Featured
เริ่มต้นสาขาแรกจนถึงปัจจุบันมาได้กว่า 18 ปีแล้ว สำหรับ “ยากินิกุ” หรือร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น แบรนด์ดังอย่าง “ไจแอนท์ส” ซึ่งก่อนหน้านี้เคยสร้างปรากฏการณ์ “ลูกค้าคอยคิว” จนนึกว่าแจกฟรี เรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการร้านอาหารมาแล้ว ทำให้หลายคนนึกสงสัย นักลงทุนต่างชาติ เข้ามาโกยกำไรเข้าประเทศตัวเองอีกแล้วหรือนี่ แต่ข้อเท็จจริงในประเด็นดังว่าก็คือ เจ้าของกิจการ “ขายดิบขายดี” เจ้านี้ไม่ใช่กลุ่มทุนใหญ่โตอะไร เป็นเพียงครอบครัวไทยเชื้อสายจีนไหหลำ หัวหน้าครอบครัวมีอาชีพหลักเริ่มต้นจากกรรมกรแบกไม้ ขณะที่ “ลูกชายคนโต” อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง หวังสร้างรายได้มากพอจะ “ล้างหนี้” ให้กับครอบครัวได้…ก็เท่านั้น คุณหนึ่ง-หนึ่งฤทัย ตวงโชคดี เจ้าของกิจการ วัยสี่สิบเศษ พื้นเพเกิดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แนะนำตัวให้รู้จัก เรียนจบระดับ ปวช. ก่อนหน้านี้เคยทำงานมาแล้วสารพัด ทั้งเป็นเจ้าหน้าที่รถขนเงินของธนาคาร ขายประกัน ทำงานบริษัทก่อสร้าง ทำงานบริษัททางด่วน ฯลฯ สาเหตุที่เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ เพราะอยากค้นหาว่าชอบงานอะไรที่สุด แต่ใจจริงลึกๆ แล้ว อยากค้าขาย มีกิจการร้านอาหารเป็นของตัวเอง เพราะมีฝีมืออยู่บ้า
อาชีพโดยอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อใคร ของชาวบ้านโพนธาตุ ตำบลบ้านว่าน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย คือ การทำนา เมื่อว่างเว้นจากการทำนา ซึ่งเป็นระยะเวลาไม่น้อย หากใช้เวลาที่มีอยู่สร้างรายได้เสริม คุณวิสันต์ อินทะปัญญา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเห็ดฟางบ้านโพนธาตุ ผู้นำวิธีการเพาะเห็ดฟางเผยแพร่สู่ชุมชนเพื่อสร้างรายได้เสริม เล่าว่า อดีตชาวบ้านทำนาเพียงอย่างเดียว มีระยะเวลาไม่น้อยที่ว่างเว้นจากการทำนาในแต่ละปี จึงมองหารายได้เสริม ซึ่งตนได้ออกไปศึกษาและสมัครเข้ารับการอบรมการเพาะเห็ดฟางในจังหวัดใกล้เคียง เมื่อได้ความรู้ จึงนำมาเผยแพร่ต่อภายในชุมชน ปี 2553 เกษตรกรบ้านโพนธาตุ เริ่มก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเห็ดฟางบ้านโพนธาตุขึ้น มีคุณวิสันต์ เป็นประธานกลุ่ม มีสามาชิก 13 คน มีโรงเพาะเห็ดฟางทั้งสิ้นเกือบ 50 โรง โรงเรือนเพาะเห็ด จำเป็นสำหรับผู้เพาะ เริ่มแรกสร้างโรงเรือน ขนาด 6X10 เมตร ใช้เงินลงทุน 17,000 บาทต่อโรงเรือน ใน 1 โรงเรือน เพาะเห็ดได้ 30 ก้อน ใช้เวลาเพียง 20 วัน เก็บขายครั้งแรกได้ และเก็บได้เรื่อยๆ จนกว่าเห็ดจะหยุดออก จึงรื้อทิ้งแล้วลงใหม่ ต้นทุนก้อนเชื้อเห็ด ก้อนละ 13 บาท และต้องสั
เมื่อปี 2551 นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ลงบทสัมภาษณ์ คุณกิตติ จันทวิสูตร เรื่องการปลูกตะเคียนแซมในสวนสะละ ว่างเว้นไม่ได้ข่าวคุณกิตติหรือปลัดแก้วมานาน จนกระทั่งปลายปี 2559 มีงานเกษตรมหัศจรรย์ ที่จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีชายหนุ่มวัยรุ่นมาออกร้านจำหน่ายต้นกล้าทุเรียน ชื่อแปลกๆ อย่าง “มูซังคิงส์” หรือ “เหมาซานหวัง” สอบถามแล้วชื่อ รัฐ จันทวิสูตร เขาเป็นลูกชายปลัดแก้วนั่นเอง คุณรัฐ จันทวิสูตร บอกว่า พื้นที่ปลูกตะเคียนลดลง เริ่มตัดจำหน่าย ต้นขนาดใหญ่อายุ 20 ปีขึ้น จำหน่ายต้นละ 8,000 