Featured
เมื่อคนตรงกลางเป็นแกนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “Sandwich Generation” คือกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องรับแรงกดดันมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของสังคม แต่ในอีกมุมหนึ่ง พวกเขาก็คือกำลังหลักของระบบเศรษฐกิจ เพราะไม่เพียงสร้างรายได้ให้ครอบครัว แต่ยังต้องดูแลทั้งพ่อแม่ที่กำลังเข้าสู่วัยสูงอายุ และลูกที่กำลังเติบโต เพื่อให้คนข้างบนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และคนข้างล่างมีอนาคตที่มั่นคง ในทางเศรษฐกิจ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชี้ว่า ภายในทศวรรษหน้าไทยจะเข้าสู่ระดับ “Super Aged Society” ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยน ภาระของครอบครัวจึงเปลี่ยนตามไปด้วย วิกฤตเงียบของคนที่อยู่ตรงกลาง การเป็น “เสาหลัก” ของครอบครัวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่แรงกดดันของ Sandwich Generation ในยุคปัจจุบันซับซ้อนมากขึ้น ด้านหนึ่งคือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของพ่อแม่ที่เพิ่มขึ้นตามอายุและความก้าวหน้าทางการแพทย์ อีกด้านคือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูและพัฒนาทักษะของลูกในโลกที่การแข่งข
ในวันที่พ่อแม่ไม่ได้มองหาแค่ “เสื้อผ้าเด็ก” แต่กำลังมองหาความสบายใจ ความปลอดภัย และคุณค่าที่อยากส่งต่อให้ลูกตั้งแต่วันแรกของการเติบโต ตลาดเสื้อผ้าเด็กจึงเปลี่ยนจากสมรภูมิราคาไปสู่การแข่งขันด้านมาตรฐาน คุณภาพ และประสบการณ์ที่แบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงวันที่ลูกสวมใส่ พฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่สะท้อนชัดว่า “คุณภาพ” กลายเป็นปัจจัยแรกที่ถูกนำมาพิจารณา สอดรับกับเทรนด์ Premiumization โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปกครอง Gen Y ที่พร้อมจ่ายมากขึ้น เพื่อแลกกับสินค้าที่มั่นใจได้ว่าดีที่สุดสำหรับลูกน้อย หนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าเด็กไทยที่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นอย่างชัดเจนท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น และสามารถตอบโจทย์พ่อแม่ยุคใหม่ที่มองหาเสื้อผ้าคุณภาพ ดีไซน์น่ารัก คือ “BabyLovett” (เบบี้โลเว็ต) แบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์คอลเลกชันลิมิเต็ดซึ่งขายหมดหลายพันชิ้นภายในไม่กี่นาที และยังครองแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดเสื้อผ้าเด็กบนแพลตฟอร์มลาซาด้า จากแนวคิดการทำแบรนด์ที่ชัดเจน และการใช้ Storytelling เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความผูกพันกับคุณพ่อคุณแม่อย่างยั่งยืน BabyLovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็กคุณภาพ ที่
