Featured
NARA Group ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ส่งเสริม “ข้าวประณีต” จากวิถีรักษ์โลก สู่จานอาหารระดับพรีเมียม คัดสรร ข้าวพันธุ์ กข 43 คุณภาพสูงจากศูนย์ข้าวชุมชนคลอง 13 กลุ่มเครือข่ายชาวนาร่วมใจ จังหวัดปทุมธานี รังสรรค์เป็นเมนู “ข้าวแช่นารา” ภายใต้แคมเปญ สำรับฤดูร้อน “The Symphony of Thai Summer Delicacy” เริ่มบริการตั้งแต่ 16 มีนาคมนี้ ที่ Nara Thai Cuisine ทุกสาขาในประเทศไทย พร้อมดึง ใหม่–ดาวิกา โฮร์เน่ ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์อาหารไทย ภายใต้แนวคิด “สำรับไทย…ไว้ใจนารา” นราวดี ศรีกาญจนา ประธานกรรมการบริหารบริษัท นารา กรุ๊ป กล่าวว่า ปัจจุบัน Nara Group มีร้านอาหารในเครือมากกว่า 70 สาขา ใน 8 ประเทศทั่วโลก และมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอาหารไทยสู่เวทีสากลอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในเมนูเอกลักษณ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของร้านคือ “ข้าวแช่นารา” สำรับฤดูร้อนตำรับไทยโบราณรังสรรค์อย่างประณีต จนกลายเป็นเมนูนางเอกประจำฤดูคิมหันต์ ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในทุกปี ปีนี้ทาง นารา ยกระดับความพิเศษของข้าวแช่อีกขั้น เพื่อมอบป
พิษสงครามตะวันออกกลางพ่นพิษไปทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือวิกฤตขาดแคลนเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และยานยนต์ เป็นต้น นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) กล่าวว่า “ตอนนี้สัญญาณการขาดแคลนเม็ดพลาสติกเริ่มชัดเจน จะเห็นได้จากบริษัทผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศบางบริษัทได้ประกาศ Force Majeuer ไม่รับคำสั่งซื้อใหม่ เพราะพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนซัพพลายเออร์ต่างประเทศที่ผลิตเม็ดพลาสติกบางชนิดก็ชะลอรับคำสั่งซื้อใหม่ ส่วนในการที่จะหาแหล่งวัตถุดิบเม็ดพลาสติกจากประเทศอื่นใกล้เคียงน่าจะไม่สามารถทำได้ในระยะใกล้นี้ เพราะแทบทุกประเทศได้รับผลกระทบหมด โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันออกกลางซึ่งเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในส่วนของ เอกา โกลบอล บริษัทยังมีสินค้าในสต็อกถึงเดือนพฤษภาคม ยังถือว่าไม่วิกฤตมากในขณะนี้ ถือว่ามีสินค้าคงคลังพอสมควร สามารถรับมือได้ไปอีกระยะหนึ่ง และยังมั่นใจในการหา Source of Supply ได้
SME D Bank จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนหรือเสริมสภาพคล่อง เพื่อใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างประโยชน์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าของต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะค่าพลังงานปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) นำเทคโนโลยี นวัตกรรม มายกระดับปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ดังนั้น SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง
แม้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า “เหตุไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อใด” แต่สัญญาณล่าสุดสะท้อนว่าครัวเรือนไทยจำนวนมากยังมีความเปราะบางทางการเงิน ผลสำรวจสวนดุสิตโพลล์ปี 2568 ระบุว่า 48.32% ของคนไทยมีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน และอีก 35.24% มีเงินสำรองเพียง 1-3 เดือน เท่ากับว่าอย่างน้อย 2 ใน 3 ของคนไทย ยังไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญสำหรับรองรับเหตุฉุกเฉิน หากรายได้สะดุดหรือมีเหตุเร่งด่วนเกิดขึ้น ครอบครัวจำนวนมากอาจตั้งหลักได้ยากตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ ด้านสุขภาพก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ “มาโดยไม่บอกล่วงหน้า” เช่นกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคชี้ว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างมะเร็ง หลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของไทย โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเฉลี่ย 227 รายต่อวัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนทั้งภาระค่าใช้จ่าย การตัดสินใจ และแรงกดดันทางใจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน การมี “แผน” ทั้งด้านเงินและด้านใจตั้งแต่วันนี้ จึงช่วยลดต้นทุนความไม่แน่นอนได้จริง วิธีวางแผนการเงินให้ตั้งหลักได้ เคทีซี ถอดบทเรียนจากข้อมูลผู้ใช้และอินไซต์คนทำงาน พบว่า “ความกังว
