Featured
ร้านอาหารโมเดลใหม่ เริ่มต้นได้ แม้ไม่มีทุน! หลายคนอาจคิดว่า “เงินทุน” เป็นปัจจัยเดียวในการทำธุรกิจ หากคิดที่จะมีกิจการเป็นของตนเอง ต้องเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ แน่ หากไม่มีทุน ทุกอย่างจบตั้งแต่เริ่มต้นจินตนาการ ล่าสุด เจ้าของแฟรนไชส์ “ส้มตำมาละเด้อ” เผยว่า ความคิดข้างต้น อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะได้คิดค้น “โมเดลธุรกิจ” ร้านอาหารอีสานแนวใหม่ ที่แม้ไม่มีเงินติดตัวสักบาท ก็อาจทำให้ฝันของใครหลายคนกลายเป็นจริงได้ ส่วนรายละเอียด จะเป็นอย่างไรนั้น ทาง คุณเอ – โรสสุคนธ์ ภัทรภาดา ผู้บริหาร บริษัท พร้อมปรุง จำกัด เจ้าของกิจการแฟรนไชส์ “ส้มตำมาละเด้อ” ให้ข้อมูลรายละเอียดว่า ปัจจุบันแฟรนไชส์ ส้มตำมาละเด้อ กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 50 สาขา ล่าสุดกำลังมองหานักลงทุนรายใหม่ ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการร้าน แต่ไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุน โดยได้สร้างร้านอาหารอีสานต้นแบบขึ้นมาแห่งแรก อยู่ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนเปิดโอกาสให้คนไม่มีทุน คนตกงาน หรือคนมีงานทำอยู่แล้วแต่อยากมีกิจการของตัวเอง ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ เข้ามารับการอบรมเรียนรู้การบริหารจัดการทุกเรื่องภายในร้านอาหารอีสาน เป็นเวลา 100 ชั่วโมง เม
เป็นอีกหนึ่งเซเลบที่หันมาเอาดีด้านการทำเกษตร สำหรับ “ไกรภูมิ โตทับเที่ยง” หนึ่งในทายาทตระกูลดังเมืองตรัง เจ้าของธุรกิจอาหารกระป๋อง “ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม” ด้วยการก่อสร้างโรงเรือนปลูกผักไร้ดินปลอดสารพิษบนเนื้อที่ 6 ไร่ มีทั้งขายปลีก – ขายส่ง หวังตอบสนองกลุ่มผู้คนรักสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมยังปลูกเมลอนญี่ปุ่น ผุดไอเดียบรรเจิดจับผลมาแกะสลักลวดลายเพิ่มมูลค่า ใช้วิธีขายแบบประมูลในเฟสบุ๊ก ทำเอาเมลอนธรรมด๊า ธรรมดา กลายเป็นผลไม้ที่มีค่าตัวสูงลิบเลยทีเดียว ทายาทดังหันมาทำเกษตร เริ่มจากผักสวนครัว สู่ผักไฮโดรฯ คุณไกรภูมิ บอกว่า หันหลังให้ธุรกิจครอบครัว เบนเข็มตัวเองมาเป็นเกษตรกร เมื่อปี 2553 ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับสนใจการทำเกษตร เลยลงทุน 50,000 บาท เพื่อลองผิดลองถูกปลูกผักสวนครัวทานเองบนเนื้อที่ กว้าง 2 เมตร ยาว 7 เมตร อาทิ ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ใช้ชื่อสวนผักแห่งนี้ว่า “สวนผักสวัสดี” เมื่อเริ่มมีผลผลิตนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน และเริ่มจำหน่าย เมื่อกระแสการตอบรับดี ทายาทธุรกิจดัง ขยายพื้นที่ปลูกเป็น 6 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 5 ถนนเพชรเกษม ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จ