ในย่านเมืองเก่า จังหวัดระยอง อันเต็มไปด้วยเสน่ห์ของตึกเก่า และป้ายร้านสุดวินเทจ มีร้านรถเข็นเล็กๆ คันหนึ่งจอดอยู่ริมทาง คนต่อแถวยาวจนล้นถนน กลายเป็นร้านซาวโดสุดฮิตในตอนนี้ ในคอลัมน์ #YoungEntreprenuer เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนทุกคนไปพูดคุยกับ คุณปั๊บ-ทฤตมน เกษรศิริ เจ้าของร้าน ซาวโดว์สเตชั่น วัย 26 ปี ที่ตั้งใจทำร้านขนมปังซาวโดขึ้นมา โดยใช้เวลาทดลองทำนานกว่า 7 เดือน บวกกับทำคอนเทนต์ลงโซเชียล เพื่อให้เห็นถึงการเดินทางของซาวโดตั้งแต่ตอนที่ยังทำไม่เป็น จนเกิดเป็นร้านรถเข็นสุดไวรัล ที่ผู้คนยอมต่อคิวยาว “รถเข็นสุดเท่” ย่านเมืองเก่า คุณปั๊บ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำมาก่อน แต่รู้สึกว่าเริ่มไม่สนุกกับงานที่ทำ จึงอยากหันมาทำสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยเริ่มจากการขายซอฟต์คุกกี้ทางออนไลน์ ชื่อร้าน Crunch & Munch พร้อมทำคอนเทนต์ลงติ๊กต็อก จึงทำให้คนเริ่มรู้จักเธอมากขึ้น แต่ทว่า พอเริ่มนำแพชชันมาทำธุรกิจที่จริงจังมากขึ้น ก็เริ่มเบื่อ เธอจึงอยากลองทำขนมใหม่ๆ ขึ้น ซึ่งมีทั้งเบเกิ้ล ซาวโด ขนมที่อยากลองทำมานาน แต่เมื่อลองทำแล้วกลับพบว่าไม่ได้ทำง่ายอย่างที่คิด โดย ‘ซาวโด’ เป็นขนมปังที่ไม่มีส่วนผสมของเ
จากโพสต์ของ คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญการตลาดร้านอาหาร 14 ปี และเจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน ได้แชร์โพสต์ “ผมกลับจากญี่ปุ่น แล้วรู้สึกว่าธุรกิจอาหารกำลังค่อยๆ เปลี่ยน” ผ่านเฟซบุ๊ก “Kunapong Techavoraprasert” คิดว่าธุรกิจอาหารกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ โดยสะท้อนเทรนด์อาหารของประเทศญี่ปุ่นที่ได้พบเจอตอนไปเที่ยวประจำปีไว้อย่างน่าสนใจ จนได้รับความสนใจจากผู้อ่านรวมถึงผู้ประกอบการจำนวนมาก ดังนี้ 1. เปลี่ยนอาหารที่เคยดูไกลตัว ให้ “เข้าถึงง่ายขึ้น” เช่น ข้าวปั้นปลาสด 1 อิ่ม ได้ทานแซลมอนชิ้นใหญ่ ในราคา 40-50 บาท หรือสตาร์บัคที่ถูกเปลี่ยนรูปแบบเป็นกาแฟพร้อมดื่ม ราคาประมาณ 50 บาท จากเดิมที่ต้องจ่ายแก้วละร้อยกว่าบาท สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างแบรนด์ในยุคนี้ ไม่ได้ทำให้ลูกค้าจ่ายแพงขึ้นเสมอไป แต่ทำให้ลูกค้าเลือกซื้อง่ายขึ้น 2. โลกของแรงงานกำลังเปลี่ยน เพราะมีการใช้ Machine เข้ามาทำงานแทนคน เช่น ตู้ Vending Machine ทำน้ำผลไม้ปั่นแทนพนักงานยืนทำหน้าร้าน นอกจากระบบที่เสถียรแล้ว ยังไม่ต้องปวดหัวกับการบริหารพนักงานด้วย 3. เทรนด์ Bite Size การทำอาหารไซซ์เล็กลง เพื่อทำให้ราคาต่อชิ้นเข้าถึงง่ายขึ
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า “จากการติดตามสถานการณ์ส่งออกข้าวคุณภาพสูง พบว่าการส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเริ่มต้นปี 2569 อย่างสดใส หลังตัวเลขเดือนแรกของปีขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยมีปริมาณส่งออก 638 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 334.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 31.32 ครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยอันดับ 1 สะท้อนถึงความต้องการและค่านิยมบริโภคข้าวอินทรีย์ไทยในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยอาหาร” อธิบดีฯ กล่าวว่า “ปี 2568 ไทยส่งออกข้าวอินทรีย์รวม 26,110 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.12 คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 1,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.21 