Featured
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการยกระดับผู้มีรายได้น้อยที่ได้ลงทะเบียนกับภาครัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน ในโครงการบัตรสวัสดิการของรัฐ ให้สามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคงถาวร ผ่านโครงการสร้างงานสร้างอาชีพของกระทรวงพาณิชย์ ตนจึงสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบูรณาการความร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมร่วมกันจัดทำโครงการ “แฟรนไชส์สร้างอาชีพเพื่อผู้มีรายได้น้อย” เนื่องจากธุรกิจแฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่ง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนด้วยตนเอง และที่สำคัญ คือ มีแฟรนไชซอร์ช่วยคิดวางแผนธุรกิจและการเงินให้ โดยไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกเอง ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์มีอัตราความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำ โดยกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ คือ ผู้มีรายได้น้อยที่ได้ลงทะเบียนกับภาครัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน “แฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการ จะเป็นแฟรนไชส์ที่มีขนาดไม่ใหญ่ ผ่านการพัฒนาจากกรม และเป็นธุรกิจง่ายๆ ที่ผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้ประกอบเป็นอาชีพได้ทันที เช่น ข้าวขาหมู ก๋ว
เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสา
คุณเอกนรินทร์ คงแท่น อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนเกี่ยวกับอาชีพช่าง ต่อมามีเหตุให้ต้องกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยในช่วงนั้นก็ได้มีสวนยางพาราเป็นสิ่งที่ครอบครัวทำเป็นอาชีพกันมาอย่างยาวนาน เมื่อประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของราคา เขาถึงได้คิดหาพืชชนิดใหม่มาปลูกเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีใช้ในพืชระยะสั้น “พอเริ่มที่จะปลูกพืชชนิดอื่น ก็เลยมีความคิดที่อยากจะปลูกพืชล้มลุก เพราะสมัยที่เด็กๆ ก็เคยเห็นแม่ปลูกไว้กินในครัวเรือน ไม่ได้ทำจริงจังอะไร เราก็คิดว่าพืชชนิดนี้น่าจะใช้เวลาสั้นกว่าทำอย่างอื่น ก็เลยเริ่มที่จะมาปลูกแบบนี้ให้มากขึ้น ก็จะมีแตงโม ฟักทอง แตงร้าน พอปลูกมาได้สักระยะ แตงร้านตลาดมีความต้องการ ก็เลยปลูกแตงร้านตั้งแต่นั้นมา” คุณเอกนรินทร์ กล่าว ในขั้นตอนของการเตรียมแปลงนั้น คุณเอกนรินทร์ บอกว่า จะใช้รถไถพรวนหน้าดินก่อน โดยยกหน้าดินให้เป็นสันแปลงสูงขึ้นจากหน้าดินเล็กน้อย เพื่อที่เวลาฝนตกมากๆ น้ำก็จะไม่ท่วมบริเวณแปลงที่ปลูก จากนั้นนำต้นกล้าของแตงร้านที่เพาะลงในถาดไว้ มาปลูกลง
โครงการก้าวคนละก้าว ยังคงเดินทางต่อมาถึงวันที่ 9 แล้ว โดย ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย ยังคงออกวิ่งตั้งแต่เช้ามืด โดยมีประชาชนออกมารอบริจาคเงินด้วยเช่นเดียวกัน โดยพบว่าแต่ละวันเงินที่ประชาชนส่งให้แบงก์ยี่สิบ แบงก์ร้อย ห้าร้อย หรือ แบงก์พัน จะถูกนำมารวมกันและนับเพื่อนำเงินเข้าบัญชีทันที ซึ่งทีมงานเปิดเผยว่า เงินสดที่ได้รับบริจาคมีมากถึงวันละ 1.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่ ตูน เคยพูดไว้ว่า เราต้องเชื่อในพลังของการรวมกัน โดยพบว่า มีคลิปเบื้องหลังการนับเงิน ที่ดูแล้วน่าขนลุกเพราะเงินคนละเล็กละน้อยของทุกคนเมื่อมารวมกัน แทบล้นห้องทั้งถุง ทั้งกล่องวางเต็มห้องไปหมดเลยทีเดียว ที่มา ข่าวสดออนไลน์
