Featured
ยุคนี้หลายคนอยากมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตนเอง สนใจในเรื่องของการประกอบอาชีพอิสระ ได้เป็นนายของตนเองและสามารถสร้างธุรกิจของตนเองให้เติบโต ก้าวหน้า แต่การจะเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น ก็มักจะมีคำถามเกิดขึ้นมามากมาย เช่น ทำเลที่จะขาย พื้นที่ตลาดหรือทิศทางการดำเนินงานจะเป็นอย่างไร การมีคำถามมากมาย ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับการเริ่มต้น หรือตั้งต้นจะประกอบธุรกิจเป็นของตนเอง นิตยสารเส้นทางเศรษฐี ได้มีโอกาสพูดคุย สัมภาษณ์ คุณสุชาติ ระมาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถึงเรื่องราวว่าหากมีผู้ประกอบการ SMEs อยากเข้าไปเริ่มต้นทำธุรกิจ หรือขายของในปั๊ม ปตท. จะต้องทำอย่างไรบ้าง ทำไม สถานีบริการน้ำมัน ปตท. จึงเหมาะกับ SMEs? คุณสุชาติ : “ปตท.มีเครือข่ายสถานีบริการทั่วประเทศกว่า 1,700 สาขา สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม ดังนั้น สถานบริการน้ำมัน ปตท. เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย สามารถใช้เป็นที่เปิดร้านเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ ให้กับผู้บริโภคได้เข้าถึงง่าย” SMEs ต้องมีกิจการใหญ่ขนาดไหน ถึงจะทำธุรกิจกับ ปตท. ได้?
เมื่อวันที่ 19 พ.ค.60 นางปริญรัตน์ หรือ คุณแปร๋ม อ้นชาวนา อายุ 48 ปี ชาวอ.เมืองพิษณุโลก และครอบครัว ได้ทำมะม่วงแปรรูป ฝานตากแห้ง ขายตามผู้สั่งจอง ทั้งทางผ่านเฟสบุ๊ค และโทรศัพท์สั่งจอง มานานกว่า 8 ปีมาแล้ว โดยไม่ต้องมีหน้าร้านแต่อย่างใด แต่เพียงบอกต่อๆ กันจนติดปาก ถึงการแปรรูปมะม่วงฝาน ตากแห้งขายสร้างรายได้ให้ครัวเรือนเป็นอย่างดี นางปริญรัตน์ กล่าวว่า ตอนแรกครอบครัวตนเองขายของทั่วไป แต่เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ได้ลองรับซื้อมะม่วงกระล่อนมาปอกเปลือกแล้วฝานตากแห้ง บรรจุแพ็กใสให้สวยงามส่งขายให้กับผู้ที่สนใจ ตอนแรกคิดว่าทำกันเล่นๆ ในครอบครัว แต่เมื่อเห็นมีผู้สั่งจองเยอะจึงเริ่มเป็นรายได้เข้ามาในครอบครัว โดยแต่ละปีนั้นเมื่อถึงฤดูของมะม่วงสุก จะมีลูกค้าเริ่มโทรมาสั่งจองมะม่วงฝานตากแห้งกันจำนวนมาก บางปีวัตถุดิบหายาก โดยเฉพาะในปีนี้ มะม่วงกระล่อนหาซื้อไม่ได้ จึงได้นำมะม่วงแก้มแหม่ม หรือ มะม่วงแก้มแดง ซึ่งจะมีรสชาติหวาน หอม มากกว่ามะม่วงกระล่อน ซึ่งจะออกเปรี้ยวนิดหน่อย จากนั้นนำมาฝานแปรรูป ส่งให้ขายให้กับลูกค้า ซึ่งในปีนี้ตนและครอบครับทำส่งขายแล้วกว่า 1,000 กิโลกรัม และยังมียอดสั่งจองอีกกว่า 100 กิโลก
นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2560 ปตท.และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 46,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22,499 ล้านบาท จาก 23,669 ล้านบาทของช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมีรายได้เพิ่มขึ้นในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ สาเหตุจากราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากระดับ 30.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 53.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ปตท.และบริษัทย่อยจ่ายภาษีเงินได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้น 2,616 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีก่อน “ผลการดำเนินงานที่เข้มแข็งของกลุ่ม ปตท.นั้นมีส่วนสำคัญในการเพิ่มศักยภาพให้กลุ่ม ปตท.สามารถดำเนินการเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะสร้างความมั่นคงสำหรับประเทศไทยในขณะนี้” นายประเสริฐ กล่าวและว่า กลุ่ม ปตท.ยังคงยึดมั่นดำเนินการตามยุทธศาสตร์ “Do Now (การดำเนินการที่ทำทันที), Decide Now (โอกาสการลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจที่ดำเนินการอยู่), และ Shape Now (การแสวงหาธุรกิจใหม่เพื่อความยั่งยืน)” ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ผลักดันให้มีผลการดำเนิน
ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้สมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย จัดพิธีบำเพ็ญกุศลกงเต็กอุทิศถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นคณะที่ 4 ในวัน 23 พฤษภาคมนั้น นายไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล นายกสมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมก่อตั้งมา 40 ปี เป็นที่ที่ให้นักธุรกิจได้พบปะกัน ภายหลังยังได้ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจของสมาคมที่ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯให้เป็นเจ้าภาพจัดพิธีกงเต็กหลวงอุทิศถวายพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบรมศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณอันใหญ่หลวงแก่พสกนิกรชาวไทย ทั้งนี้ สมาคมทราบว่าพิธีกงเต็กหลวงได้จัดมาแล้ว 3 ครั้ง ที่ผ่านมามีการทำเครื่องกระดาษ อาทิ พระตำหนักเปี่ยมสุข คุณทองแดง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นายไพศาลกล่าวอีกว่า ขณะที่สมาคมมองว่าตลอดพระชนมพรรษา 89 พรรษาของพระองค์
สมาชิกเฟซบุ๊ก คุณ Tosaku Kai Panyasiri ได้โพสต์ภาพชวนตะลึง แม้จะเป็นการโพสต์ภาพแท็กซี่ส่วนบุคคล หรือ ที่เรียกว่าแท็กซี่เขียวเหลือง ที่เรามักจะเห็นได้ตามท้องถนนในบ้านเรา แต่ที่ชวนตะลึง เพราะสถานที่ที่ผู้โพสต์ระบุในแคปชั่นคือ ย่านชิบูยา โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นั่นเอง อย่างไรก็ตาม มีคนมาแสดงความเห็นว่า ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีคนรักรถกลุ่มหนึ่ง ที่นิยมแต่งรถแนวไทยๆ ขนาดแต่งเป็นรถตุ๊กตุ๊กก็มีให้เห็นมาแล้ว ที่มา ข่าวสดออนไลน์
โด่งดังจากหน้ากากอีกาดำนักร้องหนุ่ม ‘เอ๊ะ จิรากร สมพิทักษ์’ เจ้าของเสียงทรงพลัง เบื้องหลังความสำเร็จของเขามีครอบครัวที่อบอุ่นคอยให้กำลังใจ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เอ๊ะจะไม่มีวันลืม เมื่อเยลลี่ติดคอน้องเอญ่า ลูกสาว โดยเอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ โพสต์ไอจีเป็นรูปน้องเอญ่า ลูกสาว พร้อมเล่านาทีระทึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ประสบการณ์ครั้งนี้ผมจะจำไม่วันลืม…ลูกกินเยลลี่ ยี่ห้อนึงแล้วเกิดติดคอ ย้ำว่าติดคอจริงๆๆ ตาเหลือกแล้ว ทุกคนตกใจกันมาก ตัวผมเองก็สติหลุด ได้แต่ตะโกนเรียกชื่อลูก”เอญ่าๆๆๆ” ผม ภรรยา พี่ท้อฟฟี่ จูล กรูกันเข้ามาช่วย ภรรยาให้ผมจับขาลูกยกขึ้นให้ห้อยหัวลง และช่วยกันตบที่หลังให้เยลลี่หลุดออกมาจากคอ แต่มันไม่หลุด ลูกผมตัวแข็ง ตาเหลือก พี่เลี้ยงก้มลงไปที่ปาก เอานิ้วทิ่มเข้าไปจนลึก แล้วเอญ่าก็ไอ ละร้องว่าออกแล้วๆ ผมกอดลูกจนแน่น ถึงตอนนี้ก็ยังตกใจอยู่ คิดว่าถ้าช่วยลูกไม่ได้ ละลูกเป็นอะไรไป จะทำยังไง เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่าเราต้องมีสติให้มาก ไม่ว่าในสถานการณ์นั้นตัวเราจะตกอยู่ในความวิกฤตแค่ไหนก็ตาม ขอบคุณนะครับพี่ท้อฟ @Toffy Sambathhasib จูล @jull_chanatda ที่ช่วยชีวิตเอญ่าในครั้งนี้ ขอบคุณพี่เล
วันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม 4 กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.สมพล อิสสระเสรี รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ ผกก.4 บก.ปอศ.,พ.ต.ท.สุรสิทธิ์ มากเจริญ , พ.ต.ท.ณัฐกิตติ์ มีสุข รอง ผกก.4 บก.ปอศ. นำโดย พ.ต.ต.อดิชาต อมรประดิษฐ สว.กก.4 บก.ปอศ.พร้อมด้วย จนท.จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาฯกระทรวงพานิชย์ นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและตรวจยึดสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าฯ จากร้านค้า หลายแห่งซึ่งตั้งอยู่ภายในโซนไอที ชั้น 2 ของห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากการตรวจสอบพบมีร้านค้า 11 แห่ง มีการลักลอบจำหน่ายจับสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า ซึ่งได้แก่ ร้าน ปั้นหยา,ร้าน OA,ร้าน NICE ,ร้าน โซนี่ อีริคสัน ,ร้าน Naza Phone ,ร้าน สวัสดี ,ร้าน ภูเก็ต อัลล็อก ,ร้าน แอทวัน ,ร้าน OIL Mobile ,ร้าน I Mobile และร้าน PK โดยสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่ยิดได้ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เช่น ที่ครอบโทรศัพท์มือถือ Louis vuitton Chanal Gucci และ MCM ป
