Featured
“มิชลิน ไกด์’” หรือที่ใครหลายคนทราบกันดีว่า เป็นการจัดอันดับร้านอาหารโดยการให้ดาวตั้งแต่ 1 ดาว ไปจนถึง 3 ดาว ตัดสินโดยนักชิมอาหารหลากหลายอาชีพ พิจารณาจากคุณภาพของวัตถุดิบ เทคนิคการปรุงอาหาร รสชาติอาหาร ความคิดสร้างสรรค์ และความเสมอต้นเสมอปลาย “ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สวนมะลิ” ความอร่อย 60 ปี มิชลิน 3 ปีซ้อน ร้านแรกที่จะพาไปรู้จัก ชื่อว่า “ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สวนมะลิ” เปิดขายมายาวนานกว่า 60 ปี ต่อยอดส่วนผสมและวัตถุดิบจากโจ๊กเตาถ่าน ที่ลงมือทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การโม่ข้าว ได้เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวนำมาคั่วในหม้อคล้ายกับการทำโจ๊ก เกิดเป็นเมนูใหม่ “ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” ปรุงสูตร พัฒนาวิธีการทำให้เข้ากับยุคสมัยคั่วในกระทะแทนหม้อ เพิ่มซอสทานคู่กับก๋วยเตี๋ยวเพื่อเพิ่มรสชาติการทานให้ได้อรรถรสมากขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมจากเตาถ่านและเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ทำมาจากข้าวไว้เช่นเดิม นอกจากก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่เป็นเมนูไฮไลต์แล้ว ทางร้านยังมีเมนูอร่อยๆ ให้เลือก ขึ้นอยู่กับสาขาและวัตถุดิบในแต่ละวัน อาทิ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ก๋วยเตี๋ยวอบไก่ ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล ก๋วยเตี๋ยวอบทะเล ก๋วยเตี๋ยวน้ำไก่ต้ม ก๋วยเต
‘ห่อข้าวหอม’ ร้านอาหารชื่อดังจากกระทู้ในพันทิปมาระยะหนึ่ง เป็นร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่แถวสำโรง ขายราคาถูก มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น คุณแก้ว ธนาเทพ ใจพุก วัย 20 ปี โดย คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก เจ้าของร้านควบตำแหน่งพ่อครัววัย 20 ปี เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ทไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ทไทม์ เป็นอาชีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เมื่อไปทานที่ร้านอาหารอื่นๆ รู้สึกว่าเขาเอาเปรียบผู้บริโภค ทั้งวัตถุดิบ ราคา และปริมาณ จึงคิดเปิดร้านขึ้นมา โดยตั้งใจไว้ว่าจะไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ต้องใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ และขายในราคาที่คนทุกฐานะสามารถซื้อทานได้ ตอนเปิดร้านแรกๆ มีเงินทุนเพียง 14,000 บาท จากการทำงานเก็บออมมา 2 ปี คุณแก้วเล่าต่อว่า ครึ่งเดือนแรกในการขายข้าว ตนเกือบหมดทุนเหมือนกัน วันๆหนึ่งขายได้กำไรน้อยมาก ได้ประมาณ 100 – 200 บาท ซึ่งนับว่าขายไม่ค่อยดีนัก แต่มีคุณแม่ที่
คุณธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม เจ้าของสายมีฟาร์ม อยู่ที่ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเกษตรที่ปลูกพริกส่งออกยุโรปและญี่ปุ่น อาจเรียกว่าเป็นรายใหญ่ของไทยก็ว่าได้ โดยส่งออกพริกประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ตัน หรือปีละ 100 ตันเลยทีเดียว ในเรื่องของสายพันธุ์พริกที่ปลูกจะเป็นสายพันธุ์เรดฮอท และชุปเปอร์เรดฮอท เป็นของบริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพอีกบริษัทหนึ่ง โดย คุณพิทักษ์ชน โตสารเดช เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขาย ให้ข้อมูลว่า ทางบริษัทได้มีการพัฒนาพริกให้เป็นพันธุ์ลูกกผสม เพื่อให้ผลผลิตดกได้ประมาณผลผลิตต่อไร่สูง และที่สำคัญอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตดีมีกำไร “เรดฮอทเป็นพริกที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ลักษณะพิเศษคือเป็นพริกที่มีผลสม่ำเสมอ ส่วนชุปเปอร์เรดฮอทเป็นพริกที่พัฒนามาได้ 1 ปีกว่าๆ ซึ่งตอนนี้กำลังทำตลาดอยู่ที่จังหัดขอนแก่น เป็นพริกที่พัฒนาสายพันธุ์เพื่อพัฒนาผลให้ใหญ่ขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้น” คุณพิทักษ์ชน กล่าวให้ฟังถึงลักษณะของสายพันธุ์พริก มีประสบการณ์การปลูกพริก มากกว่า 7 ปี คุณธีรวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นเกษตร
อย่างเหมือน! วุ้นกะทิอาหารคาวสุดครีเอต ส้มตำ-ผัดไทยกุ้งสด ขายดีหลักหมื่น/เดือน หลังอิ่มท้องจากอาหารมื้อหลัก สาวๆ หลายคนคนมักตบท้ายด้วยขนมหวานอร่อยๆ เส้นทางเศรษฐีขอพามารู้จักกับวุ้นกะทิรูปแบบใหม่สุดครีเอตของทางร้าน “น้ำใจ วุ้นกะทิ Homemade” เจ้าของไอเดียคือคู่สามีภรรยา คุณโบ – วิราวรรณ และ คุณเนตร – ธนพัชร์ มนตราประสิทธิ์ โดยคุณโบมีอาชีพหลักเป็นสาวออฟฟิศ และคุณเนตรการ์เม้นท์หรืออุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายหลังหันมาค้าขายเป็นอาชีพเสริมเพราะหลงใหลในการทำอาหาร คุณเนตร เล่าให้ฟังว่า ภรรยาหรือคุณโบชื่นชอบการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนหน้านี้เคยขายน้ำสมุนไพรออกบู๊ธตามงานต่างๆ ระยะหนึ่งด้วยมีคู่แข่งทางตลาดเยอะ จึงหันมาทำวุ้นถ้วยโบราณใส่ไส้ขายแทน เพราะได้เคยโชว์ฝีมือการทำวุ้นให้คุณเนตรทาน หลังทำวุ้นถ้วยโบราณขายได้ไม่นาน คุณโบเริ่มสร้างความแปลกใหม่นำเอาขนมหวานอย่างวุ้นกะทิมาประยุกต์ในรูปแบบของอาหารคาวชนิดต่างๆ ผสมผสานกันหลากหลายวัตถุดิบ จนใครต่อใครต้องบอกว่าเหมือนจริงและน่าทานมาก ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ สองสามีภรรยาลงแรงแข็งขันช่วยกันทำวุ้นกะทิทุกๆ วันหลังเลิกง
เลิกทำนาเพราะฝนแล้ง หันทำ“ขนมถ้วย”ขาย ส่งลูกเรียนจบ ป.ตรี 3 คน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ลองทานขนมถ้วยเจ้าอร่อยเจ้าหนึ่ง ที่คนขายมักจะขี่รถพ่วงข้างมาขายแถวหน้าบริษัทในตอนประมาณเที่ยงๆเสมอ เมื่อจอดรถได้สักพัก จะมีพนักงาน รวมถึงคนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ ทยอยกันเข้ามาซื้อขนมกันไม่ขาดช่วง คุณพนม – พนมศักดิ์ ก้านอินทร์ หรือ ลุงพนม พ่อค้าขายขนมถ้วย วัย 51 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ไปแกะขนมถ้วยไปพรางว่า ตนนั้นขายขนมถ้วยมาได้ 21 ปีแล้ว ก่อนจะมาขายขนมถ้วย เดิมก็ทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ แต่ก็ต้องเลิกทำนาไป เพราะเจอเข้ากับปัญหาฝนแล้ง ทำให้ปลูกข้าวไม่ค่อยได้ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ซบเซา “ข้าวมันไม่ค่อยมีราคานังหนู ทำมาได้แค่พอกิน จะทำไว้ขายมันก็สร้างเนื้อสร้างตัวลำบาก” ลุงพนมแกว่ามาแบบนั้น วันหนึ่ง ตนได้ไปรับขนมถ้วยจากเจ้าหนึ่งมาขาย ซึ่งเป็นขนมถ้วยสูตรโบราณ จากสุพรรณบุรี ก็อยากให้เขาสอนสูตรให้เพื่อจะได้ออกมาทำขายเอง ก็ได้พูดทีเล่นทีจริงหยอกไป แต่กลับไม่ยอมสอน บอกเพียงว่า “ถ้าอยากเป็นก็มาหัดเอาเอง” ตนจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยงานที่ร้านขนมถ้วยร้านนั้น ลุงพนมบอกว