นอกจากการกระทำที่ว่าหล่อแล้ว แต่ใจของเขายิ่งหล่อมาก สำหรับ “ตูน บอดี้สแลม” ที่ออกมาวิ่งไปบนถนนตั้งแต่เบตง เพื่อให้ถึงแม่สาย ในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดย “ก้อย รัชวิน” แฟนสาว ได้โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะที่ตูน บอดี้สแลม พูดขอบคุณบนเวทีของโรงเรียนบ้านบ่อแดง สทิงพระสงขลา ซึ่งเป็นข้อความที่กินใจ โดยไม่อยากให้ทุกคนลืมเป้าหมายของการวิ่ง อีกสิ่งที่สำคัญที่ตูน บอดี้สแลม พูดบนเวทีคือ ไม่กล้ารับคำว่า “ฮีโร่” หรือ “วีรบุรุษ” ขอบคุณอินสตาแกรม rachwinwong ที่มา ข่าวสดออนไลน์
กว่า 50 ปี ของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากฟาร์มไก่เนื้อ ขยับเติบโตเป็นธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม จากกรมปศุสัตว์ ทั้งยังเป็นไก่ไข่ออร์แกนิกที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจฟาร์มไก่ นั่นเป็นตัวชี้ว่า “อุดมชัยฟาร์ม” ประสบความสำเร็จ คุณธนเดช แสงวัฒนกุล เป็นทายาท รุ่นที่ 2 ที่สานต่อการทำงานในรูปแบบฟาร์มไก่ จากรุ่นคุณพ่อที่เริ่มต้นทำฟาร์มไก่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2503 คุณธนเดช แสงวัฒนกุล “เราเริ่มจากการเลี้ยงไก่หลังบ้าน คุณพ่อสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ จึงหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่มาโดยตลอด กระทั่งได้ร่วมอบรมการเลี้ยงไก่ ผนวกกับประสบการณ์ที่เลี้ยงหลังบ้านมา ทำให้ฟาร์มไก่ที่อยากทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา” ยุคที่ทำฟาร์มไก่เนื้อ ก็ทำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไปด้วย เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่จากประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะสามารถบริหารจัดการฟาร์มจนเป็นที่รู้จัก กระทั่งรับไก่ไข่จากเพื่อนในวงการฟาร์มไก่มาช่วยเลี้ยง ก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่า การขายไข่ไก่มีความคล่องตัวสูง ตลาดไปได้ดี เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่ซื้อง่ายขายคล่อง คุณธนเดช เล่าย้อนให้ฟังว่า ไม่เฉพาะไก่เนื้อที่เ
คุณวรรณา วรรณชาติ วัย 64 ปี เจ้าของร้านขนมเบื้องโบราณรัตนะ มีหน้าร้าน อยู่ที่ หน้าสำนักงานเขตหลักสี่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คุณวรรณา เล่าให้ฟังว่า ช่วยแม่ขายขนมเบื้องมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งก่อนหน้านั้น แม่ก็ช่วยยายมาก่อน รุ่นต่อรุ่น จึงนับว่าเป็นขนมสูตรโบราณอย่างแท้จริง ขนมเบื้องโบราณนี้ ไม่ใส่ครีมขาวๆ แบบที่เห็นทั่วไป แต่น้ำตาลทาหน้าขนมเบื้อง ทำจากน้ำตาลโตนด และไข่แดง ถ้าเป็นครีมขาวๆ จะใส่น้ำตาลทราย และไข่ขาว ที่คุณวรรณ ว่า “ขนมเบื้องไส้ครีม เขาจะทำกลับด้าน กับของเรา” นอกจากนี้ตัวแป้งยังทำจากถั่วทอง ไม่ใช่ถั่วเขียวผ่าซีก และโม่เอง ทำให้ตัวแป้งกรอบ และกรอบนาน เก็บในตู้เย็นได้นาน 1 สัปดาห์โดยที่ยังกรอบอยู่ ส่วนไส้ มีหลักๆ อยู่ 3 ไส้คือ ไส้หวาน ไส้เค็ม และไส้ธัญพืช ที่เพิ่งมาประยุกต์เพิ่มในตอนหลัง เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ไส้หวานมีฝอยทองเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนไส้เค็มมีกุ้งผัด มะพร้าว พริกไทยดำ และผักชี ขายชิ้นละ 12 บาท คุณวรรณา เผยว่า วันหนึ่งขายได้พันกว่าชิ้น ส่วนถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ ก็เพิ่มป็นสองเท่า คุณวรรณา ทำขนมเบื้องมากว่า 50 ปีสิ่งที่ทำให้อยู่ได้คือความซื่อสัตย์ต่อลู
