่มาจับปลาในหนองน้ำและคนนั่งดูนั่งเชียร์ นอกจากนี้ยังส่งผลพลอยได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าไก่ย่าง ส้มตำ ขายดิบขายดีอีกด้วย นายคำรบ มาลี อายุ 48 ปี อยู่เลขที่ 132 บ.กุง ต.ทุ่งชัย อ.อุทุมพร จ.ศรีสะเกษ เซียนหาปลาอีกคนหนึ่งที่เดินทางมากับเพื่อนบ้านอีกสองสามคน ลงหว่านแหได้ปลานิลทั้งเล็กและใหญ่ ปลาที่ได้ไปก็เอาไปประกอบเป็นอาหารแบ่งให้กับเพื่
แม่ทิพย์-สมพงค์ สุวรรณศรี เจ้าของร้านขนมเบื้อง วัย 51 ปี เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า ขายขนมเบื้องมาร่วม 25 ปี เรียนรู้สูตรจากเพื่อนที่รู้จัก และดูวิธีทำเพียงครั้งเดียว ด้วยความที่เป็นแม่ค้าอยู่แล้วจึงเรียนรู้เร็ว กลับมาหัดทำด้วยตัวเอง จนสามารถเปิดร้านขายเองได้ เจ้าของร้านคนเก่ง ยังเล่าต่ออีกว่า เมื่อก่อนขายแผ่นใหญ่เหมือนร้านอื่น ภายหลังต้นทุนวัตถุดิบราคาสูงขึ้นจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขายด้วยการเปลี่ยนมาทำไซซ์มินิแทน แต่คุณภาพไม่ได้ลดลง ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม จุดเด่นของร้านแม่ทิพย์ อยู่ที่ไซซ์มินิพอดีคำ วนแป้งบนเตาขนาดใหญ่ได้ถึง 200 ชิ้น ต่อ 1 ครั้ง ไม่ใส่ครีมเยอะ มีไส้หวานและเค็มเหมือนร้านขนมเบื้องทั่วไป ส่วนรสชาติ แม่ทิพย์ เล่าอย่างถ่อมตัวว่า อร่อยเหมือนร้านอื่นๆ แล้วแต่ลูกค้าชอบ จุดเด่นอีกอย่าง คือ ไม้แซะ ที่แม่ทิพย์และสามีช่วยกันคิดค้นขึ้นมาเพื่อย่นเวลาในการขาย เมื่อขนมเบื้องสุกได้ที่ใช้ไม้แซะๆ ขึ้นจากเตาได้ทีละ 3 แผ่น รวดเร็วทันใจลูกค้า ขายราคาชิ้นละ 1 บาท ร้านขนมเบื้องแม่ทิพย์ไม่มีที่ขายประจำ หากสนใจอยากลองชิมแต่ยังไม่รู้พิกัด สามารถโทรไปสอบถามได้ที่ 087-404-2759 ชื่อร้าน แม่ทิพย์
คุณแพท-ธัญญารัตน์ เธียรอำนาจ และ คุณปุ๊ย-แพรวไพลิน ศิริชัยมนัส สองพาร์ตเนอร์ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Garden Atlas เริ่มต้นบทสนทนากับทั้งสองท่าน โดยคุณแพทเป็นคนเล่าจุดเริ่มต้น “พวกเราเริ่มทำแบรนด์เมื่อต้นปี 2560 คุณปุ๊ยซึ่งเป็นดีไซเนอร์ชอบที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้โดยเฉพาะ เราเห็นตรงกันว่า ต้นไม้ที่สวยงามยังไม่มีกระถางที่โดนใจหรือมีทางเลือกมากนัก เน้นสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย โครงสร้างเหล็กเพื่อความแข็งแรง” ส่วนการร่วมงาน คุณแพทกับคุณปุ๊ยรู้จักกันผ่านการทำงาน ด้วยคุณปุ๊ยเป็นดีไซเนอร์ ส่วนคุณแพททำงานแมกกาซีนตกแต่งบ้าน จึงรู้จักกัน โดยในงาน “FUZE” ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์พิเศษ ที่รวบรวมผลงานดีไซน์คอลเล็กชั่นพิเศษ ในรูปแบบ POP UP STORE ของดีไซเนอร์ไทยจากโครงการ Talent Thai & designers’ Room Garden Atlas ได้นำผลงานคอลเล็กชั่นพิเศษมาแสดง ผลงานชิ้นดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจาก “ครก” ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมของไทยที่มีเอกลักษณ์มาช้านาน นำงานกลึงในการผลิตครกและวัสดุหินแกรนิตไทย ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความทนทานและไม่เป็นตะไคร่มาออกแบบให้เป็นกระถางสำหรับต้นบอนไซขนาดเล็ก (มินิบอนไซ) คุณปุ๊ย เล่าต่อ
ปัจจุบันการเลี้ยงโคในประเทศไทยยังมีความนิยมอย่างกว้างขวาง เพราะผู้เลี้ยงนอกจากจะสามารถทำเงินจากการเลี้ยงโคได้แล้ว ยังมีการจัดเวทีประกวดหลากหลายประเภท ที่ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถนำโคไปประชันขันแข่งในการกวาดรางวัลในประเภทต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งสายพันธุ์ของโคที่เลี้ยงก็มีหลากหลายตามความชื่นชอบของผู้เลี้ยงที่แตกต่างกันไป เช่น โคพันธุ์พื้นเมือง โคพันธุ์ชาโรเลส์ โคพันธุ์กำแพงแสน โคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน ฯลฯ และตลอดไปถึงโคพันธุ์ลูกผสมต่างๆ ซึ่งการเลือกเลี้ยงแต่ละสายพันธุ์ขึ้นอยู่ที่ความชื่นชอบ และการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านนั้นๆ ของผู้เลี้ยง โคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยง โดยส่วนมากจะเลี้ยงให้เป็นแบบเลือดร้อยโดยไม่นำสายพันธุ์อื่นเข้ามาผสม ด้วยเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ที่โด่ดเด่น คือเป็นโคที่มีรูปร่างใหญ่ปานกลาง ตะโหนกใหญ่พอประมาณ ขนสั้นเกรียนมีสีขาวเทาและสีแดง และที่สำคัญเจริญเติบโตได้ดี หากินเก่ง เลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพอากาศและโรคได้ดี คุณวิสิทธิ์ สุดใจ คุณวิสิทธิ์ สุดใจ อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 3 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงโคสายพ
ก่อนเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัวในเดือนเมษายน ที่อากาศจะเริ่มร้อนจัด มุ่ย-สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มี อินฟินิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย จึงแนะนำวิธีเริ่มต้นดูแลสุขภาพง่ายๆ ด้วยการกินอาหารตามธาตุเจ้าเรือน ตามเดือนเกิดของแต่ละคน ซึ่งเชื่อว่า อาหารที่เหมาะกับธาตุเดือนจะช่วยปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย ทำให้แข็งแรง พร้อมต่อสู้โรคภัย โดยแบ่งออกเป็น 4 ธาตุ ดังนี้ “ธาตุไฟ” คนที่เกิดในเดือนมกราคม-มีนาคม อารมณ์ของคนธาตุนี้จะขี้ร้อน ขี้หงุดหงิด มักจะปวดหัวและท้องผูกง่าย เพราะมีระบบเผาผลาญดีจนร่างกายไม่เก็บกักน้ำ จึงควรเลี่ยงเมนูหวาน-มันจัด และอาหารปิ้งย่าง ที่จะไปเพิ่มความร้อนในร่างกาย ทำให้เป็นร้อนในได้ง่าย ทำให้ควรจะเลี่ยงผลไม้อย่างลำไย ทุเรียน ไปด้วย เปลี่ยนมาดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างเก๊กฮวย น้ำอัญชัน น้ำมะระ ก็จะดีกว่า แคร์รอต “ธาตุลม” คนที่เกิดในเดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งจะมีลมอยู่ในร่างกายเยอะ ทำให้ท้องอืด ปวดหัว นอนไม่หลับ วิงเวียนศีรษะ ส่วนใหญ่จะเป็นคนผอมบาง รับประทานเท่าไรก็ไม่อ้วนจึงไม่ระวังเรื่องการกิน จึ
ข่าวใหญ่ในแวดวงนักชิมในช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็คือ มิชลินได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทำ คู่มือมิชลินไกด์ (Michelin Guide) เล่มสีแดง ฉบับกรุงเทพฯ ประจำปี 2018 (พ.ศ.2561) ขึ้นเป็นครั้งแรก มีร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น 126 ร้าน มีทั้งรางวัล 2 ดาวมิชลิน (ปีนี้ยังไม่มีร้านไหนได้ถึงระดับสูงสุด 3 ดาวมิชลิน) 1 ดาวมิชลิน บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) และมิชลิน เพลท (Michelin Plate) และสิ่งที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกก็คือ มีร้านประเภท ร้านอาหารริมทาง หรือ สตรีตฟู้ด ได้รับรางวัลมิชลินด้วยถึง 28 เจ้า นำทีมโดยเจ๊ไฝซึ่งคว้าดาวมิชลินไป 1 ดวง นอกนั้นที่เหลือได้รางวัลบิบ กูร์มองด์ และมิชลิน เพลท การจัดทำคู่มือมิชลินไกด์ กรุงเทพฯ นั้น สำหรับปิ่นโตเถาเล็กถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะมีนักชิมจากทั่วโลกจำนวนมหาศาลมักจะยึดไกด์บุ๊กชนิดนี้เป็นสรณะในการตระเวนชิมตามประเทศต่างๆ (รวมถึงข้าพเจ้าเองด้วย) จึงนับว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยเราในด้านอาหารการกินได้อย่างดีเยี่ยม ปิ่นโตเถาเล็กจึงขอพาแฟนๆ ไปท่องกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร หาอะไรกินที่ร้านซึ่งได้รางวัลมิชลินกันดีกว่า ช่วงเย็นย
กรณี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกมาเปิดเผยเรื่องพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกบางพื้นที่ แต่หน่วยราชการที่รับผิดชอบกลับไม่กระตือรือร้นที่จะแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกังวลว่าหากไม่ดำเนินการใดๆ ก็เสี่ยงต่อการระบาดที่รุนแรงนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่รายงานข้อมูลการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกช่วงเดือนสิงหาคม และเดือนกันยายน 2560 และเป็นที่มาของการสืบสวน จนในที่สุดมีการยอมรับว่าระบาดไปหลาย 10 จังหวัด โดยสถานการณ์ไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ในสวนสัตว์ ยืนยันผลตรวจจากศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์ภาคอีสานตอนล่าง (สุรินทร์) กรมปศุสัตว์ พบการระบาดในสัตว์ ในเขต 3 โซนสัตว์กินเนื้อขนาดเล็ก (small carnivores) มีสัตว์ทั้งหมด 50 ตัว พบสัตว์ป่วยและตายตัวแรก เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2560 สัตว์ป่วยประกอบด้วย อีเห็นธรรมดา ชะมดเช็ด อีเห็นหูด่าง พังพอนกินปู เสือปลา และเสือกระต่าย ทั้งหมด 19 ตัว ตาย 15 ตัว ได้ส่งตรวจสัตว์ที่ตาย 6 ตัว พบเชื้อ H5N1 ทั้งหมด ปศุสัตว์รับทราบข้อมูลแล้ว
