Featured
เพราะชีวิตต้องมีฤกษ์งามยามดี ไอเดีย ‘จับยาม’ เว็บไซต์เพื่อสายมู ของกัปตันสายการบิน เมื่อศาสตร์พลังแห่งฤกษ์ยาม มาผนวกกับเทคโนโลยี จึงเป็นที่มาของ “จับยาม” ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม นั้นผูกพันอยู่ในทุกวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ แต่การดูฤกษ์ยามนั้น เป็นเรื่องยุ่งยากและค่อนข้างซับซ้อน คนไทยจึงมักจะดูฤกษ์ยาม กันเฉพาะในโอกาสสำคัญเท่านั้น เช่น ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์บวช ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ฤกษ์เปิดบริษัทหรือกิจการ แต่ที่จริงแล้วพลังงานของวัน และพลังประจำตัวของเรานั้น ส่งผลต่อชีวิตเราในทุกๆ วัน ด้วยความเชื่อเช่นนี้ จึงเป็นที่มาของเว็บไซต์ “จับยาม“ ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 วันนี้เราจึงมาคุยกับ “กัปตันเค-สุทธิกาจ พัฒนสุข” กัปตันของสายการบินพาณิชย์ผู้คิดค้นและพัฒนา จับยาม กัปตันเค เล่าว่า “เพราะช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต เราเลือกผิดไม่ได้ คนเรามีกิจกรรมและเรื่องที่ต้องตัดสินใจทุกวัน พลังงานประจำวันกับพลังงานของตัวเราส่งผลต่อชีวิตเรามากกว่าที่คิด ผมเชื่อว่าต้องมีสักวันหนึ่ง ที่คุณรู้สึกว่า ‘โอ้โห วันนี้มันวันซวยจริงๆ มีเรื่องทั้งวัน’ และก็คงมีบางวันที่
ตะลุยอาเซียน ส่อง 10 เมนูประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีวัฒนธรรมการกินคล้ายๆ กัน ในช่วงนี้ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังคึกคักเป็นพิเศษ จากกระแสการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2023 ที่ได้ กัมพูชา เป็นประเทศเจ้าภาพ นอกจากเรื่องการแข่งขันกีฬาที่หลายชาติให้ความสำคัญแล้ว 10 ประเทศเพื่อนบ้านยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมากมาย อย่างเช่น เรื่องอาหารการกิน ที่มีวัฒนธรรมการกินคล้ายๆ กัน แต่จะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ลองมาทำความรู้จัก 10 เมนูประจำชาติอาเซียนกันดีกว่า 1. ต้มยำกุ้ง ประเทศไทย ต้มยำกุ้ง คืออาหารยอดนิยมที่คนไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันเป็นอย่างดี มีให้รับประทานกันทุกภาคในไทย ใส่กุ้งตัวโตเต็มคำ กับน้ำซุปเข้มข้นครบรส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ที่มีให้เลือกทั้งน้ำใสน้ำข้น 2. อโดโบ้ ประเทศฟิลิปปินส์ อโดโบ้ คืออาหารยอดนิยมในฟิลิปปินส์ ทำจากเนื้อหมู หรือเนื้อไก่ที่ผ่านการหมัก และปรุงรส โดยจะใส่น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว กระเทียมสับ ใบกระวาน พริกไทยดำ นำไปทำให้สุกโดยอบในเตาอบ หรือทอด แล้วนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ 3. กาโด กาโด ประเทศอินโดนีเซีย กาโด กาโด อาหารยอดนิยมของประเทศอินโดนีเซีย ประกอบไปด้วยผัก และธัญพืช
ร้อนนี้ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน แนะวิธีเลือกซื้อ และกินให้ปลอดภัย ในช่วงฤดูร้อน นอกจากต้องระวังโรคภัยจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวแล้ว ยังต้องระวังเรื่องอาหารการกินให้มากๆ เพราะในช่วงฤดูร้อนอาหารต่างๆ มักบูดเน่าเสียได้ง่าย ดังนั้น จึงควรมีวิธีเลือกซื้อและรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ดร.