“เส้นทาง” ของอดีต “รั้วของชาติ” หลังจากปฏิบัติหน้าที่อย่างสมภาคภูมิ เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกร ทำสวนกาแฟ ปลูกมะคาเดเมีย กล้วย มะนาว ฯลฯ บนที่ดินซึ่งได้รับการจัดสรรจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขนาด 5 ไร่ ถัดจากนั้นไม่นาน ช่วยกัน 2 คนกับภรรยา เลี้ยงตัวด้วยเงินบำนาญ ก่อนจะสร้างเพิงไม้เล็กๆ ขายกาแฟสด-อาหารเช้า ให้กับบรรดานักท่องเที่ยวแถวสี่แยกรื่นฤดี ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำมาได้เกือบ 20 ปี กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันเริ่มอยู่ตัว หัวหน้าครอบครัวอดีตรั้วของชาติ ในวัย 50 ปีเศษ จึงมองหาอาชีพใหม่ ที่อาจเป็นงานสร้างรายได้ สามารถมาจุนเจือครอบครัวได้อีกทาง และงานใหม่ในแบบที่เขาเลือกทำครั้งนี้ มี “รอยทาง” แห่งการ “พึ่งพาตนเอง” ให้เดินตามอย่างแน่วแน่และมั่นคง คุณอาร์ต-ส.อ. ยุทธการ สมมุติวงษ์ อดีตหัวหน้าชุดทหารพราน กรมทหารพรานที่ 34 กองทัพบก ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญที่มีสวนเกษตรและร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเอง กรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง ถึงที่มาของคำว่า “ธุรกิจเพื่อการพัฒนา” ในแบบของเขา “ที่ผ่านมามีโอกาสเรียนรู้แนวทางเกษต
โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ตามนโยบาย One Province One Agro-Industrial Product หรือ OPOAI (โอ-ปอย) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นโครงการที่เกิดจากความพยายามของภาครัฐที่ได้น้อมนำปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 มาปรับใช้และนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศ คุณสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการโอ-ปอย ได้จัดทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการผ่านแผนงานพัฒนาที่ครอบคลุมตลอดโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ในปี 2559 ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการในระยะเวลา 1 ปี สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สถานประกอบการโดยสามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 326 ล้านบาท ซึ่งหากเปรียบเทียบกับวงเงินงบประมาณที่ใช้ในการพัฒนา 31.6 ล้านบาท ให้ผลประโยชน์มากถึง 10.32 เท่าของวงเงินงบประมาณ มีผู้เข้าร่วมโครงการ 135 ราย เฉลี่ยได้แล้วแต่ล
บริษัท ไมนด์มณี จำกัด จดทะเบียนพาณิชย์พร้อมกับยื่นจดสิทธิบัตรในปี พ.ศ.2555 มี “อัฐิมณี” เป็นสินค้าหลัก ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าในเวลาถัดมาเรียบร้อยแล้ว อัฐิมณี เป็นนวัตกรรมในการแปรรูปเถ้าอัฐิของผู้ล่วงลับ ให้มีความสวยงาม สามารถนำมาเป็นเครื่องประดับได้ โดยใช้การแปรรูปผ่านเทคนิควิธีทางวัสดุศาสตร์ในการผนึกอนุภาคเถ้ากระดูก 100% ที่ผ่านการเผาและบดละเอียดให้มีเนื้อแน่น ผ่านการใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงและไม่มีสารเคมีใดๆ เหลือปะปนมาจากกระบวนการผลิต ช่วยให้การเก็บรักษาเถ้าอัฐิของผู้ล่วงลับมีความสะดวก เก็บรักษาได้ง่าย สามารถพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ทั้งในลักษณะเปิดเผย และปกปิดเป็นการส่วนตัว สามารถใช้ร่วมในโอกาสพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ท่านเจ้าของอัฐินั่นเอง ดร.กุลจิรา สุจิโรจน์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไมนด์มณี จำกัด วัยสี่สิบเศษ เจ้าของสิทธิบัตร นวัตกรรม “อัฐมณี” เริ่มต้นให้ฟัง จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวัสดุศาสตร์ ในฐานะนักเรียนทุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และทำหน้าที่นักวิจัยประจำสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) อยู่หลายปี ปัจจุบั
