Featured
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตสินค้าและห้างค้าปลีก ที่จัดทำกระเช้าปีใหม่ ให้เพิ่มรายการข้าวสารบรรจุถุงลงในกระเช้าปีใหม่ด้วย เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนา ลดปัญหาข้าวล้นตลาด และรณรงค์การบริโภคข้าวชนิดต่างๆ ส่วนขนาดบรรจุขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการจะดำเนินการ นอกจากนี้ ขอให้จัดทำกระเช้าที่มีราคาที่หลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภค และช่วยลดภาระประชาชนที่ต้องการหาซื้อสินค้าเพื่ออวยพรในช่วงเทศกาลปีใหม่ “ยังได้ย้ำในเรื่องคุณภาพสินค้า จะยังเข้มงวดในเรื่องวันหยุดอายุของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในกระเช้า โดยปีนี้กำหนดให้สินค้าแต่ละรายการต้องเป็นสินค้าที่ไม่หมดอายุเกิน 6 เดือน นับตั้งแต่มกราคม 2560 และมีแยกรายละเอียดรายการ และวันหมดอายุที่ชัดเจน โดยสั่งการให้ค้าภายในจังหวัดออกตรวจสอบและเข้มงวดในการใช้กฎหมายในการกำกับดูแล ซึ่งมีโทษในการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและขายสินค้าราคาเกินจริง “ นางนันทวัลย์ กล่าวและว่า ปีนี้จะเข้มงวดและทำความเข้าใจผู้ประกอบการให้มากขึ้นอีก เพื่อลดปัญหาการร้องเรียนเรื่องสินค้าในกระเช้าไม่ได้คุณภาพหรือราคาไม่คุ้มค่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
‘หน้างอ…คอหัก’ นิยามความอร่อยของ ‘ปลาทูแม่กลอง’ ที่ติดหูสำหรับนักชิมปลามืออาชีพ เรียกได้ว่า ถ้าเดินทางไปถึง จ.สมุทรสงคราม แล้วไม่ได้ลิ้มลองเมนูเด็ดอย่าง ปลาทูแม่กลอง คงเสียชื่อนักชิมมืออาชีพน่าดูเชียวล่ะครับ แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้จำเพาะเจาะจง ว่าจะพาไปชิมปลาทูแม่กลองเสียทีเดียว แต่จะแนะนำธุรกิจที่สามารถสร้างอาชีพ-สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับพ่อค้า-แม่ขาย ในย่านนี้มาอย่างยาวนาน ใช่แล้ว…เรากำลังพูดถึงอาชีพการทำ ‘ปลาทูนึ่ง’ขายนั่นเอง ถ้าพูดถึง “ปลาทูนึ่ง”ใครหลายคนอาจจะเข้าใจและนึกถึง การนำปลาทูไปนึ่งในซึ้งหรือในเตาอบอย่างแน่แท้ แต่จริงๆแล้ว ปลาทูนึ่ง ไม่ใช่เป็นการนำปลาไปนึ่งนะครับ แต่จะนำปลาทูที่ได้มาต้ม หรือลวกพอแค่ตาขุ่นขาว แต่ที่เรียกว่า ปลาทูนึ่งนั้น เพราะว่าเป็นคำที่คนโบราณใช้เรียกกัน และเรียกต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน คุณสมพร ทองคง หรือ เฮียมด เจ้าของร้านปลาทูนึ่งชื่อดัง แห่งตลาดกรุงธนฯ ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจการค้าขายอาหารทะเลมายาวนานนับ 10 ปี และหันมาเอาดีในด้านการทำธุรกิจขายส่ง-ขายปลีก ‘ปลาทูนึ่ง’ จนเป็นที่รู้จักของพ่อค้า-แม่ขายที่ตลาดเป็นอย่างดี ได้เปิดใจเกี่ยวกับการเปิดค