วนะพร ทองโฉม นักกำหนดอาหารวิชาชีพ งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ในฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัดมักทำให้เกิดโรคในอาหาร ยิ่งในประเทศไทยฤดูร้อนมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคทำให้อาหารบูดเน่าเสียได้ง่าย ฉะนั้น ในฤดูร้อนต้องระมัดระวังในการเลือกซื้ออาหารเป็นพิเศษ สำหรับอาหารที่ปรุงไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ไข่แมลงวัน รวมถึงสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค หากซื้อมาแล้วยังไม่ได้รับประทานให้นำแช่ในตู้เย็น ก่อนรับประทานอาหารให้สังเกตลักษณะภายนอก หากมีเมือกเยิ้ม มีฟอง มีกลิ่นบูดหรือมีรสชาติเปรี้ยวที่ไม่ได้เกิดจากรสชาติดั้งเดิมของอาหาร เป็นลักษณะของอาหารที่บูดเสียแล้ว ไม่ควรรับประทาน ที่สำคัญ
ไม่ต้องมีเตาอบ ก็ทำเบเกอรี่ขายได้ ด้วย ทุเรียนชีสพาย เมนูของหวานช่วงซัมเมอร์ ช่วงนี้หลายๆ ร้าน ต่างก็หยิบเอาผลไม้สุดฮอตช่วงฤดูร้อนอย่าง ทุเรียน มาทำทานทำขายกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน ใครที่อยากได้เมนูของหวาน ทำง่ายๆ โดยใช้ผลไม้ดาวเด่นซัมเมอร์มาทำบ้าง เจ้าของเพจ Ch.Nuii ใจดี อนุญาตให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำสูตร ทุเรียนชีสพาย มาให้ลูกเพจได้ทำกัน ดังนี้ วัตถุดิบ ส่วนที่ 1 1. เนื้อทุเรียนหมอนทอง 500 กรัม **ตีให้เนื้อละเอียดหรือจะนำไปปั่นก็ได้ค่ะ 2. ครีมชีส 250 กรัม 3. วิปปิ้งครีม 140 กรัม ส่วนที่ 2 1. เจลาตินยี่ห้อ Gelita แบบแผ่น 2 แผ่น **นำไปแช่น้ำเย็นจนนิ่ม 2. วิปปิ้งครีม 70 กรัม ส่วนที่ 3 1. แครกเกอร์บดละเอียด 240 กรัม 2. เนยจืดหรือเนยเค็ม 120 กรัม ขั้นตอนการทำ 1. นำครีมชีส (ทิ้งไว้อุณหภูมิห้อง ให้นิ่ม) ตีให้ส่วนผสมเนื้อเนียน จากนั้นเติมวิปปิ้งครีมและเนื้อทุเรียนลงไป ตีให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง **ในส่วนของขั้นตอนนี้ อยากให้เนื้อเนียน สามารถนำไปกรองได้ค่ะ 2. นำวิปปิ้งครีมไปตั้งไฟหรือเข้าไมโครเวฟแค่พออุ่นๆ เพื่อละลายเจลาตินที่แช่น้ำจนนิ่มแล้ว 3. นำส่วนผสมทั้ง ข้อที่ 1 และ 2
หลานชายคนเก่ง ไม่สนคนมอง เรียนจบจุฬาฯ มาขายบัวลอย ขอรับช่วงต่อร้านเล็กๆ ที่ครอบครัวสร้างมา 70 ปี หน้าวัดประตูสาร จังหวัดสุพรรณบุรี มีบัวลอยเจ้าดังเปิดขายมานาน 70 ปี โดยมีอาม่าต้นตำรับรุ่นแรก ส่งไม้ต่อให้ลูกชายรุ่นสอง และปัจจุบันมี คุณเฟิร์ส-วัชพล ทองมูลดี หลานชายวัย 29 ปี อดีตเทรนเนอร์ ดีกรีปริญญาตรี จุฬาฯ เข้ามารับช่วงต่อเป็นรุ่นที่ 3 ตั้งแต่ปี 2019 แม้บัวลอย วัดประตูสาร จะสืบทอดกันมาถึง 3 รุ่น แต่รสชาติความอร่อยนั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน การันตีได้จากปริมาณแป้งที่ใช้วันละ 20 กิโล อะไรคือเหตุผลให้คุณเฟิร์สตัดสินใจลาออกจากงานมารับช่วงต่อธุรกิจ และทำไมบัวลอย เมนูธรรมดาๆ ถึงขายดีตลอด 70 ปี ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์นี้ จากเทรนเนอร์สู่พ่อค้าบัวลอย คุณเฟิร์ส เด็กหนุ่มจากสุพรรณบุรี เข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึงระดับปริญญาตรี ในคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบก็เลือกทำงานอยู่ในเมืองหลวงด้วยอาชีพเทรนเนอร์ งานนี้ถือว่าไปได้ดี แต่ก็มีเรื่องให้ต้องตัดสินใจ เพราะทางบ้านอยากให้กลับมารับช่วงต่อกิจการร้านบัวลอยของครอบครัว “ผมคิดหนักเหมือนกันครับในตอนแรก ปรึ