เผยเคล็ดลับความสำเร็จ 32 ปี “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ร้านอาหารดังศรีสะเกษสุดยอดความร่อย “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ดีกรีเป็นถึงร้านอาหารเจ้าดังของจังหวัดศรีสะเกษ มี คุณพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือ “ป้าเขียว” วัย 64 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารอีสานพื้นเมืองแห่งนี้ ป้าเขียว เล่าให้ฟังว่า ร้านสีเขียว เปิดมาได้ 32 ปี ชื่อร้านมาจากชื่อของป้าเขียวที่เป็นคนผิวคล้ำ เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้เด็กประถมฯ แต่ทำได้หนึ่งปีลาออก เพราะรู้สึกว่าทำแล้วไม่ใช่ ออกมาเปิดร้านรับซักรีด ขายของชำ แต่เป็นอาชีพที่ทำแล้วเหงา จึงมีพี่ที่นับถือ มาชวนทำแจ่วฮ้อนเนื้อ ขายอยู่ 2 ปี จึงรู้ว่าลูกค้าไม่ได้นิยมทานเนื้อกันมากเท่าไหร่ เลยเพิ่มรายการอาหารอีสานเมนูอื่นๆเข้ามา สูตรอาหารทั้งหมดเป็นสูตรของป้าเขียว ผลตอบรับที่ได้ค่อนข้างดี นางพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือป้าเขียว วัย 64 ปี แน่นอนว่าการทำอะไรก็แล้วแต่ ย่อมมีอุปสรรค การทำร้านอาหารเช่นกัน ป้าเขียว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ทำร้านอาหารมา ไม่เคยมองว่าร้านอื่นเป็นคู่แข่งเลย คู่แข่งที่แท้จริง คือ ตัวเองกับปัญหาเล็กน้อยของลูกน้องในครัว ว่าวันนี้ลูกน้องมาครบไหม ถ้าไม่ครบต้องลงครัวเอง ม
ล้วงลับ 6 เทคนิค ทางรอด SMEs ไทย ยุค 4.0 ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในยุคที่เราเรียกกันว่า Thailand 4.0 โมเดลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องการคนในยุคนี้ทุกคนต้องมีส่วนร่วมไปด้วยกัน ซึ่งหน้าที่ของเราทุกคนในฐานะ SMEs หรือผู้ประกอบการ คือการ เตรียมความพร้อมและปรับตัวให้เข้ากับยุค 4.0 แต่จะให้ปรับตัวก็คงจะยากใช่เล่น เพราะธุรกิจ SMEs นั้นแข่งขันกันดุเดือดมากเหลือเกิน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มี 6 เทคนิค ทางรอด SMEs ไทย ยุค 4.0 โดย คุณโซอี้-ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ชื่อดัง มาฝากดังนี้ สร้างแบรนด์ – ผู้ประกอบการต้องสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง ให้ลูกค้าเกิดภาพจำ ตอกย้ำซ้ำๆ เพื่อให้คนเชื่อว่าเราเป็นแบบนั้น โดยเริ่มจากสร้างบุคลิกภาพให้กับแบรนด์ เช่น แบรนด์ Lyn Around เสื้อผ้าแฟชั่นขวัญใจวัยทีน สร้างภาพลักษณ์ให้ดูสดใส ร่าเริง หรือโทรศัพท์แบรนด์ดัง Apple ก็สร้างภาพลักษณ์ให้เฉียบล้ำทันสมัยนั่นเอง ขั้นต่อมาคือแต่งตัวให้แบรนด์ ควรเริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อ สี สโลแกน แพ็กเกจ หรือโลโก้ต่างๆ โดยทุกอย่างต้องสอดคล้องกับบุคลิกภาพของแบรนด์ที่สร้างไว้ สร้างเรื่องราว – พบว่า 80 เปอร์เซ็นต
ปัจจุบันการทำธุรกิจแนวโฮสเทลกำลังได้รับความนิยม กลายเป็นธุรกิจในฝันของใครหลาย ๆ คน เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่จะทำให้เจ้าของธุรกิจอยู่รอดนั้น จำต้องอาศัยความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นจุดขายให้ลูกค้า “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสมาเยือน “บ้านตลาดพลู” โฮสเทลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในชุมชนเก่า ย่านตลาดพลู ที่เจ้าของเกิดไอเดียเก๋ ๆ รีโนเวตตึกเก่าอายุ 100 ปี ให้เป็น โฮสเทลพร้อมคาเฟ่นั่งดื่มสุดชิลล์ คุณอรพิน วิไลจิต หรือ คุณจิ๋ม เจ้าของบ้านตลาดพลู เล่าว่า เดิมทีเธอไม่ใช่คนตลาดพลูโดยกำเนิด