Featured
“ประยุทธ มหากิจศิริ” ที่ทุกคนรู้จักกันดีในนาม “เจ้าพ่อเนสกาแฟ” มหาเศรษฐี อันดับ 18 ของเมืองไทย ปี 2015 จัดโดย Forbes ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 4.56 หมื่นล้านบาท และยังมีธุรกิจอีกมากในอาณาจักรตระกูลมหากิจศิริ ในนาม “บริษัทพีเอ็ม กรุ๊ป” ที่เจ้าสัวได้ปลุกปั้นขึ้นมากับมือ มีทั้งธุรกิจผลิตเหล็ก สนามกอล์ฟ อุตสาหกรรมพลังงาน มูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาท จากประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 70 กะรัต วันนี้อาจจะเป็นเวลาที่ความรู้ต่างๆ ได้ตกผลึก และพร้อมถ่ายทอดแบ่งปันสู่คนรุ่นใหม่ และสังคม เมื่อ 2 ปีก่อน เจ้าสัวประยุทธ เคยลุกขึ้นมาจับปากกาเขียนหนังสือ “ลองดู ประยุทธ มหากิจศิริ” จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อต้นปี 2558 จนมาถึงตอนนี้มียอดพิมพ์กว่า 1.5 แสนกว่าเล่มแล้ว เพื่อบันทึกประวัติชีวิต 5 รุ่น “มหากิจศิริ” พร้อมแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ มาแชร์ให้คุณลองนำไปประยุกต์ใช้ โดยจัดพิมพ์แจกจ่ายให้ตามห้องสมุดในโรงเรียน มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ ใครที่พลาด หรือยังไม่ได้อ่าน เจ้าสัวประยุทธ ก็ขอถือโอกาสนี้ ลุกขึ้นมาเปิดคอมพ์ ขยับเมาส์ โพสต์สเตตัส เปิดเพจ “Let’s Try S
ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ย่านราชพฤกษ์ รองรับลูกค้าโซนอินดอร์-เอาต์ดอร์ ได้กว่า 500 ที่นั่ง และกำลังเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางทั้งโลกออนไลน์-ออฟไลน์ อาจเพราะมีการตกแต่งร้านได้แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ทำให้กลายเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมามีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด โดยเฉพาะช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ข่าวว่า มีผู้คนมารอเข้าคิวเป็นร้อย บางรายยินดีรอใช้บริการนานกว่าสองชั่วโมงกันมาแล้ว Villa De Bear (วิลล่า เดอ แบร์) ร้านอาหารสไตล์ยุโรป คือ กิจการที่เกริ่นถึง มี คุณต้อม – ศิวะกร จูงพล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง วัยสามสิบกว่า เป็นหุ้นส่วนใหญ่และเจ้าของแนวคิดตั้งต้น แนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยทำงานในตำแหน่งกราฟิกดีไซน์ในบริษัทแห่งหนึ่งนาน 5 ปี ควบคู่ไปกับการรับงานฟรีแลนซ์และเปิดบริษัทให้บริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ เป็นที่ปรึกษาด้าน Online Marketing ก่อนผันตัวเองไปเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น ก่อนหน้านี้เคยร่วมลงทุนในสถานบันเทิง ร้านอาหารปิ้งย่างในห้างสรรพสินค้า ซึ