จากดอกไม้ริมทางธรรมดา สู่ ชาเฟื่องฟ้า ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ของ ชุมชนบ้านตม ถ้าพูดถึง ดอกเฟื่องฟ้า เชื่อว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคยไม่ใช่น้อย กับดอกไม้ริมทางที่ดูไม่มีมูลค่าอะไร แต่ใครจะเชื่อว่า มันสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม กลายเป็น ชาจากดอกเฟื่องฟ้า ได้อย่างลงตัว คุณจาลี ศรีสมัย ตัวแทนชุมชนบ้านตม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอเคยทำงานบริษัทมาได้สักระยะหนึ่ง กระทั่งถึงวัยที่ต้องเกษียณอายุงาน จึงตัดสินใจ เดินทางกลับบ้านเกิด ประกอบกับ คุณจาลีเล็งเห็นว่า ในชุมชนของเธอส่วนมากมีการปลูกต้นเฟื่องฟ้ากันเกือบทุกครัวเรือน จึงเกิดเป็นไอเดียหยิบดอกเฟื่องฟ้ามาแปรรูป “น้าเพิ่งเริ่มปลูกกันไปแค่ประมาณ 150 ต้น แต่ตอนเนี่ยเราอยากทำเป็นจุดเช็กอินของชุมชนบ้านตม เราเลยทำเป็นถนนดอกไม้กินได้ และอยากทำชาจากดอกเฟื่องฟ้า ไอเดียเริ่มแรกคือ ดอกเฟื่องฟ้าในชุมชนมีจำนวนเยอะมาก ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เลยช่วยกันระดมความคิดว่า เราลองเอาไปทำเป็นชาดูดีไหม เพราะเห็นว่าดอกไม้อื่นๆ ก็ยังเอามาทำเป็นชาได้ พอดีกับมีอาจารย์จากกรมอุตสาหกรรมและสถาบันเพิ่มพูนผลผลิตแห่งชาติ เข้าไปแนะนำปรับสูตร เลยออกมาเ
เปิด สินค้าจากไทย ที่คนจีนชอบ ผู้ประกอบการอยากบุกตลาดต่างประเทศ ต้องรู้! จีนคือมหาอำนาจที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งในแง่ของประชากรมหาศาลที่มีกำลังซื้อ ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในปี 2562 ก่อนวิกฤตโควิด-19 ชาวจีนมาเที่ยวเมืองไทยมากถึง 11,138,658 คน สะท้อนให้เห็นว่า คนจีนชื่นชอบเมืองไทยและคุ้นเคยกับสินค้าไทยเป็นอย่างดี ทั้งยังนิยมสั่งซื้อสินค้าไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Taobao, Tmall Global, JD.com, Pinduoduo, VIP.com หากคิดจะขยายธุรกิจให้เติบโต การเจาะตลาดชาวจีนก็นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เว็บไซต์ Krungsri Auto พาผู้ประกอบการที่สนใจจะขยายตลาดไปจีน ไปดูสินค้าไทยยอดฮิตที่คนจีนชอบ เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตสินค้าเพื่อตอบโจทย์ ดังนี้ ผลไม้ไทยยังอนาคตสดใส ทั้งผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูป ช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2565 ไทยส่งออกผลไม้ไปยังจีนมูลค่าสูงถึง 9.2 หมื่นล้านบาท โดยผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมในจีน ได้แก่ ทุเรียน มะพร้าวอ่อน มังคุด ลำไย ส้มโอ สับปะรด ชมพู่ และเงาะ ซึ่งนอกจากซื้อเพื่อบริโภคแล้วคนจีนยังนิยมมอบผลไม้เป็นของขวัญในโอกาสต่างๆ อีก
ทางออกคนมีหนี้! 4 ทริก พิชิตวิกฤตหนี้ สู่ (ว่าที่) เศรษฐีเงินล้าน ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ช่วงนี้ก็มีแต่คนคุยเรื่อง “หนี้” เว็บไซต์ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ แชร์วิธีการ “ปลดหนี้” ในแบบที่ไม่ต้อง “กัดก้อนเกลือกิน” แถมยังมีโอกาสที่จะสร้างทรัพย์สินและเก็บเงินไว้ลงทุนได้เสียด้วย เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ 1. หยุดเป็นหนี้เพิ่ม เพราะว่าการเพิ่มหนี้เข้ามาก็ยิ่งเพิ่มรายจ่ายในการผ่อนชำระหนี้ให้กับเรา จะยิ่งทำให้เราหนีไม่พ้นวังวนแห่งหนี้สิน และที่สำคัญที่สุดคือ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างจริงจัง