และถือเป็นปีที่จีนก้าวขึ้นมามีบทบาทในตลาดข้าวอินทรีย์ของไทย โดยมีปริมาณส่งออกข้าวไปจีนในภาพรวม 3,352 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 727.65 หรือคิดเป็นมูลค่า 155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 715.79 ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตมาจากกระแสความนิยมบริโภคสินค้าเพื่อสุขภาพในจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางและผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ และพร้อมจ่าย
เคยไหมที่อยากขายของให้ลูกค้าชาวจีน แต่ติดปัญหาเรื่องภาษา ถึงโอกาสทางธุรกิจจะอยู่ตรงหน้า แต่กำแพงภาษาทำให้พลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่วันนี้ปัญหาเหล่านั้นอาจจะหมด เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อย่างแอปพลิเคชัน AI เสียงจีน ตัวช่วยให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ขาย ใช้สื่อสารธุรกิจได้อย่างง่ายดาย อย่างที่ทราบกันดีว่า ตลาดจีน คือตลาดที่มีโอกาสสร้างรายได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย หรือการค้าขายออนไลน์แบบข้ามประเทศ ศักยภาพการใช้จ่ายของคนจีนค่อนข้างสูง การเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ AI เสียงจีน ตัวช่วยผู้ประกอบการไทย ในอดีต หากจะสื่อสารไปยังลูกค้าชาวจีน อาจจะต้องมีการจ้างล่าม ซึ่งมีค่าตอบแทนที่สูงพอสมควร ดังนั้น บางผู้ประกอบการที่มีต้นทุนจำกัด การเลือกใช้แอป AI เสียงจีน จึงตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้อย่างดี โดยแอป AI เสียงจีน มีลักษณะพิเศษดังนี้ ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดต่างๆ การมี แอป AI เสียงจีน เปรียบเสมือนการปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาจีนได้คล่อง ก็สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างมี
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การสร้างความร่วมมือเครือข่ายอาหารไทยในเวทีโลก” โดยมี คุณพีรพัฒน์ ตุลยาเดชานนท์ Food Blogger เจ้าของแฟนเพจ กินกับพีท – Lifestyle ที่มีผู้ติดตามหลักแสน มาร่วมแชร์ความรู้ในหัวข้อ“สร้างตัวตนและแบรนด์เชฟไทยให้ดังระเบิดบนโลกออนไลน์” คุณพีทเริ่มต้นสร้างเพจด้วย “ความชอบกิน” เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ทุกวันอาทิตย์เขาและครอบครัวจะเดินทางไปโบสถ์ ก่อนปิดท้ายด้วยร้านสุกี้ชื่อดังที่อากงอาม่าเลือก สุดท้ายเกิดเป็นความจำเจ เขาจึงเสนอตัวเลือกร้านอาหารให้อากงอาม่า โดยเปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ แวะร้านไหนถ่ายรูปร้านนั้นไว้ก่อน เมื่อลงความเห็นว่าชอบจึงจะเอาภาพร้านนั้นมาโพสต์ในเฟซบุ๊กด้วย “ความสนุก” และเก็บเป็นข้อมูลไว้ดูเมนูเวลากลับไปกินซ้ำ การโพสต์ของคุณพีทกลายเป็น “ความต่อเนื่อง” จนเริ่มมีคนทักมาสอบถามในเฟซบุ๊กว่ากินที่ไหน อยู่ที่ไหน ราคาเป็นยังไง จนเกิดเป็น “การพูดคุย” เมื่อรู้ว่ามีคนเริ่มตามจึงโพส