คราวนี้ ข้ามประเทศไปถึงอินเดียตะวันออกเฉียงใต้ ติดอ่าวเบงกอล เมืองเชนไน หรือ เจนไน เดิมชื่อ มัทราส เป็นเมืองหลวงของรัฐทมิฬนาฑู เป็นกลุ่มเมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของประเทศ ที่นี่เขาเป็นเมืองเก่าครับ มีโบราณสถานปราสาทหินต้นแบบของที่กัมพูชา ใครที่ชอบเที่ยวชมของโบราณ ไปเชนไนรับรองไม่ผิดหวัง เจนไน แดดแรง ผิวเขาเลยคล้ำ ผู้หญิงห่มสาหรี่ ผู้ชายนุ่งผ้าขาวๆ เช้าๆ หยักรั้งเหมือนผ้าขาวม้า ทำเป็นกางเกงขาสั้น ตกกลางวันปล่อยยาว เย็นถลกอีกเหมือนเดิม เพื่อความคล่องตัว ในเมืองเจนไนกำลังก่อสร้างวุ่นวาย ฝุ่นเลยเยอะ เป็นหลุมเป็นบ่อ เดินไม่ค่อยสะดวก รถไฟฟ้าก็กำลังทำ เวลาอยู่ในเมืองแขก เดินๆ หรือนั่งรถ อาจจะสะดุ้งเป็นระยะๆ เขาบีบแตรกันตลอด ถนนไม่ต้องตีเลน เพราะไม่มีเลน ใครขับรถเมืองแขกแล้วรอดมาได้ แสดงว่ามีบุญสูง อาหารแขกเหมือนอาหารแขกล่ะครับ ใครไม่ชอบเครื่องเทศ ถั่วเละๆ แป้งทอด จะอยู่กินลำบาก ทั้งบ้านทั้งเมืองมีแต่อาหารแขก อาหารจีนพอหากินได้บ้าง ร้านอาหารไทยในเจนไนพอมีแต่หายาก โรงแรมที่ไปพักเป็นเจ้าของเดียวกับ EA Mall เดินเที่ยวห้างทุกวัน ที่โรงแรม อาหารเช้าเป็นอาหารแขกแบบมังสวิรัติ โชคดีผมชอบกินอาหารแขก ชอบลอง
นายจิมมี่ ชวาลา เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ “เศรษฐีใจบุญเมืองนคร” นักธุรกิจห้างผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช คือ “ห้างผ้าจิมมี่” ซึ่งเคยบริจาคเงิน 28 ล้านบาท ซื้อทองคำบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุ และประกาศบริจาคเงินให้กับโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นเงินจำนวน 16 ล้านบาท ตามข่าวที่ปรากฏไปแล้วนั้น เรื่องราวของ เศรษฐีใจบุญผู้นี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอมาแล้ว ถึงธุรกิจและอัธยาศัยต่อผู้อื่น ที่ชอบทำบุญ ปฏิบัติต่อลูกน้องเป็นอย่างดี อีกทั้ง กิจการค้าขายก็เสียภาษีเป๊ะ โปร่งใส อันน่าเป็นตัวอย่างให้กับนักธุรกิจอื่นๆ โดยข้อเขียนของ คุณไมตรี ลิมปิชาติ นักเขียน และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ซึ่งหากจะดูในเรื่องของการปฏิบ้ัติต่อพนักงาน ลูกจ้าง นายห้างคนนี้ ก็ทำได้สูงเกินกว่ามาตรฐานนายจ้าง ลูกจ้างทั่วไป นั่นก็คือ พนักงานขายผ้าที่ทำงานกันมานานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของนายห้าง จนมีอายุมาก เมื่อเจ้าตัวขอพักผ่อน คุณจิมมี่ได้ซื้อบ้าน ซื้อที่ดินให้ เพื่อจะได้มีที่พักผ่อนสบายๆ ในบั้นปลายชีวิต พนักงานขายผ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันกว่า 50 คนนั้นแต่ละคนทำงานกับคุณจิมมี่ กันคนล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานรถติดสะสมในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ โดย จส.100 รายงานว่า ที่ตลาดนัดประตูน้ำ มีพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก เดินทางมาหาซื้อเสื้อกันหนาวไปจำหน่าย ซึ่งทำให้รถติดตั้งแต่ทางเข้าห้างค้าส่งขนาดใหญ่ ท้ายแถวสะสมไปถนนหลายสาย โดยเฉพาะ ถ.เพชรบุรี จนลามไปถึง ถ.พัฒนาการ ถ.พิษณุโลก ถ.นครสวรรค์ ถ.ราชดำเนินนอก ถ.ราชดำเนินกลาง สะพานปิ่นเกล้า และ ถ.บรมราชชนนี โดยพบว่าในช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี รถจากต่างจังหวัดทยอยเข้ามากันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อนำรถเข้าจอดบนอาคารจนเต็ม ก่อนร้านค้าจะเริ่มเปิดในช่วง 06.00 น. และจะเลือกซื้อเสร็จในช่วงบ่าย โดยรถแต่ละคันจะบรรทุกเสื้อผ้าไปจนเต็มแน่น แต่ในขณะเดียวกันตลอดทั้งวันของประตูน้ำก็ยังมีรถทยอยเข้า-ออก ซึ่งส่วนใหญ่ต้องนำรถมาเพราะต้องขนเสื้อผ้ากลับ จึงอยากชี้แจงผู้ใช้รถว่าตร.ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามแก้ไขปัญหาจราจร แต่ด้วยความที่มีรถมาเพิ่มจำนวนมากขึ้นในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า จึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรเป็นวงกว้างในเช้าวันนี้ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