บาท ปัจจุบันเหลืออยู่กว่า 1,000 ต้น สิ่งที่มาทดแทนคือ ทุเรียนพันธุ์ทรงคุณค่า ที่เคยปลูกในบ้านเรามาก่อนแล้ว รวมทั้งพันธุ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศมาเลเซีย พื้นที่การเกษตร กว่า 300 ไร่ เกริ่นกับคุณรัฐไว้ว่า อยากไปเยี่ยมชมงานใหม่ของ ปลัดแก้ว เมื่อถึงเวลาโทรศัพท์ไปทาบทาม ถึงแม้งานจะชุก แต่ปลัดแก้วก็ยินดีให้ไปถ่ายภาพและสัมภาษณ์ ทางเข้าสวนปลัดแก้ว เริ่มต้นกันที่สี่แยกเขาไร่ยา สี่แยกนี้หากตรงไป สามารถไปตราดและสระแก้วได้ เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองจันท์ เลี้ยวซ้ายไปน้ำตกกระทิง, พระบาทเขาคิชฌกูฏ, มทร. ตะวันออก วิทยาเขต
“เนื้อนุ่ม นมดี กะหรี่ดัง” แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสโลแกนของจังหวัดสระบุรี ที่ทำให้ผู้คนรู้จักจังหวัดสระบุรี ผ่านวลีเด็ดดังกล่าว ซึ่งที่กล่าวขานกันมานั้นก็เห็นว่าจะไม่ผิดแผกไปมากเท่าใดนัก เพราะที่จังหวัดสระบุรี “กะหรี่ปั๊บ” ก็ยังขึ้นแท่นของเด่น ขายดี ประจำจังหวัดไม่มีตกกระแสนิยม คุณสิริพร ดิบแดง ในฐานะหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรมวกเหล็ก และเจ้าของสูตรกะหรี่ปั๊บดั้งเดิมที่สืบทอดกันมากว่า 50 ปีจากรุ่นคุณยาย เล่าว่า “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรมวกเหล็ก เป็นชื่อกลุ่มใหม่ที่ปรับปรุงฟื้นฟูกันมาเมื่อปี 2552 จากกลุ่มเดิมที่มีตั้งกลุ่มฝึกอาชีพแปรรูปเนื้อสัตว์ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับงบประมาณโครงการฝึกอาชีพกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการปรับปรุงฟื้นฟู ก็เพราะว่า ทางกลุ่มประสบกับปัญหาวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ทำให้ต้องหยุดการผลิตไป เพราะสมาชิกหมดกำลังใจและเงินทุนในการผลิตต่อ ตนจึงได้เสนอทางเลือกว่า ให้ผลิตกะหรี่ปั๊บจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ เนื่องจากกะหรี่ปั๊บเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดสระบุรี และมีพื้นฐาน รู้สูตรที่ได้รับการสืบทอดมา จึงผลิตและพัฒนากะหรี่ปั๊บจนเป็นที่ยอมรับของ
นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยื่นประมูลซื้อที่ดินสถานทูตออสเตรเลีย เนื้อที่กว่า 7 ไร่ เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งหากนำมาพัฒนาคาดว่ามูลค่าโครงการจะไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่มองว่าหากพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานจะไม่น่าสนใจ เพราะไม่คุ้มทุน ขณะที่การลงทุนนั้น บริษัทมีความสามารถลงทุนด้วยตัวเองทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาบริษัทมีพันธมิตรที่ร่วมทุนโครงการที่อยู่อาศัย ในประเทศออสเตรเลียอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทก็เปิดกว้างสำหรับผู้จะร่วมลงทุนด้วย แต่ทั้งนี้ที่ดินผืนดังกล่าว มีผู้ยื่นประมูลหลายราย และหากบริษัทสามารถชนะการประมูลก็ถือเป็นเรื่องที่ดี สำหรับราคาประเมินที่ดินของทางราชการ พบว่าราคาที่ดินของสถานทูตออสเตรเลีย ในปัจจุบันอยู่ที่ 4.65 แสนบาท/ตร.ว. ส่วนราคาตลาดก็แล้วแต่การประเมินของแต่ละคน ทั้งนี้ถึงแม้หลายคนมองว่าแปลงที่ดินขนาดใหญ่ สามารถสร้างได้เต็มที่ในอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยอาคาร (เอฟเออาร์) สูงสุด 10 เท่า แต่เมื่อติดข้อจำกัดเรื่องระยะถอยร่นจากด้านหน้าจากถนนและด้านหลังซึ่งติดซอย ทำให้ไม่สามารถส