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การสร้างความร่วมมือเครือข่ายอาหารไทยในเวทีโลก” โดยมี ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร, ประธานกรรมการเชลล์ชวนชิม และพิธีกรรายการแข่งขันทำอาหารชั้นแนวหน้าของประเทศไทย มาร่วมพูดคุย ในหัวข้อ “เคล็ดลับจากนักชิม 1,000 ร้าน ในการรังสรรค์อาหารอร่อย มีเอกลักษณ์ คงมาตรฐานทุกจานที่เสิร์ฟ” โดยมีเนื้อหา ดังนี้ ม.ล.ภาสันต์ไปชิมอาหารมาแล้วประมาณ 3,000 ร้าน ร้านที่โดดเด่นและได้รางวัล จะต้องมี “คาแร็กเตอร์” ทั้ง คาแร็กเตอร์ของคน เช่น เจ้าของร้านถอดเสื้อรับแขก ใครเกรียนมาเกรียนกลับ หรือ คาแร็กเตอร์ของอาหาร เช่น ร้านกะเพราจิตสดชื่น ที่ต้องใช้กะเพราเมืองกาญจน์เท่านั้น หรือช่วงนี้มีร้านข้าวมันไก่เปิดใหม่จำนวนมาก และร้านที่ขายดี คือ หมึกมันไก่ ต้องเป็นไก่สด ข้างในมีชั้นวุ้นคอลลาเจน เทคนิคการทำต้องใช้อุณหภูมิในการต้มที่ต่ำกว่าจุดเดือดเป็นเวลานานๆ แล้วต้องเอาปรอทลงไปวัดอุณหภูมิ
จากเคยล้มในธุรกิจ แต่ด้วยความมุ่งมั่นทำให้“คุณกบ-สุกัญญา สีดาน้อย” ทายาทอดีตโรงงานน้ำปลาร้าแม่ประกาศ ลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ นำประสบการณ์ด้านอาหารที่มีทั้งหมด มาสร้างแบรนด์ “ขนมจีนแม่ย่า” ขนมจีนน้ำยากึ่งสำเร็จรูป โดยตั้งเป้าเสิร์ฟความสะดวกสบายให้ลูกค้าทุกกลุ่ม ที่อยากลิ้มรสชาติเมนูไทยๆ คุณกบเป็นคนขอนแก่นโดยกำเนิด แม้จะเรียนไม่จบ แต่สามารถหารายได้เลี้ยงตัวเอง โดยแฟนชวนมาช่วยแม่ย่าหรือแม่ประกาศขายน้ำปลาร้าในตลาด แต่ด้วยใส่ถุงหิ้ว ทำให้เกิดปัญหาถุงรั่วเวลาลูกค้าต่างจังหวัดมาซื้อ เธอเลยคิดไอเดีย “เพิ่มความสะดวก” นำขวดน้ำเปล่ามากรอกปลาร้าขายในช่วงแรก ปรากฎว่าขายดีมาก จึงต่อยอดทำน้ำปลาร้าขวดอย่างจริงจัง ในชื่อโรงงานปลาร้าแม่ประกาศ ที่ได้รับมาตรฐาน อย. ฮาลาล GMP HACCP ISO22000 เป็นต้น โดยรับผลิต OEM ให้หลากหลายแบรนด์ รวมถึงแบรนด์ดาราหลายเจ้า แต่เส้นทางธุรกิจย่อมมีอุปสรรค คุณกบก้าวพลาด ทำให้ห่างหายจากวงการธุรกิจอาหารไปนานกว่า 4 ปี ระหว่างนั้นเธอไม่คิดหยุดนิ่ง เริ่มคิดไอเดียธุรกิจใหม่ “น้ำยาขนมจีนกระป๋อง” ซึ่งได้รับโอกาสเข้าไปขายในร้านสะดวกซื้อฟรี 2,000 สาขา จากการจำหน่าย
MK Restaurants เปิดตัว “MK Paradise” ชูคอนเซปต์ A Craftsmanship Premium Suki มอบประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบพรีเมียมที่ไม่เหมือนใคร โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การ “ผัดซุป” แบบหม้อต่อหม้อ รังสรรค์ความสดใหม่และความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน พร้อมพาเหรดเมนูใหม่จากวัตถุดิบคุณภาพ ทั้งสุกี้ ติ่มซำ และจานเดี่ยว รวมถึงเมนูเรียกน้ำย่อย ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยกระดับประสบการณ์ความอร่อยยิ่งกว่าเคย ภายใต้บรรยากาศร้านที่เสมือนการทานสุกี้ในสรวงสวรรค์ สะท้อนความประณีตและความตั้งใจ ปักหมุดสยามพารากอน ใจกลางเมือง ที่แรกและที่เดียว คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “MK Restaurants อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 40 ปี และคุ้นเคยกับลูกค้าผ่านหม้อแดง คอนโดแดง และน้ำจิ้มสุกี้ แต่เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในการทานอาหารมากขึ้น รวมถึงการมองหาความพรีเมียมในทุกแง่มุมของชีวิต ประกอบกับโลเคชั่นที่เจาะกลุ่มไลฟสไตล์คนเมือง เราจึงได้พัฒนาคอนเซปต์ใหม่ที่มอบประสบการณ์พิเศษให้แก่ลูกค้า ทั้งใน