เพื่อที่เราจะได้ตัดรายจ่ายไม่จำเป็นทิ้ง แน่นอนว่าจะทำให้เรามีเงินมาชำระหนี้ได้หมดเร็วขึ้น 2. ชี้ประเภทให้ชัด โดยการแยกประเภทหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หรือ หนี้อื่นๆ เพื่อทำให้เราเห็นภาพหนี้สินที่มีอยู่ชัดเจน และทำให้เราสามารถวางแผนชำระหนี้ได้ดีขึ้น 3. จัดรวมกลุ่มหนี้ ขั้นตอนนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ คือเราจะทำการบริหารหนี้ที่มีอยู่ด้วยการ “ย้ายโอนหนี้” จากหลายๆ แห่งให้มารวมกันอยู่ในธนาคารแห่งเดียวที่อาจให้ดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยต่ำกว่าที่เคยจ่าย ซึ่งจะทำให้เรามียอดผ่อนชำระต่อ
SASOM (สะสม) สตาร์ตอัปไทย ซื้อ-ขาย ของแรร์ไอเทม เติบโตจาก 1 สู่ 60,000 ออร์เดอร์ “ตอนผมไปอยู่อเมริกา ผมได้คลุกคลีอยู่กับการสะสมรองเท้า ซึ่งที่นั่นตลาดใหญ่มากๆ คนต่อแถวซื้อกัน 10-20 ร้าน ผมเองก็ไปต่อแถวกับเขาด้วย แต่ลำบากมาก บางวันแดดร้อน บางวันหนาวเจอหิมะตกอีก นอนป่วยไปหลายวัน แต่พอได้มาแล้วมันก็คุ้ม เพราะรองเท้ามันขายต่อได้ในราคาสูงขึ้น 2-3 เท่า” คุณอ๋อง-กษิต งานทวี ที่ขณะนั้นยังเป็นนักเรียนไทยในอเมริกา เล่าถึงความลำบากของการเป็นนักสะสมว่า กว่าจะได้ของหายากแต่ละชิ้นนั้น ต้องใช้ทั้งความอดทนและความพยายาม มากไปกว่านั้นยังต้องมีความระมัดระวังในการซื้อขาย เนื่องจากมีของเลียนแบบ และมิจฉาชีพอยู่ในตลาดค่อนข้างเยอะ หลังจากคลุกคลีกับสิ่งที่ชอบ และมองเห็นถึงปัญหาที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ทำให้คุณอ๋องหันมาเริ่มต้นธุรกิจ และมองหาเพื่อนที่จะมาร่วมงานกัน “เราทำบริษัทที่เป็นสตาร์ตอัปคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว เรารู้ว่าเราเก่งด้านไหน เราไม่เก่งด้านไหน เลยมองเห็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ลองไปถามพวกเขาดูว่าอยากทำไหม เรามีไอเดียนี้อยู่นะ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ SASOM (สะสม) ของพวกเรา” CEO และ
4 ทศวรรษ โรม่าอุตสาหกรรม อาณาจักรกระเป๋า Top 3 แบรนด์ไทย ที่เริ่มจากการซื้อมา-ขายไป หากจะพูดถึง ธุรกิจ ที่อยู่มานานกว่าหลัก 10 ปีขึ้นไป เรามักเจอแต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 หรือ 5 กันเสียเป็นส่วนใหญ่ อาทิ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ แต่ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจ ที่แม้ไม่ใช่ปัจจัย 4 หรือ 5 ในการดำรงชีวิต แต่ก็ดำเนินกิจการมานานกว่า 4 ทศวรรษแล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณอูม-ฐานิดา รัถยาพิมล Managing Director (MD) วัย 34 ปี MD รุ่นที่ 2 ของ บริษัท โรม่าอุตสาหกรรม จำกัด 1 ใน 3 ผู้ผลิตกระเป๋าแบบครบวงจรรายใหญ่ของเมืองไทย ที่ใจดีมาพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นมาของธุรกิจให้ฟัง “บริษัท โรม่าอุตสาหกรรม จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2524 โดยคุณพ่อนะคะ ปัจจุบันก็เข้าสู่ปีที่ 42 แล้ว แรกเริ่มธุรกิจที่เป็นรุ่นคุณพ่อท่านทำ เป็นร้านขายกระเป๋าแบบซื้อมาขายไปค่ะ ทำไปได้สักพักท่านก็จับพลัดจับผลูมาทำเป็นโรงงานทำกระเป๋า ก็รับผลิตกระเป๋าแบบต่างๆ เอง อย่างพวกกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยม กระเป๋าเมสเซนเจอร์ แล้วก็พัฒนามาเรื่อยๆ เริ่มเห็นว่า ธุรกิจมันไปได้ ก็เริ่มท