ผมมีโอกาสได้เดินทางไปกับการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว โครงการเที่ยววันธรรมดา ที่ระยองและจันทบุรี การเดินทางครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้พาผมกับคณะสื่อมวลชนไปยังแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ หลายแห่ง แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจกลายเป็นชุมชนทะเลน้อย อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่น่าสนใจก็เพราะได้ไปเห็นการประกอบอาชีพของคนในชุมชน ที่มีชื่อเสียงหลายอย่างมาก เช่น ปลูกกล้วยน้ำว้า 3 น้ำ ที่มีรสชาติหวานมันยังกับไม่ใช่กล้วย นอกจากนี้ก็มีการทำปลาเค็ม กะปิ น้ำปลา และผลิตภัณฑ์งานฝีมือพวกจักสาน แต่ที่น่าสนใจกว่าใครเพื่อนก็เห็นจะเป็นการปลูกผักกระชับ ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย แค่ชื่อของผักว่ากระชับก็น่าสนใจแล้ว หลังจากชมและดูงานอย่างอื่นๆ ครบถ้วน เจ้าภาพได้เลี้ยงอาหารกลางวัน โดยมีผักกระชับเป็นหลัก เช่น แกงส้มผักกระชับ ยำผักกระชับ ผักกระชับผัดน้ำมันหอย และผักกระชับสดจิ้มน้ำพริกกะปิ ทุกคนกินผักกระชับกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยเฉพาะผมชอบเป็นพิเศษเพราะรสชาติดีเหลือเกิน ลักษณะของผักกระชับ ถ้าดูเผินๆ จะเหมือนกับผักที่เพาะจากเมล็ดทานตะวัน รสชาติและคุณค่าของผักทั้งสองชนิดนี้อาจใกล้เคียงกัน เช่น ลดความดัน
เห็ดโคน หรือ เห็ดปลวก คนละชนิดกับเห็ดโคนน้อย ความจริงเห็ดโคนน้อยคือเห็ดถั่ว โดยทั่วไปมักพบขึ้นอยู่ตามกองซากถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว ส่วนเห็ดโคนหรือเห็ดปลวกนั้น วงจรชีวิตของมันต้องพึ่งพาปลวกเข้ามาช่วย จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปลวกงานจะนำเอาสปอร์ ซึ่งเป็นหน่วยขยายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กมาก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเมล็ดพืชอื่นๆ ไปปลูกในรังให้เป็นอาหารของปลวกวัยอ่อน ส่วนสปอร์ที่หลงเหลือ เมื่อได้รับความชื้นในฤดูฝนก็จะเติบโตโผล่พ้นผิวดินขึ้นมาปรากฏให้เห็น และเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์เรา วิธีเพาะหรือปลูกเห็ดโคน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำจาวปลวก ที่อยู่ภายในจอมปลวก มีขนาดใกล้เคียงกับกะลามะพร้าวผ่าซีก จอมปลวกหนึ่งรังจะมีจาวปลวกหลายอัน มีลักษณะเบา โปร่ง ซุย มีรอยทางเดิน ซอกแซก ทะลุถึงกันได้ จาวปลวกน่าจะเป็นสวนปลูกเห็ดอ่อน เพราะมีเส้นใยขาวเต็มไปหมด สามารถพัฒนาเป็นดอกเห็ดต่อไป เกษตรกรจะนำส่วนนี้ออกมาถู หรือขยี้ ให้เป็นฝุ่นโปรยลงบนข้าวเหนียวนึ่งสุก ทิ้งให้เย็น เติมน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกให้เข้ากัน คล้ายกับการทำสาโท นำไปหมักในถังพลาสติก ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง เกษตรกรบางท่านอาจฉีกหมวกเห็ดโคนผสมลงไปด้