ไข่เค็ม สินค้าพื้นบ้าน จนแทบจะกล่าวได้ว่า ไม่มีใครที่ไม่รู้จักไข่เค็ม ไข่เค็ม เป็นการถนอมอาหาร ที่สามารถทำได้หลายรูปแบบ และการทำไข่เค็มด้วยวัตถุดิบ อย่างดินสอพองก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ที่หมู่บ้านศาลาดิน ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ รวมตัว ผลิตไข่เค็มดินสอพอง ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพูดคุยมาพร้อมนำสูตรมาฝากกันอย่างละเอียดพร้อมทำตามได้เลย คุณอุไร สวัสดิ์แดง วัย 50 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มแม่บ้าน เล่าว่า ที่กลุ่มแห่งนี้ ทำกันมาราว 15 ปีเศษแล้ว โดย ใน 1 สัปดาห์ จะผลิตไข่เค็มราว 1200 ฟอง โดยใช้วัตถุดิบหลักคือไข่เป็ดในพื้นที่ และย่านใกล้เคียง ทำเสร็จแล้ววางขายที่กลุ่มแม่บ้าน และออกงานแสดงสินค้าทั่วไป ราคาไข่เค็ม ขายฟองละ 7 บาท หรือ 3 ฟอง 20 บาทเพื่อให้ขายง่ายขึ้น ส่วนต้นทุนมีดังนี้ ไข่เป็ดตกฟองละ 4.50 บาท //ดินสอพอง ราคา กก.ละ 10 บาท //เกลือ กก.ละ 10 บาท //ค่าแรง ชม.ละ 40 บาท (โดยเฉลี่ย 1 ชม. จะทำได้ ถึง 600 ฟอง) สรุปแล้ว กว่าจะมาเป็นไข่เค็ม 1 ฟอง ใช้ต้นทุน 5.80 บาท คุณอุไร บอกว่า ไข่เค็ม ทำไม่ยาก แต่ต้องขายไว เนื่องจากเก็บไว้ในอุณหภูมิปกติไ
ในงาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” มหกรรมการเกษตรที่รวบรวม “พันธุ์ข้าว” มากที่สุดของเมืองไทย ไม่ได้มีดีแค่นิทรรศการให้ชม แต่ยังมีบรรดาสวนชื่อดังมาเปิดบูธจำหน่ายพันธุ์ไม้มากมาย เป็นต้นว่า “สวนบุญบันดาล” จำหน่ายกิ่งพันธุ์ส้มโอทับทิมแดงสยามซึ่งเป็นพันธุ์ไทยมาจากปากพนัง นครศรีธรรมราช มีจุดเด่นที่แตกต่างจากส้มโอทั่วไปคือ ทั้งผลและใบเป็นกำมะหยี่ เนื้อเป็นสีแดง รสชาติหวาน เป็นไม้เสียบยอดราคา 150 บาท ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 ปีก็จะได้ผลผลิต ส้มโอพันธุ์นี้น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ทั่วไปขายราคาลูกละ 400-500 บาท “สวนประภาสไม้ผล” พันธุ์ไม้เด่นๆ คือ “ขนุนทองอินโดแคระ” รสชาติหวานกรอบเหมือนขนุนทั่วไป แต่ลักษณะต้นเล็กลูกเล็ก สูงประมาณ 3 เมตรไม่เกิน 4 เมตรถ้าไม่ตัดแต่ง ปลูกลงกระถางได้ เหมาะกับบ้านพักอาศัยขนาดเล็ก จำหน่ายเป็นต้นติดตามีรากแก้ว ราคา 350 บาท ใช้เวลาปลูกประมาณ 2 ปี ผลจะมีน้ำหนักประมาณ 2-5 กก. “สวนจันทวิสูตร” โดดเด่นด้วย “ทุเรียนพันธุ์มูซานคิง” รับประกันว่ารสชาติดีกว่า อร่อยกว่าทุเรียนทุกสายพันธุ์ ส่วนเนื้อก็มีลักษณะเหนียวหนึบ เอานิ้วฉีกแล้วไม่ติดเนื้อ เจ้าของสวนบอกว่าได้พันธุ์ที่มาจากม
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณจำเนียร กาญจนพรหม 107/1 หมู่ที่ 12 บ้านหนำควาย ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92190 เดิมคุณจำเนียร เติบโตในครอบครัวเกษตรกรที่ทำสวนยางพารา ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงโค กระบือ สุกร เป็ด และไก่ เมื่อจบการศึกษาในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้สืบทอดอาชีพของครอบครัวมาโดยตลอด ต่อมาได้สมรสกับ คุณวิรัตน์ กาญจนพรหม ซึ่งเป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง จังหวัดตรัง จึงทำหน้าที่แม่บ้าน ทำสวนยางพารา และเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยมีเป้าหมายหลักคือให้ครอบครัวอยู่อย่างเป็นสุข การทำอาชีพเสริมของครอบครัว เพื่อมุ่งเน้นให้บุคคลในครอบครัวมีกิจกรรมทำร่วมกัน คุณจำเนียรมีเป้าหมายคือ ต้องการให้บุตรของตนเองสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมสืบไป โดยดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ปรับพื้นที่สวนยางพาราเป็นพื้นที่การเกษตรแบบครัวเรือน โดยแบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมหลัก ดังนี้ 1.การปลูกพืชผักสวนครัว เน้นผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ และเพาะเห็ดฟาง 2.เลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ สุกร และโค 3.ด้านประมง มีการเลี้ยงกบ เลี้