ผู้เขียน พิมพรรณ มีชัยศรี จากความฝัน “อยากเปิดร้านอาหาร” มาตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ “คุณเพิร์ธ-วิรัล ธนานพตุลธร” ครูสอนทำอาหารผันตัวมาเป็นแม่ค้า เปิดร้านเบอร์เกอร์เล็กๆ “Chef Perth Station” ที่ตลาดนัดจตุจักร ก่อนสร้างไวรัลด้วยการรับออร์เดอร์ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย จีน เกาหลี และอังกฤษ จนได้ใจลูกค้าต่างชาติ สามารถสร้างยอดขายได้ 100 ชิ้น ใน 3 ชั่วโมง จากคุณครูสู่ผู้ประกอบการ คุณเพิร์ธทำงานประจำเป็นครูสอนทำอาหารให้เด็กๆ ในโรงเรียนนานาชาติ แต่ลึกๆ แล้วเธอมีความฝันอยากเปิดร้านอาหารมาตั้งแต่วัยเด็ก จึงเลือกเปิดร้านอาหารสตรีตฟู้ดขายเบอร์เกอร์ที่ตลาดนัดจตุจักรในช่วงค่ำของวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ “การที่จะเปิดร้านใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ทั้งงบประมาณ บุคลากร พละกำลังเรา และเวลา ตัวเบอร์เกอร์ที่มาขายสตรีตฟู้ด เป็นสิ่งที่เราทำได้เลย และเป็นเรื่องง่าย แถมมีครอบครัวเป็นกำลังสำคัญช่วยซัพพอร์ต และเบอร์เกอร์เป็นเมนูที่ใครๆ ก็ชอบ และตัวเราเองก็อยากจะส่งต่อเบอร์เกอร์ที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย และคุ้มค่าให้กับลูกค้า เมนูที่ร้านมีเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และเต้าหู้ แต่ตัวซิกเนเจอร์ที่ขายดีคือ เนื้อวัวออสเตรเลียค่ะ
รู้หรือไม่ว่ากว่าจะมาเป็น ‘เลย์’ แผ่นมันฝรั่งทอดกรอบแสนอร่อยนั้น มีที่มายังไงบ้าง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปหาคำตอบเบื้องหลังของทุกผลิตภัณฑ์ของ ‘เป๊ปซี่โค’ ที่มีทั้งทีมงาน พนักงาน จนถึงเกษตรกร ให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงเส้นทางของทุกโปรดักต์ ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการเพาะปลูก หรือความท้าทายต่างๆ ที่ต้องเผชิญ ถ้าพูดถึง ‘เป๊ปซี่โค’ หลายคนคงคุ้นเคยกับเครื่องดื่ม เป๊ปซี่, เซเว่นอัพ, อควาฟิน่า, สติงค์ และแบรนด์ขนมชื่อดังอย่าง เลย์, ชีโตส, ตะวัน เป็นต้น ซึ่ง Pepsico ที่บริษัทอเมริกันมีรายได้กว่า 9.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ดำเนินธุรกิจกว่า 200 ประเทศทั่วโลก จากมันฝรั่ง สู่ ‘เลย์’ คุณสุริวัสสา สัตตะรุจาวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจ ประจำประเทศไทย และอินโดไชน่า บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด หรือ “เป๊ปซี่โค ประเทศไทย” ผู้ผลิตเลย์ มันฝรั่งทอดกรอบ เล่าว่า “การปลูกมันฝรั่งในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลากว่า 30 ปี โดย 10 ปีแรก เรียกได้ว่าล้มลุกคลุกคลานมาก เพราะเรานำทฤษฎีจากต่างประเทศมาใช้ตรงๆ เลยไม่ได้ แต่พอเวลาผ่านไป 10 ปีหลังนี้ก็เริ่มปรับตัวได้” ในเรื่องของ PepsiCo Po
“ตลาดขนมขบเคี้ยวไทย” ยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง รายงานจาก Savoury Snacks in Thailand โดย Euromonitor ระบุว่า มูลค่าตลาดมีแนวโน้มเพิ่มจาก 55,322 ล้านบาทในปี 2025 เป็น 67,977 ล้านบาทในปี 2030 สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังใช้จ่ายกับสินค้ากลุ่ม Affordable Indulgence อย่างต่อเนื่อง รวมถึงในเรื่องของการกิน ล่าสุด พีช–พชร จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ MAW (มาว) ประกาศเปิดตัวธุรกิจใหม่ในตลาดขนมพรีเมียม โดยเลือกเข้ามาเล่นในเซ็กเมนต์ที่มองว่ายังมีช่องว่างสำคัญระหว่างขนมแมสและขนมนำเข้าระดับพรีเมียม ด้วยการสร้างแบรนด์ขนมที่ตั้งใจยกระดับโมเมนต์ธรรมดาให้พิเศษขึ้น ภายใต้แนวคิด Elevate The Ordinary พีช-พชร กล่าวว่า “เรามองว่าตลาดขนมพรีเมียมในไทยที่ผ่านมา ถูกขับเคลื่อนโดยแบรนด์นำเข้าที่มีต้นทุนสูงจากภาษีและโลจิสติกส์ จนราคาขายไม่เอื้อต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน ขณะที่ขนมในกลุ่มแมสแม้เข้าถึงง่าย แต่ยังขาดทั้งรสชาติที่แปลกใหม่และความพรีเมียมสไตล์ต่างประเทศ รวมถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างแท้จริง MAW