แม้จะเป็น “น้องใหม่”ของแวดวงงานบริการด้านที่พัก แต่เจ้าของกิจการ อาจไม่ใช่หน้าใหม่ในธุรกิจสัตว์เลี้ยง เพราะเป็นผู้ให้บริการรรถรับ-ส่งสุนัข แบรนด์ PetXi Limo (เพ็ทซี่ ลีโม่) มาได้หลายปีแล้ว คุณเพอรี่(ซ้าย) คุณแอน (ขวา) ต้อนรับคุณแทมมี่ นักเทนนิสคนดัง คุณแอน-ฐิติพร น้อยพานิช และ คุณเพอรี่ –สุทิศา ปาติยเสวี สองสาวเจ้าของกิจการที่เกริ่นไว้ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง กิจการเพ็ทซี่ฯ ผลตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้ามีการบอกต่อว่าสะดวกและไว้ใจได้ และใช้บริการเป็นประจำอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้มีการ “ต่อยอด”มาทำธุรกิจโรงแรมน้องหมา เพราะความจริง โครงการสร้างโรงแรมนี้มีมาก่อนเพ็ทซี่ฯเสียอีก แต่เพราะยังติดขัดในหลายเรื่องจึงเลือกทำเพ็ทซี่ฯก่อน ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบ เพราะมีโอกาสเรียนรู้นิสัยของสุนัขแต่ละสายพันธุ์รวมถึงนิสัยของเจ้าของแต่ละคนมากขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้กับกิจการล่าสุดนี้ได้เป็นอย่างดี เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างสองธุรกิจ สองสาวฯช่วยกันเล่า ลูกค้าของเพ็ทซี่ฯ ส่วนใหญ่มีความต้องการด้านความช่วยเหลือ เช่น พาไปหาหมอ พ
คุณชไมพร เจือเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากการที่ สสว. ได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SME ในกลุ่ม Strong /Regular ที่พัฒนาและเติบโตได้ จำนวน 34 ราย เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในงาน “Thai Trade Exhibition Oman 2017” ระหว่างวันที่ 8 -15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน โดยมี ฯพณฯ โมฮัมเหม็ด บิน ยูเซฟ อัล ซาราฟิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน เป็นประธานเปิดงาน โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Health and Wellness” ชูจุดเด่นของสินค้าและบริการ 5 กลุ่มหลักได้แก่ โรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ หัตถกรรมและของใช้ภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์สปาและเครื่องสำอาง ในงานนี้ มีเอกชนไทย 100 บริษัท ขนสินค้าและบริการไปจำหน่ายแก่ลูกค้าตะวันออกกลาง กระแสดีเกินคาด เผย 5 วัน มีผู้เข้าชมงานกว่า 22,000 คน ในส่วนของสสว. นำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 40 คูหา โดยในครั้งนี้ สินค้าไทยที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ เครื่องสำอาง เช่น สบู่สมุนไพร ครีมบำรุงสมุนไพรไทย ยาแก้ฝ้า ครีมกันแดด ครีมกระชับหน้า ยา
นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงมีต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย ภาพวาดฝีพระหัตถ์ แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น 6 หัวเรื่อง ได้แก่ 1. พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 2. ธ ทรงดำริให้โบราณคดีพิพิธภัณฑสถานรังสรรค์จรรโลงชีวิต 3. ทรง ประสิทธิ์ประสาทประณีตศิลป์สถาปัตยกรรมตามขนบบรรจบสมัยใหม่ 4. รักษ์ ธำรงภาษาหนังสือไทยตามนัยพระราชดำรัสไว้ให้ภูมิใจชาติ 5. มรดก ราษฎร์รัฐจารีตประเพณีที่ทรงพระกรุณาเกื้อกูล 6. ชาติ ประชามิสิ้นสูญนาฏศิลป์ดนตรีมีพระองค์ทรงนำทาง ภายในนิทรรศการจะนำเสนอข้อมูลและพระราชดำรัสเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ ใน5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย งานด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ งานด้านสถาปัตยกรรมและช่างสิบหมู่ งานด้านภาษาและหนังสือ งานด้านจารีตประเพณี และงานด้านนาฏ