ผ่านมากว่า 40 ปีหลังเปิดร้านสุกี้ยากี้เตาไฟฟ้าสาขาแรกที่เซ็นทรัลลาดพร้าว วันนี้ “เอ็มเค เรสโตรองต์” มีสาขาทั่วประเทศกว่า 400 แห่ง และยังคงเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง พร้อมกับมีแผนรับมือการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบัน ด้วยการปรับตัวให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว “ฤทธิ์ ธีระโกเมน” ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสุกี้ “เอ็มเค เรสโตรองต์” บอกว่า หลังจากอยู่ในแวดวงธุรกิจร้านอาหารมานานกว่า 4 ทศวรรษ ใช้เวลานับสิบปีปั้นร้านสุกี้เอ็มเคที่วันนี้มีสาขาไกลไปถึงต่างประเทศ ต่อจากนี้ก็ได้เวลาส่งต่องานสู่คนเจเนอเรชั่นใหม่อย่าง “ทานตะวัน ธีระโกเมน” “ธีร์ ธีระโกเมน” ลูกสาว-ลูกชายที่จะร่วมกับผู้บริหารรุ่นใหม่ เข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวมากขึ้น เพื่อพา “เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป” สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ “อะไรที่ยังไม่มั่นใจ ผมจะไม่เปิดตัว ซึ่งลูก ๆ เข้ามาช่วยงานได้ 4-5 ปี คิดว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่เขาพร้อม
นายคนใหม่นิสสันเครื่องร้อน เรียกประชุมดีลเลอร์ทั่วประเทศประกาศเคลียร์ทุกปัญหา แจงบริษัทแม่เก็บกวาดบ้านเรียบร้อย ผู้แทนจำหน่ายก็ต้องสะอาดด้วย ชูระบบความเท่าเทียม ประกาศเดินหน้ารุกทำตลาดเต็มสูบ ดันเป้า 5 หมื่นคัน ค่ายนิสสันในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาแม้จะผ่านเรื่องราวมากมาย ตั้งแต่ประธานคนเก่า “คาซุทะกะ นัมบุ” ร่อนจดหมายลาออกแบบสายฟ้าแลบ หลังจากนั้นไม่นานก็มีการปลดดีลเลอร์หลายราย และทำหนังสือบอกเลิกสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายกับบริษัท สยามนิสสันอีสเทิร์น 2002 จำกัด (ฉะเชิงเทรา), บริษัท สยามนิสสัน โอเรียน 2003 จำกัด (นครนายก), บริษัท สิม ออโต้ นครปฐมซิตี้ จำกัด (นครปฐม), บริษัท สิม ออโตเทรดดิ้ง จำกัด (ปทุมธานี) เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นตัวแทนจำหน่าย พร้อมมอบหมายให้นายยูตากะ ซานาดะ ประธานใหญ่จากนิสสันเอเชียแปซิฟิกรักษาการแทน จนล่าสุดได้ประกาศแต่งตั้ง นายอันตวน บาร์เตส เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 แหล่งข่าวตัวแทนจำหน่ายนิสสันรายใหญ่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประธานคนใหม่นี้แอ็กทีฟมาก