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า แผนส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ปี 2560 นี้จะเดินหน้าตามแผนแม่บท เอสเอ็มอี 4.0 โดย สสว.เตรียมงบประมาณ 1,256 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและช่วยเหลือเอสเอ็มอีรวม 12 โครงการ อาทิ โครงการบ่มเพาะธุรกิจเอสเอ็มอีเกษตรและธุรกิจอื่น วงเงิน 149 ล้านบาท นำสินค้าเอสเอ็มอีเข้าสู่อี-คอมเมิร์ส และพัฒนาคลัสเตอร์ด้านธุรกิจเกษตร งบประมาณ 531 ล้านบาท พัฒนาช่องทางการตลาด 53 ล้านบาท และปรับปรุงระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดย สสว.จะทยอยเปิดตัวโครงการตั้งแต่ต้นปีหน้า พร้อมร่วมมือกระทรวงอุตสาหกรรม เอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการคัาไทยในการผลักดันแต่ละโครงการ สำหรับการดำเนินงานปีนี้ มีจำนวนโครงการรวมทั้งสิ้น 19 โครงการ วงเงินรวมกว่า 5,042 ล้านบาท มีเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์กว่า 1.8 แสนราย ทั้งการฟื้นฟูกิจการ การผลักดันเอสเอ็มอีที่ดีอยู่แล้วให้เติบโตมากขึ้น และบ่มเพาะเอสเอ็มอีรายใหม่
การปลูกพืชผักบนดาดฟ้าหรือพื้นที่ขนาดเล็ก เป็นอีกหนึ่งความฝันของใครหลายๆคน ยิ่งปลูกแบบไม่ใช้ดิน หรือ ไฮโดรโปรนิกส์ด้วยแล้วตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม ทีเดียว เช่นเดียวกับ เจ้าของโรงงานเม็ดพลาสติกย่านเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ คุณรุ่งโรจน์ เวชสิทธิ์ ที่มีอาชีพเสริมโดยการปลูกเมล่อน ด้วยระบบโฮโดรโปรนิกส์ แต่ที่น่าสนใจ คือ เขาปลูกถั่วฝักยาว และฟักทองด้วยระบบไฮโดรโปรนิกส์ บนดาดฟ้าของโรงงาน การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน หรือ ระบบไฮโดรโปรนิกส์ เป็นวิธีการปลูกพืชผักในสารละลายธาตุอาหารในภาชนะ ซึ่งการปลูกด้วยระบบนี้จะปลูกได้ 2 ลักษณะ คือ การใช้ระบบปั๊มอากาศ กับไม่ใช่ระบบการปั๊มอากาศ คุณรุ่งโรจน์ ได้ไอเดียนี้ มาจากประเทศอิสราเอล ซึ่งเขาพบว่า บ้านเราก็น่าจะทำได้ อีกทั้ง เรื่องของไฮโดรโปนิกส์ ในประเทศไทยก็บูมเมื่อสักราว 8-9 ปีที่ผ่านมานี้เอง สำหรับระบบการปลูกผักไฮโดรโปรนิสก์ของคุณรุ่งโรจน์ จะใช้ถังพลาสติกกลมที่เจาะรูด้านข้างเป็นภาชะปลูก โดยภายในถังจะใส่หินภูเขาไฟเม็ดกลมๆเป็นวัสดุปลูกแทนดิน ซึ่งกลไกลการทำงานก็จะเหมือนกับการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ทั่วไป ขั้นตอนการปลูก ในส่วนการเตรียมต้นกล้านั้น โดยเลือกจา
รถยนต์เป็นเครื่องจักรประเภทหนึ่ง จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งาน ยานยนต์ “มติชน” ขอนำเสนอข้อมูลสัญญาณอันตรายรถยนต์ใกล้พัง หากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ 1.ไฟเตือนคือสัญญาณไฟเตือนบนแผงหน้าปัด หากมีไฟเตือนสัญลักษณ์ใดเกิดขึ้นมาก็ตาม สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจมีอะไรขัดข้อง และควรจะรีบตรวจสอบทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ 2.พฤติกรรมการขับรถ ถือว่ามีผลอย่างมาก ต่ออายุการใช้งานของรถยนต์ เพราะบางคนมีพฤติกรรมการขับแบบบ้าระห่ำ กระชากเกียร์ เหยียบคันเร่ง ราวกับแข่งแรลลี่ สามารถสร้างความเสียหายกับเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างได้อย่างใหญ่หลวง 3.มีร่องรอยของน้ำมันหยดที่พื้น ถือว่าค่อนข้างไม่ปลอดภัย ควรรีบนำรถเข้าเช็กโดยด่วน 4.สตาร์ตเครื่องนานกว่าปกติ มีแนวโน้มว่าแบตเตอรี่รถอาจเสื่อม หรือใกล้หมดเต็มที่แล้ว จึงควรรีบนำรถเข้าเช็ก เพราะถ้ารถไปดับแล้วสตาร์ตไม่ติดในที่ไม่คุ้นเคยอาจเกิดอันตรายได้ 5.มีควันขาวออกมาจากท่อไอเสีย อาจเป็นสัญญาณว่าเครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาแล้ว ก่อนจะลุกลามไปมากกว่านี้ ควรนำรถเข้าตรวจเช็ก เพราะสัญญาณนี้หมายถึงระบบหล่อเย็น
วันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิทธิกร ดอกบัว อายุ 26 ปี ที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังจากเรียนจบจากสถาบันเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า เดิมทีหลังจากเรียนจบอยากเข้าทำงาน แต่เมื่อมาเห็นพื้นที่ว่างเปล่าที่แม่ซื้อไว้ และเห็นแม่ปลูกต้นมะนาวไว้ กว่าจะได้ผลผลิตต้องใช้เวลา ดังนั้นคิดว่าน่าจะปลูกพืชแบบผสมผสานโดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช จึงนำมาปฏิบัติโดยปลูกพืชระยะสั้น ใช้น้ำน้อย และได้ผลิตดี จึงลองปลูกดอกดาวเรืองพันธุ์ทองเฉลิม ซึ่งมีตลาดรองรับและขายได้ราคาดี นายอิทธิกร เปิดเผยว่าอีกว่า ก็เหมาะสมกับต้นทุนถ้าเราบริหารดี ไม่เกินตัว รายได้ก็ดีพอสมควร ถ้าเราปลูกแบบพอเพียงปลูกไม่เยอะแบบพอดีไม่เกินตัว ดูแลให้ดี เพราะดาวเรืองมีตลาดรองรับและเป็นที่ต้องการของตลาด มันก็สร้างรายได้ให้แบบพอเพียง หลังจากที่ทดลองปลูกดอกดาวเรืองแล้ว เริ่มมี พ่อค้า แม่ค้าในพื้นที่ติดต่อขอซื้อกันเป็นจำนวนมากจึงขยายแปลงปลูกเพิ่มขึ้น พร้อมกับปลูกพืชผลชนิดอื่นๆแบบผสมผสานจนเต็มพื้นที่ ส่วนดอกดาวเรืองก็จะมีราคาเริ่มต้นที่ดอกละ 80 สตางค
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มเงินในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ และลดภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ร่วมกับค้าปลีกทุกประเภท 17 ราย จำนวน 13,500 สาขาทั่วประเทศ จัดลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 80% ชื่องาน “รวมใจ..ช่วยไทย..ลดรับปีใหม่” ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560 รวม 21 วัน คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 80,000 ล้านบาท สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนจากปกติเฉลี่ย 30% หรือประหยัดเงินได้ 24,000 ล้านบาท “ เมื่อรวมกับมาตรการช้อปช่วยชาติของกระทรวงการคลังที่ให้ลดหย่อนภาษีในการซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะทำให้ระบบการค้าในปลายปีนี้มีความคึกคัก และช่วยลดภาระประชาชนที่ต้องมีการจับจ่ายใช้จ่ายในช่วงปลายปี ซึ่งได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนต่างๆ จัดสินค้ามาลดราคาหลายแสนรายการ และเป็นโอกาสที่จะประหยัดต่อการซื้อหาสินค้าเพื่อปีใหม่ เช่น กระเช้าปีใหม่ สินค้าโอท้อป สินค้าเกษตร เป็นต้น “นางอภิรดี กล่าวและว่า ส่วนสถานการณ์ราคาสินค้าช่วงปีใหม่ จากการออกตรวจสอบต่อเนื่อง พบว่า ส่วนใหญ่ราคาสินค้ายังเคลื่อนไหวต
เรียกเสียงฮือฮาอีกแล้ว สำหรับร้านอาหารทะเลชื่อดัง “แหลมเกต อินฟินิท” คราวนี้ เป็นโปรโมชั่นภายใต้แคมเปญ “คน อวด ผัว” โดยทางร้านระบุ เพียงคุณลูกค้า นำผัวมาอวด ไม่ว่าจะเป็น ผัวเก่า ผัวใหม่ ผัวเพื่อน ผัวเช่า ผัวรายวัน ผัวแม่ ผัวพี่ ผัวข้างบ้าน และอีกสารพัดประเภทของผัว รับทันทีส่วนลดทุกคนทั้งโต๊ะ จากคนละ 666 บาท เหลือคนละ 600 บาท เริ่ม 16 ธันวาคม นี้ ถึง 31 มกราคม 2560 ภายใต้เงื่อนไข รับเฉพาะชำระเงินสดเท่านั้น คุณโค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์ ผู้บริหารกิจการฯ บอกเล่า ที่มาที่ไปของโปรโมชั่นส่งท้ายปลายปี ด้วยน้ำเสียงร่าเริงตามสไตล์ว่า โลกออนไลน์ สามารถย่อระยะทางระหว่างลูกค้ากับธุรกิจให้แคบลง แหลมเกต