Featured
จากกรณีปัญหาการใช้ทางเท้าเป็นทางมอเตอร์ไซค์ที่เผยแพร่กันมากในโลกออนไลน์ ในทางกฎหมายแล้ว เรื่องนี้มีกฎหมายที่มีโทษปรับอยู่ นั่นคือพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่บัญญัติว่า มาตรา ๑๗ ห้ามมิให้ผู้ใด (๒) จอด หรือ ขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อน บนทางเท้า เว้นแต่เป็นการจอดหรือขับขี่เพื่อเข้าไปในอาคารหรือมีประกาศของเจ้าพนักงานจราจรผ่อนผันให้จอดหรือขับขี่ได้ และมีบทกำหนดโทษอยู่ในมาตรา ๕๖ ที่ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท ทั้งนี้ ยังกำหนดให้ประชาชนผู้พบเห็นแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากไม่ดำเนินการ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิด(มาตรา ๕๙) นอกจากนี้ ค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบ ให้แบ่งแก่ผู้แจ้งครึ่งหนึ่ง และพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานจราจร หรือตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจร ผู้จับกุมอีกครึ่งหนึ่ง(มาตรา ๔๘ วรรคสาม) หมายเหตุ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ เจ้าพนักงานท้องถิ่น
นับจากราวเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเมษายน ของทุกปี หากใครมีโอกาสเดินทางผ่านเข้าเมืองนครนายกจะพบเห็นไม้ผลลูกกลมสีเหลืองที่ร้อยเป็นพวงสวยงามแขวนไว้หน้าร้านตลอดสองข้างทาง แล้วต้องบอกว่านั่นคือมะยงชิด ชื่อมะยงชิดมักถูกเรียกคู่กับมะปราง จนเกิดคำถามว่าทั้งสองอย่างเป็นผลไม้พี่น้องกันหรือ แต่หลังจากสืบค้นจนทั่วแล้วพบว่าเป็นไม้ผลกลุ่มเดียวกัน ประวัติที่มาถูกเริ่มต้นจากมะปรางก่อน จากนั้นถูกนำมาปลูกหลายแห่งจนกลายพันธุ์เป็นมะยงชิด เพราะมีรสหวาน กรอบ ผลขนาดใหญ่ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค แต่กระนั้นมะปรางก็ยังคงมีอยู่ เพียงแต่รูปร่างลักษณะผลเหมือนกันกับมะยงชิด เพราะฉะนั้น ความสับสนเช่นนี้คงมีชาวบ้านที่ปลูกในพื้นที่เท่านั้นที่แยกออกด้วยการชิม และไม่ว่าอย่างไรผู้คนมักรู้จักผลไม้ลูกกลมสีเหลืองนี้ว่ามะปรางหวาน-มะยงชิด เนื้อหนา เมล็ดเล็ก รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ทั้งนี้ มะปรางหวาน-มะยงชิด เป็นไม้ผลพื้นเมืองที่น่าจับตามอง เป็นที่ต้องการของตลาดสูง แถมมีราคาจำหน่ายค่อนข้างแพง เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ออกตามฤดูกาล และมีพื้นที่การปลูกค่อนข้างน้อย ชาวนครนายกปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิดกันมาเป็นเวลายาวนาน จึงถือได้ว่าเป็นแหล่ง
จังหวัดปทุมธานีนอกจากจะเป็นพื้นที่ปลูกกล้วยหอมแล้ว ยังเป็นแหล่งปลูกหญ้า ปัจจุบันในจังหวัดนี้ มีพื้นที่ปลูกหญ้าประมาณ 7,000 – 10,000 ไร่ สร้างรายได้ให้แต่ละปีไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งสายพันธุ์ของหญ้าที่นิยมปลูกจำหน่ายในประเทศไทย มี 5 สายพันธุ์ คือ หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเซีย หญ้าญี่ปุ่น หญ้าพาสพาลั่ม และหญ้าเบอร์มิวด้า หรือหญ้าแพรก คุณดารุด พูลเต่า หรือผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ยึดอาชีพปลูกหญ้าขายนาน 30 