Featured
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ได้มีพรานล่าปลานำอุปกรณ์นานาชนิดมาลงแขกจับปลา หรือชาวอีสานเรียก “ผ่าปลา” ในหนองน้ำสาธารณะพื้นที่ ต.หนองญาติ ส่งผลให้บริเวณเนื้อที่ 200 ไร่ เต็มไปด้วยรถยนต์ รถอีแต๋น รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จักรยานยนต์ล้อพ่วงท้าย ตลอดจนร้านขายส้มตำไป่ย่าง และขายเครื่องดื่ม มาเร่คึกคัก หลังจากทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ.ดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง แจ้งประกาศผ่านทางสถานีวิทยุคลื่นเรดิโอสองฝั่งโขง ปรากฏว่ามีเซียนล่าปลาจากอำเภอใกล้เคียงและต่างจังหวัด กว่า 1,000 คน แห่มาจนบริเวณดังกล่าวแน่นขนัด นายสุนทร ผูนา ผู้ใหญ่บ้าน บ.ดงโชต หมู่ 1 กล่าวว่า ได้เปิดให้ประชาชนมาลงแขกผ่าปลา ในหนองหมากขุ่น หนองน้ำธรรมชาติ เนื้อที่กว่า 200 ไร่ มีสระน้ำรวม 3 แห่ง ความยาว 250 เมตร กว้าง 130 เมตร เนื้อที่ 20 ไร่เศษ อยู่ติดกับห้วยบังกอที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขงในฤดูน้ำหลาก มีพันธุ์ปลาน้อยใหญ่ว่ายทวนน้ำขึ้นมาวางไข่ หลังระดับน้ำลดในฤดูแล้ง จึงประกาศข่าวทางสถานีวิทยุในรายการบ่าวโอ๋อินเตอร์ พบว่ามีชาวบ้านนำอุปกรณ์ อาทิ แห ยอ สวิง ห่วงยาง พร้อมเรือกีบ บรรทุกใส่ท้ายรถมาจับปลาจากอำเภอใกล้เคียง และจากต่
กระแสเชนเค้กและขนมหวานชื่อดังทั้งในระดับประเทศและระดับโลกกำลังมาแรง ต่างดาหน้ามาเปิดและขยายสาขาทั่วไทย แต่สูงสุดย่อมคืนสู่สามัญ ในขณะเดียวกันก็มีผู้โหยหาความอบอุ่นในบ้าน ย้อนกลับไปในสมัยวัยเยาว์ที่บ้านเมืองยังสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ต่างเสาะแสวงหาของกินโฮมเมดที่ทำในบ้านจริงๆ โดยเจ้าของบ้านผู้มีอารมณ์ศิลปิน รักในการทำขนมเป็นงานอดิเรก อย่ากระนั้นเลย วันนี้ปิ่นโตเถาเล็กขอนำเสนอเค้กกึ่งไทยปนฝรั่งโดยครูสอนโยคะผู้มีใจรัก สืบเนื่องจากอยู่มาวันหนึ่ง ศรีภรรยาได้นำเค้กมะตูมหน้าครีมชีสมาที่บ้าน แล้วบรรจงตัดแบ่งให้ชิม 1 ชิ้น พร้อมบอกว่าเจ้านี้รับสั่งทำขนมที่บ้าน เป็นของเพื่อนของเพื่อนอีกที เห็นว่าอร่อยเลยสั่งมาลองชิมบ้าง เพียงชิมเข้าไปคำแรก ผมก็ทำตาโตร้องโอ้โฮว่าช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเค้กมะตูมโฮมเมดของคุณรตี ภักดีวิจิตร ที่ปิ่นโตเถาเล็กโปรดปรานในช่วงวัยรุ่นเสียจริง จึงรีบป่าวประกาศให้แฟนๆ ได้มีโอกาสยลโฉม สั่งไปลองชิมที่บ้านบ้าง เค้กมะตูมฉ่ำๆ ขายเป็นก้อนหรือเป็นแท่งๆ เค้กมะตูมครีมชีสนี้มีชื่อว่า เอ๊ดดี้ส์ โฮมเม้ด (Eddie”s Homemade) เจ้าของตำรับคือ คุณพีระพงศ์ ตันติเวสส หรือ คุณเอ๊ด เลยนำชื่อเล่นมาทำเ
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวปไซต์ข่าวลาวโพสต์ ในสปป.ลาวเปิดเผยโดยอ้างข้อมูลจาก “สำนักข่าวสารประเทศลาว” ว่าในช่วงกลางปี 2017 นี้ นักลงทุนชาวจีนจะต้องยุติการปลูกกล้วยทั่วแขวงไซยะบุลีอย่างเด็ดขาด เนื่องจากที่ผ่านมาการดำเนินการดังกล่าวกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก รวมทั้งส่งผลในแง่ลบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งต้องเสี่ยงภัยกับสารเคมี ยาฆ่าหญ้า และยาฆ่าแมลงที่ไม่ถูกต้องถามหลักวิชาการ จากรายงานของเจ้าหน้าที่แผนกกสิกรรม และป่าไม้ แขวงไซยะบุลี ระบุว่า ล่าสุดมีการแจ้งต่อบรรดานักลงทุน 4 บริษัทที่เข้ามาลงทุนปลูกกล้วยทั้งในเมืองไซยะบุลี และเมืองเพียงเรียบร้อยแล้ว ว่าให้ยุติการเพาะปลูกกล้วยขึ้นใหม่ ห้ามขยายพื้นที่การเพาะปลูกเพิ่มเติม ส่วนที่ปลูกไปแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จสิ้น ห้ามปลูกเพิ่มอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ พื้นที่ปลูกกล้วยในแขวงไซยะบุลี รวมทั้งสิ่้น 521,144 เฮกตาร์ ประกอบด้วยพื้นที่ในเมืองไซยะบุลี และเมืองเพียง อนึ่ง ก่อนหน้านี้ทางแขวงบ่อแก้ว ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปลูกกล้วยของนักลงทุนจีน ได้เคยสั่งห้ามปลูกกล้วยมาก่อนแขวงไซยะบุลีแล้วจากสาเหตุด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเด
วันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้โชคดีถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 16 ก.พ.60 หมายเลข 229116 รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท เป็นแม่ค้าขายผัดไทยในอ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่แฟลตตำรวจ เลขที่ 459 หมู่ 3 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พบร.ต.ต.สาระ มรกฎ อายุ 70ปี ข้าราชการบำนาญ สอบถามทราบว่าผู้ที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 งวดนี้ คือภรรยาของตนเอง ชื่อนางประกอบ มรกฎ อายุ 65 ปี ซึ่งเปิดร้านผัดไทย ชื่อร้านผัดไทยนายดาบ อยู่ที่ตลาดท่าย์น้ำข้ามภพ ร.ต.ต.สาระ กล่าวว่า ภรรยาของตนมักทำบุญตักบาตรทุกวัน และวันนี้ตอนบ่ายก่อนหวยออก ภรรยาก็ไปซื้อล็อตเตอรี่ที่ร้านประจำในอ.ท่ายาง โดยตั้งใจไปซื้อเลข 16 กับ 61 ซึ่งก็ได้มา กระทั่งได้เวลาประกาศผลสลากกินแบ่ง ตนก็ช่วยนั่งจดผลสลากกินแบ่งอยู่ที่บ้าน จนถึงประกาศรางวัลที่ 1 ปรากฏว่า ตรงกับหมายเลขล็อตเตอรี่ที่ภรรยาซื้อไว้ จึงรีบบอกภรรยาด้วยความดีใจ ส่วนภรรยาก็ดีใจ หลังจากนั้นจึงให้ลูกไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.ท่ายาง ด้านนางประกอบ เผยว่า ตนซื้อหวยเป็นประจำแต่ไม่มาก เคยถูกแค่เล็กๆ น้อย ครั้งนี้ซื้อมาเพียง 2 คู่ คือเลขท้าย 61 กับ 16 เมื่อรู้ว่าถูกรา
การทำสวนมะพร้าวในเชิงการค้า ร่องสวนควรมีขนาดกว้าง 6 เมตร ร่องน้ำกว้าง 3 เมตร ส่วนความยาวแล้วแต่พื้นที่ เหตุที่ ต้องมีขนาดนี้ เพราะการปลูก จะปลูกทั้งสองข้างร่อง ห่างจากริมน้ำประมาณ 30 เซนติเมตร ตรงกลางกว้าง 3 เมตร ก็ใช้รถเข้าไปขนผลผลิตได้เลย ไม่ว่าจะเป็น รถกระบะ หรือมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง “ซึ่งระยะปลูกประมาณนี้ ช่วงที่ต้นมะพร้าวยังเล็กๆ จะดูว่าหลวมมาก แต่เมื่อมะพร้าวโตเต็มที่แล้ว จะพอดีเลย ทางมะพร้าวไม่ถึงกะซ้อนทับ หรือเกยกัน” นี่เป็นคำแนะนำ จากคุณวีรวุธ พรชัยสิทธิ์ เจ้าของสวนมะพร้าว ที่จ.ฉะเชิงเทรา สำหรับพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูก ควรเป็นที่ราบลุ่ม ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่ที่ น้ำเค็มดันขึ้นไปถึง จะยิ่งดีมาก เพราะมะพร้าวชอบน้ำกร่อยมากที่สุด ทำให้น้ำมะพร้าวหอม หวาน (ผู้เขียนเห็นบางสวน ซื้อกากน้ำปลาไปเทรอบต้น ซึ่งทำให้มะพร้าวได้รับความเค็มเช่นกัน) ส่วนการดูแลอื่นๆ ก็ได้แก่ การดูแลในช่วง 6 เดือนแรกที่ต้องเข้มข้น ห้ามปล่อยให้ขาดน้ำ มิเช่นนั้นจะยืนต้นตาย ส่วนเรื่องโรคแมลง ก็ใช้แตนเบียนช่วยกำจัดศัตรูพืช (แตนเบียน คือแมลงที่กินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร) และบางครั้งอาจต้องใช้สารเคมีตามที่กรมวิชาการเก
สมัยผมเรียนโบราณคดีเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน มันมีข้อถกเถียงเชิงวิชาการอยู่ข้อหนึ่ง ทำนองว่า ถ้าเกิดเราพบวัฒนธรรมทางวัตถุบางอย่างที่เหมือนกันเกือบทุกอย่าง แต่อยู่ห่างกันมาก ชนิดคนละภูมิภาค มันเป็นไปได้ไหมว่าจะมีการถ่ายทอด ลอกเลียน เอาอย่างกัน หรือว่าอยู่ดีๆ ต่างฝ่ายต่างก็ทำเรื่องราวนั้นๆ ขึ้นได้เองภายใต้สภาวะแวดล้อมทางวัตถุที่เหมือนกัน โดยไม่มีใครเลียนแบบใคร ตัวอย่างที่มักชวนให้ถกเถียงในสมัยนั้น ก็คือ วัฒนธรรมการทำเครื่องมือสำริดและเหล็ก ที่จนบัดนี้ก็น่าจะยังเถียงกันอยู่ว่า ชาวอุษาคเนย์รับเอาเทคโนโลยีจากจีนหรือตะวันออกกลางมา หรือว่าคนบ้านเชียง คนลพบุรี รู้จักถลุงเหล็กได้เองเมื่อสองสามพันปีที่แล้วโดยที่ไม่ต้องมีใครเคยไปเมืองจีนเลยสักคน มานึกตอนนี้แล้วก็สงสัยว่าจะเถียงกันไปเพื่ออะไรนะครับ แต่ว่าไปทำไมมี ความรู้สึกในการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนั้นบางครั้งก็เป็นเรื่องใหญ่ แถมยังนำพาไปสู่การบาดหมางไร้สาระมากมายหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของตัวบุคคลในประวัติศาสตร์ สิ่งของ หรือว่ามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และพอผมชักเริ่มมาสนใจเรื่องกับข้าวกับปลาอาหาร ก็พบว่า เรื่องทำนองนี้มีไม่น้อยเหมือนกันนะครับ เท
เกษตรอินทรีย์ เป็นการทำการเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ บนพื้นที่การเกษตร ที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมีทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดินและความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ รวมถึงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี สารสังเคราะห์ หรือสิ่งที่ได้จากการตัดต่อพันธุกรรม แนวทางของเกษตรอินทรีย์ เป็นการอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการปลูกพืชจะใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมี กำจัดวัชพืชโดยใช้แรงงานคน ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อให้เกิดความหลากหลาย มีการเลี้ยงไส้เดือนดิน ใช้เศษพืชทำเป็นปุ๋ยหมัก ทำให้ดินได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และลดต้นทุนการผลิตด้วย มีการใช้น้ำส้มควันไม้เพื่อไล่แมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี เป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เกษตรกรมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค คุณภัทรภร แสงบุญ คุณภัทรภร แสงบุญ บ้านเลขที่ 43/2 หมู่ที่ 4 ตำบลชมพู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ดำเนินงานปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย ข้าวมันไกร้านค้าบางราย ปรับตัวโดยการขยับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อให้ร้านอยู่รอดได้ ผิดกับมุมมองและแนวคิดเจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” ซึ่ง คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 33 ปี กลับมองว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม” ขายข้าวมันไก่10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน คุณนก ขยายความให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังเพิ่มเติมว่า ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนและตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นแ