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน ผู้ประกอบการ SMEs ไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาวะสงคราม กติกาโลกที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิม การทำธุรกิจจึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการปรับวิธีคิดและเลือกใช้เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ งาน BOOTCAMP DAY 2026 เวทีสัมมนาสำหรับผู้ประกอบการไทยโดย LINE ประเทศไทย ร่วมกับ THE STANDARD ได้เผยถึงวิธีคิดและแนวทางการใช้เทคโนโลยีผสาน Human Touch เพื่อปรับตัวสู่ยุค Chat Commerce ที่เป็นโอกาสสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ เศรษฐกิจโตช้า-กติกาโลกเปลี่ยน ฉากหลังที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO แห่ง THE STANDARD เผยว่า “เศรษฐกิจไทยในปี 2026 ยังอยู่ในช่วงท้าทาย โดยข้อมูลจาก KResearch คาดการณ์ว่า GDP ไทยปี 2026 จะเติบโตเพียง 1.6% ลดลงจากปี 2025 ที่โตราว 2.0% ด้านการท่องเที่ยวก็ยังชะลอตัว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน ซึ่งยังตํ่ากว่าช่วงก่อนโควิดที่มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน และแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง แต่เศรษฐกิจจริงยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ตั้งแต่สถานการณ์สงครามตะวันอ
หากพูดถึงอาหารไทยในสายตาชาวโลก ภาพจำส่วนใหญ่อาจหยุดอยู่ที่ต้มยำกุ้ง ส้มตำ หรือผัดไทย แต่ในความเป็นจริงแล้ว “อาหารไทย” ยังมีมิติที่หลากหลายและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแต่ละพื้นที่ที่รอให้เราไปสัมผัส วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ เชฟปริญญ์ ผลสุข และ คุณธัญญพร จารุกิตติคุณ ผู้ก่อตั้งร้าน “สำรับสำหรับไทย” ร้านอาหารที่หยิบเอาตำราเก่าแก่ อย่าง แม่ครัวหัวป่าก์ มาปัดฝุ่นชุบชีวิตใหม่ เน้นชูวัตถุดิบตามฤดูกาลของแต่ละภาค เพื่อสืบสานรากเหง้าและภูมิปัญญาอาหารไทยดั้งเดิมให้ยังคงอยู่ โดยเมนูจะผลัดเปลี่ยนทุก 2 เดือน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและรสชาติที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน สำหรับเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์นี้ เป็นการเสิร์ฟ “สำรับประชารสนิยม” ที่พาไปสะท้อนวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นของเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ผ่านเมนูหาทานยากอย่าง ข้าวพันลับแล ลอดช่องเค็ม และขนมวง หากใครสนใจอยากไปลิ้มลองรสชาติ สามารถติดต่อได้ที่ Facebook : Samrub Samrub Thai สำรับสำหรับไทย เบอร์ : 099-651-7292
ท่ามกลางสมรภูมิร้านอาหารในปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ร้านใหม่ๆ ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ซึ่งการที่จะทำให้ร้านเป็นที่รู้จักและแตกต่างจากคู่แข่งนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับในตอนนี้ แต่สำหรับคุณบาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “Go Went Go : เที่ยว เว้น เที่ยว” กลับเลือกใช้วิธีที่ต่างออกไป เพราะเขาทดลองเปิดร้านใหม่โดยไม่ทำการโปรโมตเลยเป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งเขาก็พบว่าการทดลองนี้ไม่ได้แย่ เนื่องจากย่านถนนจันทน์ เป็นทำเลที่มีชาวออฟฟิศ และมีคนเดินพลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นวันธรรมดาก็ตาม ย้อนกลับไปถึงชื่อบริษัท “โก เว๊นท์ ไก่” คุณบาสเล่าว่า เดิมทีชื่อนี้เกิดขึ้นจากความปั่นของหุ้นส่วนที่คิดชื่อไม่ออก เลยตั้งชื่อนี้ไว้ขำๆ แต่เมื่อนำไปเช็กในเว็บไซต์ดูดวงชื่อมงคล กลับพบว่าเป็นชื่อที่ได้คะแนนภาพรวมสูง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการ ต่อมาในยุคที่ใครๆ ก็ทุ่มงบการตลาด รีวิวร้านตั้งแต่วันแรก แต่คุณบาสกลับเลือกทำสิ่งที่สวนทาง นั่นคือการทดลองเปิดร้านแบบไม่โปรโมตเลยเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อทดสอบศักยภาพของทำเลย่านนี้ และรสชาติอาหารของร้านว่าถูกปากค