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกหญ้า 100 ไร่ ต้นทุนตารางเมตรละ 9 บาท ปลูก 30 – 45 วัน ก็ตัดขายได้แล้ว กำไรเมตรละ 3 บาท รายได้แต่ละวัน 1,000 – 2,000บาท ฤดูฝนหญ้าขายดี ตลาดรับซื้อไม่อั้น นิยมนำไปปูสนาม จัดสวน อนาคตเล็งขยายพื้นที่ปลูกหญ้าเพิ่ม ผู้ใหญ่ดารุดในวัย 48 ปี เล่าว่า สมัยตอน ป.6 เคยรับจ้างปลูกหญ้าอยู่แถวมีนบุรีและลาดกระบัง พอได้ความรู้การปลูกหญ้ามาบ้าง กระทั่งไปเกณฑ์ทหาร 2 ปี ออกมาก็ปลูกข้าว แต่ทว่าได้ไม่คุ้มเสีย เลิกปลูกข้าว หันมาปลูกผักสวนครัวไปแร่ขายแถวคลอง 12 ขายตามริมถนนได้ 2 ปี หันมาปลูกหญ้าจริงจัง ที่คลอง 12 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี และ
ตำรากับข้าวมาตรฐานของครัวไทย ไม่ว่าเล่มไหน ย่อมจะมีสูตรทำขนมจีนซาวน้ำนะครับ เพราะมันคือสำรับที่คนครัวไทยภาคกลางภูมิใจ เป็นการรวมตัวกันของวัตถุดิบที่ไม่น่าจะมารวมกันได้เอาเลย แถมส่วนผสมยังมีกะทิ ซึ่งที่จริงก็ไม่น่าเหมาะกับอากาศร้อนๆ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่านี่คือสำรับอาหารจานเดียวที่ควรกินในฤดูร้อนที่สุด รองจากข้าวแช่ลงมาก็ว่าได้ การจะกินขนมจีนซาวน้ำ เราแค่เตรียมเส้นขนมจีนนุ่มๆ ไว้ให้พอ ถ้าชอบ อาจใช้เส้นบีบสดแบบขนมจีน/ข้าวปุ้นทางเมืองเพชรบูรณ์ ก็น่าจะนุ่มสมใจทีเดียว กะทิสดไม่ต้องข้นมากนะครับ เคี่ยวในหม้อบนเตาพอสุก จะหา “แจงลอน” คือเนื้อปลากรายขูดโขลกจนเหนียว ปั้นเป็นลูกชิ้น ต้มใส่ให้ลอยเด่นเป็นลูกๆ ด้วยก็ได้ กุ้งแห้งเนื้อดีๆ โขลกในครกหินจนละเอียดเป็นปุย พริกขี้หนูสวนหั่นหนา ดองในน้ำปลาดีราว 2 ชั่วโมง พอให้คลายความเผ็ดลงบ้าง สับปะรดเลือกลูกที่เปรี้ยวอมหวานนิดๆ หั่นชิ้นเล็ก หรือสับหยาบๆ กระเทียมไทยแกะเปลือก หั่นซอยละเอียดตามขวางกลีบ ขิงอ่อนซอยเป็นเส้นเล็กๆ มะนาวผ่าซีกไว้บีบ ถ้าชอบเปรี้ยว และน้ำตาลทรายไว้โรยหน้า ถ้าชอบหวาน เครื่องเคราก็เห็นจะมีเพียงเท่านี้เองนะครับ สำหรับสูตรมาตรฐาน..ครั้นเ
ข้าวโพด อยู่คู่กับคนไทยมาแสนนาน หากมองไปในประเทศเพื่อนบ้าน ลาว เรียกว่า ข้าวโพดสาลี กัมพูชา เรียกว่า โปด คนไทยในประเทศไทยเรียกว่าข้าวโพด เราปลูกข้าวโพดได้ทุกภาค ข้าวโพดเป็นพืชอายุสั้น เพียงแค่ได้น้ำให้เมล็ดงอกออกมา และได้น้ำพอเลี้ยงต้นบ้าง ไม่เกิน 3 เดือน เราก็เก็บฝักแก่ได้ ถ้าเราต้องการฝักอ่อนก็เก็บผลผลิตได้เร็วกว่านั้น อย่างข้าวโพดอ่อนหรือแอ้ข้าวโพด ปลูกไปประมาณ 50 วัน ก็เก็บผลผลิตได้ การเก็บข้าวโพดของชาวบ้านมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ เก็บฝักอ่อน ปลูกประมาณ 50 วัน ก็เก็บผลผลิตได้ ข้าวโพดอ่อนเหมาะสำหรับนำไปประกอบอาหาร ร้านอาหารต่างๆ มักสั่งซื้อข้าวโพดอ่อนไว้เป็นวัสดุประกอบอาหารให้ลูกค้า เก็บฝักกิน ใช้เวลาปลูกประมาณ 2 เดือนเศษๆ ก็เก็บผลผลิตได้ และ เก็บฝักแก่ ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 เดือน จึงเก็บผลผลิตได้ อายุข้าวโพดแต่ละพันธุ์ไม่เท่ากัน ทำให้เวลาเก็บผลผลิตต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเก็บฝักแก่เราชาวบ้านใช้เวลาปลูกประมาณ 3 เดือน การแบ่งชนิดข้าวโพดของเราชาวบ้าน มีวิธีง่ายๆ คือ แบ่งโดยใช้สี เราจะได้ข้าวโพด 2 ชนิด คือสีขาวกับสีเหลือง แบ่งโดยใช้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็ได้ข้าวโพด 2 ชนิด เหมือนกัน ค