ในที่สุดก็ทำได้ จตุรงค์ ม๊กจก หรือ ลุงรงค์ โพธาราม เตรียมรวบรวมเงิน วิ่งเก็บตกตูน โดยเจ้าตัวโพสต์ไอจีขอบคุณทุกคน ว่า “สิ่งหนึ่งที่กังวลคือไปไม่ถึง ทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ จะด้วยบาดเจ็บ สภาพร่างกายไม่อำนวย หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้สบายใจแล้ว ในที่สุดก็ถึงจนได้ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ยอดเกินกว่าที่ตัวเองตั้งเป้า 4,200,000 บาท อีก2/3วันจะถึงมือพี่ตูน สู่ก้าวคนละก้าว กราบขอบคุณทุกคนที่ร่วมกัน #เก็บตกให้พี่ตูน” ก่อนจะลงภาพ แบกถุงเงินไปนับที่ธนาคาร พร้อมข้อความว่า “4,199,169.00 บาท เลขสวยมาก หายเหนื่อย พุธนี้(20ธ.ค.)ถึงมือพี่ตูน #เก็บตกให้พี่ตูน” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ในช่วงเวลานี้หลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา ขอเสนอภาพชุดเรื่องราวของคุณครูท่านหนึ่งในวันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท คุณครูท่านนี้นำใบปริญญากลับบ้านมาฝากยาย พ่อ แม่ คนที่ท่านรัก คนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ @วุฒินันท์ ตามฮอยอีสาน ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ร้อนแรงที่สุดตอนนี้ออกทีวีแข่งกับ “ตูน บอดี้สแลม” คงจะไม่มีใครนอกจาก “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ผู้บริหารบริษัท เจเคเอ็น โกบอล มีเดีย จำกัด(มหาชน) ที่เดินสายไปออกรายการแทบจะทุกสถานี เผยเรื่องราวชีวิตจากตุ๊ดหัวโปก กลายเป็นสตรีข้ามเพศที่รวยเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่เพิ่งจะนำบริษัทเจเคเอ็น เข้าตลาดหลักทรัพย์ไปได้แค่ครึ่งเดือน แต่หุ้นก็ดีดทะลักไปที่ตัวเลข 8 พันล้าน เรียกว่ารวยระเบิดภายในพริบตา ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้รับเชิญไปออกรายการ “ว้าวแหวนแหวน” ทางช่องอมรินทร์ถึง 2 ตอน เปิดเผยถึงเส้นทางของสตรีข้ามเพศกว่าจะรวยเป็นอันดับ 2 ของโลกต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง ผ่าอาณาจักรเจเคเอ็นแค่ 3 ปี รวย 8 พันล้าน ทำไปได้ไง!! โดย แอน จักรพงษ์ ได้เปิดเผยว่า… “อย่าบอกว่ารวยหลายพันล้านเลยค่ะ เดี๋ยวน้องๆ ที่เก็บในสต๊อกก็มาขอเงินสิ(หัวเราะ) ตอนนี้ยังโสดตลอดเวลา เราเป็นสตรีข้ามเพศที่ไม่ปกปิด สตรีข้ามเพศก็ต้องเป็นสตรีข้ามเพศ ต่อให้ประเทศไทยใช้นางสาวจักรพงษ์ ได้แล้ว เราก็จะบอกทุกคนว่าเราเป็นสตรีข้ามเพศ และจะใช้ชื่อจักรพงษ์ มันต้องจริงใจต้องบอกกัน จะบอกว่าเป็นผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์ทำไม เราต้องภูมิใจในตัวเราเพราะ JKN ก็มาจา
“เม้ง” คือชื่อเรียกขาน ต้นตำรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเก่าแก่ประจำถิ่นเมืองเพชรบุรี กระทั่งเมื่อเกือบปีก่อนหน้านี้ ลูกหลานรุ่น 3 ได้เข้ามาบริหาร มีการปรับปรุงโฉมทั้งหน้าร้านและการบริการ ใช้ชื่อใหม่รวมทั้งใส่สโลแกนให้จดจำกันง่ายขึ้นว่า “เจ๊กเม้ง”………หน้าไม่งอ รอไม่นาน จากนั้นจึงนำ “ร้านก๋วยเตี๋ยว” ในแบบของคนรุ่นใหม่ มาโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้เครื่องมือสื่อสารประเภท “โซเชียลมีเดีย” ทุกรูปแบบ ทุกวันนี้ “เจ๊กเม้ง” กลายเป็นแหล่ง “Don’t Miss” สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ ไปเรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่ายของวันทำงาน หลังลูกค้าบางตา คุณไอซ์-ธีรศานต์ สหัสพาสน์ ผู้บริหาร “เจ๊กเม้ง” ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังแห่งเมืองเพชร สละเวลามานั่งพูดคุยกัน ด้วยบุคลิกอ่อนน้อม เริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำถามสั้นๆ ภายในไม่กี่ปี อะไรทำให้ “เจ๊กเม้ง” มีชื่อเสียงขนาดนี้ คุณไอซ์ ยิ้มกว้าง ก่อนตอบแบบถ่อมตัว อาจเพราะเขาเริ่มต้นด้วยการพยายามสร้างการรับรู้ในหมู่นักท่องเที่ยว ผ่านทาง โซเชียลมีเดีย ที่ว่า “มาเพชรบุรี ต้องมากินเจ๊กเม้ง” เหมือนกับมาเพชรบุรีแล้ว ต
นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์เตรียมประกาศราคาประเมินราคาที่ดินปี 2561 ซึ่งเป็นการประเมินราคารอบใหม่รายแปลง 32 ล้านแปลง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 นี้ โดยในส่วนของราคาประเมินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สูงสุดอยู่ที่ย่านสีลม ตารางวาละ 1 ล้านบาท และต่ำสุดอยู่ที่บางขุนเทียน บริเวณคลองโล่งชายทะเล ตารางวาละ 500 บาท ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด สูงสุดอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตารางวาละ 4 แสนบาท และต่ำสุดอยู่ที่จังหวัดลพบุรี อำเภอโคกเจริญ ตารางวาละ 20 บาท ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมฯ ได้ทยอยประเมินราคาที่ดินรายแปลงได้ 18.6 ล้านแปลง แต่ในปี 2560 ได้ประเมินราคาส่วนที่เหลืออีก 13.4 ล้านแปลง จนครบ 32 ล้านแปลง และให้ยกเลิกการใช้ราคาประเมินเป็นแบบรายบล็อก ซึ่งการประเมินแบบรายแปลง ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการแจ้งอาจจะมีการประกาศราคาประเมินมากกว่าหรือน้อยกว่า 32 ล้านแปลงก็ได้ นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้มีการทบทวนแนวทางการเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุ หลังจากวิเคราะห์แล้วพบว่า วิธีที่กรมฯ เรียกเก็บโดยคำนวณตามอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (อาร์โอเอ) ที่ 3% ทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติโดยมีรา
เป็นภาพที่ได้รับการแชร์ในโลกโซเชียล ช่วงอุณหภูมิลดลงแบบนี้หลายคนรีบหยิบเสื้อกันหนาวขึ้นมาให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่มีอีกหลายคนที่อาจจะมีเพียงเสื้อกันหนาวตัวเดียวที่ใส่แล้วใส่อีกมาเป็นเวลานาน โดยเรื่องราวอบอุ่นหัวใจนี้ ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Somchai Somchai ซึ่งได้ถ่ายทอดเรื่องสุดประทับใจระหว่างคุณลุงคนหนึ่ง ซึ่งขาพิการ โดยพบว่าคุณลุงกำลังโยกรถสำหรับคนพิการเพื่อเอาผักไปส่งขาย โดยไม่มีเสื้อกันหนาวสวม จึงได้ถามว่าทำไมถึงไม่ใส่เสื้อ ไม่หนาวหรืออย่างไร ซึ่งคุณลุง ตอบว่า สมาชิกเฟซบุ๊กท่านนี้ ได้ให้เสื้อกันหนาวไว้เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งแกได้ใส่มาตลอดแต่ใส่ตอนนอนเท่านั้น เพราะกลัวเก่า สมาชิกเฟซบุ๊กท่านนี้จึงถอดเสื้อกันหนาวที่ใส่อยู่ และเป็นตัวโปรดที่ใส่ไปต่างประเทศให้ พร้อมกับข้อความที่กลายเป็นความประทับใจว่า “ที่กล้าให้เพราะคิดว่าการที่จะให้เสื้อกันหนาวใครสักคนที่มันคุ้มค่า และเขาเห็นประโยชน์ของมันและใช้มันจริงๆคิดว่าให้แกก็คงจะคุ้มสุดๆล่ะ ส่วนเราเองซื้อใหม่เมื่อไหร่ก็ได้🤧 เมื่อหันหลังเดินจากมา ท่ามกลางความหนาวเหน็บ แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ และบอกตัวเองว่า เดี๋ยวเราก็ตายแล้ว ทำเรื่อง
เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 18 ธันวาคม 2560 ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.เถิน ริมถนนสายพหลโยธิน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 สายลำปาง-ตาก (ขาขึ้น) เขตบ้านหนองเชียงราน ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม พร้อมคณะวิ่งโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ วิ่งมาถึงเส้นชัยจุดเช็กพอยต์เซตที่ 2 โดยก่อนหน้านี้ได้วิ่งออกมาจากอู่ชัยโรจน์ยนต์ ต.แม่วะ อ.เถิน เป็นระยะทาง 10.6 กิโลเมตร โดยมีชาว อ.เถิน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมถึงผู้สูงอายุจำนวนกว่า 2,000 คน มายืนรออยู่ริมถนนระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อรอต้อนรับตูนและคณะ รวมถึงมอบเงินบริจาคร่วมกับโครงการดังกล่าว แม้อากาศจะหนาวเย็นในช่วงเช้าก็ตาม นายภูดิท ศรีสอาด นายอำเภอเถิน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นำเงินที่ได้รับการบริจาคจากประชาชนชาว อ.เถิน มามอบให้ ตูน บอดี้สแลม เพื่อบริจาคร่วมโครงการก้าวคนละก้าว ซึ่งนำธนบัตรมาทำเป็นรูปผลส้มเกลี้ยงที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อประจำอำเภอเถิน นอกจากนี้ยังมีบริษัทและห้างร้านต่างๆ ร่วมบริจาคเงินร่วมโครงการอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ตูน บอดี้สแลม ยังได้ทำพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนห้วยแก้ววิทยา ต.นาโ
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณกลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้านอังโกน ต.บ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มีกระท่อมหลังเล็กๆ ของชายพิการขาทั้งสองข้างที่ชื่อ นายสันติชัย ศรีกระโทก อายุ 38 ปี อาศัยอยู่เพียงลำพังตัวคนเดียว เลี้ยงเป็ด ไก่ ปลูกผักสวนครัวไว้เก็บกินประทังชีวิต มีอาชีพรับจ้างทั่วไปและทำไม้กวาดทางมะพร้าวเพื่อเลี้ยงชีพ ถึงแม้จะสร้างรายได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังพอมีรายได้ต่อชีวิตให้ก้าวเดินต่อไป หลังจากต้องต่อสู้กับช่วงเวลาที่เลวร้ายแห่งชีวิตมานานเกือบ 10 ปี จนกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในวันนี้ นายสันติชัย เล่าว่า ครอบครัวของตนยากจนมาตั้งแต่เริ่ม พ่อแม่ก็ต้องมาจากไปตั้งแต่สมัยที่ตนเริ่มเป็นวัยรุ่น พี่น้องต่างก็แต่งงานแยกครอบครัวและสู้ชีวิตกันอย่างหนักตามภาระหน้าที่ของตนเอง ส่วนตัวเองอยู่ตัวคนเดียวก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุรถอีแต๋นบรรทุกไม้คว่ำทับขาทั้งสองข้างจนพิการ เมื่อตอนอายุเพียง 28 ปี ซึ่งทำให้ตนนั่งเศร้าคร่ำครวญกับวิบากกรรมในชีวิตมานานเกือบ 8 ปี ก่อนจะเริ่มหันกลับมายอมรับในชะตากรรมและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ยังมีลมหายใจเหลืออยู่ นายสันติชัย กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ตนมีกำลังใจสู้ชีวิตต่