เว็บไซต์ เดอะเปเปอร์ ของจีนรายงานว่า นายวู๋ เจี๊ยนผิง อายุ 25 ปี ชาวเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ทางตะวันออกของจีน ถูกธนาคารปฏิเสธให้กู้ยืมเงินซื้อบ้าน เนื่องจากพิการแขน 2 ข้าง ทำให้ปั๊มลายนิ้วมือลงในเอกสารไม่ได้ รายงานระบุว่า นายวู๋สูญเสียแขน 2 ข้าง จากเหตุไฟฟ้าช็อกตอย่างรุนแรงตั้งแต่อายุ 5 ขวบ แต่สามารถใช้ปากเขียนและเซ็นชื่อในเอกสารต่างๆ ยกเว้นอย่างเดียวที่ไม่มี คือ “ลายนิ้วมือ” โดยพนักงานธนาคารชี้แจงว่า เพื่อให้เป็นไปตามความปลอดภัยและกฎหมาย ลายเซ็นจึงยังไม่เพียงพอ ไม่มีลายนิ้วมือ ไม่ได้กู้ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่างแชร์ข่าวพิสดารอย่างต่อเนื่อง โดยแสดงความโกรธแค้นและประท้วงว่า ช่างไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง จนทางธนาคารเปลี่ยนใจให้นายวู๋กู้ยืมเงินได้ ขณะที่สำนักจัดการเคหะท้องถิ่นประกาศว่าจะมีแนวทางพิเศษให้คนพิการ เหมือนนายวู๋ ด้วย ที่มา ข่าวสดออนไลน์
แม้จะกลายเป็นนักร้องที่โด่งดังมีชื่อเสียงแล้ว แต่ ก้อง ห้วยไร่ – อัครเดช ยอดจำปา ก็ไม่เคยถือตัวและยังใช้ชีวิตแบบบ้านๆ ด้วยการปลูกข้าวทำนาในวันที่ไม่มีงานคอนเสิร์ต แถมยังกินอยู่อย่างพอเพียง ทั้งๆ ที่รายได้จากการร้องเพลงและการแสดงคอนเสิร์ตของเขามีมากมาย นี่ยังไม่นับรวมรายได้จากการเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงของเขาตามที่หน่วยงานหรือสถานบันเทิงต่างๆ นำไปเปิด ซึ่งหากลองคิดคำนวณดูคงได้เงินเป็นจำนวนมหาศาล โดย ก้อง ห้วยไร่ ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก ก้อง ห้วยไร่ ไว้ว่า “เก็บลิขสิทธิ์จากการเล่นเพลง เปิดเพลง ของก้อง ห้วยไร่ ร้านละ หรือวงละ 100 บาทต่อปี ผมน่าจะมีรายได้ประมาณ ปีละ 600 ล้านบาท แต่ #ผมไม่ทำ” ซึ่งหลังจากที่สเตตัสนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนคลับเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยบางคนบอกว่านี่เป็นโอกาสดีเพราะน้ำขึ้นให้รีบตัก แต่เขาก็บอกว่าตายไปก็เอาไปไม่ได้สักบาท และหากวันนึงลูกหลานของเขาถามหาเงินทองจากความโด่งดังของเขา เขาก็จะบอกไปว่าให้พึ่งตนเอง และนี่คือความคิดเห็นบางส่วน ขอบคุณภาพจาก ก้อง ห้วยไร่ ที่มา มติชนออนไลน์
คลังปัดฝุ่นภาษี “กิน-ช็อป-เที่ยว” กระตุ้นบริโภค 9-10 วันช่วงกลาง ธ.ค.นี้ พร้อมอัดกว่า 1 หมื่นล้านบาทเติมเงินคนจนกว่า 8 ล้านราย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 พ.ย. เห็นชอบมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ได้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐไว้อีก 5.4 ล้านราย ใช้เงินทั้งสิ้น 12,750 ล้านบาท โดยให้เริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้ ส่วนมาตรการยกเว้นภาษีเครื่องสำอางและน้ำหอม ตนยังไม่ได้พิจารณา ส่วนจำเป็นจะต้องมีมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยออกมาในช่วงที่เหลือของปีนี้หรือไม่นั้น นายอภิศักดิ์กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน อย่างไรก็ดี เท่าที่ดูตัวเลขที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศ ก็จะเห็นว่าการบริโภคเริ่มกระเตื้องขึ้นแล้ว แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รวบรวมมาตรการของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนเหมือนกับปีที่ผ่านมา โดยบางส่วนอาจจะนำมาตรการเดิมมาปรับปรุง และบางส่วนอาจเป็นมาตรการใหม่ แหล่งข่าวจากก