ไผ่ดำ เป็นไม้ประดับขนาดเล็ก แตกกอเป็นพุ่มแน่น สูง 1-2 เมตร ลำผอมเล็ก แต่ละปล้องยาว 20-30 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยงสีเขียวอมม่วง ใบเรียบเขียว ใบเล็กออกสองข้าง ก้านรูปคล้ายใบเฟิร์น ลำไผ่ขณะที่อ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีดำ ปัจจุบันไผ่ดำ ปลูกกระจายอยู่ทั่วไป โดยส่วนใหญ่ปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือน สำนักงาน เสริมโชคลาภมากกว่าปลูกไว้กินหน่อ เนื่องจากราคาจำหน่าย สูงถึงลำละ 300-500 บาท ดังนั้นจึงมีเกษตรกรผู้ปลูกไผ่กินหน่อ หันมาปลูกไผ่ดำ ไผ่ประดับกันมากขึ้น คุณอาณัติ ศรีชุม เจ้าของสวนไผ่ดำ 10 ไร่ ที่ต.ดงขี้เหล็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรอีกคนหนึ่งที่ เคยปลูกไผ่ตงศรีปราจีน ตัดหน่อขาย แต่รายได้สู้ไผ่ดำไม่ได้ จึงหันมาปลูกไผดำเต็มพื้นที่อย่างที่เห็น คุณอาณัติ บอกว่า ปลูกไผ่กินหน่อ รายได้น้อยกว่าพวกนี้ คือพวกนี้ จะเป็นไม้ประดับ จะแพงกว่า ได้ราคาดีกว่า สำหรับ ตลาดขายส่งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพ / ตลาดต้นไม้ บางบัวทอง จ.นนทบุรี และที่ตลาดดงบัง ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน และสั่งได้ว่าต้องการความสูงของต้นเท่าไหร่ โดยเริ่มตั้งแต่ 1 เมตร จนถึ
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมการค้าชายแดนระหว่างไทยและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวจากปีก่อนประมาณ 5-10% เนื่องจากช่วง 2 เดือนแรกของปีการค้าชายแดนขยายตัวถึง 14% โดยมูลค่าการค้าชายแดนในกลุ่มซีแอลเอ็มวีเดือนมกราคม 2560 มีมูลค่าอยู่ที่ 1,833 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัว 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เดือนกุมภาพันธ์ 2560 มูลค่าการค้าชายแดนอยู่ที่ 1,944 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัว 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตัวเลขการค้าในเดือนมีนาคมอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกับ 2 เดือนแรก ส่งผลให้คาดการณ์ไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 14-15% “ตลาดซีแอลเอ็มวียังเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เพราะตัวเลขการเติบโตของจีดีพีในกลุ่มประเทศดังกล่าวเติบโตสูง เฉลี่ย 5-7% คาดว่ากำลังซื้อยังสูงอยู่ โดยการค้าระหว่างไทยและซีแอลเอ็มวีน่าจะโตได้ 5-10% จากปีก่อนที่มีมูลค่าการค้า 2.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าโตจากปีก่อนหน้าคือปี 2558 ถึง 4.3%” นายวัลลภกล่าว นายวั