เกษตรกรหนุ่มมาดเข้มวัย 31 ปี อยู่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี อดีตเคยเป็นพนักงานเช็คสต็อกคลังสินค้า บริษัทเอกชน ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ พืชเมืองหนาว จุดเด่น ผลเล็ก เนื้อแน่น รสชาติหวานกรอบ เม็ดน้อย กินแล้วผิวดี วิตามินซีสูง คนรุ่นใหม่นิยมทานผลสด ปลูกบนพื้นที่ 600 ตารางเมตร ขายไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง รายได้ปีละ 360, 000 บาท คุณปิยะ กิจประสงค์ เกษตรกรหนุ่ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ภาควิชากีฏวิทยา ทำงานประจำอยู่คลังสินค้า บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งราว 6 ปี กระทั่งเริ่มรู้สึกอยากทำกิจการส่วนตัว จึงลาออกพร้อมกับนำเงินเก็บสะสมมาสร้างโรงเรือนกางมุ้งปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ หรือ มะเชือเทศราชินี 3 โรงเรือน พื้นที่ทั้งสิ้นราว 600 ตารางเมตร ผสมปุ๋ยสูตรตัวเอง เก็บมะเขือเทศเชอรี่ผลสดขายสัปดาห์ละ 100 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 100 – 150 บาท สำหรับมะเขือเทศเชอร์รี่ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบทะเลทวีปตะวันตก เป็นไม้เมืองหนาว มีหลายสายพันธุ์ แยกตามลักษณะของผล และสี เช่น สีเหลือง แดง ชมพู ม่วง น้ำตาล คนทั่วไปนิยมทานผลสด ซึ่งการปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ของไท
หลายคนคงจะคุ้นเคยกับ คำขวัญเมืองโพธาราม ที่กล่าวว่า “ คนสวยโพธาราม งดงามน้ำใจ ค่ายหลวงบ้านไร่ หนังใหญ่วัดขนอน ที่นอนนุ่มชั้นนำ ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน งามตุ๊กตาน่าพิศ จิตกรรมฝาผนัง หนองโพดังนมสด เลิศรสผักกาดหวาน ” แต่ความจริงแล้ว เมืองโพธารามยังมีของดีอีกอย่างที่อยากแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักก็คือ ข้าวโพดแปดแถว อยู่ในกลุ่มข้าวโพดข้าวเหนียว มีลักษณะพิเศษคือ ขนาดฝักเล็ก เมล็ดข้าวโพดสีขาวมีจำนวนแปดแถว รสชาติหวาน เนื้อเหนียวนุ่ม ไม่ติดฟัน สามารถปลูกได้ตลอดปี แค่ชิมครั้งแรก มีตกหลุมรักรสชาติความอร่อยของข้าวโพดพันธุ์นี้เสียแล้ว เพราะมีรสอร่อย นุ่มและหวาน ไม่เหมือนข้าวโพดต้มที่เคยกินในพื้นที่อื่นเลย จุดเริ่มต้นของการปลูกข้าวโพดแปดแถว ชาวบ้านในชุมชนตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่มีอาชีพปลูกข้าวโพดแปดเล่าให้ฟังว่า “คุณดำรง มินทนนท์” หรือ ลุงดำเป็นคนแรกที่นำมาปลูก เมื่อ 30 ปีก่อน โดยได้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดแปดแถวมาจากเพื่อนคนหนึ่ง จึงนำมาปลูกครั้งแรกในพื้นที่อำเภอโพธาราม และนำออกต้มขายที่หน้าวัดโบสถ์ ปรากฎว่า ชาวบ้านชอบใจในรสชาติความอร่อยของข้าวโพดพันธุ์นี้ จึงหันมาปลูกเป็นพ