อินฟินิท เริ่มต้นและเติบโตมาถึงทุกวันนี้มาจากโลกออนไลน์ ลูกค้าหรือผู้บริโภคที่ชื่นชอบส่วนใหญ่มาจากออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ “ฐานลูกค้าของร้านเรา คือ ผู้หญิง อาจเพราะด้วยคอนเซปท์ของร้าน การตกแต่ง คุณภาพ และการบริการ ขณะเดียวกันฐานลูกค้ากลุ่มผู้หญิงนี้เอง มักมีพฤติกรรม ชอบแชร์ ชอบเมนท์ ชอบแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทำให้ทีมงานเห็นว่า จะให้ลูกค้าผู้หญิงเอาอะไรมาโชว์ อะไรมาแชร์ อะไรมาอวดกัน งั้นก็เอา ผัว หรือเอาเพื
เมื่อเร็วๆ คณะผู้บริหารของบริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ได้ลงพื้นที่มอบตู้ยาและยาคุณภาพให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเป็นพื้นที่สุดท้าย ที่อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี ต่อเนื่องไปถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง รวมทั้งสิ้น 33 ตู้ และปิดท้ายโครงการดีๆครั้งนี้ ด้วยการมอบตู้ยาแก่ชุมชนบ้านห้วยหินดำอีก 1 ตู้ พร้อมมอบยาแก้ไข้และวิตามินต่างแก่เด็กโรงเรียนบ้านห้วยหินดำ ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง เด็กๆออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วย “การละเล่นรำตง” ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับการบอกเล่าว่า มีหน่วยงานเข้ามาช่วยดูแลสุขภาพของเด็กๆที่โรงเรียนบ้านห้วยหินดำแห่งนี้อยู่เสมอๆ แต่ยาที่ได้รับมักเป็นยาสำหรับผู้ใหญ่ที่บางครั้งไม่เหมาะกับเด็ก ทางไบโอฟาร์ม จึงได้เตรียมยาลดไข้สำหรับเด็กมามอบให้กับโรงเรียนบ้านห้วยหินดำจำนวนหนึ่ง รวมไปถึงอาหารเสริมสำหรับเด็ก ที่อยู่ในรูปของเยลลี่ Gummy เคี้ยวดีมีประโยชน์ ที่เด็กๆชอบ เพิ่มคุณค่าด้วย Multivitamin และน้ำมันปลาหรือ Fish Oil ที่มี Omega 3 นอกจากนั้นแล้ว ทีมผู้บริหารของไบโอฟาร์ม ยังได้เยี่ยมชมวิถี
สืบเนื่องจากโพสต์ของแฟนเพจ 365 Days Storyteller เมื่อไม่นานมานี้ ได้ถูกแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก โดยเอ่ยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับงานศิลป์ข้างถนน หรือ Street Art (สตรีต อาร์ต) ของ “บอน” ศิลปินอิสระ ซึ่งได้สร้างสรรค์งานศิลป์บนกำแพง เป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ขนาดใหญ่ สูงราวตึกสามชั้น จำนวน 2 ภาพ ไปประดับไว้บนผนังอาคารสังกะสีในชุมชนตลาดเก่าร้อยปี ย่านคลอง 7 ธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี กระทั่งมีประชาชนผู้สนใจเดินทางไปถ่ายรูป อัพเผยแพร่บนโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจ พบบริเวณติดตั้งพระบรมสาทิสลักษณ์ทั้งสองภาพดังกล่าว เป็นชุมชนตลาดเก่าร้อยปี ริมคลอง 7 ซึ่งเหลือไว้แต่ชื่อ เพราะปัจจุบันมีถนนคอนกรีตวิ่งตัดผ่าน และที่ดินผืนใหญ่ใกล้เคียง ถูกถมเพื่อเตรียมก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรแทบจะหมดแล้ว หากช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา บริเวณใกล้เคียงกับจุดติดตั้งพระบรมสาทิสลักษณ์นั้น กลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือริมคลอง รถเข็นขายขนมเบื้อง หรือแม้แต่ร้านขายขนมเล็กๆน้อยๆริมทางของคุณป้าท่านหนึ่ง ต่างก็ขายของได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด “ของขายไม่ค่อยได้