การหวาดกลัวบุคคลที่ผ่านการบำบัดรักษาอาการทางจิต มักพบเห็นได้เสมอ ยิ่งข่าวความรุนแรงจากคนกลุ่มนี้ ยิ่งทำให้เกิดความไม่ไว้ใจ ล่าสุดจากข่าวกรณีคนไข้จิตเวชทำร้ายร่างกายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จนเสียชีวิต ยิ่งสร้างความหวาดหวั่นมากยิ่งขึ้น แล้วจะทำอย่างไร เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น และผ่านการฟื้นฟูทักษะทางสังคมต่างๆ ยังมีอีกมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าระบบในการดูแล จะพึ่งพาเพียงครอบครัว หรือตัวผู้ป่วยในการกินยาอย่างสม่ำเสมอคงไม่เพียงพอ พญ.สมรัก ชูวานิชวงศ์นายกสมาคมสายใยครอบครัว และนายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลศรีธัญญา ให้ข้อมูลว่า ข่าวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ยังบกพร่องหลายๆจุด เพราะจริงๆแล้ว ผู้ป่วยเองที่ไม่สบายควรได้รับการรักษาให้อาการสงบ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ควรมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่กระบวนการรักษายังไม่สามารถพาเขาให้ไปถึงจุดที่ดีพอ และเขาอาจยังไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร ไม่รู้ว่ายาที่ใช้จำเป็นอย่างไร ตัวคนไข้อาจยังไม่ได้รับข้อมูลที่มากพอ ขณะที่ญาติผู้ป่วยเองที่ผ่านมามีโอกาสหรือไม่จะได้รับการเยียวยาจากการมีลูกมีหลานป่วย เขารู้สึกอาย หรือกลัวหรือไม
เข้าสู่ไตรมาส 2 บรรดาผู้เล่น “สะดวกซื้อ” ยังแข่งขันกันสยายปีกสาขาออกไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แต่ด้วยจำนวนสาขาเกือบหมื่นแห่งของเจ้าตลาด “เซเว่นอีเลฟเว่น” ทิ้งห่างผู้เล่นรายอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น จึงไม่ตื่นเต้นเท่าภาพของการเบียดกันขึ้นเป็นผู้นำนวัตกรรม “สินค้า” ชิงเป็นเจ้าแรก ๆ ในการเสิร์ฟเมนูไทย-เทศ แตกโมเดลใหม่ ๆ ที่เป็นบริการเกี่ยวกับของกินออกมาดึงลูกค้าเข้าร้าน ปัจจุบันจึงสามารถหาซื้ออาหารคาวหวานได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านร้านสะดวกซื้อ นำโดยเซเว่นฯพาเหรดเมนูอาหารไทยคาวหวานเติมเชลฟ์ อาทิ หมูย่างจิ้มแจ่ว ขนมหวานทองหยอดฝอยทอง ล่าสุดเริ่มหันมาเพิ่มน้ำหนักเมนูอาหารญี่ปุ่น อาทิ ข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง ด้าน ลอว์สัน108 ที่มีอาหารสไตล์ญี่ปุ่นหลากหลายก็เริ่มขยายไลน์เมนูไทย ๆ ออกมา อาทิ สะเต๊ะสูตรชาววัง ด้านแฟมิลี่มาร์ทยังคงมีเมนูใหม่ ๆ ออกมาต่อเนื่อง อาทิ เบอร์เกอร์หมูทงคัตสึ ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว ข้าวญี่ปุ่นหน้าหมูชาชู รวมถึงมุมอาหารปรุงสุกในร้าน ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาเป็นเทรนด์ที่ทุกค่ายหันมาทำ ทั้งแบบทดลองตลาดและจริงจัง อาทิ ลอว์สัน 108, เซเว่นอีเลฟเว่น, แฟลิมี่มาร์ท และรายล
เป็นนางเอกขวัญใจคนไทยจริงๆ สำหรับ แอน ทองประสม ล่าสุด โพสต์ภาพเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ วันครอบครัวในแบบฉบับของตัวเอง โดยสาวแอนได้ซื้อก๋วยเตี๋ยวเป็ดและหมวกไปฝากคุณลุงที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก เรียกว่า มาจากไหนไม่เคยลืม โดยแอน โพสต์ภาพและข้อความในอินสตาแกรม ระบุว่า “อีกหนึ่งบุคคลที่เลี้ยงแอนมาตั้งแต่เด็ก(นอกจากยาย)..ลุงสมถะ เสื้อตัวนี้ใส่มาเป็นสิบบีก็ยังใส่อยู่นั่น ..รองเท้าดอกยางไม่มีเหลือแล้วก็ไม่ยอมเปลี่ยน..สงกรานต์ปีนี้ซื้อก๋วยเตี๋ยวเป็ดมาให้ทาน พร้อมหมวกนาวิกโยธิน(พี่ทหารที่สัตหีบให้แอนมา)ลุงปลื้มปลิ่มใส่ไม่ถอดเลย..❤ #วันครอบครัวในแบบของฉัน” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