และเคยเปิดร้านอาหาร ชื่อ pub & restaurant เพียงแต่เคยมาเที่ยวตลาดพลูครั้งแรก แล้วเจอบ้านที่ปิดรกร้างนานหลายสิบปีหลังนี้ ก็รู้สึกถูกชะตา ประกอบกับกิจการร้านอาหารมาถึงจุดอิ่มตัว เลยปิดร้านอาหารไป และผุดไอเดีย ซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทเป็นโฮสเทลกึ่งคาเฟ่ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “บ้านตลาดพลู” นั่นเอง คุณจิ๋มให้ฟังต่อว่า “กว่าจะมาเป็นบ้านตลาดพลูไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบ้านหลังนี้มีอายุนานหลายร้อยปีสภาพเก่าทรุดโทรมตามกาลเวลา ทำให้การติดต่อเจ้าของเดิมเพื่อขอซื้อเป็นเรื่องยากมาก เราต้องใช้เวลาเกือบ 5 เดือนกว่าบ้านนี
เปิดสูตร ‘ข้าวอบไก่รมควัน’ เมนูทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน เอาใจมนุษย์เร่งรีบ ส่วนผสม ไก่เบรสรมควัน 200 กรัม/1 ห่อ ปลายข้าวหอมสีนิล 3 ส่วน ข้าวสาลี 1 ส่วน กระเทียมสับ พริกไทยดำบด เกลือ เห็ดหอม (ชิตาเกะ) ถั่วพีแคน (แล้วแต่ชอบ) ไข่ไก่ พริกหวาน น้ำมันมะกอก ผักดีล เสริมกลิ่น ผักตกแต่งจาน ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก กะหล่ำปลีแดง วิธีทำ ใส่น้ำมันมะกอกในกระทะให้ร้อน ใส่กระเทียมสับ ผัดให้พอหอม ใส่เห็ด ผัดให้นุ่ม เติมเกลือเล็กน้อย ใส่ไก่เบรสฝรั่งเศสรมควันที่หั่นชิ้นเล็กๆ ผัดให้หอม ใส่ปลายข้าวหอมสีนิลที่หุงสุกแล้ว 3 ส่วน ข้าวสาลี 1 ส่วน และ ถั่วพีแคน ใส่ไข่ผัดให้เข้ากัน เติมเกลือ พริกไทยเล็กน้อย ใส่ดีลก้านเล็กๆ ผัดเร็วๆ เอาขึ้นพักไว้ ตักข้าวใส่ในพริกหยวกที่คว้านเอาเมล็ดออกแล้ว อุ่นเตา 180 องศาเซลเซียส นำพริกหยวกอบ 20 นาที แต่งจาน ตัดครึ่งหัวกะหล่ำม่วง ลอกกาบ และเด็ดใบฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้ จัดกาบกะหล่ำม่วงและใบฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กใส่จาน นำพริกหยวกที่อบและพักให้อุ่นเล็กน้อย วางในจานให้สีสวยงาม อาหารจานนี้มีประโยชน์ทางโภชนาการสูงทั้งจากปลายข้าวกล้องและข้าวสาลี ข้าวสาลีหุงสุกแล้วจะแข็ง
3 ปัญหาหลัก อุปสรรคสำคัญที่ เอสเอ็มอีไทย ต้องพบเจอ แม้ธุรกิจ ‘เอสเอ็มอี’ ของไทยจะมีการเติบโตสูงมากยิ่งขึ้นและเป็นที่น่าจับตามองในปัจจุบัน แต่การทำธุรกิจย่อมมีอุปสรรคปัญหา โดยคุณ คุณชมพูนุช ปฐมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบีได้เผยถึงปัญหาหลักที่เป็นอุปสรรคในการเติบโตของเอสเอ็มอี อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาอินไซต์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย พบว่า ปัญหาหลักที่เป็นอุปสรรคในการเติบโตมีอยู่ 3 ข้อ คือ ปัญหาธุรกรรมยุ่งเหยิง การรับเงินจากลูกค้าและการจ่ายเงินให้คู่ค้าด้วยเงินสด และการโอนเงินหลายช่องทาง เช่น QR Code และเครื่อง ECD ซึ่งต้องใช้เวลานานในการรวบรวมทำบัญชีกระทบยอด มีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย สรุปยอดไม่ตรง ไม่สะท้อนภาพรวมสุขภาพการเงินหรือสภาพคล่องทางธุรกิจ ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาการบริหารบุคคล เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นองค์กรขนาดเล็ก จึงถือได้ว่าพนักงานคือกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างราบรื่น ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อพนักงานพร้อมทั้งสวัสดิการด้านสุขภาพเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่พนักงานให้ความสำคัญ แ
