Featured
จากกรณีนายกุศล อุปเทห์ อายุ 55 ปี พ่อค้าเร่ เจ้าของรถกระบะมาสด้า 4 ประตู สีขาว ทะเบียน ฆษ 1667 กรุงเทพมหานคร นำใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะที่ขอไว้กับกับเทศบาล อบต.และเทศบาลในเขตอำเภอบ้านด่าน และอำเภอห้วยราช ใบอนุญาตการขอต่อเติมโครงหลังคารถยนต์ พร้อมใบเสร็จรับเงินรวม 5 แผ่น มาติดไว้ข้างประตูรถ เพื่อแสดงให้เห็นชัดเจนว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หลังถูกตำรวจเรียกตรวจบ่อยครั้ง ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานได้พบกับนายกุศล อุปเทห์ อายุ 55 ปี พร้อมรถกระบะมาสด้า 4 ประตู สีขาว ทะเบียน ฆษ 1667 กรุงเทพมหาน ที่เคยติดใบอนุญาต 5 ใบที่ประตูรถ แต่ปรากฎว่าวันนี้รถของนายกุศล ไม่มีใบอนุญาตติดอยู่เหมือนที่ผ่านมา โดยนายกุศล เปิดเผยเรื่องนี้ว่าได้ดึงใบอนุญาต ทั้ง 5 ป้ายออกทั้งหมดแล้ว เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปร้องขอให้ถอดเอกสารที่ติดข้างรถออก โดยให้เหตุผลว่าเพื่อไม่ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบ ประกอบกับมีคนวิจารณ์ทางโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก “ส่วนตัวผมไม่ใช่เป็นคนมีปัญหา ครั้งเมื่อตอนนำเอกสารมาติดรถก็ไม่ได้หวังจะประชดใคร แต่ต้องการความสะดวกและ
ขนยาวนุ่ม ลวดลายที่สวยงาม รวมถึงความขี้อ้อน ดูจะเป็นคุณสมบัติที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนหลงใหลนิยมเลี้ยงเจ้าแมวเหมียวสายพันธุ์ทั้งไทยและต่างประเทศกันเป็นจำนวนมาก หากจัดลำดับแมวยอดนิยมที่เลี้ยงกันแล้ว สายพันธุ์แมวขาสั้น หรือmunchkin กับ แมวหูพับ Scottish Fold คงอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ถึงแม้ว่าแมวทั้งสองสายพันธุ์นี้จะเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมจนทำให้มีรูปร่างลักษณะแปลกแตกต่างไปจากแมวทั่วไป แต่นั่นกลับกลายเป็นเสน่ห์ความน่ารักจนหลายคนอดที่จะต้องควักกระเป๋าหาซื้อมาเลี้ยงจนได้ หากเปิดดูกระทู้ในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเลี้ยงแมวทั้งสองพันธุ์นี้จะพบว่า ทั้งกลุ่มผู้กำลังเลี้ยงอยู่ กับกลุ่มผู้กำลังจะซื้อมาเลี้ยงต่างมีข้อกังวลกับปัญหาต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นใจหรือเชื่อมั่นเรื่องสายพันธุ์แท้เพราะเกรงว่าจะถูกหลอกเมื่อซื้อมาเลี้ยงแล้ว คุณวิไลรัตน์ กับแมวหูพับและขาสั้น แต่สำหรับ คุณวิไลรัตน์ กิจนันทิพัฒน์ หรือ คุณปุ๊ก เจ้าของธุรกิจเพาะพันธุ์แมวขาสั้น (munchkin cat) กับ แมวหูพับ (Scottish Foldcat) ที่ขอนแก่น ในชื่อ “mimeow farm” (มิเหมียวฟาร์ม) กล้ายืนยันเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าทุกตัวเป็นแมว
ผู้เขียน พัฒนา นรมาศ เกษตรกรรม เป็นกิจกรรมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง แต่การเลือกทำเพียงกิจกรรมเดียว จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่จะไม่ได้รับผลผลิตเมื่อต้องประสบกับภัยสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ แต่ถ้าเลือกทำ “เกษตรผสมผสาน” คือมีตั้งแต่ 2 กิจกรรมขึ้นไป มีการวางแผนการผลิต ใช้ปัจจัยผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิต ความเสี่ยงก็ลดลง ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวนเกษตรผสมผสานจึงเป็นทางเลือกในการยกระดับรายได้เพื่อนำไปสู่การดำรงชีพที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสาน วิถีพอเพียง บนพื้นที่ 2 ไร่ ที่สิงห์บุรี มาบอกเล่าสู่กัน คุณยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดสิงห์บุรี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดสิงห์บุรีมีพื้นที่การเกษตร 418,781 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทำนา 377,826 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ 11,002 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชสวน เช่น ปลูกไม้ผล พืชผัก 26,895 ไร่ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ 1,189 ไร่ และพื้นที่ประมง 1,869 ไร่ ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทั้งทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำไร่นาสวนผสม หรือเกษตรผสมผสาน เกษตรผสมผสาน เป็นงานเกษตรที่ทำตั้งแต่ 2 กิจกรรม ขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยง โดยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทา
ผู้เขียน กัญญ์วรา ศิริสมบูรณ์เวช “อยากทำธุรกิจไก่ทอดเพราะเริ่มจากความชอบ นึกถึงสิ่งที่เรามี ความรู้สึกคือเคยไปแข่งรักบี้ พอแข่งเสร็จเหนื่อยๆ ไปกินข้าวเหนียวไก่ทอดอร่อยมากเลย ก็เลยเริ่มทำเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งก็สอนเราหลายอย่างเรื่องการจัดการ การดีลกับคน กับหุ้นส่วน ปัจจุบันปีที่ 5 ก็มาลงตัวที่ไก่ทอดพี่บ๊วย” ของพิธีกรอารมณ์ดี บ๊วย-เชษฐวุฒิ วัชรคุณ อดีตนักรักบี้ทีมชาติไทยวัย 41 บอกยิ้มๆ ถึงที่มา โดยถ้าย้อนไปจุดเริ่มต้น เขาเคยหุ้นกับพระเอกดัง เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ และคนนอกวงการเปิด ร้านไก่ทอดเดชา ตรงถนนเกษตร-นวมินทร์ ตอม่อ 139 แม้จะคืนทุนตั้งแต่ 4 เดือนแรก แต่พอทำได้ 4 ปี รายจ่ายเท่าเดิม ส่วนรายได้กลับลดลงเรื่อยๆ พอหมดสัญญาจึงตัดสินใจไม่ทำต่อ แต่ได้ไปร่วมลงทุนกับหุ้นส่วนใหม่ปรับปรุงต่อเติมส่วนห้องแอร์เพิ่ม เปิดเป็นร้านขายไก่ทอดควบคู่ราเมน และอาหารญี่ปุ่นในชื่อ อาจารย์ราเมนกับคุณครูไก่ทอด ทว่าสุดท้ายอยู่ได้เพียง 3 เดือนก็แยกย้ายกันไปคนละทาง ด้วยพิธีกรหนุ่มให้เหตุผล “ก่อนหน้านี้ถือหุ้นน้อย เราอยากได้สตางค์โดยไม่ต้องทำอะไร ก็คิดอย่างนี้ ยกร้านให้หุ้นส่วนบริหาร มันไม่ได้ตามเป้
ไม่ว่าใครก็อยากทำ อยากยึดอาชีพกับสิ่งที่ตนรักหรือชอบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การดำเนินชีวิต หรือการท่องเที่ยว ผู้คนก็อยากไปหรือทำในสิ่งที่ชอบและอยากทำ แต่มีอีกหลายคนที่ความชอบ กับความจริงที่ต้องเผชิญยังมีความต่างกันมาก หรือกระทั่งบางคนยังหาไม่พบในสิ่งที่อยากทำก็มี การได้ทำงานในสิ่งที่ชอบ แถมยังสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง อย่าง คุณไพรรัตน์ ดวงดา หรือ ช่างเอ วัย 39 ปี ที่มีความสุขและรายได้อย่างคาดไม่ถึงจากงานอดิเรก ที่ลงทุนเพียงเพราะความชอบ จนสามารถสร้างรายได้มากกว่าทำงานอาชีพหลักเสียด้วย มีร้านพริ้นเตอร์ เป็นธุรกิจ เลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช เพราะชอบ คุณไพรรัตน์ ดวงดา หรือ ช่างเอ ผู้เลี้ยง-เล่นกุ้ง สวยงามชั้นแนวหน้าในเมืองไทย ทั้งเป็นประธานกลุ่มประมูลกุ้งเครย์ฟิชทุกสายพันธุ์ และเป็นเจ้าของศูนย์การเรียนรู้ CA Crayfish Signature เล่าว่า เริ่มเลี้ยงกุ้งมาตั้งแต่ปี 2013 และ “ช่างเอ” เป็นชื่อฉายาที่คนในวงการกุ้งเขาเรียกกัน ซึ่งก่อนที่จะมาเลี้ยงกุ้ง แต่เดิมผมเป็นคนจังหวัดอุทัยธานี เรียนจบมัธยมปลาย ก็เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ทำมาหลากหลายอาชีพ ทั้งคนเดินเอกสาร รับ
เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่บ้านเลขที่ 60/2 บ้านบ่อโฉลก ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ผลิตข้าวหลามในมะพร้าวอ่อน ของนายตันติกร สุขคุ้ม อายุ 22 ปี ที่เป็นอาชีพที่สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี นายตันติกร เล่าว่า เดิมที่ตนเคยทำงานเป็นพนักงานในคลังน้ำมันแต่ได้ลาออก จึงอยากที่จะทำธุรกิจซึ่งที่บ้านมีอาชีพทำข้าวหลามขายมาตั้งแต่ รุ่นทวดซึ่งปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่อายุ 102 ปี และสืบทอดกันมาเป็นรุ่นต่อรุ่นจนถึงรุ่นตัวเองปัจจุบัน และสูตรข้าวหลามก็เป็นสูตรของทวด แต่เดิมก็ทำข้าวหลามในกระบอกไม้ไผ่เหมือนกันทั่วๆไป แต่ในช่วงหลังในพื้นที่เริ่มจะหาลำไม้ไผ่ที่จะมาทำข้าวหลามได้ยากมากขึ้น ตนจึงได้คิดว่าจะนำเอาอะไรมาทำเพื่อที่จะทดแทนกระบอกไม้ไผ่ได้ จึงลองนำเอาผลอ่อนของมะพร้าวน้ำหอมอ่อน มาทดลองทำในช่วงแรกก็ใช้เผากับถ่าน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงได้ทดลองมาใช้เตาอบแทน จนได้สูตรที่ลงตัว จึงเริ่มนำออกขายให้ลูกค้าที่สนใจสั่งจองผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อลูกค้าได้กินก็เริ่มมีการตอบรับที่ดี เนื่องจากรสชาติ หวานมันหอม และกลิ่นของมะพร้าวน้ำหอมก็ยิ่งเพิ่มความอร่อย เพ
วันนี้ (29 พ.ย.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธาน เพื่อพิจารณาวาระตามที่ได้รับแจ้งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2นางวรารัตน์ อคิแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา และกรรมาธิการวิสามัญ พร้อมสมาชิก สนช.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยนายพรเพชร ได้กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้แต่งตั้ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นองค์รัชทายาทตามกฎมณเฑียรบาล ทั้งนี้หลังสนช.ประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของราชอาณาจักรไทยสืบไป สมาชิกสนช.ได้ยืนขึ้นน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ โดยพร้อมเพรียง ว่า “ขอพระองค์ทรงพระเจริญ” ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญปี 2557 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ระบุหมวดสองเรื่องพระมหากษัตริย์ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี2550 หมวด 2 ใน มาตรา 23 คือ กรณีที่ราชบัลลังก์หาว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรั
ควันหลง จากงาน “มหัศจรรรย์ พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” ที่จัดไปแล้วเมื่อ 24-27 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา โดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เครือบริษัทมติชน จำกัด(มหาชน) ที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ ช่วงหนึ่งในงาน มีสาธิต การทำข้าวผัดโบราณ จากร้าน “จกโต๊ะเดียว” ที่คนให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม เบื้องต้น ความน่าสนใจนี้มาจาก “เฮียจก” เจ้าของร้าน ที่จะให้บริการแค่วันละ 1 โต๊ะเท่านั้น และ ลูกค้าก็ไม่สามารถเลือกเมนูอาหารได้ ขึ้นอยู่กับว่า วันนั้นๆ เฮียจก มีวัตถุดิบอะไรดีๆ ก็จะนำเสนอเมนูให้ลูกค้าได้อร่อยกัน และที่สำคัญ ร้านนี้ เคยต้องจองล่วงหน้า 8 เดือน – 1 ปี แต่ช่วงนี้ เร็วขึ้นมาหน่อย คือ จองล่วงหน้า 1-2 เดือน และเฮียจก ก็เพิ่มโต๊ะอาหารเป็น 5 โต๊ะต่อวัน มาถึง ตรงนี้ จึงน่าสนใจว่า เฮียจก เป็นใคร มาจากไหน และร้านที่ว่านี้ อยู่ที่ไหน เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กัน “เฮียจก” หรือ คุณสมชาย ตั้งสินพูลชัย เจ้าพ่อธุรกิจค้าส่งอาหารซีฟู้ดให้กับโรงแรมและภัตตาคารชื่อดัง ได้ริเริ่มสรรค์สร้างเมนูอาหารที่รสชาติสุดแสนจะอร่อยออกมาให้ผู้คนได้ลิ้มรส…จนเป็นที่เลื่องลือ มีร้านในอยู่ที่ย่านพลับ
คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้ง บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์บะหมี่เกี๊ยวริมทางแบรนด์ดัง “ชายสี่” ที่ปัจจุบันมีรถเข็นคู่ค้า กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 3,700 สาขา ล่าสุดยังมีการขยายธุรกิจ แตกไลน์สินค้าออกเป็นแฟรนไชส์อีกหลายรูปแบบ นับแต่ “พันปีบะหมี่เป็ดย่าง” “บะหมี่ไก่ ข้าวมันไก่” และ “ชายสี่ คอร์นเนอร์” ที่หวังเจาะลูกค้ากลุ่มกลาง-บน บุกทำเลคอมมูนิตี้มอลล์ และปั๊มน้ำมัน แม้ปัจจุบัน หนุ่มใหญ่วัย 53 ปีชาวร้อยเอ็ดผู้นี้ จะมีธุรกิจใหญ่โตระดับประเทศ แต่กว่าเขาจะก้าวมาถึงจุดมั่นคงแข็งแรง ระดับ “อาณาจักรหลายร้อยล้าน” ได้อย่างที่เห็น บอกเลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ “เรียน กศน. จบ ม.6 ตอนอายุ 41 ปี ทำนามาตั้งแต่จำความได้ ทำมาแล้วสารพัดอาชีพ ทั้งรับจ้างเก็บฝ้าย รับจ้างเก็บพริก เป็นลูกจ้างโรงกลึง รับจ้างทำงานบ้าน เป็น รปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม” คุณพันธ์รบ ย้อนประวัติโดยย่อ ก่อนบอกต่อ เริ่มต้นอาชีพเป็นพ่อค้าขายบะหมี่-เกี๊ยว ช่วงปี 2535-2537 โดยยึดทำเลย่านลำลูกกา ปทุมธานี ปรากฏขายดีตั้งแต่เริ่ม ลูกค้าอุดหนุนตลอด ยอดขายเฉลี่ยวันละ 5,000-7,000 บาท แถมยังมี “เจ้าถิ่น” คุ้มครอง จึงทำให้ทำมาค้าค
เมื่อ 27 พ.ย. บีบีซีรายงานกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลของจีนที่มีรูปเด็กชายวัย 8 ขวบ มีหน้าตาและรอยยิ้มคล้ายแจ๊ก หม่า มหาเศรษฐีแห่งธุรกิจอาลีบาบาชื่อก้องโลก ว่ายังคงมีผู้คนแวะเวียนไปเยี่ยมเพื่อชมโฉมเจ้าหนูคนนี้วันละ 50 คนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เด็กคนนี้มีชื่อว่า “ฟ่าน เสี่ยวฉิน” เกิดและอาศัยที่หมู่บ้านชนบท เมืองหย่งเฟิง มณฑลเจียงซี ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน มีชีวิตความเป็นอยู่ลำบากมาก ครอบครัวมีฐานะยากจน พ่อถูกงูกัดจนต้องตัดขาทิ้ง แม่ป่วยเป็นโรคโปลิโอทำให้พิการตาบอด 1 ข้าง ส่วนย่าอายุ 83 ปีป่วยเป็นอัลไซเมอร์ หลังจากเรื่องราวของเด็กคนนี้เผยแพร่ออกไป นอกจากชาวโซเชียลจะสนใจในเรื่องของหน้าตาของเด็กแล้ว ยังสงสารในชีวิตที่ลำบากของเด็กและครอบครัวอีกด้วย พร้อมกับข่าวลือว่าแจ๊ก หม่าจะช่วยออกทุนการศึกษาให้เด็กคนนี้ เมื่อบีบีซีสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของบริษัทอาลีบาบา ได้คำตอบว่ายังไม่เคยได้ยิน จากนั้นจึงออกแถลงการณ์ผ่านเครือข่ายเว่ยป๋อ ว่าทุกคนไม่ควรเอาเรื่องแจ๊กหม่าน้อยมาล้อเล่น การให้ทุนการศึกษาเด็กคนหนึ่งนั้นง่าย แต่จริงๆแล้ว การจะช่วยเด็กยากจนนับล้านนั้น จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมาก แจ๊กหม่าน้อยแจ้งเ
